เข้าสู่ระบบ“คุณหนู พวกเราเป็นแค่คนงานในบ้าน ปกติจะแยกไปกินในครัวด้านหลังค่ะ”
“แต่ฉันกินข้าวคนเดียว...”
มองเห็นท่าทีลำบากใจของอีกฝ่าย ลี่ฉิงซวงได้แต่ถอนหายใจ ช่องว่างบางอย่างก็สมควรรักษาเอาไว้ แม้ว่าเธอไม่ใช่คนเจ้ายศเจ้าอย่าง แต่ที่นี่เธอยังใหม่ดังนั้นจึงได้แต่พยักหน้า
“ช่างเถอะ ตั้งโต๊ะตอนหกโมงเย็นก็แล้วกัน” พูดจบก็คว้าแก้วชาแล้วเดินออกไปยังสวนหย่อมกลางลานบ้าน
โต๊ะหินใต้ต้นเฟิงริมสระจำลองร่มรื่น หญิงสาวนั่งลงวางแก้วชาเอาไว้ก่อนมองไปรอบๆ สูดลมหายใจรับกลิ่นอายสดชื่น ใบหน้าสัมผัสกับแสงแดดที่ลอดผ่านกิ่งก้านของต้นไม้ลงมา มองดูแสงแดดแรงกล้าแต่กลับมีต้นไม้บดบังให้ความร่มรื่น รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นยังมุมปาก
‘ท่านพี่’
เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏของร่างอรชรงดงามราวกับเทพธิดา ท่วงท่าการเดินเหินอ่อนช้อย รอยยิ้มเจิดจ้า พานให้คนรู้สึกอยากจะประคองนางเอาไว้บนอุ้งมือ เนื่องจากเกรงว่านางจะสูญสลายไปหากไม่ระวัง
ชุดสีชมพูไล่โทนสีอ่อนไปหาเข้ม ยิ่งขับให้ใบหน้าของสตรีผู้นี้งดงามเจิดจ้า ไม่ว่าใครมองผ่านย่อมไม่อาจดึงสายตาไปที่อื่นได้อีก
ลี่ฉิงซวงตัวแข็งทื่อไม่อาจขยับและไม่อาจส่งเสียง ที่ทำได้คือมองหญิงสาวคนนั้นเดินใกล้เข้ามา
‘ซวงซวง’
เสียงนี้อีกแล้ว ...เสียงของชายคนนั้น
ที่สำคัญเขายังนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะหินนี่เอง เธอขยับตัวไม่ได้จึงได้แต่นั่งตัวแข็งทื่อมองดูหญิงสาวเดินเข้ามาด้วยท่วงท่างดงาม
‘ข้าเห็นว่าท่านพี่นั่งอยู่นานแล้ว จึงให้คนต้มน้ำแกงมาให้เจ้าค่ะ’
‘ลำบากฮูหยินแล้ว’
น้ำเสียงนั้นไม่อาจอ่อนโยนไปมากกว่านี้ได้อีก ถึงจะมองไม่เห็นสีหน้าของเขา ลี่ฉิงซวงก็เดาได้ว่าเขารักใคร่ฮูหยินของตนเองเพียงใด
‘พวกเจ้าถอยออกไปก่อน’
เขาโบกมือไล่สาวใช้ให้ถอยออกไป จากนั้นจึงยื่นมือออกไปคว้ามือของฮูหยิน
‘ท่านพี่’
ชายคนนั้นดึงร่างอรชรนั่งลงบนตัก จากนั้นก็ฉวยโอกาสที่ไม่มีใครอยู่จุมพิตริมฝีปากอิ่มเรื่อน่าหลงใหล เขาหัวเราะเสียงเบาเมื่อเห็นสองแก้มแดงปลั่ง
‘ป่านนี้แล้วยังมามัวเขินอายอะไรกัน แต่งให้ข้ามาเกือบเดือนแล้วยังไม่ชินอีกหรือ’
‘สำรวมหน่อยเจ้าค่ะ ที่นี่กลางสวนทั้งยังกลางวันแสกๆ’
‘เช่นนั้นหากฟ้ามืดข้าทำอะไรเจ้าล้วนไม่ขัดกระมัง’
เขาหัวเราะเมื่อมองเห็นใบหน้างามก้มงุดลง
ท่าทีไร้เดียงสาของหญิงสาวอีกคน ทำให้ลี่ฉิงซวงลอบถอนหายใจ ผู้หญิงคนนี้คงจะสวยจริงๆ มองจากหางตาไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูดีดูสวยไปทั้งตัว
เรือนผมดำขลับยาวจดบั้นเอว ผิวกายนวลเนียนน่าสัมผัส รูปร่างหรือก็กลมกลึงสมส่วน นับว่าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าล้วนแต่ไร้ข้อตำหนิ
จากหางตาภาพที่เห็นคือสองสามีภรรยากำลังจู๋จี๋กัน เฮ้อ...นี่มันอะไรกันเนี่ย ไม่เกรงใจผู้ชมที่กำลังเป็นโสดบ้างหรือไงนะ!
