Share

บทที่ 6

last update Tanggal publikasi: 2025-08-04 15:59:00

"ข้าแค่ผ่านมา เห็นว่าเห็นว่าเด็ก ๆ ต้องการความช่วยเหลือ ท่านลุกขึ้นเถอะพี่ชาย ว่าแต่พวกท่านจะไปที่ใดกัน เหตุใดจึงมาอยู่กลางหุบเขาแบบนี้"

"ตอบแม่นาง เดิมทีพวกข้าทำการค้าเล็ก ๆ อยู่ในเมืองหลวง แต่ครั้งนี้พลาดถูกญาติผู้พี่ใช้อุบายโกงเงินไปจนพวกเราหมดตัว ไม่โทษใคร โทษที่ข้าประมาทเชื่อใจคนอื่นเกินไป ท้ายที่สุดจึงทำให้ครอบครัวต้องลำบากแบบนี้ขอรับ"

สายตาของจั่วเหวินเฉิงยามที่พูดจ้องไปมองไปที่ลูกเมียและมารดาอย่างสิ้นหวัง เมิ่งซีเห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้ แต่ใจหนึ่งก็กลัวว่าจะเป็นแผนการให้พวกนางตายใจ

[ครอบครัวจั่วเป็นคนดีของรับนายหญิง อาเป่ามีระบบคัดกรองผู้คนที่นายหญิงสามารถเรียกใช้งานได้ตลอดเวลา]

เสียงใจหัวทำให้เมิ่งซีมีความมั่นใจขึ้นอีกระดับหนึ่ง

"แล้วพวกท่านจะไปที่ใดกัน?"

"บ้านเดิมของพวกเราอยู่ที่เมืองตานหลี่ขอรับ ลงจากเขาลูกนี้ไปก็ถึงแล้ว ถึงอย่างนั้นก็ยังต้องเดินเท่าอีกหลายชั่วยาม คืนนี้เราอาจจะต้องพักบนเขาลูกนี้ก่อน"

"บังเอิญมาก ข้ากับเสี่ยวซือก็จะแวะเข้าเมืองตานหลี่ไปเติมเสบียงก่อนเดินทางไปที่เมืองฉางซา ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็กินข้าวให้อิ่ม ข้าจะไปส่งพวกท่านเอง"

พอครอบครัวจั่วได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มกว้างออกมา การเดินทางของพวกเขาลำบากกว่าคนอื่นเพราะในบ้านมีทั้งคนแก่ ผู้หญิงและเด็ก จึงทำให้การเดินทางล่าช้าไปมาก

"ขอบคุณ ของคุณแม่นางมาก ในอนาคตข้ายินดีตอบแทนท่านทุกอย่าง" ผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวจั่วกล่าว

"พบเจอถือเป็นวาสนา ข้าวต้มสุกแล้ว ทุกคนค่อย ๆ กินให้อิ่ม ในหม้อยังมีอีก ถ้าไม่อิ่มก็เติมได้นะซินเอ๋อร์ ไป๋เอ๋อร์"

"ขอบคุณพี่สาวเจ้าค่ะ"

"ขอบคุณพี่สาวขอรับ บุญคุณครั้งนี้ข้าจะไม่ลืม" จั่วไป๋กล่าวก่อนจะรีบไปป้อนข้าวต้มท่านย่าของเขา

"ขอบคุณแม่นางมากที่ช่วยเหลือข้ากับครอบครัว" เสียงของจั่วจือหลินผู้เป็นภรรยากล่าวขึ้น หลังจากได้รับการช่วยเหลือจนฟื้นจากการหมดสติ

"แค่เรื่องเล็กน้อยเจ้าค่ะ พวกเรากินข้าวกันเถอะ"

หลังจากพูดคุยกันเสร็จทุกคนก็กินข้าวต้มกันอย่างเอร็ดอร่อย เด็กน้อยทั้งสองกินหมดก่อนแต่ไม่กล้าเอ่ยปากขอ เมิ่งซีหันไปเห็นพอดีจึงตักข้าวต้มให้พวกเขาเมิ่งอีกคนละถ้วย พอเห็นแบบนั้นเด็กน้อยทั้งสองก็ยิ้มอย่างมีความสุขแล้วรีบรับถ้วยข้าวต้มไปกิน

