LOGINไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า ผู้หญิงในอดีตของธนวรรธน์ที่ตนเองเคยกำจัดออกไปจากชีวิต จะย้อนกลับมาสร้างปัญหาให้กับตนเองได้อีก สิ่งที่ได้ยินมาทำให้วันวรุณเกิดความหวาดระแวงว่าความใกล้ชิด อาจจะทำให้ถ่านไฟเก่ากลับมาประทุขึ้นอีกครั้ง ประกอบกับความสงสัยที่ว่า ญาณิศาอาจจะเป็นลูกของธนวรรธน์จริง ๆ จึงต้องตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลม โดยคิดวางแผนการอะไรบางอย่าง
และงานนี้คงต้องยืมมือใครบางคน มาช่วยขจัดเสี้ยนหนามออกไปจากชีวิตให้สิ้นซาก โดยที่ไม่ต้องเป็นคนลงมือเอง
“อย่าโทษกันถ้าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับแก ฉันเคยให้โอกาสแกมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่แกยังกล้าย้อนกลับมาแว้งกัดฉัน ครั้งนี้ฉันไม่ปล่อยแกไปง่าย ๆ แน่ แล้วเราจะได้เห็นดีกัน”
แววตาของวันวรุณเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย ก่อนจะโทรศัพท์ไปสั่งการอะไรกับใครบางคน รอยยิ้มอำมหิตปรากฏบนใบหน้าเธอหลังจากที่วางสาย
หลังจากที่ได้รับคำสั่งจากวันวรุณให้หาทางกำจัดสองแม่ลูก ซึ่งเป็นเสี้ยนหนามที่คอยทิ่มแทงใจออกไปให้พ้นทาง ใหญ่ก็มองเห็นโอกาสที่เขาจะได้ย้อนกลับมาแก้แค้นธนวรรธน์และธนกฤต พร้อมไปกับการกำจัดณชญาดาและลูกของเธอตามคำสั่งของหญิงสาวที่เขารักได้ในคราวเดียว
ใหญ่แอบลักลอบเข้ามาดูลู่ทางที่จะตามคำสั่งของวันวรุณ พร้อมกับนำอุปกรณ์บางอย่างที่จำเป็นต้องใช้มาซ่อนไว้ในที่ลับตาคน เพื่อรอเวลาเหมาะสมที่จะลงมือจัดการทุกอย่างตามแผนที่วางไว้ ก่อนที่จะหลบออกไปเขาได้แลเห็นสองเด็กน้อยซึ่งเป็นเป้าที่วันวรุณต้องการจะกำจัด ยืนอยู่กับเป้าหมายของตนเอง แม้จะไม่เห็นตัวณชญาดาอยู่ในที่แห่งนั้น
แต่เท่าที่รู้มาพวกเด็ก ๆ จะอยู่ไม่ห่างกายหญิงสาว ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายของวันวรุณที่เขาต้องกำจัด ดังนั้นเธอจะต้องอยู่ไม่ไกลจากเด็กสองคนนี้แน่นอน ใหญ่ยิ้มเยาะที่มุมปากก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดัน
“รอก่อนเถอะ อีกไม่นานฉันจะกลับมากำจัดพวกแกออกไปให้พ้นทาง โกดังสินค้าของพวกแกจะต้องถูกเผาจนราบเป็นหน้ากลอง”
จากนั้นก็หลบออกมาจากไร่ ด้วยความชำนาญพื้นที่ ทำให้เขาหลบหนีออกไปได้โดยไม่มีใครทันได้สังเกตเห็น
ใหญ่ย้อนกลับมาที่ไร่ธนวรรธน์อีกครั้งเพื่อลงมือทำตามแผน มันรอจนสบโอกาสที่จะลงมือ แต่ที่ยังไม่ทำเพราะยังมองไม่เห็นเป้าหมายที่วันวรุณต้องการให้กำจัด เขามีโอกาสเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ฉะนั้นทุกอย่างจะต้องไม่ผิดพลาด เขาเฝ้าดักรออยู่พักใหญ่ ก็เห็นธนวรรธน์และธนกฤตจูงมือเด็กน้อยทั้งสองเดินหายเข้าไปในโกดังเก็บสินค้า แต่ไม่เห็นณชญาดา แต่ก็คาดเดาว่าหญิงสาวคงอยู่ด้านใน
แม้จะไม่มั่นใจว่าเป้าหมายอีกคนอยู่ด้านในโกดังเก็บสินค้าหรือไม่ แต่เขาจำเป็นต้องลงมือทำตามแผน เพราะเกรงว่าขืนชักช้าก็อาจจะมีคนสังเกตเห็นเขา ก่อนที่เขาจะได้จัดการตามแผนที่วางไว้
