LOGINในค่ำคืนนั้นเขาได้มอบความรักให้หญิงสาวหลายครั้งจนเขาเองแทบหมดแรง และเธอก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีแม้จะไร้ซึ่งประสบการณ์ โดยมีเขาเป็นคนนำทาง และกระซิบบอกวิธีที่จะทำให้เธอและเขาพบกับความสุขร่วมกัน
บทรักของทั้งคู่จึงเต็มไปด้วยความร้อนแรง และต่างฝ่ายต่างก็เรียกร้องการตอบสนองของกันและกันอยู่ตลอดเวลา ไม่น่าเชื่อเลยว่าเขาจะร่วมรักกับเธอย่างไม่รู้เบื่อ เธอเป็นผู้หญิงคนแรกและเป็นผู้หญิงคนเดียว ที่ทำให้เขาอยากร่วมหลับนอนกับเธอหลายครั้งภายในคืนเดียว
นึกถึงเรื่องนี้ทีไรใบหน้าสวยหวานของณชญาดาก็ลอยเข้ามาในมโนภาพ ก่อกวนอารมณ์ทุกครั้งที่เขาหลับตา ทำให้เขาไม่ได้นอนทั้งคืน และพาลโกรธไปถึงหญิงสาวตัวปัญหาที่คอยมาก่อกวนเขาไม่เลิกทั้งยามหลับและยามตื่น
ไม่ใช่แต่เพียงเขาเท่านั้นที่นอนไม่หลับ ณชญาดาเองก็ไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้เช่นกัน เธอหวั่นวิตกกับปัญหาที่แก้ไม่ตกไปต่าง ๆ นานา เกรงว่าความลับที่ตนเองปกปิดไว้มานานจะถูกเปิดเผย เพราะถ้าความลับนี้ถูกเปิดเผยขึ้นมาล่ะก็ ธนวรรธน์จะไม่ยอมอยู่นิ่งเฉยแน่ และเธอเองก็เดาใจเขาไม่ออกเช่นกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเขารู้ความจริงเกี่ยวกับญาณิศา
ที่รู้แน่ ๆ คือเขาสามารถทำได้ทุกอย่าง เพื่อให้ได้มาในสิ่งที่เขาต้องการโดยไม่เกี่ยงวิธี และนั่นเป็นสิ่งที่เธอกลัว
“มันจะต้องไม่เกิดขึ้น จะให้เขารู้เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด” เธอเฝ้าย้ำเตือนตัวเองเช่นนี้เป็นร้อยครั้ง
แต่จะทำเช่นไรเพื่อให้ความลับยังคงเป็นความลับตลอดไป นี่เป็นโจทย์ใหญ่ที่หญิงสาวต้องคิด
ช้อยโทรศัพท์ไปรายงานวันวรุณ ถึงเงื่อนงำบางอย่างของธนวรรธน์และณชญาดาที่ตนเองได้ยินมา ซึ่งมันเป็นเรื่องสำคัญมาก วันวรุณรับฟังด้วยความเคียดแค้น ใบหน้างามบึ้งตึง แววตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นชิงชัง ก่อนวางสายหญิงสาวได้สั่งให้ช้อยคอยจับตาดูสองคนนี้เอาไว้และคอยมารายงานเธอ
วันวรุณระบายอารมณ์โกรธด้วยการกรีดร้อง และขว้างปาข้าวของที่อยู่ใกล้มือ หลังจากที่ได้ระบายความแค้นจนพอใจ ก็กลับมาคิดทบทวนว่าณชญาดาเป็นใคร ไปมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับธนวรรธน์ตั้งแต่ตอนไหน ก่อนจะหวนนึกขึ้นมาได้ถึงเหตุการณ์บางอย่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีตเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งมันผ่านมานานจนลืมเลือนไป ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าเหตุการณ์นั้นมันจะกลับมาสร้างปัญหากวนใจเธอได้อีกครั้ง
เมื่อย้อนคิด ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านั้นมันก็หลั่งไหลเข้ามาในหัว ราวกลับเธอย้อนอดีตกลับไปในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น