พอล้างทำความสะอาดและเก็บอุปกรณ์เสร็จ เมิ่งซีก็ให้แม่นางจั่ว แม่เฒ่าจั่วและเด็ก ๆ ขึ้นไปนั่งบนรถม้ากับนางและเสี่ยวซือ ส่วนจั่วเหวินเฉิงก็อาสาบังคับรถม้าลงจากเขา

ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วยาม รถม้าของพวกเขาก็เคลื่อนตัวเข้าเมืองตานหลี่ก่อนเวลาพลบค่ำ รถม้าเคลื่อนมาจอดที่หน้าบ้านเดิมสกุลจั่วซึ่งไม่ได้หลังใหญ่มาก หลังจากทุกคนลงจากรถแล้วเมิ่งซีจึงมอบของให้คนบ้านจั่วอีกเล็กน้อย

"ฮูหยินจั่ว ยานี่เป็นยาช่วยฟื้นฟูร่างกาย ตอนนี้ท่านกับฮูหยินผู้เฒ่าควรกินคนละ 1 เม็ด ส่วนที่เหลืออีก 5 เม็ดเก็บไว้ใช้ในยามจำเป็น ส่วนพวกนี้เป็นเสบียงที่ข้าพอจะช่วยพวกท่านได้ กับเงินอีกเล็กน้อย ขอให้ท่านเก็บไว้เพื่อใช้เป็นทุน"

เมิ่งซียื่นห่อยาพร้อมกับเสบียงข้าวสารอาหารแห้งและเงินอีก 10 ตำลึงเงินเพื่อช่วยเหลือคนสกุลจั่ว ทำเอาพวกเขาถึงกับน้ำตาซึมเพราะไม่คิดว่าคนนอกจะยอมช่วยเหลือในยามลำบาก ต่างจากคนในครอบครัวที่ทำให้พวกเขาลำบากจนต้องมาอยู่จุดนี้

"ขอบคุณแม่นาง การช่วยเหลือครั้งนี้ข้าจะไม่ปฏิเสธ ขอถามแม่นางชื่อแซ่อะไร วันข้างหน้าหากครอบครัวเรารอดพ้นวิกฤติไปได้ ข้าและสามีต้องตอบแทนแม่นางแน่นอน" ฮูหยินจั่วกล่าวอย่างนอบน้อม

"ข้าแซ่ฉิน นามว่าเมิ่งซี กำลังมุ่งหน้าไปฉางซาบ้านเกิดของมารดาข้า หากมีวาสนา คงได้พบกันอีก"

พูดจบเมิ่งซีก็ส่งสัญญาณให้เสี่ยวซือออกรถม้าทันที โดยมีครอบครัวจั่วที่ยืนส่งจนรถม้าเคลื่นตัวพ้นตรอกเล็ก ๆ ไป

[ขอแสดงความยินดีกับนายหญิง ผลของการช่วยเหลือผู้อื่น ทำให้ท่านผ่าเกณฑ์ยกระดับในร้านเถาเป่าเป็นระดับ.2 นี่คือสิ่งที่นายหญิงสามารถซื้อในระบบได้ และเหรียญรางวัลที่จะได้รับ]

🔥 ระดับ.2 — ผู้ให้มือแรก

เงื่อนไขปลดล็อก: ช่วยคนครั้งแรก / แบ่งปันอาหาร

ร้านค้าเถาเป่า: ปลดล็อกเครื่องปรุง ภาชนะ เมล็ดพันธุ์

หมวดของใช้: หม้อดิน หม้อทองเหลือง เตาถ่าน ตะกร้า จาน ชาม ช้อน ตะเกียบ

หมวดอาหาร: เต้าเจี้ยว ซอสเปรี้ยว น้ำส้มสายชู ซีอิ๊วขาว น้ำตาล

หมวดยา: ชุดปฐมพยาบาล ยาแก้ปวด

หมวดอาวุธ/เทคโนโลยี: สนับเท้า(รองเท้า) กระโดดสูง ถีบแรง

เหรียญรางวัล: 200 เหรียญเงิน

"แม่เจ้า! แค่ช่วยคนก็ยกระดับร้านค้าได้แล้วเหรอ? แถมยังมีของดี ๆ อีกเพียง ได้เงินรางวัลอีกด้วย นี่มันดีเกินไปแล้ว แบบนี้ชีวิตใหม่ของข้าก็ไม่นับว่าเสียเปล่าแล้ว"

