Masukระหว่างที่ธนวรรธน์กำลังวุ่นอยู่กับการสั่งให้คน งานจัดเตรียมสถานที่ ให้ทุกอย่างเป็นไปตามความต้องการของเขาอยู่นั้น ธนกฤตได้เดินเข้ามาหาพร้อมกับพูดอะไรบางอย่างกับเขา ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินหลบมุมไปพูดคุยกันเพียงลำพัง
“มีเรื่องอะไรเหรอพอล”
“เรื่องของวันครับพี่พีท นักสืบโทรมาบอกผมว่าวันกลับมาแล้ว หลังจากที่ไปถลุงเงินจากการขายที่ให้เราไปกับบ่อนการพนัน แถมยังมีหนี้สินก้อนโตติดตัวมาด้วย ได้ยินมาว่าตอนนี้ไอ้ใหญ่มันพักอยู่กับวันที่คอนโด และยังทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ ไม่น่าไว้ใจอยู่ที่ท้ายไร่ของเรา ผมสังหรณ์ใจว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น วันกับไอ้ใหญ่อาจจะรวมหัวกันลงมือทำอะไรบางอย่างโดยที่เราไม่รู้”
“นายกลัวว่าญาดากับญาณินจะไม่ปลอดภัยใช่ไหม”
“ผมก็ไม่แน่ใจแต่เราไม่ควรประมาท อย่างที่พี่พีทเคยบอกผม คนอย่างวันทำอะไรที่เราคาดไม่ถึงได้เสมอ”
“นายพูดถูกเราไม่ควรประมาท แต่พี่จะไม่ปล่อยให้ใครมาทำอะไรอันตรายเมียและลูกของพี่แน่”
ธนวรรธน์ต่อสายคุยกับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่สนิทสนมกัน เพื่อขอให้เขาส่งกำลังตำรวจมาดูแลความเรียบร้อยภายในงานแต่งงานของตนเอง ซึ่งอีกฝ่ายก็รับปากและบอกไม่ต้องเป็นห่วง เขาจะส่งลูกน้องไปดูแลเรื่องนี้เอง
ในขณะที่เด็ก ๆ กำลังเล่นลูกโป่ง ที่ถูกนำมาตกแต่งสถานที่ด้วยความสนุกสนานอยู่นั้น ณชญาดาได้สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างจากธนวรรธน์และธนกฤต ความสงสัยทำให้เธอเดินตรงเข้าไปหาพวกเขา
“มีปัญหาอะไรกันเหรอคะ”
สองพี่น้องหันมาสบตากันก่อนที่ธนวรรธน์จะเป็นคนตอบ
“ไม่มีอะไร”
“อย่าปิดบังฉันค่ะพีท มีอะไรที่ฉันควรรู้แต่ยังไม่รู้บ้างไหมคะ”
สายตาของหญิงสาวคาดคั้นคำตอบจากเขา สายตานั้นทำให้ธนวรรธน์ยอมพูดความจริง
“พอลได้ข่าวมาว่าช่วงนี้ไอ้ใหญ่มันกลับมาทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ บริเวณท้ายไร่ของเรา ก็เลยเกรงว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น โดยเฉพาะคุณกับลูก”
“ฉันกับลูกเหรอคะ!”
