مشاركة

ตอนที่ 6 วางแผน

last update تاريخ النشر: 2026-07-19 13:00:41

ในแชทกลุ่มข้อความเด้งรัวขึ้น

ภานุวัฒน์: อีเซี้ย กูนึกว่าจะมีแขกต่อยกับเจ้าของงานซะแล้ว

ธนาธร: ไหนๆๆ อาการมันเป็นยังไง มึงเล่ามาดิ๊

ภานุวัฒน์: ตอนคิมหันต์ขึ้นไปบนเวทียืนข้างคุณเมย์นะ มันจ้องเขาไม่วางตาเลย เหมือนจะบอกว่าผู้หญิงคนนี้ของกู

ธนาธร: โห แล้วแขกคนอื่นไม่รู้สึกเหรอวะ

ภานุวัฒน์: ไม่ ทุกคนมัวแต่จ้องเวทีอยู่ ไม่มีใครสนใจหรอก

ธนาธร: เสียดายฉิบ กูไม่น่าติดเคสด่วนเลย กูอยากเห็นหน้ามันตอนนั้น มึงน่าจะถ่ายรูปมาให้กูดูหน่อย

ภานุวัฒน์: ไม่ทัน มันเร็วมาก แป๊บเดียวจริงๆ

ธนาธร: แล้วไอ้ตัวต้นเรื่องล่ะ เราเม้าท์กันขนาดนี้ มันยังเงียบอยู่ได้

ภานุวัฒน์: แต่ขึ้นผู้อ่านครบนะ แสดงว่ามันอ่านแล้ว

ธนาธร: มันสุ่มเหรอวะ 555 เรียกมันเลย

ธนาธร: กันต์

ภานุวัฒน์: กันต์

หน้าจอสว่างวาบเมื่อชื่อของเขาถูกเรียกซ้ำไปมา ทำให้กันต์กวีจำเป็นจะต้องตอบคำถามเพื่อนสนิททั้งสองคน

กันต์กวี: พวกมึงเรียกอะไรกันนักหนา กูแค่ขี้เกียจคุย

ธนาธร: แล้วมึงจะเอายังไงวะ ถ้ามึงไม่รีบกูว่าคนอื่นตัดหน้ามึงแน่

ภานุวัฒน์: เออว่ะ โปรไฟล์ดีขนาดนั้น ใครเห็นก็ต้องสนใจทั้งนั้นแหละ

ธนาธร: คู่แข่งตัวจริงมึงโผล่แล้วนะ รีบทำอะไรสักอย่างเหอะ จะให้ช่วยอะไรก็บอก

ภานุวัฒน์: ใช่ พวกกูพร้อมซัพพอร์ตเต็มที่

กันต์กวีส่งสติกเกอร์ “รับทราบ” แล้วโยนโทรศัพท์ลงข้างหมอน เขานอนเหยียดตัว สายตาจ้องเพดานสีขาวนิ่ง แต่ขากรรไกรขบแน่นจนเส้นเอ็นขึ้น ภาพรอยยิ้มของเมธาวีบนเวทีวนเวียนในหัวไม่ยอมจาง เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกฝ่ามือ ก่อนเปล่งเสียงต่ำจากลำคอ “กูไม่กลัวคู่แข่ง เพราะเขาเป็นของกู” เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง

ธนาธร: มึงจะหลับเฉยๆ ไม่ได้นะเว้ย ลุย

กันต์กวีลืมตาขึ้นอีกครั้ง แสงจากหน้าจอสะท้อนแววตาแน่วแน่ เขาเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาใหม่ คราวนี้ไม่ใช่เพื่อเลื่อนดู แต่เพื่อ “เริ่มลงมือ”

ในห้องนอนคอนโดหรูใจกลางกรุง ภาพงานเลี้ยงเมื่อกลางวันยังติดตา โดยเฉพาะสายตาของคิมหันต์ แววตาที่บ่งบอกว่าเขาต้องการอะไร เธอกอดหมอนแน่นโดยไม่รู้ตัว ภาพของคนคนหนึ่งยังคงชัดเจนในหัวจนไม่ยอมจางหาย เธอสูดลมหายใจลึก ก่อนคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา กดโทรหาคนที่ไว้ใจที่สุด

