LOGINเช้าวันต่อมาลี่ฉิงซวงใช้เวลาตลอดช่วงเช้าเดินสำรวจทุกตารางนิ้วภายในกำแพง ทั้งเรือนหลัก เรือนตะวันออก เรือนตะวันตก รวมไปถึงเรือนห้อยทั้งสี่ของเรือนต่างๆ ที่ถูกจัดให้เป็นเรือนรับรอง ไม่พ้นแม้แต่โฮ้วจาวฝางที่เป็นส่วนของเรือนบริวารและโรงครัว
“ใหญ่โตขนาดนี้ มิน่ามีคนคิดจะซื้อมาทำรีสอร์ท” เดินวนไปมารอบหนึ่งลี่ฉิงซวงถึงกับเหงื่อตก
หลังจากกินมื้อเที่ยงเธอไม่ได้รบกวนหมิ่นเอ๋อร์และซิ่งเอ๋อร์อีก ทั้งสองคนคิดว่าเธอจะนอนกลางวัน ดังนั้นจึงกลับไปทำความสะอาดอย่างเคย
สถานที่ซึ่งลี่ฉิงซวงสนใจเป็นพิเศษหลังจากเดินสำรวจ แน่นอนว่าเป็นห้องหนังสือ เธอกับพี่ชายชอบอ่านหนังสือด้วยกันทั้งคู่ หนังสือก็มักจะเป็นประเภทเดียวกัน
ดังนั้นหญิงสาวจึงสามารถใช้เวลาได้ทั้งวันในห้องหนังสือ เพราะที่นั่นอัดแน่นไปด้วยตำรา สารานุกรม หนังสือประวัติศาสตร์ รวมไปถึงนิยายมากมาย
“บันทึกฟู่ฉิน??”
ในกล่องไม้ลงรักมีหนังสือเล่มหนึ่ง สภาพเก่าแก่มากแต่กลับได้รับการเก็บรักษาอย่างดี ภายในเขียนด้วยอักษรพู่กันลายมืองดงาม หนักแน่น เข้มแข็ง มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นลายมือของผู้ชาย
ไม่รู้เพราะอะไรหญิงสาวเลือกจะหยิบบันทึกเล่มนี้ขึ้นมาอ่าน รู้ตัวอีกทีก็เดินไปนั่งลงพร้อมกับจมจ่อมอยู่กับบันทึกเล่มนั้น
ทันทีที่เปิดหน้าแรกหัวข้อ ‘เคหาสน์เฟิงเยี่ยน’ ก็ดึงดูดหญิงสาวเอาไว้
‘ตัวข้าแซ่ฟู่ มีนามว่าฉิน เป็นบุตรชายคนเล็กของตระกูลฟู่อันมั่งคั่งแห่งซ่างเหลา ข้าเขียนบันทึกเล่มนี้หลังจากเหตุการณ์ทุกอย่างได้จบสิ้นลง ข้าก็ได้แต่หวังว่าในวันที่บันทึกเล่มนี้ถูกเปิดอ่าน จะเป็นวันที่เคหาสน์เฟิงเยี่ยนแห่งนี้ได้รับการปลดปล่อย เช่นกันกับผู้คนมากมายที่ต่างก็ต้องทนทุกข์ทรมานกับการกระทำของคนตระกูลฟู่’
‘เดิมทีตระกูลฟู่นับเป็นตระกูลที่มีคนนับหน้าถือตา มีเหล่าคหบดีมากมายไปมาหาสู่ บิดาของข้ามีฮูหยินใหญ่ช่วยดูแลความเรียบร้อย โดยมีฮูหยินรอง ฮูหยินสาม และฮูหยินสี่ช่วยดูแลเรื่องต่างๆ ในจวน’
‘นอกจากตัวข้าแล้ว ตระกูลฟู่ยังมีทายาทอีกสี่คน พี่ใหญ่ฟู่อวี้ ผู้สืบทอดที่เก่งกาจด้านการค้าจนเป็นที่ร่ำลือ พี่รองฟู่เจี้ยน พี่สามฟู่เหวิน พี่สี่ซึ่งเป็นสตรีตระกูลฟู่เพียงหนึ่งเดียว ฟู่หลิน และคนสุดท้ายก็คือตัวข้าเอง’
‘ตลอดมาคนในตระกูลฟู่ล้วนสามัคคีกลมเกลียวไร้เรื่องบาดหมาง กระทั่งการปรากฏตัวของ ‘หวังซวงซวง’ คุณหนูรองตระกูลหวังแห่งป๋อหยาง ข้ามิได้กล่าวโทษว่าเรื่องนี้นางเป็นต้นเหตุ หากแต่ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไปทันทีที่สตรีผู้นี้ปรากฏตัว สตรีที่น่าสงสารผู้นั้น…’
