LOGINในขณะที่ไร่ธนวรรธน์กำลังวุ่นวายอยู่กับการจัดเตรียมงานมงคลอยู่นั้น วันวรุณซึ่งหายหน้าไปพักใหญ่หลังจากที่มีข่าวถูกถอนหมั้น เพราะมัวหลงระเริงอยู่ที่บ่อนการพนันพร้อมกับไอ้ใหญ่จนหมดเนื้อหมดตัว เงินที่ได้จากการขายที่ละลายหายวับไปกับตา
แต่แทนที่จะเลิกเล่นกลับถลำลึกมากกว่าเดิม ทั้งคู่ได้ไปกู้เงินจากเจ้าของบ่อนคาสิโนเป็นจำนวนเงินก้อนโตเพื่อหวังจะนำมาต่อทุน แต่เงินที่ยืมมาก็เสียให้กับสถานที่แห่งนั้นไปจนหมดสิ้น สุดท้ายเจ้าของบ่อนได้ส่งคนมาทวงหนี้ และขู่ว่าถ้าไม่ชำระเงินคืนภายในสามวันจะมาฆ่าไอ้ใหญ่
ส่วนผู้หญิงก็จะส่งไปขายซ่อง ทั้งคู่มืดแปดด้านเพราะไม่รู้ว่าจะหาเงินจำนวนมากขนาดนั้นได้จากที่ไหน ก็เลยหนีกลับมาตั้งหลักที่คอนโดของวันวรุณ และนั่งปรึกษากันด้วยความกลุ้มใจ
“เงินตั้งมากมายขนาดนั้นจะไปหามาจากที่ไหน” หญิงสาวเอ่ยออกมาด้วยความวิตกกังวล
“แต่ถ้าเราไม่มีเงินไปคืน พวกมันต้องตามล่าเราแน่นอนเลยครับคุณวัน”
“ก็ช่วยกันคิดสิว่าจะแก้ปัญหานี้ยังไง”
“ขายทรัพย์สินที่มีเอาเงินไปคืนพวกมันก่อนดีไหมครับ”
“ทรัพย์สินอะไร”
“ก็คอนโดกับรถสปอร์ตของคุณวันไงครับ”
“แกจะให้ฉันขายคอนโดนี้แล้วจะให้ฉันไปซุกหัวนอนที่ไหน รถสปอร์ตนั่นอีก แทนที่จะช่วยกันคิดหาเงิน กลับบอกให้ฉันขายสมบัติชิ้นสุดท้ายเพื่อไปใช้หนี้พนัน คิดได้ยังไง สมองน่ะมีไหม”
“ถ้าไม่ทำแบบนั้นแล้วเราจะเอาเงินที่ไหนไปคืนที่บ่อนล่ะครับคุณวัน”
“ก็คิดสิคิด ไม่ใช่ผลักภาระมาให้ฉันคนเดียว อย่าลืมนะว่าเงินนั่นนายก็มีส่วนร่วมใช้ด้วย”
ขณะนั้นเองโทรศัพท์ของวันวรุณก็ดังขึ้น หญิงสาวกดรับพร้อมกับกระชากเสียงถาม
“มีอะไรนางช้อย”
“คุณวันหายไปไหนมาตั้งนานคะ ช้อยพยายามโทรหาคุณวันตั้งหลายครั้งแต่ก็ติดต่อไม่ได้”
“ฉันจะไปทำอะไรที่ไหนก็เรื่องของฉัน แกไม่ต้องมาสอดรู้สอดเห็น”
“คุณวันทราบหรือยังคะว่าคุณพีทจะกำลังจะแต่งงานกับคุณญาดา ตอนนี้ทุกคนที่ไร่กำลังวุ่นวายอยู่กับการจัดเตรียมงาน”
ดวงตาของวันวรุณลุกวาบด้วยความเกลียดชัง ไฟแห่งความอิจฉาริษยาเริ่มเข้าครอบงำ
“งานจะมีขึ้นเมื่อไร”
“วันศุกร์ที่จะถึงนี้ค่ะ พิธีการทั้งหมดจะถูกจัดขึ้นที่ไร่ตามความต้องการของคุณญาดา คุณพีทรักและหลงมันสองคนแม่ลูกมากเลยนะคะคุณวัน ช้อยเห็นแล้วเจ็บใจแทนคุณวันจริง ๆ เลยค่ะ” จากนั้นช้อยรายงานให้เจ้านายฟังอย่างละเอียดอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
วันวรุณรับฟังด้วยสีหน้าบึ้งตึง ก่อนจะนึกแผนการบางอย่างขึ้นมาได้
