Partager

ตอนที่ 6 วางแผน

last update Date de publication: 2026-07-19 13:00:41

ในแชทกลุ่มข้อความเด้งรัวขึ้น

ภานุวัฒน์: อีเซี้ย กูนึกว่าจะมีแขกต่อยกับเจ้าของงานซะแล้ว

ธนาธร: ไหนๆๆ อาการมันเป็นยังไง มึงเล่ามาดิ๊

ภานุวัฒน์: ตอนคิมหันต์ขึ้นไปบนเวทียืนข้างคุณเมย์นะ มันจ้องเขาไม่วางตาเลย เหมือนจะบอกว่าผู้หญิงคนนี้ของกู

ธนาธร: โห แล้วแขกคนอื่นไม่รู้สึกเหรอวะ

ภานุวัฒน์: ไม่ ทุกคนมัวแต่จ้องเวทีอยู่ ไม่มีใครสนใจหรอก

ธนาธร: เสียดายฉิบ กูไม่น่าติดเคสด่วนเลย กูอยากเห็นหน้ามันตอนนั้น มึงน่าจะถ่ายรูปมาให้กูดูหน่อย

ภานุวัฒน์: ไม่ทัน มันเร็วมาก แป๊บเดียวจริงๆ

ธนาธร: แล้วไอ้ตัวต้นเรื่องล่ะ เราเม้าท์กันขนาดนี้ มันยังเงียบอยู่ได้

ภานุวัฒน์: แต่ขึ้นผู้อ่านครบนะ แสดงว่ามันอ่านแล้ว

ธนาธร: มันสุ่มเหรอวะ 555 เรียกมันเลย

ธนาธร: กันต์

ภานุวัฒน์: กันต์

หน้าจอสว่างวาบเมื่อชื่อของเขาถูกเรียกซ้ำไปมา ทำให้กันต์กวีจำเป็นจะต้องตอบคำถามเพื่อนสนิททั้งสองคน

กันต์กวี: พวกมึงเรียกอะไรกันนักหนา กูแค่ขี้เกียจคุย

ธนาธร: แล้วมึงจะเอายังไงวะ ถ้ามึงไม่รีบกูว่าคนอื่นตัดหน้ามึงแน่

ภานุวัฒน์: เออว่ะ โปรไฟล์ดีขนาดนั้น ใครเห็นก็ต้องสนใจทั้งนั้นแหละ

ธนาธร: คู่แข่งตัวจริงมึงโผล่แล้วนะ รีบทำอะไรสักอย่างเหอะ จะให้ช่วยอะไรก็บอก

ภานุวัฒน์: ใช่ พวกกูพร้อมซัพพอร์ตเต็มที่

กันต์กวีส่งสติกเกอร์ “รับทราบ” แล้วโยนโทรศัพท์ลงข้างหมอน เขานอนเหยียดตัว สายตาจ้องเพดานสีขาวนิ่ง แต่ขากรรไกรขบแน่นจนเส้นเอ็นขึ้น ภาพรอยยิ้มของเมธาวีบนเวทีวนเวียนในหัวไม่ยอมจาง เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกฝ่ามือ ก่อนเปล่งเสียงต่ำจากลำคอ “กูไม่กลัวคู่แข่ง เพราะเขาเป็นของกู” เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง

ธนาธร: มึงจะหลับเฉยๆ ไม่ได้นะเว้ย ลุย

กันต์กวีลืมตาขึ้นอีกครั้ง แสงจากหน้าจอสะท้อนแววตาแน่วแน่ เขาเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาใหม่ คราวนี้ไม่ใช่เพื่อเลื่อนดู แต่เพื่อ “เริ่มลงมือ”

ในห้องนอนคอนโดหรูใจกลางกรุง ภาพงานเลี้ยงเมื่อกลางวันยังติดตา โดยเฉพาะสายตาของคิมหันต์ แววตาที่บ่งบอกว่าเขาต้องการอะไร เธอกอดหมอนแน่นโดยไม่รู้ตัว ภาพของคนคนหนึ่งยังคงชัดเจนในหัวจนไม่ยอมจางหาย เธอสูดลมหายใจลึก ก่อนคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา กดโทรหาคนที่ไว้ใจที่สุด