อ่านมาจนถึงตอนนี้ลี่ฉิงซวงก็ได้แต่ขมวดคิ้ว สิ่งเดียวที่คิดถึงก็คือโฉมสะคราญในลานสวน ฮูหยินของบุรุษผู้นั้น เขาเรียกนางว่า ‘ซวงซวง’
‘ในวันที่คฤหาสน์ตระกูลหวังสร้างเสร็จ และคนตระกูลหวังย้ายเข้ามา ในที่สุดเคหาสน์เฟิงเยี่ยนก็มีเพื่อนบ้านใหม่ที่ไปมาหาสู่กันอย่างสนิทสนม ท่านพ่อและนายท่านหวังกลายเป็นสหายร่วมการค้า ทั้งยังกลายเป็นเพื่อนรักที่พูดคุยสนทนากันได้ทุกเรื่อง ทั้งสองร่วมมือกันก่อตั้งโรงสี ถือสัมปทานการค้าข้าวเปลือกและธัญพืช กระทั่งกิจการขยายออกไปอย่างใหญ่โต’
‘นายท่านหวังมีทายาทสามคน เป็นชายหนึ่ง หญิงสอง คุณชายใหญ่หวังชางเฉิง คุณหนูรองหวังซวงซวง และคุณหนูเล็กหวังเหม่ยหลัน ด้วยเพราะเป็นเพื่อนบ้านที่ไปมาหาสู่ ดังนั้นพวกเราสองตระกูลจึงได้พบกันบ่อยครั้ง กระทั่งท่านพ่อของข้าและนายท่านหวัง ตัดสินใจเจาะกำแพงด้านทิศตะวันออก ทั้งนี้ก็เพื่อสร้างประตูเชื่อมระหว่างสองตระกูล เพื่อให้ง่ายต่อการไปมาหาสู่’
หญิงสาวชะงักเมื่ออ่านถึงตรงนี้ เธอค่อยๆ เดินออกไปยังหน้าต่าง จากนั้นชะโงกหน้าไปมองยังกำแพงสูงซึ่งติดกับห้องหนังสือ
ในบันทึกกล่าวไว้ว่าเคหาสน์เฟิงเยี่ยนมีเพื่อนบ้าน แต่ตอนที่ขับรถเข้ามาจอด เธอเองก็ไม่ได้สังเกตว่าข้างกำแพงฝั่งตะวันออกนั้น คฤหาสน์ตระกูลหวังยังคงอยู่หรือไม่ อีกทั้งประตูที่ถูกระบุถึงในบันทึก ทุกวันนี้จะยังถูกเชื่อมเอาไว้หรือว่าถูกปิดไปแล้ว
ไม่รอให้ความสงสัยในใจเกาะกินความอยากรู้อยากเห็น ลี่ฉิงซวงวางบันทึกเล่มนั้นลงไปในกล่องด้วยความระมัดระวัง ก่อนจะก้าวออกจากห้องหนังสือ เดินตรงไปยังสวนขนาดเล็กด้านข้างเรือนตะวันออก
...มันคือที่รกร้างแห่งเดียวที่เธอคิดว่าหากจะมีประตูก็คงต้องอยู่ตรงจุดนั้น
ซึ่งเธอก็คาดไม่ผิด…หลังแนวต้นไผ่ซึ่งปลูกเรียงรายเป็นแนวตามกำแพง มีแสงจากฝั่งตรงข้ามลอดเข้ามาเล็กน้อย แนวไผ่หนาทึบหากไม่สังเกตจริงจัง ไม่ว่าใครเดินผ่านก็ไม่มีทางรู้ว่าหลังแนวไผ่นี้มีโค้งประตูซุกซ่อนอยู่
เสียงไอถี่ๆ ทั้งยังคงทวีความรุนแรงขึ้นจากคนที่อยู่อีกฝั่ง ทำให้ลี่ฉิงซวงขมวดคิ้วพยายามเพ่งมองผ่านกิ่งไผ่รกทึบ ถึงอย่างนั้นกลับไม่ช่วยให้มองเห็นอะไรมากนัก
