Masuk“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวยายไปทอดไข่เจียวร้อน ๆ มาเพิ่มให้ดีไหมคะ”
“ถ้าได้ไข่เจียวปูร้อน ๆ ล่ะก็วิเศษไปเลยค่ะคุณยาย”
“ญาณิน”
ญาณิศาสะดุ้งกับเสียงเครียดของแม่ยามที่เรียกชื่อของตนเอง หนูน้อยหันมาสบตาผู้เป็นแม่
“ที่นี่ไม่ใช่บ้านของเรานะลูก มีอะไรให้กินก็กินเข้าไป อย่ามากเรื่อง”
“คุณจะดุลูกทำไม” ธนวรรธน์ย้อนถามเสียงเข้ม
“ฉันกำลังสอนลูกของฉัน คุณไม่เกี่ยว นี่ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของคุณ”
“ใครก็ตามที่เข้ามาอยู่ในความดูแลของผมจะต้องได้รับความสุขสบาย อยากได้อะไรก็ต้องได้”
“คุณกำลังจะทำให้ลูกของฉันเสียนิสัย”
“ป้าจันทร์ครับขอไข่เจียวปูที่หนึ่งครับ”
“ได้ค่ะคุณพีท”
บรรยากาศเริ่มมาคุ ราวกับจะมีศึกสงครามบนโต๊ะอาหารเกิดขึ้นในไม่ช้านี้ ดีที่มีเสียงใส ๆ ของเด็กน้อยทั้งสองมาห้ามทัพไว้ได้ทันเวลา
“วันหลังก็ได้ค่ะคุณยาย”
“ใช่แล้วครับ เรายังอยู่ที่นี่อีกนาน คงมีโอกาสได้กินไข่เจียวปูฝีมือคุณยายอยู่แล้วใช่ไหมครับ”
“ยายสัญญาว่าพรุ่งนี้ยายจะทำเมนูโปรดของเด็ก ๆ ให้ค่ะ”
“เย้ ๆ” เด็ก ๆ ร้องขึ้นพร้อมกัน จากนั้นญาณิศาก็หันไปถามมารดา
“แบบนี้ได้ใช่ไหมคะแม่”
ณชญาดาเห็นแววตาอ้อนวอนและรอยยิ้มของลูกทำให้เธอขัดใจไม่ลง
“ได้สิคะ ถ้าคุณยายเต็มใจทำให้หนู”
หญิงสาวตอบพร้อมกับตักปลากะพงทอดน้ำปลาใส่จานข้าวให้เด็กน้อยทั้งสอง
“วันนี้ทานปลาทอดไปก่อนนะคะ”
“กินปลาเยอะ ๆ จะได้ฉลาดไงญาณิน”
“ฉลาดเหมือนพี่ซันใช่ไหม”
“ใช่แล้ว”
“ไข่เจียวปูเป็นเมนูโปรดของญาณินเหรอครับคุณญาดา” ธนกฤตเป็นฝ่ายเอ่ยถาม
คนที่ตอบคำถามนี้มิใช่ณชญาดาแต่กลับเป็นพี่ชายผู้พิทักษ์ของณาณิน
“ใช่แล้วครับอาพอล ไม่ใช่แต่ญาณินเท่านั้นที่ชอบ ซันก็ชอบเหมือนกัน ไข่เจียวปูของน้าดาอร่อยที่หนึ่ง”
“ไข่เจียวฟูกับเนื้อปูเน้น ๆ เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม” ญาณินกล่าว แววตาของเด็กน้อยทอประกายแวววาว ยามเมื่อเอ่ยถึงเมนูโปรดที่มารดาเป็นคนทำให้
“เพิ่งรู้ว่าคุณญาดาทำอาหารเก่ง”
“ไม่เก่งหรอกค่ะคุณพอล แค่อาหารธรรมดา ๆ ที่ใครก็ทำได้ค่ะ ฉันไม่อยากให้ลูกทานอาหารนอกบ้าน ผงชูรสมันเยอะก็เลยทำอาหารง่าย ๆ ให้ลูกด้วยตัวเอง”
“หวังว่าเราคงจะมีโอกาสได้ทานอาหารฝีมือคุณญาดาสักครั้งนะครับ”
“ระวังจะไม่อร่อยอย่างที่คิดนะคะ บางทีรสชาติอาหารที่ฉันทำอาจจะไม่ถูกปากคุณ”
ขณะที่สองหนุ่มสาวพูดคุยกัน ธนวรรธน์ก็นั่งฟังเงียบ ๆ พร้อมกับทำหน้าที่ดูแลตักอาหารให้เด็ก ๆ
“ทานผักได้ไหมคะ” เขาเอ่ยถามเมื่อตักผัดผักใส่จานให้หนูน้อยญาณิน
นี่เป็นครั้งแรกที่ผู้ชายร่างสูงใหญ่และแข็งกระด้างอย่างธนวรรธน์พูดคะ ๆ ขา ๆ แต่เขากลับทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ได้มีความรู้สึกขัดเขินแต่อย่างใด
“ญาณินชอบกินผักค่ะลุงพีท”
“แปลกนะ ทำไมถึงชอบ ปกติเด็ก ๆ จะไม่ค่อยชอบกินผัก”
“เพราะญาณินถูกฝึกให้กินผักตั้งแต่เล็ก ๆ น้าดาชอบต้มผักให้ญาณินกินแทนขนม น้องก็เลยแข็งแรงไม่ป่วยง่าย”
คำตอบของฑีฆายุทำให้ทุกคนในที่นั้นรู้ว่า ณชญาดาใส่ใจกับสุขภาพของบุตรสาวเป็นอย่างดี และยังปลูกฝังให้ญาณิศารักการกินผักทุกชนิด
“คุณหลอกล่อเด็กยังไง พวกเขาถึงได้ชอบกินผัก” ธนวรรธน์เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ฉันแค่ฝึกให้เขากิน กินบ่อย ๆ เดี๋ยวก็ชินไปเอง หรือถ้าเมนูไหนที่เขาชอบแต่มันไม่ค่อยดีต่อสุขภาพ ฉันก็จะนำมาพลิกแพลง”
“เช่นอะไร”
“พิซซ่า” สองเสียงใส ๆ ประสานขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
“อาหารขยะ” ธนวรรธน์เอ่ย
“ใช่ค่ะ แต่เป็นเมนูที่เด็กส่วนใหญ่ชื่นชอบ”
“พลิกแพลงยังไงคะ” ครั้งนี้จันทราเป็นฝ่ายเอ่ยถาม
“ใช้ดอกกะหล่ำมาทำแทนแป้งค่ะ อย่างน้อยเด็ก ๆ ก็จะได้กินผักที่เป็นส่วนผสมหลักของเมนูอาหารที่พวกเขาชอบ”
“คุณญาดาสอนให้ป้าทำบ้างได้ไหมคะ”
“ได้สิคะ”
อาหารเย็นในค่ำคืนนั้นบรรยากาศแตกต่างจากวันอื่น ๆ เพราะมีเสียงพูดคุยของเด็กน้อยไร้เดียงสา ที่เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี เรียกได้ว่าเป็นมื้ออาหารที่จบลงอย่างมีความสุข
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั






![ม่านรักไฟเสน่หา NC30+ [โคแก่กินหญ้าอ่อน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