จำได้ว่าได้ไปหาธนวรรธน์ที่ไร่ และได้เผชิญหน้ากับหญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่ง ที่เดินออกมาจากห้องนอนของเขาด้วยสภาพที่ไม่ค่อยเรียบร้อย จากสภาพที่เห็นก็รู้ได้ทันทีว่าเมื่อคืนที่ผ่านมามันเกิดอะไรขึ้น
ในวันนั้นเธอกำจัดหญิงสาวคนนั้นออกไปให้พ้นจากชีวิตของธนวรรธน์ได้เป็นผลสำเร็จ ถือเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม โชคดีที่ผู้หญิงคนนั้นไม่ดื้อด้านและยังมียางอาย ทำให้กำจัดออกไปได้ไม่ยาก แต่ก่อนที่หญิงสาวคนนั้นจะจากไปนั้นได้ฝากจดหมายไว้ฉบับหนึ่ง เพื่อให้เธอนำไปมอบให้ธนวรรธน์ แต่เธอถือวิสาสะอ่านจดหมายที่ณชญาดาเขียนถึงธนวรรธน์
ฉันขอโทษนะคะพีทที่จากไปโดยไม่บอกลา คุณอย่าโทษตัวเองในเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเราในคืนนั้นเลยนะ เพราะมันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่เราได้อยู่ด้วยกัน แต่นั่นมันก่อนที่ฉันจะได้รู้ความจริงว่าคุณมีคู่หมั้นอยู่แล้ว ฉันจะทำลายชีวิตรักของคุณและคู่หมั้นของคุณ เพียงเพราะความสุขของตัวเองไม่ได้ ฉันจึงต้องเดินออกไปจากชีวิตคุณ
แต่ฉันอยากให้คุณรู้ไว้ว่าใจฉันเป็นของคุณ และมันจะเป็นเช่นนั้นเสมอ คุณจะอยู่ในใจฉันตลอดไป ลาก่อนค่ะพีท ขอให้คุณมีความสุขกับผู้หญิงที่คุณเลือก และได้โปรดลืมฉันไปเสียเถิด คิดเสียว่าเราไม่เคยรู้จักกัน เพื่อความสุขของคุณและคู่หมั้นของคุณ รักคุณเสมอ ลงชื่อณชญาดา
แม้จะเป็นเพียงข้อความสั้น ๆ แต่ก็ทำให้วันวรุณเดือดดาลได้เหมือนกัน ดวงตาของหญิงสาววาวโรจน์ทันทีที่อ่านข้อความเหล่านั้นจบ
“คิดเหรอว่าฉันจะเอาจดหมายฉบับนี้ให้พีท ฝันไปเถอะ” จากนั้นก็ฉีกจดหมายในมือเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยก่อนจะทิ้งลงถังขยะโดยไม่ใยดี
วันวรุณรู้สึกเสียหน้าอย่างแรงที่ธนวรรธน์หิ้วผู้หญิงมานอนค้างที่ไร่ แถมยังพาเข้าไปในห้องนอนส่วนตัวซึ่งเป็นพื้นที่หวงห้ามของเขาอีกด้วย แม้จะรู้ว่าที่ผ่านมาคู่หมั้นของตนเองมักจะปลีกเวลาไปหาความสำราญในเรื่องนี้บ้างเป็นครั้งคราว แต่ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่เขาจะหิ้วผู้หญิงกลับมานอนที่ไร่
ณชญาดาเป็นผู้หญิงคนแรกที่ธนวรรธน์มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งในสถานที่หวงห้ามของเขา นั่นหมายความว่าเขาอาจมีความรู้สึกพิเศษกับเธอ และมันทำให้วันวรุณต้องรีบกำจัดหญิงสาวนางนั้นออกไปให้พ้นทางโดยเร็วที่สุด ยังดีที่ณชญาดามิได้ดื้อด้านเหมือนผู้หญิงบางจำพวก หล่อนยังเป็นคนที่มียางอายว่ากำลังล้ำเส้นคนอื่น ทำให้สามารถกำจัดคู่ขาคนใหม่ของคู่หมั้นตนเองไปได้ไม่ยาก
วันวรุณคิดว่าเรื่องดังกล่าวมันน่าจะจบ ตั้งแต่วันที่แม่นั่นก้าวออกไปจากไร่ธนวรรธน์ ไม่เพียงออกไปจากไร่เท่านั้น แต่ยังออกไปจากชีวิตของธนวรรธน์นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ไม่มีใครเห็นหน้าเธออีกเลย และไม่เคยมีใครเอ่ยถึงเธอ
จนวันวรุณวางใจว่าอีกฝ่ายคงไม่ย้อนกลับมายุ่งวุ่นวายกับธนวรรธน์อีก
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