“แต่ฉันก็ยังประหม่าอยู่ดี คุณแม่ของคุณใจดีมั้ยคะ”“ครับ ท่านใจดีมาก”เธอก็ยังมีสีหน้าไม่อยากเชื่ออยู่ดี “ตระกูลฟู่นี่เคยมีเรื่องผิดใจระหว่างพี่น้องมั้ยคะ อย่างเช่นธุรกิจมากมายพวกคุณแย่งกันบริหารงี้”ฟู่เสวียนหัวเราะ “คุณอ่านนิยายให้น้อยๆ หน่อยดีมั้ยครับ”เธอมองค้อนเขา เห็นรถของเขา ธุรกิจครอบครัวก็เป็นถึงเจ้าแห่งอสังหาริมทรัพย์ของซูโจว ร้านกาแฟเล็กๆ ของเธอดูกระจอกไปเลยตอนไปที่ห้องชุดของเขาซึ่งอยู่ชั้นสามสิบบ้านตระกูลฟู่...อันที่จริงเธออยากจะเรียกมันว่าคฤหาสน์สุดหรูกลางเมืองซูโจว ด้วยราคาที่ดินตอนนี้หากให้เธอลองเดา บ้านหลังนี้น่าจะมีมูลค่ามากกว่าสองร้อยล้านหยวน?!“มากันแล้ว!” น้ำเสียงดีอกดีใจทำให้หญิงสาวยิ่งประหม่า หญิงวัยกลางคนในชุดกี่เพ้าสีน้ำเงินเดินเข้ามาหาทันทีที่เดินเข้าไปในประตู อีกฝ่ายชะงักจากนั้นอ้าปากค้าง“เหมือนจริงๆ ด้วย”“แม่ครับ” ฟู่เสวียนกลอกตา“อ้อ เอ่อ...แม่หมายความว่าสวยจริงๆ ด้วย หนูแซ่ลี่ใช่มั้ยเข้ามาก่อนๆ”“เรียกซวงซวงก็ได้ค่ะ”“ดีๆ เรียกซวงซวงก็ได้ ชื่อเป็นมงคล หนูชอบกินอะไรจ้ะ ป้าเข้าครัวทำตั้งหลายอย่าง”“ผมชอบเป็ดอบ!”“ผมชอบเนื้อตุ๋น!”สองเสียงประสานดังมาจากสองท
ไม่นานกาแฟสองแก้วกับมาการองก็ถูกนำมาวาง ลี่ฉิงซวงประหม่าเล็กน้อยตอนนั่งลงข้างๆ เขา หัวใจเต้นแรงมากไม่คิดว่าเขาจะมาหาที่ร้านกาแฟเล็กๆ ของตน“ผมมีเรื่องอยากเล่าให้คุณฟัง”“ค่ะ”“ตั้งแต่จำความได้ผมเริ่มฝันถึงผู้หญิงคนหนึ่ง ...หวังซวงซวง”ลี่ฉิงซวงเผลอวางแก้วกาแฟลงกระแทกจานรอง เธอกล่าวขอโทษจากนั้นบอกให้เขาเล่าต่อ“ทุกคนในตระกูลฟู่บอกผมว่ายิ่งโตขึ้นผมก็ยิ่งหน้าตาเหมือนกับบรรพบุรุษคนหนึ่ง ตอนแรกผมไม่เชื่อจนได้เห็นรูปวาดของพวกเขา ฟู่อวี้กับหวังซวงซวง เรื่องราวของพวกเขาผมคงไม่ต้องเล่าให้คุณฟังเพราะบันทึกฟู่ฉินเล่มนั้นผมได้มอบให้คุณไปแล้ว”หญิงสาวก้มหน้าลงมองถ้วยกาแฟของตัวเอง ไม่ได้พูดขัด“ในทุกๆ สองถึงสามเดือนผมมักจะไปที่บ้านหลังนั้น” เขาหมายถึงบ้านตระกูลฟู่ที่หมู่บ้านหวงเซวียน “ตอนอยู่ที่นั่นผมรู้สึกตลอดเวลาว่าผมกำลังรอ...มันทรมานมากเลยครับ เพราะผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมกำลังรออะไร รอ...ใคร”ลี่ฉิงซวงกุมถ้วยกาแฟของตัวเองแน่น“ตอนผมได้พบคุณที่หน้าบ้าน ผมตกใจมากนึกว่าตัวเองตาฝาด แต่ตอนนั้นผมรู้สึกเหมือนการรอคอยสิ้นสุดลงแล้ว ในที่สุดคุณก็มา...ซวงซวง”เธอสะอื้นออกมาเพราะน้ำเสียงของเขาที่เรียกชื่อนั้น