“คุณวันถอนหมั้นกับคุณพีททำไมคะ” ช้อยเอ่ยถามด้วยความอยากรู้แต่โดนตะคอกกลับมาแทนคำตอบ
“ไม่ใช่เรื่องของแก ไม่ต้องมาสาระแนอยากรู้อยากเห็นเรื่องของฉัน ทำหน้าที่ของแกไปเถอะ ถ้ามีความคืบหน้าอะไรก็ให้รีบโทรมาบอกฉันด้วยเข้าใจไหม”
“เข้าใจค่ะ”
หลังจากวางสายใบหน้าของวันวรุณก็ปรากฏรอยยิ้มอำมหิตก่อนจะหันไปพูดกับไอ้ใหญ่
“ฉันรู้แล้วว่าเราจะหาเงินจากที่ไหนมาใช้หนี้พนัน”
“จากไหนครับ” ใหญ่ย้อนถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“แกไปจัดเตรียมคนที่ไว้ใจได้มาสักสองสามคน ฉันมีงานสำคัญจะให้พวกแกทำ”
“งานอะไรครับคุณวัน”
“เราจะจับตัวญาดากับญาณินมาเป็นตัวประกัน เพื่อเรียกร้องเงินค่าไถ่ตัวพวกมันจากพีท”
“เรื่องใหญ่เลยนะครับ ถ้าพลาดล่ะก็มีสิทธิ์ติดคุกติดตะราง”
“ก็ดีกว่าโดนพวกที่บ่อนมันตามล่าและฆ่าทิ้ง โทษฐานที่เราเบี้ยวไม่ยอมจ่ายเงินคืนให้พวกมัน จะยอมเสี่ยงคุกเสี่ยงตาราง หรือจะนอนรอความตายก็เลือกเอา”
“คุณวันแน่ใจได้ยังไงครับว่าคุณพีทจะยอมจ่ายเงินค่าไถ่ตามที่เราเรียกร้อง”
วันวรุณยิ้มเยาะที่มุมปาก “พีทต้องเต็มใจจ่ายเงินให้เราตามที่เราเรียกร้องแน่ เพื่อแลกกับความปลอดภัยของเมียและลูกของเขา”
“หมายความว่าเด็กคนนั้นเป็นลูกของคุณพีทจริง ๆ เหรอครับ”
“ก็ใช่น่ะสิ ฉันถึงมั่นใจว่าพีทต้องยอมจ่ายเงินให้เรา ไม่ว่าเราจะเรียกร้องไปเท่าไรเขาก็ต้องหามาจ่ายตามที่เราเรียกร้องแน่”
ทั้งคู่เริ่มวางแผนร้ายร่วมกัน และเลือกที่จะลงมือก่อนหน้าวันงานเพียงหนึ่งวัน เพราะตอนนั้นทุกคนกำลังยุ่งอยู่การจัดเตรียมงาน คงไม่ทันได้ระวังตัว จึงเป็นจังหวะดีที่จะลงมือทำทุกอย่างตามแผนที่วางไว้
“สิ่งที่แกต้องทำตอนนี้คือไปหาพวกมือดีที่ไว้ใจได้ให้ไปจับตัวสองแม่ลูกนั่นมาให้เรา”
“ได้เลยครับคุณวัน ผมจะจัดการเรื่องนี้เอง”
“ครั้งนี้เราจะพลาดไม่ได้เด็ดขาดเข้าใจไหม”
“เข้าใจครับคุณวัน”
วันวรุณหมายมั่นที่จะทำตามแผน งานนี้นอกจากจะได้เงินแล้ว ยังกำจัดเสี้ยนหนามที่คอยทิ่มตำใจได้อีกด้วย
“ฉันจะไม่ปล่อยให้แกกับลูกได้มีความสุขบนความทุกข์ของฉันนานนักหรอก ครั้งนี้ฉันจะส่งพวกแกไปเสวยสุขร่วมกันในนรก”
รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมและแววตาอำมหิตฉายชัดบนใบหน้าเธอ
“รอให้ฉันได้เงินค่าไถ่จากพีทก่อนเถอะ ฉันจะจัดการกับพวกแกอย่างสาสม โทษฐานที่พวกแกแย่งพีทไปจากฉัน และอย่าหวังเลยว่าจะมีลมหายใจกลับไปหาพีทได้ นรกเท่านั้นที่เหมาะสำหรับคนอย่างพวกแก” วันวรุณพูดออกมาด้วยความโกรธแค้นชิงชัง
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







