Masukในตอนนั้นเขายอมรับว่าเขาหวั่นไหวไปกับความอ่อนใสไร้เดียงสาของณชญาดา สิ่งนั้นเป็นเหมือนแรงกระตุ้นให้เขาอยากที่จะร่วมรักกับเธอ ก่อนหน้านั้นเขาเคยมั่นใจว่าสามารถควบคุมจิตใจของตนเองได้ แต่เมื่อเวลานี้มาถึงจริง ๆ เขากลับอยากทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม ความยับยั้งชั่งใจในการบังคับจิตใจตัวเองก็อันตรธานหายไปจนหมดสิ้น
สุดท้ายเขาก็พ่ายแพ้ให้กับความปรารถนาอันร้อนแรง ที่คุกรุ่นอยู่ภายในกายเขา และปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามแต่ใจปรารถนาในแบบที่ควรจะเป็น
“คุณรู้ใช่ไหมว่าผมต้องการอะไร เป็นของผมนะญาดา” เขากระซิบข้างหูเธอ
เขาไม่เปิดโอกาสให้เธอปฏิเสธและใช้ริมฝีปากของตัวเองปิดกั้นคำทักท้วง ที่กำลังจะตามมาจากริมฝีปากบางสีชมพูระเรื่อ ธนวรรธน์จูบเธออย่างหิวกระหายและเว้าวอน ปลายลิ้นของเขาลุกล้ำเข้าไปสัมผัสความหวานจากริมฝีปากของเธออย่างเพลิดเพลินตามอำเภอใจ การกระทำเหล่านั้นทำให้หญิงสาวรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว
ในตอนนั้นเองที่ณชญาดาได้ให้ความร่วมมือกับเขาเป็นอย่างดี เธอตอบสนองจุมพิตของเขาอย่างคนขาดประสบการณ์ และสอดมือเข้าไปในผมนุ่มของเขาอย่างเผลอไผล เขาใช้ความชำนาญและลีลาที่เร่าร้อน ปลุกเร้าอารมณ์ของฝ่ายตรงข้ามเพื่อให้เธอร่วมมือ ด้วยการตอบสนองความต้องการของเขา
ร่างบางของเธอถูกช้อนขึ้นสู่อ้อมแขน ณชญาดาทำได้เพียงเกาะบ่าเขาแน่นเมื่อถูกอุ้มตัวลอย เขาอุ้มเธอเดินตรงไปที่เตียงนอนขนาดใหญ่ที่ตั้งเด่นอยู่ภายในห้องนอน จากนั้นร่างของเธอก็ถูกโน้มเอนลงบนที่นอนหนานุ่ม โดยมีร่างกำยำที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามของเขาทาบทับตามลงมา แววตาของเขาที่จ้องมองมาที่เธอนั้นราวกับมีมนตร์ขลัง ทำให้ณชญาดายกมือโอบรอบคอเขาพร้อมกับโน้มคอเขาลงมา ริมฝีปากเขาตะปบจูบเรียวปากสีกุหลาบของเธอ เขาจูบเธอราวกับโหยหามาช้านาน
การกระทำของเขาทำให้เธอจมดิ่งสู่เหวลึกของกระแสธารแห่งความปรารถนาเกือบจะทันที ลืมเลือนแม้แต่ความตั้งใจเดิม การต่อต้านเขากลับไม่ใช่ทางเลือกอย่างที่ควรจะเป็น เมื่อความต้องการทางกายเข้ามาแทนที่ พร้อมผลักไสความคิดอ่านเหล่านั้นให้หลบไป และสั่นสะท้านไปกับสัมผัสรักที่เขาบรรจงมอบให้
หญิงสาวรับรู้ได้ถึงความต้องการของเขา เธอเองก็มีความปรารถนาในสิ่งนั้นไม่ต่างไปจากเขา และแทบไม่อยากรั้งรออีกต่อไป
เขาถอดเสื้อผ้าของเธอออกด้วยความว่องไว เจ้าของร่างบางก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงไปหาทรวงอกอวบอิ่มโดยไม่รอช้า พร้อมกับซุกไซ้เนินอกนุ่มคู่งามจนสาวหญิงสาวเผลอส่งเสียงครางออกมา เมื่อได้สัมผัสกับประสบการณ์แปลกใหม่ซึ่งเธอไม่เคยคุ้นมาก่อน
ทุกที่ที่มือของเขาลากผ่านสัมผัสลงบนตัวเธอ มันสร้างกระแสความร้อนในร่างกาย ให้เพิ่มอุณหภูมิไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อย ๆ แต่ณชญาดาไม่ได้ต้องการเพียงแค่นั้น ไม่ใช่แค่เล้าโลมเธอด้วยสัมผัสเช่นนี้ สัมผัสของเขาทำให้เธอเร่าร้อนก็จริง แต่ก็สร้างความทรมานให้เธอเช่นกัน เธอจึงต้องการให้เขาร่วมรักกับเธอ
“อย่าแกล้งทรมานกันแบบนี้สิคะ”
ณชญาดาหลับตาส่ายหน้าไปมาบนหมอนก่อนจะชะงักไป เมื่อเจ้าของไร่หนุ่มผละจากร่างเพรียวบางของตนเองอย่างกะทันหัน เธอลืมตามองทำให้รู้ว่าเขาผละไปเพื่อถอดเสื้อผ้าออก จากนั้นก็ตามลงมากอดรัดแนบชิดร่างเปลือยเปล่า พร้อมกับจูบเธออย่างหิวกระหาย เขาสำรวจร่างกายเธอทุกซอกทุกมุม ผ่านการสัมผัสด้วยมือ จมูก และริมฝีปาก สายตาของเขาในเวลานั้นบ่งบอกถึงความปรารถนาที่เขามีต่อเธอโดยไม่ปิดบัง
ความต้องการทางกายอันแรงกล้าของทั้งสองฝ่าย เริ่มผลักดันเพื่อให้ได้รับการปลดปล่อย ณชญาดาตอบสนองสัมผัสของเขาตามที่เขากระซิบบอกให้เธอทำ ทำให้ชายหนุ่มถึงกับส่งเสียงครางออกมาด้วยความพึงพอใจ เขาพาเธอก้าวผ่านความกลัว และนำพาเธอไปพบกับความสุขในแบบที่เธอไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนเลยในชีวิต นี่เป็นครั้งแรก เธอมิอาจจะปฏิเสธได้ว่าเธอมีความสุขมากกับการที่ได้ร่วมรักกับเขา
อุณหภูมิที่หนาวเย็นในช่วงปลายฝนต้นหนาว กลับไม่เป็นปัญหากับร่างกายเปลือยเปล่าของทั้งคู่ ที่กำลังกอดรัดแนบชิดกัน เมื่อห้องทั้งห้องร้อนเร่าไปด้วยเพลิงเสน่หา ที่ชายหนุ่มบรรจงมอบให้หญิงสาวอย่างมิรู้เบื่อ ดังคลื่นทะเลที่ถาโถมจู่โจมเข้าสู่ฝั่งอย่างมิรู้จบ ทั้งรุนแรงและนุ่มนวล รวดเร็วและอ้อยอิ่ง ดุดันและอ่อนหวานสลับผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป เขาตักตวงความสุขจากเธอไปพร้อม ๆ กับพาเธอล่องลอยไปพบกับความสุขเช่นกัน เขาและเธอต่างก็ถึงจุดหมายปลายทางพร้อมกัน ณชญาดาพึงพอใจกับรสรักที่เขาปรนเปรอให้ เพราะมันสนองความต้องการของเธอได้อย่างดีเยี่ยม
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