 “พี่เอก พรุ่งนี้เมย์ขอปรึกษาเรื่องคุณคิมหันต์หน่อยได้ไหม” เอกภพที่กำลังนอนสะดุ้งตื่นเสียงง่วงๆ อยู่ปลายสาย “โอเค พรุ่งนี้เช้าเก้าโมงมาห้องพี่ก็แล้วกัน ตอนนี้ดึกมากแล้ว นอนได้แล้วน้อง”

เช้าวันรุ่งขึ้น ห้องนั่งเล่นในคอนโดของเอกภพ อบอุ่นด้วยแสงแดดยามเช้าที่ส่องผ่านหน้าต่าง เอกภพนั่งจิบกาแฟบนโซฟา ขณะที่จิรายุยืนหน้าต่าง ถือแท็บเล็ตที่แสดงตารางงานหนาแน่น เมธาวีนั่งขัดสมาธิ มองทั้งสองด้วยแววตาครุ่นคิด

เธอสูดลมหายใจลึก “พี่เอก พี่ยุ เมย์อยากปรึกษาเรื่องคุณคิมหันต์ เมย์ตั้งใจจะนัดเขาไปทานข้าว แล้วพูดให้ชัดเจนว่าเราไม่มีอะไรเกินกว่าคำว่าเพื่อน”

จิรายุวางแท็บเล็ตลง มองเมธาวีด้วยแววตาจริงจัง “คิดดีแล้วใช่ไหม เขาดูจริงจังนะ โปรไฟล์ก็ดีมาก”

“เมย์รู้ค่ะ แต่เมย์ไม่อยากให้ใครต้องอยู่ในวังวนของความรู้สึกที่ไม่ชัดเจน เมย์ยังไม่เคยลืมเขา” เสียงของเธอแผ่วลงเล็กน้อย

          เอกภพพยักหน้าโอบไหล่น้องสาวไว้เงียบ ๆ “โอเค พี่เข้าใจ เดี๋ยวพี่เตรียมแถลงข่าวปฏิเสธข่าวลือไว้ รอเมย์คุยกับเขาเสร็จก่อน”

จิรายุยิ้มบาง ๆ “แต่เมย์ต้องระวังตัวหน่อยนะ เพราะพี่กับเอกต้องบินไปเกาหลี 7 วัน ไปเจรจาขายลิขสิทธิ์ให้แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง ถ้าดีลนี้สำเร็จ ซีรีส์เราจะไปไกลถึงระดับโลก”

เมธาวีพยักหน้า “เมย์จัดการที่นี่ได้ค่ะ พี่สองคนไปโฟกัสที่งานใหญ่เลย เมย์จะอัปเดตทุกอย่างผ่านแชทกลุ่ม” เอกภพยิ้ม “ดี น้องสาวพี่เก่งอยู่แล้ว แต่ถ้ามีอะไรฉุกเฉิน โทรหาพี่ทันที ไม่งั้นพี่จะบินกลับมาดึงหู” เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นในห้อง ก่อนที่เมธาวีจะลุกขึ้นขอตัวกลับ

หลังกลับถึงห้องเธอกดโทรออกหาคนที่หลายคนจับตามองความสัมพันธ์ “คุณคิมคะ เมย์อยากนัดคุณไปทานข้าว มีเรื่องอยากคุยค่ะ” ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะมีเสียงตอบกลับมาในที่สุด น้ำเสียงยังคงเรียบ สุภาพตามแบบฉบับของเขา แต่ในความนิ่งนั้น กลับแฝงแววแปลกใจบางอย่างที่แทรกออกมาเล็กน้อย “ได้สิครับ บอกวันกับร้านมาได้เลย เดี๋ยวผมให้เลขาจองให้”

เมธาวีหลุบตาลงเล็กน้อย ปลายนิ้วเคาะโต๊ะช้าๆ ขณะเอ่ยตอบกลับ “ขอเป็นอีก 3 วันนะคะ เมย์สะดวกตอนนั้น” เธอพูดเสียงนุ่ม พยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติ ทั้งที่ในใจยังคงปั่นป่วนกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

          ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ “ผมคงเป็นผู้ชายคนแรกที่คุณโทรมาชวนกินข้าวเลยนะเนี่ย ดีครับ ผมจะรอ”

วันนัด ร้านอาหารส่วนตัว

รถสองคันจอดแทบจะพร้อมกัน คิมหันต์ยื่นช่อดอกไม้สีอ่อนให้ “แค่ขอบคุณที่ให้โอกาสคุยกันครับ”  เมธาวีรับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ “ขอบคุณค่ะ”

ทั้งคู่เดินเข้าห้องส่วนตัวที่จองไว้ เธอสูดลมหายใจลึก “คุณคิม เมย์ขอโทษที่ทำให้เข้าใจผิด เราเป็นได้แค่เพื่อนกันนะคะ”

คิมหันต์นิ่งแค่เสี้ยววินาที ก่อนยิ้มมุมปาก “ผมเดาได้อยู่แล้วครับ”  เขาหยิบแก้วไวน์ขึ้นจิบช้า ๆ “แต่ก็อยากลองสักครั้ง”

เมธาวีหลบตา “เมย์ไม่อยากให้ความหวังใคร เพราะใจเมย์มันยังไม่ว่าง”

เขาหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ “อกหักตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มสินะครับ” วางแก้วลง ดวงตายังคงนุ่มนวล “แค่เพื่อนก็ดีแล้ว อย่างน้อยผมยังได้อยู่ใกล้ ๆ คุณเมย์”

เธอยิ้มกว้าง “ขอบคุณที่เข้าใจนะคะ”

“ไม่เป็นไรครับ” เขายกแก้วขึ้นชนกับแก้วเธอเบา ๆ “ขอให้คุณเจอคนที่คู่ควร และถ้าวันไหนต้องการอะไร เพื่อนคนนี้พร้อมเสมอ” เธอพยักหน้าด้วยความโล่งใจ

ห่างออกไปไม่ไกล กันต์กวีนั่งอยู่ในมุมมืดของร้าน มือบีบแก้วแน่นจนเส้นเลือดปูด ดวงตาแดงก่ำจ้องสองคนที่เข้าไปในห้องส่วนตัวตาไม่กะพริบ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดเบอร์ที่คุ้นเคย เสียงต่ำกร้าวดังออกจากลำคอ  “พี่ ผมขอให้ช่วยหน่อย”

กลางดึก คอนโดเมธาวี

          หญิงสาวก้าวออกจากห้องน้ำ ผ้าขนหนูผืนบางคลุมผมเปียกชื้นไว้ กลิ่นสบู่อ่อนๆ คลุ้งอยู่ในอากาศ เธอหยิบโทรศัพท์จากโต๊ะหัวเตียงขึ้นมาเช็กคิวงานวันพรุ่งนี้ ก้าวเท้าไปนั่งหน้ากระจกโต๊ะเครื่องแป้ง เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น "พี่ภัสสร"

เธอชะงัก หันไปมองหน้าจอทันที ชื่อของผู้ช่วยพี่ชายปรากฏเด่นชัดบนหน้าจอในเวลาที่ไม่ควรมีใครโทรมา เมธาวีขมวดคิ้ว กดรับสายโทรศัพท์ “ขอโทษที่โทรดึกนะคะคุณเมย์ พอดีติดต่อคุณเอกไม่ติดเลย” “มีอะไรหรือเปล่าคะพี่ภัส” น้ำเสียงเธอยังคงนุ่ม แต่แฝงความระแวงเล็กน้อย เพราะการโทรดึกแบบนี้นี้มักไม่ใช่เรื่องดีนัก ปลายสายระงับเสียงที่กำลังตื่นตระหนก “คิวงานของภูบดินทร์กับวินภัทรโดนยกเลิกทั้งหมดค่ะ รวมถึงงานพรุ่งนี้บ่ายก็ถูกยกเลิกไปแล้ว” คำตอบนั้นทำให้เธอผุดลุกขึ้นยืนในทันที แววตาที่เคยอ่อนล้ากลับมีความตื่นตัวขึ้นมาอย่างชัดเจน “ได้แจ้งสองคนนั้นหรือยัง” ภัสสรลังเล “ยังค่ะ คุณเมย์จะให้พี่บอกเลยไหม”

