LOGINญาณิศาหันมาเห็นน้ำตาของณชญาดาไหลลงมาทั้งที่หลับตา
“แม่ดาร้องไห้” หนูน้อยเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้มารดา
“หรือว่าน้าดาจะฝันร้ายแบบวันนั้น”
ญาณิศาโน้มตัวไปกอดณชญาดาพร้อมกับพูดปลอบเหมือนที่แม่เคยทำกับตนเอง
“โอ๋ ๆ ไม่ต้องร้องไห้นะคะแม่ดา ฝันร้ายจะกลายเป็นดี”
ณชญาดากอดกระชับร่างของลูกไว้แนบอก
“ถูกน้าดาล็อกตัวไว้แบบนี้ญาณินก็หลับเท่านั้นน่ะสิ” ฑีฆายุเอ่ยเพราะรู้ดีว่าน้องชอบนอนในอ้อมกอดของณชญาดา
ญาณิศาหัวเราะก่อนจะชักชวนพี่ชายให้ขึ้นมานอนด้วยกัน ฑีฆายุปีนขึ้นไปนอนอีกด้านของณชญาดา หญิงสาวเอื้อมมือไปกอดหลานชายไว้เช่นกัน ทั้งหมดหลับไปพร้อมกัน เมื่อธนวรรธน์กลับเข้ามาในห้องนอนของหญิงสาวอีกครั้ง เขาเผลอยิ้มให้กับภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า
“นอนเฝ้าจนหลับไปเลยเหรอเด็ก ๆ”
ธนวรรธน์นั่งเฝ้าคนที่นอนหลับอยู่บนเตียงอย่างเป็นสุขอยู่ภายในห้องนั้น เขาโน้มตัวไปจูบหน้าผากของณชญาดาและลูก
จังหวะนั้นเองธนกฤตได้เดินเข้ามาในห้องของหญิงสาวทันได้เห็นภาพดังกล่าว และก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มให้กับภาพที่เห็น
“คุณญาดาเป็นยังไงบ้างครับพี่พีท”
“สิ้นฤทธิ์ไปแล้ว หมอบอกไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แค่ให้นอนพักผ่อนมาก ๆ”
“โชคดีที่เธอปลอดภัย”
“ที่โกดังเก็บสินค้าของเราเป็นยังไงบ้าง เสียหายเยอะไหม”
“ไฟไหม้เกือบหมดเลยครับพี่พีท ของที่ไม่โดนไฟไหม้ก็เสียหายไปเพราะน้ำดับเพลิง”
“ดีที่เรามีประกัน”
“เราจะทำยังไงกับสินค้าที่จะต้องจัดส่งให้ลูกค้าในอาทิตย์หน้าดีล่ะครับพี่พีท ของมันเสียหายไปหมดแล้ว”
“ก็คงต้องขอเลื่อนลูกค้าออกไปก่อน ทำไงได้ มันเป็นเหตุสุดวิสัย พี่ว่าลูกค้าคงเข้าใจ แล้วคนของเรามีใครเป็นอะไรมากหรือเปล่า”
“แค่บาดเจ็บกันเล็กน้อยเท่านั้นครับ พี่พีทไม่ต้องเป็นห่วง ผมจัดการดูแลให้พวกเขาทำแผลกันแล้ว จะมีก็แต่คุณญาดาที่ดูเหมือนจะอาการหนักสุด”
ธนวรรธน์มองไปที่ณชญาดาที่กำลังนอนหลับใหลอยู่บนเตียง สายตาของเขาบ่งบอกถึงความรักความห่วงใยอีกฝ่ายอย่างสุดซึ้ง ตอนนั้นเขาเป็นห่วงเธอมากมาย
กังวลว่าเธอจะเป็นอะไรไป ถ้าต้องเสียณชญาดาไปอีกครั้งล่ะก็ มันคงเป็นเรื่องยากที่จะทนใช้ชีวิตอยู่ต่อไป ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงคนนี้จะมีอิทธิพลเหนือจิตใจของเขาได้มากจนเขาเองก็คาดไม่ถึง เธอสามารถกำหนดทุกข์สุขของเขาได้โดยไม่รู้ตัว
ภาพของพี่ชายที่ดูร้อนรนกระวนกระวายเมื่อรู้ว่าณชญาดายังติดอยู่ในกองเพลิง ตลอดจนความอ่อนโยนที่ปฏิบัติต่อญาณิศายังคงติดตาธนกฤตมาจนถึงตอนนี้ ไหนจะใช้คำแทนตัวเองว่าพ่อและเรียกญาณินว่าลูกนั่นอีก