 “พี่เอก พรุ่งนี้เมย์ขอปรึกษาเรื่องคุณคิมหันต์หน่อยได้ไหม” เอกภพที่กำลังนอนสะดุ้งตื่นเสียงง่วงๆ อยู่ปลายสาย “โอเค พรุ่งนี้เช้าเก้าโมงมาห้องพี่ก็แล้วกัน ตอนนี้ดึกมากแล้ว นอนได้แล้วน้อง”

เช้าวันรุ่งขึ้น ห้องนั่งเล่นในคอนโดของเอกภพ อบอุ่นด้วยแสงแดดยามเช้าที่ส่องผ่านหน้าต่าง เอกภพนั่งจิบกาแฟบนโซฟา ขณะที่จิรายุยืนหน้าต่าง ถือแท็บเล็ตที่แสดงตารางงานหนาแน่น เมธาวีนั่งขัดสมาธิ มองทั้งสองด้วยแววตาครุ่นคิด

เธอสูดลมหายใจลึก “พี่เอก พี่ยุ เมย์อยากปรึกษาเรื่องคุณคิมหันต์ เมย์ตั้งใจจะนัดเขาไปทานข้าว แล้วพูดให้ชัดเจนว่าเราไม่มีอะไรเกินกว่าคำว่าเพื่อน”

จิรายุวางแท็บเล็ตลง มองเมธาวีด้วยแววตาจริงจัง “คิดดีแล้วใช่ไหม เขาดูจริงจังนะ โปรไฟล์ก็ดีมาก”

“เมย์รู้ค่ะ แต่เมย์ไม่อยากให้ใครต้องอยู่ในวังวนของความรู้สึกที่ไม่ชัดเจน เมย์ยังไม่เคยลืมเขา” เสียงของเธอแผ่วลงเล็กน้อย

          เอกภพพยักหน้าโอบไหล่น้องสาวไว้เงียบ ๆ “โอเค พี่เข้าใจ เดี๋ยวพี่เตรียมแถลงข่าวปฏิเสธข่าวลือไว้ รอเมย์คุยกับเขาเสร็จก่อน”

จิรายุยิ้มบาง ๆ “แต่เมย์ต้องระวังตัวหน่อยนะ เพราะพี่กับเอกต้องบินไปเกาหลี 7 วัน ไปเจรจาขายลิขสิทธิ์ให้แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง ถ้าดีลนี้สำเร็จ ซีรีส์เราจะไปไกลถึงระดับโลก”

เมธาวีพยักหน้า “เมย์จัดการที่นี่ได้ค่ะ พี่สองคนไปโฟกัสที่งานใหญ่เลย เมย์จะอัปเดตทุกอย่างผ่านแชทกลุ่ม” เอกภพยิ้ม “ดี น้องสาวพี่เก่งอยู่แล้ว แต่ถ้ามีอะไรฉุกเฉิน โทรหาพี่ทันที ไม่งั้นพี่จะบินกลับมาดึงหู” เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นในห้อง ก่อนที่เมธาวีจะลุกขึ้นขอตัวกลับ

หลังกลับถึงห้องเธอกดโทรออกหาคนที่หลายคนจับตามองความสัมพันธ์ “คุณคิมคะ เมย์อยากนัดคุณไปทานข้าว มีเรื่องอยากคุยค่ะ” ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะมีเสียงตอบกลับมาในที่สุด น้ำเสียงยังคงเรียบ สุภาพตามแบบฉบับของเขา แต่ในความนิ่งนั้น กลับแฝงแววแปลกใจบางอย่างที่แทรกออกมาเล็กน้อย “ได้สิครับ บอกวันกับร้านมาได้เลย เดี๋ยวผมให้เลขาจองให้”

เมธาวีหลุบตาลงเล็กน้อย ปลายนิ้วเคาะโต๊ะช้าๆ ขณะเอ่ยตอบกลับ “ขอเป็นอีก 3 วันนะคะ เมย์สะดวกตอนนั้น” เธอพูดเสียงนุ่ม พยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติ ทั้งที่ในใจยังคงปั่นป่วนกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

          ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ “ผมคงเป็นผู้ชายคนแรกที่คุณโทรมาชวนกินข้าวเลยนะเนี่ย ดีครับ ผมจะรอ”

วันนัด ร้านอาหารส่วนตัว

รถสองคันจอดแทบจะพร้อมกัน คิมหันต์ยื่นช่อดอกไม้สีอ่อนให้ “แค่ขอบคุณที่ให้โอกาสคุยกันครับ”  เมธาวีรับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ “ขอบคุณค่ะ”

ทั้งคู่เดินเข้าห้องส่วนตัวที่จองไว้ เธอสูดลมหายใจลึก “คุณคิม เมย์ขอโทษที่ทำให้เข้าใจผิด เราเป็นได้แค่เพื่อนกันนะคะ”

คิมหันต์นิ่งแค่เสี้ยววินาที ก่อนยิ้มมุมปาก “ผมเดาได้อยู่แล้วครับ”  เขาหยิบแก้วไวน์ขึ้นจิบช้า ๆ “แต่ก็อยากลองสักครั้ง”

เมธาวีหลบตา “เมย์ไม่อยากให้ความหวังใคร เพราะใจเมย์มันยังไม่ว่าง”

เขาหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ “อกหักตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มสินะครับ” วางแก้วลง ดวงตายังคงนุ่มนวล “แค่เพื่อนก็ดีแล้ว อย่างน้อยผมยังได้อยู่ใกล้ ๆ คุณเมย์”

เธอยิ้มกว้าง “ขอบคุณที่เข้าใจนะคะ”

“ไม่เป็นไรครับ” เขายกแก้วขึ้นชนกับแก้วเธอเบา ๆ “ขอให้คุณเจอคนที่คู่ควร และถ้าวันไหนต้องการอะไร เพื่อนคนนี้พร้อมเสมอ” เธอพยักหน้าด้วยความโล่งใจ

ห่างออกไปไม่ไกล กันต์กวีนั่งอยู่ในมุมมืดของร้าน มือบีบแก้วแน่นจนเส้นเลือดปูด ดวงตาแดงก่ำจ้องสองคนที่เข้าไปในห้องส่วนตัวตาไม่กะพริบ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดเบอร์ที่คุ้นเคย เสียงต่ำกร้าวดังออกจากลำคอ  “พี่ ผมขอให้ช่วยหน่อย”

กลางดึก คอนโดเมธาวี

          หญิงสาวก้าวออกจากห้องน้ำ ผ้าขนหนูผืนบางคลุมผมเปียกชื้นไว้ กลิ่นสบู่อ่อนๆ คลุ้งอยู่ในอากาศ เธอหยิบโทรศัพท์จากโต๊ะหัวเตียงขึ้นมาเช็กคิวงานวันพรุ่งนี้ ก้าวเท้าไปนั่งหน้ากระจกโต๊ะเครื่องแป้ง เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น "พี่ภัสสร"

เธอชะงัก หันไปมองหน้าจอทันที ชื่อของผู้ช่วยพี่ชายปรากฏเด่นชัดบนหน้าจอในเวลาที่ไม่ควรมีใครโทรมา เมธาวีขมวดคิ้ว กดรับสายโทรศัพท์ “ขอโทษที่โทรดึกนะคะคุณเมย์ พอดีติดต่อคุณเอกไม่ติดเลย” “มีอะไรหรือเปล่าคะพี่ภัส” น้ำเสียงเธอยังคงนุ่ม แต่แฝงความระแวงเล็กน้อย เพราะการโทรดึกแบบนี้นี้มักไม่ใช่เรื่องดีนัก ปลายสายระงับเสียงที่กำลังตื่นตระหนก “คิวงานของภูบดินทร์กับวินภัทรโดนยกเลิกทั้งหมดค่ะ รวมถึงงานพรุ่งนี้บ่ายก็ถูกยกเลิกไปแล้ว” คำตอบนั้นทำให้เธอผุดลุกขึ้นยืนในทันที แววตาที่เคยอ่อนล้ากลับมีความตื่นตัวขึ้นมาอย่างชัดเจน “ได้แจ้งสองคนนั้นหรือยัง” ภัสสรลังเล “ยังค่ะ คุณเมย์จะให้พี่บอกเลยไหม”