          เมธาวีไม่ตอบทันที ดวงตาคมกริบที่เคยอ่อนล้าก่อนหน้านี้กลับเปลี่ยนไป สัญชาตญาณบางอย่างภายในตัวเธอกำลังส่งสัญญาณเตือน “ไม่ต้องค่ะ เดี๋ยวเมย์จัดการเอง” “พรุ่งนี้เตรียมตัวไปงานเหมือนเดิมได้เลย”

หลังจากวางสายกับเจ้าของงานที่บอกว่า “ไปคุยกับคุณกันต์กวีก่อนได้ไหมครับ” เมธาวีนิ่งค้างไปสองวินาที โทรศัพท์ในมือเริ่มร้อนผ่าวจนแทบทำหล่น เธอกดดูชื่อ “พี่กันต์” บนหน้าจอ นิ้วที่เคยมั่นคงสั่นระริกเสียงโทรออกดังแค่สามครั้ง เขาก็รับ “จะคุยเรื่องนี้ผ่านโทรศัพท์เหรอ ถ้าอยากรู้ก็มาคุยกับผมที่บ้าน”

ตู๊ด..

เธอจ้องหน้าจอมืดนิ่ง ลมหายใจเริ่มถี่ขึ้นทีละน้อย หน้าอกกระเพื่อมแรงจนผ้าเช็ดตัวหล่นลงพื้นโดยไม่รู้ตัว “คุณ…” คำแรกหลุดออกมาเบา ๆ แต่เสียงสั่นเทา จากนั้นความโกรธก็พุ่งขึ้นมาจนตาแดงก่ำ เธอคว้ากระเป๋าและกุญแจรถทันที ไม่สนใจผมที่ยังเปียก ไม่สนใจว่าเพิ่งอาบน้ำเสร็จ มือกำพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ขณะที่ฝนกระหน่ำลงมากระจกหน้ารถราวกับจะกลบเสียงคำรามในลำคอของเธอ

“ถ้าคุณคิดว่าเมย์จะยอมให้คุณข่มขู่ทุกคนที่เมย์รัก คุณคิดผิดมหันต์” เธอเหยียบคันเร่งกระแทก รถพุ่งออกจากลานจอดท่ามกลางสายฝนที่หนักขึ้นทุกวินาที

ในห้องทำงานส่วนตัวของกันต์กวี ความเงียบปกคลุมเขานั่งบนโซฟาหนัง มือกำแก้ววิสกี้แน่นจนน้ำแข็งกระทบกันดังกริ๊ก สายตานิ่งเหมือนรู้ว่าเธอกำลังมา ประตูเปิดออก เมธาวีก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าโกรธจัด

“คุณตั้งใจจะทำอะไร”

เขาไม่ตอบ แค่ยกแก้วขึ้นจิบ

“คุณกันต์” น้ำเสียงเธอสั่น “คุณยกเลิกงานของภูบดินทร์กับวินภัทรทำไม”

เงียบ

เขาหันมามอง พูดช้าๆ “วันนี้ไปกินข้าว อร่อยไหม”

เธอขมวดคิ้ว “เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับคุณคิมหันต์”

“ทำไม รักมันมากขนาดแตะต้องไม่ได้เลยเหรอ”

“เมย์จะไม่ทะเลาะ ตอบมา คุณทำแบบนั้นทำไม”

กันต์กวีลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทำให้เธอถอยหลังโดยอัตโนมัติ

“แล้วทำไมพอเป็นฉัน เมย์ถึงเข้าใกล้ไม่ได้เลยวะ” น้ำเสียงเขาเริ่มแข็งขึ้น สายตาคมจ้องเธอไม่กะพริบ “ไม่ใช่แค่งานของสองคนนั้น งานของจิรายุ งานของเด็กในสังกัดของเมย์ แม้แต่คิวงานของเมย์เอง ผมจะยกเลิกให้หมด”

“คุณบ้าไปแล้ว ต้องการอะไรจากพวกเรากันแน่”