เมิ่งซีเอ่ยในใจขณะที่สายตาก็ไล่อ่านจอสีฟ้าเบื้องหน้าไปด้วย

[ก่อนหน้านี้นายหญิงใช้เหรียญในการซื้อยาฟื้นฟูร่างกายให้ครอบครัวสกุลจั่วไป 70 เหรียญทองแดง และได้รับ 200 เหรียญเงินรางวัลจากระบบ ตอนนี้เหรียญในระบบเหลือ 619 เหรียญทอง 9 เหรียญเงิน 920 เหรียญทองแดง]

"ขอบคุณมากอาเป่า"

"เราจะพักที่ไหนดีเจ้าคะนายหญิง?" เสี่ยวซือเอ่ยถามหลังจากบังคับรถม้าออกมาได้สักพักหนึ่งแล้ว

"โรงเตี๊ยมข้างหน้าดีหรือไม่ ผู้คนดูคึกคักไม่น้อย ไว้พรุ่งนี้เราค่อยออกไปซื้อเสบียงกัน"

รถม้าของเมิ่งซีเคลื่อนไปจอดที่หน้าโรงเตี๊ยมใหญ่ใจกลางเมืองตานหลี่ คืนนี้พวกนางตัดสินใจพักผ่อนและให้เสี่ยวเอ้อให้อาหารม้าอย่างดี พรุ่งนี้พวกนางจึงจะออกไปเตรียมเสบียง เพราะหลังจากออกจากเมืองตานหลี่ไปจะไม่มีเมืองไหนให้พักอีก กระทั่งถึงฉางซา

เสียงลมหายใจของค่ำคืนค่อย ๆ แผ่วเบาลง ขณะแสงจันทร์เจือหม่นเลือนรางอยู่หลังม่านเมฆ เมิ่งซีนอนซุกอยู่ใต้ผ้านวมผืนบาง ร่างน้อยขดตัวพลางส่งเสียงครางเบาในลำคอ...ไม่ใช่เพราะหนาว หากเพราะภาพในฝันที่กำลังเผาใจนางอย่างรุนแรง

ในฝันนั้น นางอยู่ในห้องนอนที่ไม่คุ้นเคย เตียงไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรตั้งเด่นอยู่กลางห้อง มีเพียงโคมไฟน้ำมันที่ให้แสงสลัวนวลคล้ายเปลวเทียน สาดเงาไหวระริกบนม่านแพรแดงที่พลิ้วไหวตามแรงลม

เงาร่างหนึ่งโน้มเข้าหาร่างกำยำของบุรุษผู้มีนัยน์ตาดำสนิทดั่งรัตติกาล เส้นผมสีเข้มปล่อยยาวระต้นคอ เสียงลมหายใจหนักแน่นของเขาแทรกผ่านอากาศร้อนผ่าว

"เจ้าฝันถึงข้าอีกแล้วหรือ...สตรีใจง่าย"

เสียงแหบพร่าดังอยู่ชิดหู กลิ่นกายเขาร้อนจัดจนชวนหลอมละลาย ริมฝีปากของเขาประทับลงที่ซอกคอแล้วเลื่อนต่ำไปตามลาดไหล่ ลิ้นอุ่นไล้โลมดุจงูเลื้อย ฝ่ามือร้อนผ่าวก็ลูบไล้แผ่นหลังเปลือยเปล่าของนางอย่างไม่ให้ตั้งตัว

"อื้อ... ท่านอ๋อง..."

เสียงครางหลุดรอดจากลำคอในฝัน ดวงตาของเมิ่งซีในความฝันเต็มไปด้วยไอพิศวาส ร่างของเขากดทาบร่างของนางบนฟูกหนานุ่ม มือเรียวยึดขอบเตียงไว้แน่นเมื่อสะโพกเขาเคลื่อนเข้าออกในจังหวะรุนแรงแต่อ่อนโยน ลมหายใจของทั้งสองพันกันแน่นราวเสียงเพลงเร้าใจที่เล่นวนไม่รู้จบ

เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังเป็นจังหวะมั่นคง แผ่วแล้วแรงขึ้น ราวกับโหมกระหน่ำพายุฝนฤดูร้อน ใต้ท่วงท่าพัวพันของกลีบดอกไม้และเพลิงไฟ

นางแอ่นร่างแน่งน้อยในเงาม่านสั่นระริก แผ่นหลังโค้งงออย่างไม่อาจต้านทานแรงปรารถนา ริมฝีปากของเขายังครอบครองทุกจังหวะหายใจ ปลายนิ้วของเขาคลึงเคล้นความปรารถนาในกายนางจนแทบระเบิด

และในวินาทีนั้นที่นางกำลังจะปลดปล่อยเสียงหวีดร้องสุดท้าย…

"นายหญิง! นายหญิงเจ้าคะ! รีบตื่นเถิด!"