          เมธาวีไม่ตอบทันที ดวงตาคมกริบที่เคยอ่อนล้าก่อนหน้านี้กลับเปลี่ยนไป สัญชาตญาณบางอย่างภายในตัวเธอกำลังส่งสัญญาณเตือน “ไม่ต้องค่ะ เดี๋ยวเมย์จัดการเอง” “พรุ่งนี้เตรียมตัวไปงานเหมือนเดิมได้เลย”

หลังจากวางสายกับเจ้าของงานที่บอกว่า “ไปคุยกับคุณกันต์กวีก่อนได้ไหมครับ” เมธาวีนิ่งค้างไปสองวินาที โทรศัพท์ในมือเริ่มร้อนผ่าวจนแทบทำหล่น เธอกดดูชื่อ “พี่กันต์” บนหน้าจอ นิ้วที่เคยมั่นคงสั่นระริกเสียงโทรออกดังแค่สามครั้ง เขาก็รับ “จะคุยเรื่องนี้ผ่านโทรศัพท์เหรอ ถ้าอยากรู้ก็มาคุยกับผมที่บ้าน”

ตู๊ด..

เธอจ้องหน้าจอมืดนิ่ง ลมหายใจเริ่มถี่ขึ้นทีละน้อย หน้าอกกระเพื่อมแรงจนผ้าเช็ดตัวหล่นลงพื้นโดยไม่รู้ตัว “คุณ…” คำแรกหลุดออกมาเบา ๆ แต่เสียงสั่นเทา จากนั้นความโกรธก็พุ่งขึ้นมาจนตาแดงก่ำ เธอคว้ากระเป๋าและกุญแจรถทันที ไม่สนใจผมที่ยังเปียก ไม่สนใจว่าเพิ่งอาบน้ำเสร็จ มือกำพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ขณะที่ฝนกระหน่ำลงมากระจกหน้ารถราวกับจะกลบเสียงคำรามในลำคอของเธอ

“ถ้าคุณคิดว่าเมย์จะยอมให้คุณข่มขู่ทุกคนที่เมย์รัก คุณคิดผิดมหันต์” เธอเหยียบคันเร่งกระแทก รถพุ่งออกจากลานจอดท่ามกลางสายฝนที่หนักขึ้นทุกวินาที

ในห้องทำงานส่วนตัวของกันต์กวี ความเงียบปกคลุมเขานั่งบนโซฟาหนัง มือกำแก้ววิสกี้แน่นจนน้ำแข็งกระทบกันดังกริ๊ก สายตานิ่งเหมือนรู้ว่าเธอกำลังมา ประตูเปิดออก เมธาวีก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าโกรธจัด

“คุณตั้งใจจะทำอะไร”

เขาไม่ตอบ แค่ยกแก้วขึ้นจิบ

“คุณกันต์” น้ำเสียงเธอสั่น “คุณยกเลิกงานของภูบดินทร์กับวินภัทรทำไม”

เงียบ

เขาหันมามอง พูดช้าๆ “วันนี้ไปกินข้าว อร่อยไหม”

เธอขมวดคิ้ว “เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับคุณคิมหันต์”

“ทำไม รักมันมากขนาดแตะต้องไม่ได้เลยเหรอ”

“เมย์จะไม่ทะเลาะ ตอบมา คุณทำแบบนั้นทำไม”

กันต์กวีลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทำให้เธอถอยหลังโดยอัตโนมัติ

“แล้วทำไมพอเป็นฉัน เมย์ถึงเข้าใกล้ไม่ได้เลยวะ” น้ำเสียงเขาเริ่มแข็งขึ้น สายตาคมจ้องเธอไม่กะพริบ “ไม่ใช่แค่งานของสองคนนั้น งานของจิรายุ งานของเด็กในสังกัดของเมย์ แม้แต่คิวงานของเมย์เอง ผมจะยกเลิกให้หมด”

“คุณบ้าไปแล้ว ต้องการอะไรจากพวกเรากันแน่”

