Share

บทที่ 59

last update Tanggal publikasi: 2026-09-18 00:37:50

            “ไม่จริง”

            “พอฉันพูดความจริงคุณก็ไม่เชื่อ”

            “ถ้าจะให้ผมเชื่อก็พิสูจน์มาสิ”

            “พิสูจน์อะไร!” คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่น

            “พิสูจน์ว่าญาณินไม่ใช่ลูกของผมด้วยการตรวจดีเอ็นเอ กล้าไหมล่ะ”

            ณชญาดาหน้าซีดเผือด เธอจะไม่ยอมให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเด็ดขาด จะให้เขารู้ความจริงไม่ได้ว่าเขาเป็นพ่อของญาณิศา ความลับนี้จะต้องตายไปพร้อมกับตัวเธอ

            “ไม่จำเป็น ฉันเป็นแม่ย่อมรู้ดีว่าใครเป็นพ่อของลูก และคน ๆ นั้นไม่ใช่คุณ”

            “ถ้าอย่างนั้นก็ตรวจดีเอ็นเอสิ หรือที่บ่ายเบี่ยงเป็นเพราะกลัวว่าผมจะรู้ความจริง”

            “ฉันเกลียดดุณ ได้ยินไหมว่าฉันเกลียดคุณ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ” เธอตะโกนใส่หน้าเขา

            “ไม่ปล่อย เกลียดผมให้มาก ๆ เพราะผมนี่แหละที่จะทำให้คุณรักผมจนไปไหนไม่รอด”  

            ช้อยเดินมาทันได้ยินการสนทนาของทั้งสองฝ่ายโดยบังเอิญ จึงได้แอบฟังจนรู้ความและหลบออกไปจากตรงนั้นก่อนที่ใครจะมาเห็น เรื่องที่ได้ยินมันเป็นเรื่องน่าตกใจที่ไม่เคยรู้มาก่อน

            ทันใดนั้นเองเสียงของญาณิศาก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะได้ทันเวลา ก่อนที่จะมีการฆ่ากันตายไปข้างหนึ่ง

            “ลุงพีทกอดแม่ดาทำไมคะ”      

            “แม่พี่เคยบอกว่าคนรักกันเท่านั้นถึงจะกอดกันได้”

            “ลุงพีทรักแม่ดาเหรอคะ รักแม่ดาคนเดียวไม่ได้นะคะ ลุงพีทต้องรักญาณินด้วย” เด็กน้อยวิ่งตรงเข้าไปหาชายหนุ่ม

            ธนวรรธน์เห็นเช่นนั้นก็เลยต้องปล่อยตัวณชญาดาให้เป็นอิสระ ก่อนจะคุกเข่าลงเพื่อสวมกอดญาณิศา แม่หนูน้อยกอดเขาไว้แน่นก่อนจะซบหน้าลงที่บ่าของเขา กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของแป้งเด็กจากตัวญาณิศา และการกระทำของแม่หนูน้อย ทำให้เขารู้สึกอบอุ่นอย่างน่าประหลาด

            ภาพตรงหน้าบีบคั้นหัวใจณชญาดา มากเกินกว่าที่จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้

            ยิ่งญาณินรักและผูกพันกับเขามากเพียงใด

            ก็ยิ่งทำให้เธอกลัว...กลัวไปสารพัด

            กลัวว่าลูกจะเสียใจเมื่อต้องแยกจากเขาจริง ๆ กลัวว่าถ้าเขาจะรู้ความจริงแล้วจะแย่งลูกไปจากเธอ ฉะนั้นจะให้ธนวรรธน์รู้ความจริงไม่ได้เด็ดขาดว่าญาณินเป็นลูกใคร

            สรุปว่าธนวรรธน์ก็ยังไม่ได้รู้ความจริง เกี่ยวกับเรื่องที่กำลังสงสัยและคาดคั้นถาม เพราะสองแสบวัยซนได้เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน แต่ไม่เป็นไร โอกาสหน้ายังมี ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องรู้ความจริงในเรื่องนี้ให้ได้

            ค่ำคืนนั้นธนวรรธน์หงุดหงิดงุ่นง่านตลอดทั้งคืน เขานอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงและไม่อาจข่มตาให้หลับลงได้ สมองคิดวนเวียนถึงแต่เรื่องราวในอดีต

            ในค่ำคืนที่เขาและเธอมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกัน ไม่แน่ว่าญาณิศาอาจจะเป็นผลพลอยได้ที่เกิดจากเหตุการณ์ในคืนนั้นโดยที่เขาไม่รู้ เรื่องราวต่าง ๆ ในอดีตย้อนกลับมาในหัวของเขาอีกครั้ง ภาพเหล่านั้นยังคงแจ่มชัดไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใดก็ตาม