เสียงของเสี่ยวซือดังฝ่าความมืดราวสายฟ้า เมิ่งซีสะดุ้งตื่นขึ้น ดวงตาเบิกกว้าง หอบหายใจแรงจนอกกระเพื่อม เสื้อผ้าแนบลำตัวด้วยเหงื่อที่ชื้นเปียก มือบางยกขึ้นกุมไว้ที่อก

"ขะ...ข้า..."

นางมองไปรอบห้อง ม่านไม้เก่า เสียงไก่ขันยามรุ่งสาง และเงาเล็กของเสี่ยวซือที่ยืนอยู่ปลายเตียงพร้อมผ้าห่มในมือ

"นายหญิงเจ้าคะ! ฟ้าสางแล้ว เราต้องออกเดินทางต่อเจ้าค่ะ!"

เมิ่งซีเม้มริมฝีปากแน่น ใบหน้าแดงก่ำจนน่าเอ็นดู ดวงตาหรี่ลงอย่างขัดเขินปนขัดใจ

...ฝันบ้าอะไรกันนั่นเล่า...

นางก่นด่าตนเองในใจ ขณะเหลือบมองมือเรียวที่ยังสั่นน้อย ๆ ใต้ผ้าห่ม ราวกับไออุ่นจากฝันนั้นยังไม่จางไปจากปลายนิ้ว

ใจหนึ่งก็อยากฝันต่อให้จบ ถึงคนในฝันจะเย็นชา แต่ร่างกำยำนั้นช่างน่าหลงใหลไม่น้อย....

"เจ้าลงไปดูว่าเสี่ยวเอ้อให้อาหารม้าเรียบร้อยรึยัง เราต้องเตรียมน้ำดื่มให้พร้อมนะ ข้าขอเวลาอาบน้ำสักหน่อยแล้วจะรีบตามลงไป"

"เจ้าค่ะนายหญิง"

หลังจากเสี่ยวซือเดินออกไป เมิ่งซีก็รีบอาบน้ำแต่งตัวอย่างรวดเร็ว ตบท้ายด้วยการหยิบถุงหอมมาเหน็บไว้ที่เอวตามความเคยชิน ก่อนจะรีบเดินลงไปสมทบกับเสี่ยวซือข้างล่าง

"เรียบร้อยดีหรือไม่เสี่ยวซือ?"

เมิ่งซีเดินลงมาจากห้องพักก็พบว่าเสี่ยวซือเตรียมรถม้ามารอรับนางอยู่หน้าโรงเตี๊ยมแล้ว

"ให้อาหารม้าเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ บ่าวยังสั่งให้ห้องครัวทำไก่ย่างแล้วก็ข้าวเตรียมไว้ให้นายหญิงแล้ว"

"ขอบใจมาก งั้นเราออกเดินทางกันเถอะ เข้าไปในตลาดเจอข้าว เจอของแห้งก็ซื้อเพิ่มอีกสักหน่อย"

ครั้งนี้พวกเขาต้องเตรียมตัวให้พร้อม เพราะเมื่อคืนเมิ่งซีได้ถามเสี่ยวเอ้อถึงการเดินทางไปยังเมืองฉางซา ถึงได้รู้ว่าหลังจากออกจากเมืองตานหลี่ไป พวกเขาอาจจะไม่มีหมู่บ้านหรือตำบลไหนให้ขอพักอาศัยได้ เพราะแต่ละที่อยู่ห่างจากเส้นทางหลักไปหลายลี้

ตลาดเมืองตานหลี่ยามสายอบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศ หอมปนเผ็ดจากเครื่องเทศริมทาง และกลิ่นขนมโบราณที่เพิ่งยกออกจากเตาอบดินแดง ควันบาง ๆ ลอยเอื่อยขึ้นฟ้าเคล้ากับเสียงเรียกลูกค้าอย่างคล่องปาก

เมิ่งซีเดินช้า ๆ ผ่านแผงผักผลไม้ นางสวมเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีฟ้าอ่อน แขนยกขึ้นบังแดดยามสาย สายตากวาดมองร้านรวงสองข้างทางอย่างมุ่งมั่น ข้างหลังมีเสี่ยวซือยืนคอยอยู่ใกล้ ๆ รถม้า ที่จอดอยู่แถวร้านซาลาเปา

"ข้าวสารขอรับ ร้านเรามีข้าวสารใหม่ ๆ คุณภาพดีราคาถูก!"