เขาก้าวเข้ามาใกล้จนแทบชิด ลมหายใจร้อนกระทบแก้ม เขากระชับมือที่แตะแก้มเธอให้แน่นขึ้นเล็กน้อย ดวงตาดำมืดจ้องลึก “มาอยู่กับฉัน แค่สามปี หลังจากนั้นเมย์จะไปไหนก็ได้ ฉันไม่ห้าม แต่ก่อนหน้านั้น เมย์ต้องเป็นของฉันคนเดียว”

หญิงสาวเบิกตากว้าง

“อะไรนะ” 

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • เงารักข้างกาย   ตอนที่ 20 การประกวด Supermodel (อดีต)

    แสงแดดอ่อนยามบ่ายลอดผ่านม่านสีครีมในห้องทำงาน เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นบนโต๊ะทำงานอย่างแผ่วเบา เขาเหลือบตาไปมองหน้าจอ ชื่อของภานุวัฒน์ปรากฏอยู่“ว่าไง วัฒน์”“มึงรู้ยังว่ะ น้องเมย์เข้ารอบสุดท้าย Supermodel แล้วตอนนี้เป็นเต็งหนึ่งเลยนะ”“จริงดิ” เขายิ้มมุมปากโดยไม่รู้ตัว“จริงสิวะ มึงต้องไปดูวันเสาร์นี้เลยนะ ไอ้ธรติดเข้าเวร ไปไม่ได้ กูเลยอยากชวนมึง”“ไปสิ” เขาตอบทันควัน จนตัวเองยังตกใจว่าทำไมถึงเร็วขนาดนั้น“เฮ้ย เร็วขนาดนี้เลยเหรอวะมึง” ภานุวัฒน์หัวเราะหึๆ “หรือมีอะไรในใจ”เขาเงียบไปนิดนึง “ไม่มี”“โกหกเก่งนะมึง”หลังวางสาย เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างมองออกไปด้วยสีหน้าครุ่นคิด บริษัทของเขาเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักของการประกวดนี้ ภายใต้ข้อตกลงที่ว่า ผู้ที่ชนะการประกวด 3 อันดับแรกจะได้เป็นพรีเซนเตอร์แคมเปญใหม่ของ

  • เงารักข้างกาย   ตอนที่ 19 ความสูญเสีย (อดีต)

    กลับถึงห้องพักในต่างประเทศ กันต์กวีโยนตัวลงเก้าอี้ที่คุ้นเคย เขาทุ่มเทให้งานมากขึ้น ทุกคืนเขายังเปิดแชตเก่าของคนรักที่เงียบมานานหลายสัปดาห์ ทุกครั้งที่เขาอยากถาม “เมย์สบายดีไหม” นิ้วของเขาจะพิมพ์ลงไปช้าๆ แต่สุดท้ายก็ต้องลบทิ้งทุกครั้ง กลัวจะรบกวนชีวิตใหม่ของเธอในวันที่ผลสอบของเธอออก ธนาธรก็โทรมาแจ้งข่าวอย่างรวดเร็ว “น้องสอบติดแล้วนะ น้องดีใจมาก อาสุรีพรก็ยิ้มแก้มปริ” เสียงธนาธรดังขึ้นจากปลายสาย “ดีแล้ว อย่าบอกน้องว่าฉันถามนะ” เขาตอบกลับสั้นๆ แต่ในใจรู้สึกอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย เขายิ้มจางๆ ตอนที่เห็นภาพเธอในชุดนักศึกษาที่เพื่อนส่งมา เธอดูแข็งแรงขึ้น โตขึ้นกว่าเดิม แววตาที่เคยหม่นหมองตอนนี้กลับมีประกายแห่งความหวัง “อย่างน้อยทุกอย่างที่เกิดขึ้น เธอสามารถยืนขึ้นได้อีกครั้ง” เขาพึมพำกับตัวเองอีเมลจากเลขานุการของแม่เด้งขึ้นมา ดึงเขาออกจากห้วงความคิด “คุณธิดาดูเครียดมากช่วงนี้ เรื่องโปรเจกต์ใหม่มีปัญหาใหญ่ มีคนในบริษัทไม่เห็นด้วย” กันต์กวีขมวดคิ้ว รู้สึกถึงลางร้ายที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจ ถึงแม้จะบอกตัวเองว่าแม่จัดการได้เสมอ แม่เป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งมาตลอดชีวิต แม่กับพ่อสร้างบริษัทขึ้นมาด้วยกัน