เขาก้าวเข้ามาใกล้จนแทบชิด ลมหายใจร้อนกระทบแก้ม เขากระชับมือที่แตะแก้มเธอให้แน่นขึ้นเล็กน้อย ดวงตาดำมืดจ้องลึก “มาอยู่กับฉัน แค่สามปี หลังจากนั้นเมย์จะไปไหนก็ได้ ฉันไม่ห้าม แต่ก่อนหน้านั้น เมย์ต้องเป็นของฉันคนเดียว”

หญิงสาวเบิกตากว้าง

“อะไรนะ” 

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • เงารักข้างกาย   ตอนที่ 24 ไม่เคยหยุดรักคุณเลย

    หลังจากเหตุการณ์ผ่านพ้นไปและการรักษาตัวของกันต์กวีดีขึ้นตามลำดับ เขาก็กลับมาพักฟื้นที่บ้าน บ้านหลังใหญ่กลับมีชีวิตชีวาอีกครั้งเพราะเสียงหัวเราะและการดูแลเอาใจใส่ของเมธาวี เธอดูแลเขาอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แม้จะมีงานถ่ายแบบและอีเวนต์ที่รับไว้ล่วงหน้า แต่เธอก็จัดสรรเวลาอย่างรัดกุม ทำงานเสร็จแล้วรีบกลับบ้านทุกครั้งกันต์กวีเองแม้จะยังไม่หายดีนัก แต่เมื่อเห็นว่าทั้งเลขาและอดิศักดิ์ต้องขนแฟ้มเอกสารมาตรวจถึงบ้านเกือบทุกวัน เขาก็อดรู้สึกเกรงใจไม่ได้ สุดท้ายก็ยืนยันจะกลับไปทำงานในช่วงเวลานั้นเอง หลายสิ่งที่เคยค้างคาในหัวใจของทั้งเขาและเธอก็ค่อย ๆ คลี่คลาย ทั้งสองคนเปิดอกพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา ทุกบทสนทนา กลายเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งกว่าเดิมแต่สิ่งหนึ่งที่หญิงสาวไม่เคยรู้มาก่อน และไม่มีใครเคยบอกคือ “จุดเริ่มต้น” ของเส้นทางในวงการบันเทิงของเธอ จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่เธอไปพบคุณพรพรรณ อดีตผู้จัดการมือทอง ซึ่งกลับมาเมืองไทยชั่วคราวเพื่อจัดการธุระส่วนตัว ก่อนจะกลับไปใช้ชีวิตที่

  • เงารักข้างกาย   ตอนที่ 23 ศัตรูคนสุดท้าย

    ขณะนั้นเอง กันต์กวีก้าวเข้าไปในอุโมงค์ใต้ดิน ทุกย่างก้าวหนักแน่นแต่เต็มไปด้วยความระวัง แสงไฟจากโคมไฟฉุกเฉินส่องสลัว ทำให้เงาของเขาทอดยาวบนผนัง เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของลูกน้องเสี่ยชาญจากด้านหน้า และรู้ว่าทุกวินาทีคือการแข่งกับเวลา “เมย์ ผมมาแล้ว” เขาพูดในใจ ขณะที่มือกำปืนแน่นขึ้นเมื่อเห็นเงาของชายติดอาวุธปรากฏขึ้นที่มุมโค้งเสียงฝีเท้าก็ใกล้เข้ามาอีกครั้งจากอีกทางหนึ่งปัง! ปัง!เสียงปืนสองนัดดังถี่ยิบ ชายติดอาวุธที่กำลังจะยกปืนขึ้นยิงกลับ ทรุดลงทันที เลือดไหลรินจากหน้าผากและอก ร่างแน่นิ่งไร้ชีวิตกันต์กวีก้าวเข้ามาแสงไฟในห้องสะท้อนดวงตาเขาที่ไร้อารมณ์ แววตาที่เคยอ่อนโยนให้กับคนรัก กลับแข็งกระด้าง เย็นชาราวกับน้ำแข็งพันปี เขามองลงไปยังร่างของเขมิกา ที่นอนจมกองเลือดอยู่กับพื้น ในแววตาเขา ไม่มีความเศร้า ไม่มีความเห็นใจ มีเพียงการไม่แยแส “เธอเลือกเอง” เขาพึมพำเบา ๆ เหมือนพูดกับอากาศ แล้วเดินผ่านไปโดยไม่เหลียวหลัง เสียงฝีเท้าของกันต์กวีดังสะท้อนในอุโมงค์