คนขายวัยกลางคนยิ้มแฉ่ง โบกไม้พัดไผ่พลางชี้ไปยังกระสอบผ้าเตี้ย ๆ ข้างตัว เมิ่งซีหยุดเท้า โน้มกายตรวจดูเมล็ดข้าว สีขาวสะอาด ไม่ผสมเปลือก ไม่มีกลิ่นอับ

"จินละเท่าไรพ่อค้า"

"10 เหวินเท่านั้นขอรับ ไม่โกงแน่นอน!"

"ข้าเอา 20 จิน นี่เงินค่าของ เสร็จแล้วให้เอาไปส่งที่รถม้าคันนั้นนะ ข้ายังต้องไปซื้อของอีก"

"ได้ขอรับ เชิญนายท่านเดินดูของได้ตามสบาย ข้าจะรีบเอาข้าวไปส่งตอนนี้เลย"

จ่ายเงินเสร็จเมิ่งซีก็เดินไปข้างหน้าต่อ ไม่ไกลนักมีร้านเนื้อแห้ง เนื้อรมควัน เป็ดรมควันและอย่างอื่นให้เลือกอีกหลายอย่าง

"นายท่าน เชิญเข้ามาดูเนื้อแห้งในร้านเราก่อนขอรับ เนื้อคุณภาพดี เก็บรักษาได้นาน มีหลายอย่างให้เลือกขอรับ"

"หมูแผ่นจินละเท่าไหร่?"

" 60 เหวินขอรับ นายท่านจะรับกี่จินดี วันนี้รมควันใหม่ ๆ หอมมาก!"

"เอา 4 จิน แล้วหมูแดดเดียวกับเนื้อรมควันล่ะ"

"หมูแดดเดียวกับเนื้อรมควันจินละ 50 เหวินเท่ากันขอรับ ส่วนเป็ดรมควันทางด้านนั้นตัวละ 80 เหวินขอรับ"

"ข้าเอาอย่างละ 4 จิน เป็ด 2 ตัว คิดเงินเลยนะเถ้าแก่"

"ขอรับ ทั้งหมด 800 เหวินขอรับ"

เมิ่งซีไม่ต่อราคานางยิ้มแล้วจ่ายเงิน พร้อมกับรับสิ่งของมาใส่ตะกร้าแล้วเดินไปร้านอื่นต่อ

ครู่ต่อมา นางแวะร้านขนมพื้นบ้านซึ่งมีเด็ก ๆ รายล้อม มีขนมหลายอย่างให้เลือก และยังมีผลไม้เชื่อมและผลไม้อบแห้งอีกด้วย

"ขอผลไม้อบแห้งหนึ่งห่อ ผลไม้เชื่อมหนึ่ง แล้วก็ขนมสามอย่างนั้นรวมเป็นชุดเลย 2 ชุด"

"รอสักครู่นะเจ้าคะนายท่าน ข้าจะรีบห่อให้ตอนนี้เลยเจ้าค่ะ"

แม่ค้าสาววัยกลางคนยิ้มแฉ่ง แล้วรีบหยิบจับห่อของอย่างคล่องมือ

"ผลไม้อบแห้ง 25 เหวิน ผลไม้เชื่อม 20 เหวิน ขนม 2 ชุด 50 เหวิน รวมเป็น95 เหวินเจ้าค่ะนายท่าน"

เมิ่งซียื่นเงิน 100 เหวินให้แม่ค้า พร้อมกับบอกว่าไม่ต้องทอน พอได้ยินแบบนั้นคนฟังก็ยิ้มหน้าบาน เพราะสินค้าในร้านของนางถือเป็นของฟุ่มเฟือย มีเพียงบ้านคนมีเงินเท่านั้นที่จะซื้อกิน เช้านี้นางได้เปิดการขายประเดิมร้านด้วยยอดขายดี ๆ เช่นนี้ย่อมเป็นเรื่องน่าปลื้มใจ