  • เงารักข้างกาย   ตอนที่ 18 เราเลิกกัน (อดีต)

    กันต์กวีมองสัญญาใบหนึ่งที่แม่ของเขาส่งมาให้ดู เป็นลายเซ็นที่เขาจำได้ดี ชื่อของเมธาวี สัญญารับเงินสิบล้าน แลกกับการ “เลิกยุ่ง” กับเขา เขาหลับตาลงช้า ๆ เมื่อรู้ว่าเธอรับเงินจากแม่เพื่อยุติความสัมพันธ์ หัวใจของเขาคล้ายถูกบีบจนขาดเขากำหมัดแน่นราวกับจะยึดตัวเองไม่ให้พังทลาย ภาพรอยยิ้มของเธอที่เคยเคียงข้างกัน กลายเป็นแค่ภาพลวงตาที่จางหายในพริบตา ความเข้าใจที่เขาเคยมีต่อเธอ ตอนนี้กลายเป็นการตั้งคำถามที่ไม่มีคำตอบทำไมเธอถึงทำแบบนี้ ทำไมถึงยอมรับข้อเสนอจากแม่ของเขา ทั้งๆ ที่เธอรู้ว่าเขารักเธอมากแค่ไหน ทำไมต้องทำให้เราเจ็บปวดด้วยการยุติทุกอย่างด้วยวิธีนี้ เขาคิดถึงความทรงจำดีๆ ที่เคยมีร่วมกัน ทุกครั้งที่เธอยิ้ม ทุกครั้งที่เราพูดคุยกันอย่างเปิดใจ แต่ตอนนี้ทุกสิ่งมันกลับกลายเป็นภาพที่ดูเหมือนจะหลอกลวงการได้รู้ว่าทุกอย่างที่เธอทำมันมีจุดประสงค์ที่ไม่ใช่ความรัก มันทำให้เขารู้สึกเหมือนโดนฟันแทงกลางใจ ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่เพราะการที่เธอทิ้งไป แต่เพราะมันทำให้เขาสงสัยในทุกสิ่งที่เคยแชร์กันมา เขาไม่รู

  • เงารักข้างกาย   ตอนที่ 17 ตัดสินใจ (อดีต)

    กันต์กวีนั่งอยู่หน้าจอโน้ตบุ๊ก แสงไฟสะท้อนบนกรอบแว่นตา งานเร่งมือเพื่อให้เสร็จเร็วและกลับเมืองไทยได้ไวขึ้น แต่เขาอดไม่ได้ที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ไลน์เงียบงัน ไม่มีข้อความจากคนรักมา 3 วันแล้ว จากที่เคยส่งรูปอาหาร คำบ่น หรือสติ๊กเกอร์น่ารักๆ เขานั่งมองหน้าจอพลางพลิกโทรศัพท์ไปมา สีหน้าครุ่นคิด “เมย์ อ่านหนังสืออยู่รึเปล่า คิดถึงนะ” แล้ววางลง กลับไปทำงานแต่สมาธิกลับหลุดบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ เวลาในประเทศที่เขาอยู่ตอนนี้เป็นช่วงเช้า แต่ที่เมืองไทยกลับเป็นเวลากลางคืน เธอคงหลับแล้วหกชั่วโมงต่อมา เสียงแจ้งเตือนดัง เขารีบคว้าโทรศัพท์ “ขอโทษนะพี่กันต์ เมย์เพิ่งตื่น เมื่อคืนหลับไปเร็วหน่อย ขอบคุณนะคะที่ยังคิดถึง” เขายิ้มบางๆ ความกังวลคลายลง แม้จะห่างกันคนละซีกโลก แต่เพียงแค่ข้อความสั้น ๆ ก็ทำให้หัวใจที่เหงาได้อุ่นขึ้นอีกครั้ง หลังจากอ่านข้อความของคนรัก เขาวางโทรศัพท์ลงข้างตัว พยายามกลับไปจดจ่อกับไฟล์งานตรงหน้า แต่ข้อความนั้นสั้น สุภาพเกินไป คำว่า “ขอบคุณ” และ “ยัง” ก็ดูเหมือนมีอะไร