“ใช่ครับ วันรู้เรื่องที่คุณจะแต่งงานกับพี่พีทแล้ว ด้วยนิสัยของวันจะไม่ยอมอยู่นิ่งเฉยแน่ และตอนนี้ไอ้ใหญ่ก็พักอยู่กับวัน ก่อนที่มันจะมาด้อม ๆ มอง ๆ อยู่ท้ายไร่ของเรา ผมกับพี่พีทเกรงว่าวันอาจจะสั่งให้ไอ้ใหญ่ ย้อนกลับมาแก้แค้นพวกคุณ”
สีหน้าของณชญาดาบ่งบอกถึงความกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด ธนวรรธน์ลูบไล้ใบหน้าของหญิงสาวด้วยความอ่อนโยน
“คุณไม่ต้องกังวล ผมกับพอลจะดูแลเรื่องนี้เอง และจะไม่ยอมปล่อยให้ใครมาทำร้ายคุณกับลูก หรือทำลายงานแต่งงานของเราได้โดยเด็ดขาด”
“พวกคุณคิดว่าคุณวันจะกล้าทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้นเหรอคะ”
“ผู้หญิงอย่างวันพร้อมที่จะทำทุกอย่างตามที่ตัวเองต้องการได้เสมอครับคุณญาดา โดยไม่สนใจว่าสิ่งนั้นมันจะผิดหรือถูก และเราก็ไม่ควรตั้งอยู่ในความประมาท”
“คดีเดิมที่ขับรถชนญาณินแล้วหนีก็ยังค้างอยู่ อยากจะสร้างคดีเพิ่มก็เอา กล้าดีก็ลองดู ไม่ว่าใครหน้าไหนที่คิดร้ายกับคุณและลูกของเรา ผมจะไม่ปล่อยพวกมันไว้แน่” สีหน้าของธนวรรธน์เอาจริง
“คุณทำใจให้สบายไม่ต้องคิดมากหรอกนะ ปล่อยให้เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของผมกับพอล ส่วนคุณแค่แต่งตัวสวย ๆ เพื่อเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวของผมก็พอ”
ณชญาดาสบตาเขาด้วยแววตาซาบซึ้งก่อนจะสวมกอดเขาไว้
“ฉันรู้ค่ะว่าคุณปกป้องเราสองแม่ลูกได้ ฉันไว้ใจคุณนะคะ”
ธนวรรธน์กระชับอ้อมแขน “ถ้าใครคิดจะทำร้ายพวกคุณคงต้องข้ามศพผมไปก่อน”
ใหญ่และวันวรุณลงมือทำตามแผนที่วางไว้ก่อนถึงวันงานแต่งงานเพียงหนึ่งวัน โดยให้คนที่ใหญ่จัดหามาปะปนเข้าไปกับทีมงานที่มาตกแต่งสถานที่ เมื่อสบโอกาสเหมาะก็ให้ลักพาตัวณชญาดาและญาณิศาออกมา
วันวรุณเน้นย้ำว่าให้ลงมือทำอย่างรัดกุม จะให้มีความผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด ที่สำคัญจะต้องไม่ทิ้งหลักฐานอะไรที่จะสาวมาถึงตัวเธอได้ โดยมีไอ้ใหญ่เป็นคนสั่งการทั้งหมด และมันจะรอเป็นกำลังเสริมอยู่ด้านนอก
การลงมือกระทำการอุกอาจเช่นนั้นในเขตไร่ของธนวรรธน์ถือเป็นการบุกเข้าถ้ำเสือ มันไม่ง่ายแต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
เก้ากับเพื่อนของมันมองซ้ายมองขวาเพื่อดูลาดเลา รอโอกาสเหมาะที่จะลงมือทำตามแผน มันเห็นเด็ก ๆ กำลังเอาดอกไม้มาร้อยเป็นมงกุฏ
“ดอกไม้ไม่พอ” ฑีฆายุบ่นพึมพำ
“เดี๋ยวพี่น้อยจะไปเอามาเพิ่มให้ค่ะ น้อง ๆ รออยู่ตรงนี้นะคะ ห้ามไปไหนนะ”
สองแสบวัยซนพยักหน้าพร้อมกัน เมื่อเก้าและเพื่อนของมันเห็นเด็กน้อยอยู่ด้วยกันตามลำพัง จึงรีบเดินตรงเข้าไปพูดคุยด้วย
“น้องญาณินมาอยู่ตรงนี้เอง คุณแม่กำลังตามหาตัวอยู่นะครับ”
“ตอนนี้แม่ดาอยู่ที่ไหนคะ”
“ตามพี่มาเดี๋ยวพี่จะพาไปหาคุณแม่”
“เราจะไม่ไปจนกว่าพี่น้อยจะกลับมา”
“แต่คุณแม่จะรอนานนะครับ”
“เอาไงดีพี่ซัน”
ฑีฆายุส่ายหน้าเป็นเชิงห้าม
“จำที่น้าดาสอนไม่ได้เหรอ น้าดาบอกว่าเราไม่ควรไปไหนกับคนแปลกหน้าตามลำพังนะญาณิน”
“จริงด้วย”
“ฉลาดนักนะพวกมึง พูดกันดี ๆ ไม่ยอมไป ต้องให้เจ็บตัวก่อนถึงจะไปได้ใช่ไหม”
เก้าตรงเข้าไปฉุดญาณินโดยไม่สนใจอาการดิ้นรนขัดขืน
“พี่ซันช่วยด้วย”
ฑีฆายุเห็นเช่นนั้นก็รีบตรงเข้าไปช่วยน้อง เขาทั้งเตะทั้งต่อยคนที่จับตัวน้องไว้ด้วยแรงทั้งหมดที่มี พร้อมกับตะโกนเสียงดังเพื่อขอความช่วยเหลือ ในขณะที่ญาณิศาก็พยายามดิ้นรนขัดขืน
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