ลอบก่นด่าคนทั้งสองในใจ ทั้งที่ไม่รู้ว่านี่คือเรื่องอะไรกัน ถึงอย่างนั้นเมื่อละสายตาไปมองยังเบื้องหลังน้ำตกจำลอง ตรงนั้นยังมีผู้หญิงอีกคนที่ยืนมองอยู่
ใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นบิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธ มือทั้งสองข้างกำแน่น ดวงตาฉายแววเจ็บปวดเคียดแค้น เห็นชัดว่าภาพคู่รักนั้นทำร้ายจิตใจนางมาก
“คุณหนู”
เสียงเรียกพร้อมกับแรงเขย่าทำให้ลี่ฉิงซวงงัวเงียตื่นขึ้น เธอกะพริบตาไล่ความพร่ามัว ก่อนจะรู้ว่าตัวเองผล็อยหลับไป และภาพทุกอย่างเป็นแค่ความฝัน...ตามเนื้อตัวก็เมื่อยขบไปหมด
“คุณหนูทำไมมานอนอยู่ตรงนี้ละคะ อีกเดี๋ยวหากหาคุณหนูไม่พบ ยังคิดว่าอาจต้องโทรหาลุงหวังแล้ว”
“ทำไมถึงดูตกอกตกใจขนาดนั้นคะ ฉันก็แค่...”
“คุณหนูเราตามหาคุณหนูตั้งนาน ตรงนี้ก็มาดูแล้วแต่ไม่เห็น คุณหนูไปไหนมาคะ” หมิ่นเอ๋อร์ดวงตาแดงก่ำ ยังมีซิ่งเอ๋อร์เองก็ยืนกระวนกระวายอยู่ข้างหลังอีกคน
“ขอโทษนะคะ นั่งเล่นอยู่ดีๆ ไม่รู้ว่าหลับไปได้ยังไง” เธอจับต้นชนปลายไม่ถูก ไม่รู้ว่าฟุบหลับไปได้ยังไง ทั้งยังฝันเป็นตุเป็นตะอีกต่างหาก
“ซิ่งเอ๋อร์ไปบอกลุงกับป้าว่าเราพบตัวคุณหนูแล้วให้รีบตั้งโต๊ะ”
“ได้”
“ขอโทษด้วยนะคะ” หญิงสาวขอโทษอีกครั้งพร้อมกับลุกขึ้นและเดินกลับห้องพร้อมกับหมิ่นเอ๋อร์
สายลมหอบหนึ่งพัดผ่านพร้อมกับกลิ่นหอมสดชื่นอันคุ้นเคย ลี่ฉิงซวงหันกลับไปมองยังโต๊ะหิน ดวงตางุนงงกวาดมองไปโดยรอบ ทว่า...จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะคิดว่าแค่ฝันไป
‘ซวงซวง’
เสียงเศร้าสร้อยของชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้น เป็นเสียงทุ้มเว้าวอนราวกับรอคอยและคาดหวังให้เธอหันกลับไป ถึงอย่างนั้นลี่ฉิงซวงก็ไม่ได้หันกลับไปอีก...