  • เงารักข้างกาย   ตอนที่ 16 ไม่คู่ควร (อดีต)

    เช้าวันหนึ่งในคฤหาสน์หลังใหญ่ย่านใจกลางเมือง คุณธิดายืนกอดอกที่ระเบียงหน้าบ้าน มองตามรถของลูกชายที่เพิ่งแล่นออกไปจากรั้วด้วยสีหน้าเคร่งขรึมและแววตาครุ่นคิด เธอหันไปเรียกแม่บ้านที่กำลังจัดแจกันดอกไม้อยู่ใกล้ๆ“ศรี ตากันต์ออกไปไหนแต่เช้า”ศรีเงยหน้าตอบอย่างนอบน้อม “เห็นบอกจะไปหาคุณธรกับคุณวัฒน์ค่ะคุณผู้หญิง” คุณธิดาทวนคำเสียงเบา “ไปหาตาธรกับตาวัฒน์งั้นเหรอ” เธอเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “เออ นี่ศรี ฉันว่า ฉันควรเริ่มหาผู้หญิงดีๆ ให้ตากันต์ได้แล้วนะ ลูกสาวเพื่อนฉันก็มีตั้งหลายคน แต่ละคนก็เรียนจบเมืองนอก มีชาติตระกูล ฐานะก็เท่าเทียมกันทั้งนั้น”แม่บ้านหยุดมือแล้วหันมาอย่างระมัดระวัง “คุณผู้หญิงคะ ดิฉันว่าให้คุณกันต์เลือกเองเถอะนะคะ เธอรู้ว่าใครเหมาะกับตัวเอง เราเป็นผู้ใหญ่ก็คอยดูอยู่ห่างๆ น่าจะดีกว่านะคะ”คุณธิดาชักสีหน้า “ดูห่าง ๆ เหรอ แบบนั้นได้ที่ไหนนะศรี” เธอสะบัดหน้ามองออกไปนอกรั้วอีกครั้ง “ถ้าตากันต์ไปคว้าผู้หญิงธรรมดาๆ มาสักคน จบกันเลย”ศร

  • เงารักข้างกาย   ตอนที่ 15 ตกลงเป็นแฟนกัน (อดีต)

    สองเดือนต่อมา...เสียงกองเชียร์กึกก้องไปทั่วโรงยิมในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ เด็กสาวในเสื้อหมายเลขสิบสองยืนหอบหายใจอยู่กลางสนาม ผมเธอเปียกเหงื่อ ใบหน้าแดงระเรื่อจากความเหนื่อยล้า แต่สายตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น กันต์กวี ยืนสงบอยู่ที่ข้างสนาม แม้ไม่ได้ส่งเสียงเชียร์ดังเหมือนใครๆ แต่สายตานอกจากจะดูการแข่งขันแล้ว ก็ไม่เคยละไปจากเธอเลย เสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น คะแนนบนบอร์ดตัดสินผล ทีมของเมธาวีชนะไปอย่างหวุดหวิด เพื่อนร่วมทีมวิ่งกรูเข้ามากอดเธอแน่น เสียงกรี๊ด เสียงหัวเราะ เสียงร้องไห้ของความดีใจดังระงมชายหนุ่มไม่ได้วิ่งไปกอดเธอเหมือนคนอื่น เขาแค่ยืนมองอยู่เงียบๆ รอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนใบหน้าที่ปกติเรียบนิ่ง เป็นรอยยิ้มที่บอกว่าเขาภูมิใจในตัวเธอ มากกว่าใครในโลกหลังจบพิธีรับถ้วยรางวัล เขาพาเด็กทั้งทีมไปเลี้ยงฉลองที่ร้านหมูกระทะใกล้โรงเรียน ร้านเล็ก ๆ เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะคิกคัก กลิ่นเนื้อย่าง และน้ำจิ้มรสแซ่บ&

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status