“ความสนุกเริ่มต้นขึ้นแล้ว”
ใหญ่ยิ้มเหี้ยมเกรียมก่อนจะจุดไฟโยนลงไปในบริเวณที่เขาราดน้ำมันไว้ ใครจะคิดว่าเขาจะกล้ากลับมาเผาโกดังเก็บชาอย่างอุกอาจในช่วงเวลากลางวัน ไฟไหม้ลุกลามอย่างรวดเร็ว พร้อมกับได้ยินเสียงคนร้องตะโกนด้วยความตกใจ
“ไฟ้ไหม...ไฟไหม้”
ทุกคนต่างก็ช่วยกันคนละไม้คนละมือ พยายามที่จะดับไฟที่กำลังโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง แม้จะไร้ผลแต่ทุกคนก็ไม่ละความพยายาม
ใหญ่แอบยืนดูผลงานและความโกลาหลที่ก่อตัวขึ้นด้วยสีหน้าสะใจ ก่อนจะใช้ช่วงเวลาที่กำลังชุลมุนวุ่นวายนั้นหลบหนีออกไปตามทางเดิมที่ลักลอบเข้ามา เพื่อไปกบดานตามคำสั่งของวันวรุณ โดยไม่ลืมที่จะส่งข้อความไปบอกผู้สั่งการว่าเขาได้ทำทุกอย่างตามที่เธอต้องการแล้ว แม้จะไม่ได้บอกรายละเอียดว่าใช้วิธีใดในการจัดการ แต่วันวรุณก็ไม่ได้อยากรู้
ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนขอเพียงกำจัดตัวมารที่คอยเป็นเสี้ยนหนามออกไปให้พ้นทางได้ก็พอ
ในขณะนั้นเองณชญาดาก็กำลังเดินไปที่โกดังเก็บสินค้า เธอได้ยินเสียงคนตะโกนโหวกเหวกว่าไฟ้ไหม้ที่โกดังเก็บสินค้า ทำให้เธอรีบวิ่งไปยังสถานที่ดังกล่าว เพราะเด็ก ๆ ตามธนวรรธน์และธนกฤตไปที่นั่น เมื่อไปถึงก็เห็นน้อยยืนตัวสั่นด้วยความตกใจอยู่เพียงลำพัง จึงได้เอ่ยถามด้วยความร้อนใจ
“ซันกับญาณินอยู่ที่ไหน”
“ยังอยู่ข้างในค่ะคุณญาดา” น้อยตอบคำถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ สีหน้ายังคงซีดเผือด เพราะยังอยู่ในอาการตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า
“อะไรนะ! อยู่ข้างในอย่างนั้นเหรอ” หญิงสาวย้อนถามด้วยน้ำเสียงตกใจ
“ใช่ค่ะ ตอนเกิดเหตุน้อยพลัดหลงกับน้อง ๆ และน้อยก็ถูกกันตัวออกมาด้านนอก”
“น้อยรออยู่ตรงนี้ก่อนนะ ฉันจะเข้าไปช่วยซันกับญาณินเอง”
“คุณญาดาอย่าเข้าไปเลยนะคะมันอันตราย ให้คนอื่นเข้าไปแทนดีกว่าค่ะ”
ณชญาดาไม่ฟังคำทัดทานนั้น ความร้อนใจทำให้เธอวิ่งฝ่าเปลวเพลิงเข้าไปช่วยเด็ก ๆ โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเอง ห่วงก็แต่ความปลอดภัยของญาณิศาและฑีฆายุเท่านั้น ไฟที่โหมกระหน่ำอย่างรุนแรงทำให้เธอมองอะไรแทบไม่เห็น ได้แต่ตะโกนเรียก เด็ก ๆ คงกำลังตกใจอยู่ที่ไหนสักแห่งในนี้ และรอให้เธอไปช่วย
“ซัน ญาณิน อยู่ที่ไหนลูก”
“ญาณินได้ยินเสียงแม่ไหมลูก ซัน ซันครับ”
หญิงสาวออกตามหาพร้อมกับตะโกนเรียกไปตลอดทาง เปลวเพลิงร้อนแรงที่กำลังลุกไหม้โหมกระหน่ำอยู่นั้นไม่ได้ทำให้เธอย่อท้อ เธอพยายามค้นหาแต่ก็ไม่พบเด็ก ๆ อยู่ในบริเวณดังกล่าว
พอจะออกไปค้นหาในจุดอื่นก็มีคานไม้ล่วงหล่นลงมา โชคดีที่หลบทัน ควันไฟที่สูดดมเข้าไปทำให้หญิงสาวแทบหมดสติอยู่ตรงนั้น แต่ก็พยายามแข็งใจเพื่อที่จะออกตามหาบุตรสาวและหลานชายโดยไม่ย่อท้อ ได้แต่หวังว่าพวกเขาจะปลอดภัย ถ้าพวกเด็ก ๆ เป็นอะไรไปล่ะก็ เธอคงไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้แน่
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