“แต่ฉันก็ยังประหม่าอยู่ดี คุณแม่ของคุณใจดีมั้ยคะ”“ครับ ท่านใจดีมาก”เธอก็ยังมีสีหน้าไม่อยากเชื่ออยู่ดี “ตระกูลฟู่นี่เคยมีเรื่องผิดใจระหว่างพี่น้องมั้ยคะ อย่างเช่นธุรกิจมากมายพวกคุณแย่งกันบริหารงี้”ฟู่เสวียนหัวเราะ “คุณอ่านนิยายให้น้อยๆ หน่อยดีมั้ยครับ”เธอมองค้อนเขา เห็นรถของเขา ธุรกิจครอบครัวก็เป็นถึงเจ้าแห่งอสังหาริมทรัพย์ของซูโจว ร้านกาแฟเล็กๆ ของเธอดูกระจอกไปเลยตอนไปที่ห้องชุดของเขาซึ่งอยู่ชั้นสามสิบบ้านตระกูลฟู่...อันที่จริงเธออยากจะเรียกมันว่าคฤหาสน์สุดหรูกลางเมืองซูโจว ด้วยราคาที่ดินตอนนี้หากให้เธอลองเดา บ้านหลังนี้น่าจะมีมูลค่ามากกว่าสองร้อยล้านหยวน?!“มากันแล้ว!” น้ำเสียงดีอกดีใจทำให้หญิงสาวยิ่งประหม่า หญิงวัยกลางคนในชุดกี่เพ้าสีน้ำเงินเดินเข้ามาหาทันทีที่เดินเข้าไปในประตู อีกฝ่ายชะงักจากนั้นอ้าปากค้าง“เหมือนจริงๆ ด้วย”“แม่ครับ” ฟู่เสวียนกลอกตา“อ้อ เอ่อ...แม่หมายความว่าสวยจริงๆ ด้วย หนูแซ่ลี่ใช่มั้ยเข้ามาก่อนๆ”“เรียกซวงซวงก็ได้ค่ะ”“ดีๆ เรียกซวงซวงก็ได้ ชื่อเป็นมงคล หนูชอบกินอะไรจ้ะ ป้าเข้าครัวทำตั้งหลายอย่าง”“ผมชอบเป็ดอบ!”“ผมชอบเนื้อตุ๋น!”สองเสียงประสานดังมาจากสองท
ไม่นานกาแฟสองแก้วกับมาการองก็ถูกนำมาวาง ลี่ฉิงซวงประหม่าเล็กน้อยตอนนั่งลงข้างๆ เขา หัวใจเต้นแรงมากไม่คิดว่าเขาจะมาหาที่ร้านกาแฟเล็กๆ ของตน“ผมมีเรื่องอยากเล่าให้คุณฟัง”“ค่ะ”“ตั้งแต่จำความได้ผมเริ่มฝันถึงผู้หญิงคนหนึ่ง ...หวังซวงซวง”ลี่ฉิงซวงเผลอวางแก้วกาแฟลงกระแทกจานรอง เธอกล่าวขอโทษจากนั้นบอกให้เขาเล่าต่อ“ทุกคนในตระกูลฟู่บอกผมว่ายิ่งโตขึ้นผมก็ยิ่งหน้าตาเหมือนกับบรรพบุรุษคนหนึ่ง ตอนแรกผมไม่เชื่อจนได้เห็นรูปวาดของพวกเขา ฟู่อวี้กับหวังซวงซวง เรื่องราวของพวกเขาผมคงไม่ต้องเล่าให้คุณฟังเพราะบันทึกฟู่ฉินเล่มนั้นผมได้มอบให้คุณไปแล้ว”หญิงสาวก้มหน้าลงมองถ้วยกาแฟของตัวเอง ไม่ได้พูดขัด“ในทุกๆ สองถึงสามเดือนผมมักจะไปที่บ้านหลังนั้น” เขาหมายถึงบ้านตระกูลฟู่ที่หมู่บ้านหวงเซวียน “ตอนอยู่ที่นั่นผมรู้สึกตลอดเวลาว่าผมกำลังรอ...มันทรมานมากเลยครับ เพราะผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมกำลังรออะไร รอ...ใคร”ลี่ฉิงซวงกุมถ้วยกาแฟของตัวเองแน่น“ตอนผมได้พบคุณที่หน้าบ้าน ผมตกใจมากนึกว่าตัวเองตาฝาด แต่ตอนนั้นผมรู้สึกเหมือนการรอคอยสิ้นสุดลงแล้ว ในที่สุดคุณก็มา...ซวงซวง”เธอสะอื้นออกมาเพราะน้ำเสียงของเขาที่เรียกชื่อนั้น