นอกจากนั้นนางยังไปตระเวนซื้ออาหารม้าอีกหลายอย่าง ตามสูตรเสริมกำลังม้าที่เสี่ยวเอ้อของโรงเตี๊ยมให้มา เมื่อกลับมาถึงรถม้า เสี่ยวซือก็รีบวิ่งมารับตะกร้าจากมือของผู้เป็นนาย

"นายหญิง! ท่านรีบขึ้นไปพักบนรถม้าเถอะเจ้าค่ะ บ่าวเตรียมอาหารและน้ำไว้ให้ท่านแล้ว"

"ขอบใจเจ้ามาเสี่ยวซือ งั้นเราออกเดินทางกันเถอะ"

จากนั้นม้าทั้งสองตัวก็พาผู้เป็นนายเคลื่อนตัวออกจากเมืองตานหลี่ มุ่งหน้าตามทางไปยังทิศตะวันออกเมื่อไปยังเมืองฉางซาที่หมายของพวกเขา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เคียงพยัคฆ์บุพเพรักข้ามภพ   บทที่ 262

    หลี่เหมยมองหน้าเซียวติ้งเซิงแล้วยิ้ม นางพยักหน้ารับอย่างไม่ลังเลอีกต่อไป ในที่สุด ความสุขที่เธอโหยหาก็กลับคืนมาอีกครั้ง...***********ค่ำคืนแห่งเทศกาลโคมไฟถูกประดับไปด้วยแสงสีทองและแดงสด เสียงพลุไฟดังก้องสะท้อนอยู่รอบลานกว้างหน้าเรือน เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ผสมผสานกับกลิ่นอาหารที่อบอวลจากหม้อไฟขนาดใ

  • เคียงพยัคฆ์บุพเพรักข้ามภพ   บทที่ 261

    การสูญเสียที่ไม่อาจยอมรับได้ทำให้หลี่เหมยเลือกที่จะจบชีวิตตัวเองลงด้วยอาการตรอมใจ แต่ในห้วงเวลาสุดท้ายของการจากไป จิตใจของเธอกลับสงบและเต็มไปด้วยความรักที่บริสุทธิ์ การยอมสละทุกสิ่งในชีวิตเพื่อช่วยเหลือเด็กกำพร้า ทำให้เธอได้สร้างบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ ที่ได้กลายเป็นสะพานเชื่อมให้เธอกลับไปสู่จุดจุดเดิมท

  • เคียงพยัคฆ์บุพเพรักข้ามภพ   บทที่ 260

    "อาหยวน! อาจื้อ อาหนิง มานั่งกินข้าวกันเร็ว!"แต่สิ่งที่ตอบกลับมานั้นมีเพียงเสียงสะท้อนแว่ว ๆ ของตนเองในความว่างเปล่า...รอบกายของนางไม่มีใครอีกแล้ว ไม่มีรอยยิ้มสดใสของลูก ๆ ไม่มีเสียงหัวเราะคิกคักของหลาน ๆ ที่วิ่งเล่นซุกซนอยู่ในบ้าน หัวใจของหลี่เหมยบีบรัดแน่นด้วยความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง

  • เคียงพยัคฆ์บุพเพรักข้ามภพ   บทที่ 259

    เสียงเครื่องวัดชีพจรในห้องคนป่วยดัง "ติ๊ด…ติ๊ด…ติ๊ด…" เนิ่นนานกว่าหนึ่งปีเต็ม ที่ร่างของหลี่เหมยนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงในโรงพยาบาลแห่งนี้ สีหน้าของเธอนั้นสงบราวกับคนที่หลับใหลไปในห้วงนิทราอันยาวนานข้างกายของหลี่เหมย มีเพียงป้าหลัว หญิงวัยกลางคนที่จงรักภักดี คอยดูแลเธออย่างใกล้ชิดไม่เคยห่างกาย ถึงจะมี