“ผมเรียกคุณแบบนั้นได้ใช่มั้ยครับ”หญิงสาวจ้องเขานิ่งด้วยความสงสัย “ก็...คงได้ค่ะ”ฝนตกนานมากลี่ฉิงซวงนั่งจิบชาหอมกรุ่นและพูดคุยอยู่กับเจ้าบ้านตั้งแต่เที่ยง กระทั่งบ่ายสามโมงในที่สุดฝนก็หยุดตกคนของฟู่เสวียนเข้ามาแจ้งว่ารถเปลี่ยนยางเสร็จแล้ว หญิงสาวลุกขึ้นอยากกล่าวคำลา แม้ในใจยังรู้สึกแปลกๆ แต่นี่เป็นการพบกันครั้งแรก เธอก็ไม่ได้อยากเสียมารยาทด้วยการอยู่ต่อให้นานอีกหน่อยเธอมองไปยังหินแกะสลักนั้น“ผมพาไปดูมั้นครับ”เธออยากเดินไปดูใกล้ๆ จึงไม่ปฏิเสธ ดังนั้นจึงแทบไม่อยากเชื่อ เพราะนอกจากอักษร ‘เคหาสน์คืนใจ’ ที่มองเห็นไกลๆ แล้ว ยังมีอักษรเล็กๆ ที่แกะสลักกำกับต่อเอาไว้‘เคหาสน์ในความทรงจำนำพาผู้เป็นที่รัก หวนคืนกลับสู่ดวงใจ’“ทำไมต้องใช้อักษรสลับเล็กใหญ่ละคะ อ่านจากที่ไกลๆ ยิ่งทำให้ที่นี่รู้สึกเศร้า”“ครับผมผิดไปแล้ว”“เอ๋ คุณเป็นคน...”“ครับผมเอง ผมไม่ได้ตั้งใจ วันนั้นผมไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าทำอะไรลงไป” เขาฝันและในความฝันมันก็เต็มไปด้วยการรอคอย ความเจ็บปวด โหยหา และสิ้นหวัง รู้สึกตัวอีกทีหินก้อนนี้ก็มีอักษรแกะสลักแล้ว“รอสักครู่นะครับ ผมมีบางอยากจะมอบให้” เขามองหญิงสาวด้วยท่าทีลังเล“มอบให้?
ชายร่างสูงในชุดฉางซานเดินใกล้เข้ามา ลี่ฉิงซวงอ้าปากค้าง “ฟู่...เสวียน?!”ชายสองคนที่เพิ่งลงมาจากรถเองก็มีท่าทีตกตะลึง เขาจ้องหญิงสาวเขม็งในขณะที่ลี่ฉิงซวงเองก็ได้แต่ยืนนิ่งอยู่เช่นนั้นเธอจำไม่ผิดแน่ นี่คือฟู่เสวียน...อีกคนก็คือจิ่วลู่ คนสนิทของเขา“รถยางแบนครับคุณชาย”ทั้งสามได้สติเพราะประโยคของคนขับรถคนนั้น “คุณ...หลงทางหรือครับ บนเขานั่นไม่มีบ้านหลังอื่น เป็นทางตัน” ฟู่เสวียนยังคงจ้องใบหน้าสับสนของหญิงสาว“อ้อ...เอ่อ...ค่ะ” เธอตอบทั้งที่หัวใจเต้นแรงมาก ตอนที่เขาก้าวเข้ามาใกล้เผลอเดินถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ดังนั้นจึงหลบตาแกล้งมองไปที่ป้ายหน้าบ้านหลังใหญ่“ฝนตกหนักมา รถคุณเองก็ยางแบน เอาเป็นว่าหากไม่รังเกียจเชิญด้านในก่อนดีมั้ยครับ ฝนหยุดแล้วจะให้คนช่วยเปลี่ยนยางรถให้” เขาเสนออย่างใจดี‘ซวงซวง’ เสียงเว้าวอนเหมือนกระซิบเรียกจากด้านใน ลี่ฉิงซวงหันกลับมามองเขาด้วยรอยยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นไม่เกรงใจแล้วนะคะ”รอยยิ้มของเธอดูเหมือนจะทำให้เขาดูเหม่อลอยไปชั่วขณะ จิ่วลู่เข้ามาสะกิดเขาจึงได้สติ“ผมแซ่ฟู่ครับ ฟู่เสวียน”“ค่ะ ฉันแซ่ลี่ ลี่ฉิงซวง” ฟู่อวี้...“เชิญด้านในเถอะครับ ฝนตกอากาศเย็นดื่มชาร้อนๆ จ