“ผมเรียกคุณแบบนั้นได้ใช่มั้ยครับ”หญิงสาวจ้องเขานิ่งด้วยความสงสัย “ก็...คงได้ค่ะ”ฝนตกนานมากลี่ฉิงซวงนั่งจิบชาหอมกรุ่นและพูดคุยอยู่กับเจ้าบ้านตั้งแต่เที่ยง กระทั่งบ่ายสามโมงในที่สุดฝนก็หยุดตกคนของฟู่เสวียนเข้ามาแจ้งว่ารถเปลี่ยนยางเสร็จแล้ว หญิงสาวลุกขึ้นอยากกล่าวคำลา แม้ในใจยังรู้สึกแปลกๆ แต่นี่เป็นการพบกันครั้งแรก เธอก็ไม่ได้อยากเสียมารยาทด้วยการอยู่ต่อให้นานอีกหน่อยเธอมองไปยังหินแกะสลักนั้น“ผมพาไปดูมั้นครับ”เธออยากเดินไปดูใกล้ๆ จึงไม่ปฏิเสธ ดังนั้นจึงแทบไม่อยากเชื่อ เพราะนอกจากอักษร ‘เคหาสน์คืนใจ’ ที่มองเห็นไกลๆ แล้ว ยังมีอักษรเล็กๆ ที่แกะสลักกำกับต่อเอาไว้‘เคหาสน์ในความทรงจำนำพาผู้เป็นที่รัก หวนคืนกลับสู่ดวงใจ’“ทำไมต้องใช้อักษรสลับเล็กใหญ่ละคะ อ่านจากที่ไกลๆ ยิ่งทำให้ที่นี่รู้สึกเศร้า”“ครับผมผิดไปแล้ว”“เอ๋ คุณเป็นคน...”“ครับผมเอง ผมไม่ได้ตั้งใจ วันนั้นผมไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าทำอะไรลงไป” เขาฝันและในความฝันมันก็เต็มไปด้วยการรอคอย ความเจ็บปวด โหยหา และสิ้นหวัง รู้สึกตัวอีกทีหินก้อนนี้ก็มีอักษรแกะสลักแล้ว“รอสักครู่นะครับ ผมมีบางอยากจะมอบให้” เขามองหญิงสาวด้วยท่าทีลังเล“มอบให้?
ชายร่างสูงในชุดฉางซานเดินใกล้เข้ามา ลี่ฉิงซวงอ้าปากค้าง “ฟู่...เสวียน?!”ชายสองคนที่เพิ่งลงมาจากรถเองก็มีท่าทีตกตะลึง เขาจ้องหญิงสาวเขม็งในขณะที่ลี่ฉิงซวงเองก็ได้แต่ยืนนิ่งอยู่เช่นนั้นเธอจำไม่ผิดแน่ นี่คือฟู่เสวียน...อีกคนก็คือจิ่วลู่ คนสนิทของเขา“รถยางแบนครับคุณชาย”ทั้งสามได้สติเพราะประโยคของคนขับรถคนนั้น “คุณ...หลงทางหรือครับ บนเขานั่นไม่มีบ้านหลังอื่น เป็นทางตัน” ฟู่เสวียนยังคงจ้องใบหน้าสับสนของหญิงสาว“อ้อ...เอ่อ...ค่ะ” เธอตอบทั้งที่หัวใจเต้นแรงมาก ตอนที่เขาก้าวเข้ามาใกล้เผลอเดินถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ดังนั้นจึงหลบตาแกล้งมองไปที่ป้ายหน้าบ้านหลังใหญ่“ฝนตกหนักมา รถคุณเองก็ยางแบน เอาเป็นว่าหากไม่รังเกียจเชิญด้านในก่อนดีมั้ยครับ ฝนหยุดแล้วจะให้คนช่วยเปลี่ยนยางรถให้” เขาเสนออย่างใจดี‘ซวงซวง’ เสียงเว้าวอนเหมือนกระซิบเรียกจากด้านใน ลี่ฉิงซวงหันกลับมามองเขาด้วยรอยยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นไม่เกรงใจแล้วนะคะ”รอยยิ้มของเธอดูเหมือนจะทำให้เขาดูเหม่อลอยไปชั่วขณะ จิ่วลู่เข้ามาสะกิดเขาจึงได้สติ“ผมแซ่ฟู่ครับ ฟู่เสวียน”“ค่ะ ฉันแซ่ลี่ ลี่ฉิงซวง” ฟู่อวี้...“เชิญด้านในเถอะครับ ฝนตกอากาศเย็นดื่มชาร้อนๆ จ