  • เคียงพยัคฆ์บุพเพรักข้ามภพ   บทที่ 258

    เขานั่งนิ่ง ร่างสูงใหญ่สั่นเทา ดวงตาที่เคยเด็ดเดี่ยวกลับพร่ามัวไปด้วยน้ำตา ทุกคนจึงได้ตระหนักในชั่วขณะนั้นว่า... หลี่เหมยมีความสำคัญต่อเขามากเพียงใด บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยเสียงสะอื้นขาดห้วง อากาศหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออกทว่าในท่ามกลางความเศร้าโศกนั้น เสี่ยวม่ายที่พยายามควบคุมน้ำตา เดินไปยังโต๊ะกลา

  • เคียงพยัคฆ์บุพเพรักข้ามภพ   บทที่ 257

    เสียงสะอื้นแผ่วเบาของเด็ก ๆ ทั้งสามดังลอดออกมาจากเรือนนอนที่เงียบสงัด ราวกับสายลมเศร้าที่กำลังร่ำร้องปลุกปลอบวิญญาณของผู้เป็นย่าให้ตื่นขึ้นมา ทว่า...ความเงียบวังเวงกลับเป็นสิ่งเดียวที่โอบล้อมอยู่เซียวติ้งเซิงก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าหนักอึ้ง ใจที่เคยแข็งแกร่งยิ่งกว่าหินผากำลังแหลกสลายอย่างไม่อาจต้าน ดวง

  • เคียงพยัคฆ์บุพเพรักข้ามภพ   บทที่ 214

    ทุกคนยืนแน่นิ่งไม่คิดว่ามารดาจะซื้อของเยอะขนาดนี้"ยังยืนนิ่งอยู่อีก เร็วเข้า""ขะ...ขอรับ / ขอรับ / ขอรับ / เจ้าค่ะ""อาหยวน อาจื้อ อยู่กับพ่อของพวกเจ้าก่อน ย่าสั่งของไว้ต้องออกไปรับของ""ขอรับท่านย่า / ขอรับต้านย่า"ระหว่างที่ทุกคนกำลังวุ่นอยู่กับการเลือกเสื้อผ้า หลี่เหมยก็แอบไปที่รถเข็นแล้วนำข้าว

  • เคียงพยัคฆ์บุพเพรักข้ามภพ   บทที่ 205

    ตกเย็น กลิ่นหอมฟุ้งของอาหารลอยออกมาจากครัว เสียงฉ่าของน้ำมันในกระทะและกลิ่นหอมของเครื่องเทศ ทำให้ทุกคนในบ้านอดกลืนน้ำลายไม่ได้มื้อนี้หลี่เหมยทำปลาทอดรสเปรี้ยวหวาน ที่เนื้อปลากรอบนอกนุ่มใน คลุกเคล้ากับน้ำปรุงรสฉ่ำ ๆ ที่มีรสชาติกลมกล่อมลงตัว ตามด้วยรากบัวตุ๋นซี่โครงหมูอ่อน ที่น้ำซุปหอมหวานละมุนลิ้น ซ

  • เคียงพยัคฆ์บุพเพรักข้ามภพ   บทที่ 203

    หลี่เหมยพึมพำกับตัวเองขณะที่รถเข็นเคลื่อนไปบนถนนที่เต็มไปด้วยฝุ่นผง นางหลับตาลงนึกถึงสิ่งที่ได้จดบันทึกไว้ในมิติ ครู่เดียวในรายรับรายจ่ายก็ปรากฏในมือนาง"เริ่มแรก…ข้ามี 5 ตำลึง""ต่อมา..."ขายงูครั้งแรก ได้ 26 ตำลึง 400 อีแปะขายของให้จวนเจ้าเมือง ได้ 25 ตำลึง 500 อีแปะรางวัลจากฮูหยินเจ้าเมือง ได้

  • เคียงพยัคฆ์บุพเพรักข้ามภพ   บทที่ 202

    หลังจากเดินออกมาจากจวนสกุลเซียว หลี่เหมยก็ไม่รีบร้อนที่จะไปเอารถเข็นที่ร้านขายยา นางเดินไปตามถนนในเมืองพลางมองหาเกวียนรับจ้างที่นางเคยจ้างในคราวก่อน"ท่านลุง! ข้ามีเรื่องอยากให้ท่านช่วย" หลี่เหมยร้องเรียกเจ้าของเกวียนวัวที่กำลังจอดพักอยู่ข้างทาง "แม่นางหลี่นี่เอง มีอะไรให้ข้าช่วยหรือ" เจ้าของเกวีย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status