            จำได้ว่าคืนนั้นเขาชวนเธอดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แม้จะปฏิเสธในตอนแรกแต่สุดท้ายเธอก็ยอมดื่มเป็นเพื่อนเขา ทั้งคู่นั่งดื่มด้วยกันท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบาย โดยไม่จำเป็นต้องมีคำพูดใด ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน แต่เขาและเธอก็ยังคงดื่มด้วยกันอย่างเพลิดเพลิน จากที่นั่งห่างกันเป็นวาก็ค่อย ๆ กระเถิบเข้ามาใกล้ชิดกันโดยไม่รู้ตัว ทั้งคู่สบตากันและกันในระยะประชิด

            เขายอมรับว่าเขาชอบเธอ ชอบในความอ่อนหวานไร้เดียงสาและชอบที่เธอมีจิตใจที่งดงาม และก็รู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดบางอย่าง ที่ทำให้เขาค่อย ๆ โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้างาม และก้มลงจูบเธอก่อนที่เธอจะทันได้รู้ตัว มือของเขาแตะที่เอวเพื่อดึงตัวเธอเข้ามาแนบชิด ดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้างด้วยความแปลกใจ เธอพยายามขืนตัวออกห่าง

            แต่เขาไม่เปิดโอกาสให้เธอปฏิเสธ และกอดกระชับเธอไว้แน่นพร้อมกับมอมเมาเธอด้วยจูบที่เร่าร้อน ก่อนจะจูบละไปทั่วใบหน้า และเลื่อนไล้ไปสู่ซอกคอหอมกรุ่นซุกไซ้คลอเคลีย

            แม้ณชญาดาสะท้านสั่นไหวไปกับสัมผัสนั้น ซึ่งเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่เธอไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน แต่ก็รู้ดีว่าควรจะต้องหยุดการกระทำของเขาในขณะที่ยังทำได้ ก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ 

            “อย่าค่ะ เราไม่ควรทำแบบนี้นะคะ ฉันไม่อยากให้คุณทำแบบนี้” ณชญาดาร้องค้านเสียงแผ่วเบา

            แต่เขาไม่ได้หยุดการกระทำของตนเอง ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ปริมาณมากที่วิ่งพล่านอยู่ในสายเลือด ประกอบกับสันดานดิบของผู้ชาย ผลักดันให้ธนวรรธน์เลือกที่จะทำในสิ่งที่ใจคิดมากกว่าที่จะยอมทำตามคำขอของเธอ

            “อย่าห้ามผมเลย ผมรู้ว่าคุณเองก็ต้องการสิ่งนี้เหมือนกับผม เราต้องการสิ่งเดียวกัน”

            “ไม่ค่ะคุณธนวรรธน์...ไม่” เธอยังคงปฏิเสธด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

            เขาไม่ได้สนใจคำร้องขอของเธอ แต่กลับกอดกระชับร่างเธอแนบแน่นขึ้น และก้มหน้าลงหาเรียวปากของเธอ เขาจูบเธออย่างดื่มด่ำและจูบเธอไม่ยั้ง มนตร์ขลังเย้ายวนเข้าครอบงำสองหนุ่มสาว ทำให้พลังในการต่อต้านของหญิงสาวแทบสูญสิ้น เธอรู้ดีว่าตนเองกำลังจะพ่ายแพ้ให้แก่เพลิงรักร้อนแรงที่เขาจงใจมอบให้ ริมฝีปากร้อนรุ่มและปลายจมูกโด่งของเขา

            สัมผัสไปทั่วใบหน้าเธออย่างย่ามใจ ก่อนจะละเรื่อยมาจนถึงใบหู ธนวรรธน์ซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นของณชญาดาอีกครั้ง ปลายจมูกของเขาฝังอยู่กับเนื้อนุ่ม พลางใช้ริมฝีปากขบเม้มเบา ๆ การกระทำของเขาทำให้เธอรู้สึกเหมือนไฟ้ไหม้ฟาง ยิ่งเนิ่นนานก็ยิ่งต้านทานเขาได้ยากขึ้นทุกที

            จากสัมผัสแปลกใหม่ที่ได้รับ ทำให้ณชญาดารู้สึกราวกับว่าร่างกายของตนเองถูกแผดเผา และกำลังจะระเบิดเป็นจุณในอีกไม่ช้า เมื่อธรรมชาติที่เคยหลับใหลในกายสาวถูกปลุกขึ้นด้วยน้ำมือเขา ทำให้ณชญาดามิอาจต้านทานความต้องการของตัวเอง เธอตอบสนองสัมผัสของเขาอย่างคนไร้ประสบการณ์

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 109

    ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 108

    “น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 107

    ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 106

    หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 105

    “จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 104

    ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status