“ฟู่อวี้!!!”หญิงสาวผุดลุกพรวดขึ้นนั่งด้วยความตื่นตระหนก ข้างกายมีเสียงร้อนรนของผู้เป็นพี่ชาย “เสี่ยวซวงเอ๋อร์?! รู้สึกตัวแล้ว?”“พะ...พี่” หญิงสาวกะพริบตามองเขา ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมา“ใช่พี่เอง รู้สึกยังไงบ้าง เธอยังจำได้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น ให้ตายเถอะเธอทำให้พี่ตกใจจนแทบบ้า คิดยังไงถึงไปที่นั่นทั้งยังตกน้ำตกท่าอีก”อา...พี่ชายของเธอยังอยู่ เขายังไม่ตาย!!! ลี่หวงชวนยังไม่ตาย!!เสียงประตูห้องพยาบาลถูกเปิดออก “อ้าว ฟื้นแล้วเหรอ เสี่ยวหลันหลันดูสิว่าคุณน้าฟื้นแล้ว คุณน้าไม่เป็นอะไรแล้ว”“พี่สะใภ้? เสี่ยวหลันหลัน?” พี่สะใภ้เองก็ยังอยู่ หลานสาวตัวน้อยเองก็เหมือนกัน พวกเขาไม่ได้จากไปไหน และเธอเองก็กลับมายังที่ของตัวเองแล้ว ลี่ฉิงซวง...หลังจมน้ำและหมดสติไปกว่าสองวัน ลี่ฉิงซวงรู้สึกตัวขึ้นมาบนเตียงของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หญิงสาวยังคงมีท่าทีเหม่อลอยครุ่นคิด ไม่อาจแยกแยะได้ว่าความฝันอันยาวนานนั้น เพราะอะไรถึงได้เหมือนจริงจนยากจะแยกแยะความรัก ความผูกพัน เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม ทุกอย่างเหมือนจริงมากจนเธอไม่อยากลืมเลือน ไม่อยากคิดว่ามันเป็นแค่ความฝันวันเดือนปี...แตกต่าง ปีที่พี่ชาย พี่สะใภ้ รวมไปถึงหล
“เข้ามาสิ ท่านลองก้าวเข้ามา หากกล้าข้าจะเชือดคอนางเสีย!” ฮั่วลี่หลันใช้มือหนึ่งล้วงเข้าไปในอกเสื้อ หยิบเม็ดยากลมๆ สองเม็ดออกมา บีบบังคับให้หวังซวงซวงกลืนมันเม็ดหนึ่ง ส่วนนาง...กลืนเองเสียเม็ดหนึ่ง“ท่านก็รู้ว่าข้ารักท่าน...” นางสะอื้น “ข้าไม่กล้าทำร้ายท่านด้วยซ้ำ...ดังนั้นข้าจะพานางไปเป็นเพื่อนข้า!” ฮั่วลี่หลันหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น “ให้นางตายต่อหน้าท่าน!”น้ำเริ่มซึมเข้ามาในห้องใต้ท้องเรือแล้ว ดูเหมือนนี่เป็นความตั้งใจของสตรีวิปลาสผู้นี้ที่คิดจะจมเรือไปพร้อมกับพวกเขาสามคนในอกคล้ายมีไฟขุมหนึ่งแล่นพล่าน หวังซวงซวงเจ็บร้าวไปทั้งร่าง ในกายคล้ายมีบางอย่างกำลังกัดกินจนนางหน้าซีดยาเม็ดนั้น...ยาพิษ!!!ฮั่วลี่หลันเองก็สภาพไม่ต่างจากนาง สตรีวิปลาสผู้นั้นทรุดฮวบลงไปกับพื้นเรือที่มีน้ำไหลเข้ามาถึงเข่า น้ำเข้ามาเร็วถึงเพียงนี้เพราะพวกเขาเจาะรูหมายจมเรือฟู่อวี้ปราดเข้ามาแย่งมีดสั้นจากมือฮั่วลี่หลัน มือของเขาถูกบาดเป็นทางยาวเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอม ทว่าเรี่ยวแรงของฮั่วลี่หลันที่ถูกพิษไม่มีทางสู้แรงบุรุษนางหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งเมื่อเห็นชายหนุ่มพยายามเข้าไปปลดโซ่ของหวังซวงซวง ทิ้งนางเอาไว้มุมห้อง