  • เงารักข้างกาย   ตอนที่ 22 จะไม่ให้ใครมาทำร้ายเธออีก

    ห้องน้ำภายในสถานที่จัดงาน เสียงน้ำไหลจากก๊อกดังสม่ำเสมอ ขณะที่เมธาวีกำลังล้างมือหลังจากทำงานมาตลอดบ่ายถึงค่ำ ประตูห้องน้ำเปิดออกอย่างช้า ๆ และเขมิกาก้าวเข้ามาในชุดเดรสหรูหรา ใบหน้าสวยเฉียบแต่เต็มไปด้วยความเย็นชา เมธาวีหันไปมอง สายตาฉายแววระแวงทันที “คุณมาที่นี่ทำไม”เขมิกาไม่ตอบ แต่สายตานั้นจ้องเธอราวกับเหยื่อที่รอเวลาถูกสังหาร จากนั้นเธอก็ควักปืนพกเล็กจากกระเป๋าถืออย่างรวดเร็ว ปลายกระบอกสีดำหันตรงมาที่เมธาวี “คุณคิดว่าทำแบบนี้แล้วจะรอดเหรอ” เมธาวีเอ่ยออกมาแม้ใบหน้าจะเริ่มซีด“ทำไมล่ะ แกจะทำอะไรฉันได้ พ้นคืนนี้ไป แกไม่มีวันเชิดหน้าชูตาได้อีกแล้ว” เขมิกายิ้มเยาะ มือถือปืนสั่นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น “แกคิดว่าผัวแกจะมาทันเหรอ คืนนี้แกจะถูกขายไปเมืองนอก ตัวแกจะสกปรกจนเขาไม่อยากแตะอีกตลอดชีวิต”เมธาวีกัดฟัน “ฉันไม่ยอมให้แกได้สมใจหรอกนังปีศาจ” เธอใช้ทั้งแรงทั้งหมดที่มี พุ่งตัวชนเข้าไปที่ลำตัวเขมิกาอย่างแรง ทำให้ทั้งสองล้มลงไปกับพื้น เสียงโก

  • เงารักข้างกาย   ตอนที่ 21 ศัตรูเก่าที่ยังเหลือ

    ปัจจุบัน...ในช่วงเช้า อดิศักดิ์ ชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้ม ผู้ขวาของกันต์กวี ยืนตรงรอในห้องโถงของบ้านมือประสานไว้ด้านหน้า แม้สีหน้าจะเรียบเฉยและนิ่งขรึมเหมือนเคย แต่ในแววตานั้นแฝงด้วยแรงกดดัน เพราะเขารู้ว่าเจ้านายของเขา ไม่มีวันยอมให้เรื่องที่เกิดขึ้นกับคนรักตัวเองผ่านไปง่าย ๆเพียงไม่นาน เสียงฝีเท้าแน่นหนักก็ดังขึ้นบนบันได กันต์กวีในเสื้อเชิ้ตสีเข้มกับกางเกงผ้าตัดเย็บเนี้ยบ ก้าวลงมาช้า ๆ สีหน้าเคร่งขรึมและเฉียบขาด “ได้เรื่องว่ายังไง”“ผมตามดูทุกความเคลื่อนไหวของนทีตามที่นายสั่งครับ เขากับเพื่อนไปโรงพยาบาล แต่ตอนแจ้งกับโรงพยาบาล กลับบอกว่าเป็นการทะเลาะวิวาทกันเอง ไม่มีการเอ่ยถึงชื่อของนายเลยแม้แต่นิดเดียวกันต์กวีหรี่ตาลงเล็กน้อย มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ “กลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะร้องขอความยุติธรรม”“ครับ” อดิศักดิ์พยักหน้าเบา ๆ แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดรูปส่งให้เจ้านายดู “นี่สภาพมันเมื่อคืนครับ”ภาพแรก ใบหน้าบวมช้ำจนจำไม่ได้ ตาข้างซ้ายปิดสนิท ปากแตกเลือดแห้งเกรอะ