“ฟู่อวี้!!!”หญิงสาวผุดลุกพรวดขึ้นนั่งด้วยความตื่นตระหนก ข้างกายมีเสียงร้อนรนของผู้เป็นพี่ชาย “เสี่ยวซวงเอ๋อร์?! รู้สึกตัวแล้ว?”“พะ...พี่” หญิงสาวกะพริบตามองเขา ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมา“ใช่พี่เอง รู้สึกยังไงบ้าง เธอยังจำได้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น ให้ตายเถอะเธอทำให้พี่ตกใจจนแทบบ้า คิดยังไงถึงไปที่นั่นทั้งยังตกน้ำตกท่าอีก”อา...พี่ชายของเธอยังอยู่ เขายังไม่ตาย!!! ลี่หวงชวนยังไม่ตาย!!เสียงประตูห้องพยาบาลถูกเปิดออก “อ้าว ฟื้นแล้วเหรอ เสี่ยวหลันหลันดูสิว่าคุณน้าฟื้นแล้ว คุณน้าไม่เป็นอะไรแล้ว”“พี่สะใภ้? เสี่ยวหลันหลัน?” พี่สะใภ้เองก็ยังอยู่ หลานสาวตัวน้อยเองก็เหมือนกัน พวกเขาไม่ได้จากไปไหน และเธอเองก็กลับมายังที่ของตัวเองแล้ว ลี่ฉิงซวง...หลังจมน้ำและหมดสติไปกว่าสองวัน ลี่ฉิงซวงรู้สึกตัวขึ้นมาบนเตียงของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หญิงสาวยังคงมีท่าทีเหม่อลอยครุ่นคิด ไม่อาจแยกแยะได้ว่าความฝันอันยาวนานนั้น เพราะอะไรถึงได้เหมือนจริงจนยากจะแยกแยะความรัก ความผูกพัน เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม ทุกอย่างเหมือนจริงมากจนเธอไม่อยากลืมเลือน ไม่อยากคิดว่ามันเป็นแค่ความฝันวันเดือนปี...แตกต่าง ปีที่พี่ชาย พี่สะใภ้ รวมไปถึงหล
“เข้ามาสิ ท่านลองก้าวเข้ามา หากกล้าข้าจะเชือดคอนางเสีย!” ฮั่วลี่หลันใช้มือหนึ่งล้วงเข้าไปในอกเสื้อ หยิบเม็ดยากลมๆ สองเม็ดออกมา บีบบังคับให้หวังซวงซวงกลืนมันเม็ดหนึ่ง ส่วนนาง...กลืนเองเสียเม็ดหนึ่ง“ท่านก็รู้ว่าข้ารักท่าน...” นางสะอื้น “ข้าไม่กล้าทำร้ายท่านด้วยซ้ำ...ดังนั้นข้าจะพานางไปเป็นเพื่อนข้า!” ฮั่วลี่หลันหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น “ให้นางตายต่อหน้าท่าน!”น้ำเริ่มซึมเข้ามาในห้องใต้ท้องเรือแล้ว ดูเหมือนนี่เป็นความตั้งใจของสตรีวิปลาสผู้นี้ที่คิดจะจมเรือไปพร้อมกับพวกเขาสามคนในอกคล้ายมีไฟขุมหนึ่งแล่นพล่าน หวังซวงซวงเจ็บร้าวไปทั้งร่าง ในกายคล้ายมีบางอย่างกำลังกัดกินจนนางหน้าซีดยาเม็ดนั้น...ยาพิษ!!!ฮั่วลี่หลันเองก็สภาพไม่ต่างจากนาง สตรีวิปลาสผู้นั้นทรุดฮวบลงไปกับพื้นเรือที่มีน้ำไหลเข้ามาถึงเข่า น้ำเข้ามาเร็วถึงเพียงนี้เพราะพวกเขาเจาะรูหมายจมเรือฟู่อวี้ปราดเข้ามาแย่งมีดสั้นจากมือฮั่วลี่หลัน มือของเขาถูกบาดเป็นทางยาวเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอม ทว่าเรี่ยวแรงของฮั่วลี่หลันที่ถูกพิษไม่มีทางสู้แรงบุรุษนางหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งเมื่อเห็นชายหนุ่มพยายามเข้าไปปลดโซ่ของหวังซวงซวง ทิ้งนางเอาไว้มุมห้อง