  • เงารักข้างกาย   ตอนที่ 20 การประกวด Supermodel (อดีต)

    แสงแดดอ่อนยามบ่ายลอดผ่านม่านสีครีมในห้องทำงาน เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นบนโต๊ะทำงานอย่างแผ่วเบา เขาเหลือบตาไปมองหน้าจอ ชื่อของภานุวัฒน์ปรากฏอยู่“ว่าไง วัฒน์”“มึงรู้ยังว่ะ น้องเมย์เข้ารอบสุดท้าย Supermodel แล้วตอนนี้เป็นเต็งหนึ่งเลยนะ”“จริงดิ” เขายิ้มมุมปากโดยไม่รู้ตัว“จริงสิวะ มึงต้องไปดูวันเสาร์นี้เลยนะ ไอ้ธรติดเข้าเวร ไปไม่ได้ กูเลยอยากชวนมึง”“ไปสิ” เขาตอบทันควัน จนตัวเองยังตกใจว่าทำไมถึงเร็วขนาดนั้น“เฮ้ย เร็วขนาดนี้เลยเหรอวะมึง” ภานุวัฒน์หัวเราะหึๆ “หรือมีอะไรในใจ”เขาเงียบไปนิดนึง “ไม่มี”“โกหกเก่งนะมึง”หลังวางสาย เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างมองออกไปด้วยสีหน้าครุ่นคิด บริษัทของเขาเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักของการประกวดนี้ ภายใต้ข้อตกลงที่ว่า ผู้ที่ชนะการประกวด 3 อันดับแรกจะได้เป็นพรีเซนเตอร์แคมเปญใหม่ของ

  • เงารักข้างกาย   ตอนที่ 19 ความสูญเสีย (อดีต)

    กลับถึงห้องพักในต่างประเทศ กันต์กวีโยนตัวลงเก้าอี้ที่คุ้นเคย เขาทุ่มเทให้งานมากขึ้น ทุกคืนเขายังเปิดแชตเก่าของคนรักที่เงียบมานานหลายสัปดาห์ ทุกครั้งที่เขาอยากถาม “เมย์สบายดีไหม” นิ้วของเขาจะพิมพ์ลงไปช้าๆ แต่สุดท้ายก็ต้องลบทิ้งทุกครั้ง กลัวจะรบกวนชีวิตใหม่ของเธอในวันที่ผลสอบของเธอออก ธนาธรก็โทรมาแจ้งข่าวอย่างรวดเร็ว “น้องสอบติดแล้วนะ น้องดีใจมาก อาสุรีพรก็ยิ้มแก้มปริ” เสียงธนาธรดังขึ้นจากปลายสาย “ดีแล้ว อย่าบอกน้องว่าฉันถามนะ” เขาตอบกลับสั้นๆ แต่ในใจรู้สึกอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย เขายิ้มจางๆ ตอนที่เห็นภาพเธอในชุดนักศึกษาที่เพื่อนส่งมา เธอดูแข็งแรงขึ้น โตขึ้นกว่าเดิม แววตาที่เคยหม่นหมองตอนนี้กลับมีประกายแห่งความหวัง “อย่างน้อยทุกอย่างที่เกิดขึ้น เธอสามารถยืนขึ้นได้อีกครั้ง” เขาพึมพำกับตัวเองอีเมลจากเลขานุการของแม่เด้งขึ้นมา ดึงเขาออกจากห้วงความคิด “คุณธิดาดูเครียดมากช่วงนี้ เรื่องโปรเจกต์ใหม่มีปัญหาใหญ่ มีคนในบริษัทไม่เห็นด้วย” กันต์กวีขมวดคิ้ว รู้สึกถึงลางร้ายที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจ ถึงแม้จะบอกตัวเองว่าแม่จัดการได้เสมอ แม่เป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งมาตลอดชีวิต แม่กับพ่อสร้างบริษัทขึ้นมาด้วยกัน

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status