สิ่งเหล่านี้ทำให้เขารู้ว่าพี่ชายรักและห่วงใยสองคนแม่ลูกมากแค่ไหน และมันก็เป็นเครื่องยืนยันว่าพี่ชายของเขาสงสัย ในเรื่องที่เขาเองก็กำลังสงสัยอยู่เหมือนกัน หรืออาจจะถึงขั้นมั่นใจว่าตนเองเป็นพ่อของญาณิศาถึงได้แสดงออกไปแบบนั้นต่อหน้าคนอื่น ๆ
“พรุ่งนี้ตำรวจจะมาพบเราเพื่อสอบถามเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้นะครับพี่พีท จากการตรวจสอบเบื้องต้นทางตำรวจตรวจพบถังน้ำมันหลายใบตกอยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ นั่นหมายความว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่มีคนจงใจที่จะเผาโกดังเก็บสินค้าของเรา พี่พีทคิดว่าเป็นฝีมือของใครครับ”
“ต้องเป็นฝีมือของไอ้ใหญ่แน่ มันคงแค้นที่เราไล่มันออก ก็เลยย้อนกลับมาแก้แค้นเราด้วยวิธีนี้ นายตรวจดูกล้องวงจรปิดหรือยังพอล”
“ลุงสนกำลังดูอยู่ครับ อีกไม่นานเราก็คงจะได้รู้ว่าใครเป็นคนลงมือทำเรื่องแบบนี้”
“เราไม่เคยมีศัตรูที่ไหน จะมีก็แต่ไอ้ใหญ่เท่านั้น พี่มั่นใจว่าต้องเป็นฝีมือของมันแน่ เพียงแต่เรายังไม่มีหลักฐาน แถมมันยังรู้ทางหนีทีไล่ของที่นี่เป็นอย่างดี ฉะนั้นคงไม่ยากที่จะลักลอบหนีไปในช่วงเวลาที่เรากำลังชุลมุนวุ่นวายกันอยู่”
“หวังว่าลุงสนจะเจอหลักฐานที่ใช้มัดตัวคนที่ลงมือเผาโกดังสินค้าของเรา”
“ก็ไม่แน่ ถ้าเป็นฝีมือของไอ้ใหญ่จริง มันคงไม่โง่ให้กล้องวงจรปิดจับภาพมันได้”
“ถ้าเราไม่มีหลักฐานก็คงจะเอาผิดมันยาก”
“คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจตามสืบ เราเองก็ต้องจัดเวรยามคอยตรวรจตราและป้องกันดูแล เพื่อไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก”
“พี่พีทคิดว่าไอ้ใหญ่มันจะกล้าย้อนกลับมาอีกเหรอครับ”
“กันไว้ดีกว่าแก้ สั่งคนของเราตรวจตราดูให้ดีนะพอล ในจุดที่ล่อแหลมและยังไม่มีกล้องวงจรปิดก็จัดการให้เรียบร้อย”
“ได้ครับพี่พีท”
“หลังจากนี้งานของพวกเราคงจะหนักขึ้น เพราะต้องเร่งผลิตสินค้าเพื่อจัดส่งให้ลูกค้า แทนสินค้าที่เราสูญเสียไปในกองเพลิง แล้วได้ติดต่อบริษัทประกันหรือยัง”
“ติดต่อแล้วครับ พรุ่งนี้เขาจะเข้ามาดูสถานที่เกิดเหตุ เพื่อประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้น”
“หลังจากนี้เราคงจะยุ่ง เพราะยังมีงานอีกมากที่เราต้องทำ อาจต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ ห่วงก็แต่สามคนนั่นเท่านั้น”
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั





![ม่านรักไฟเสน่หา NC30+ [โคแก่กินหญ้าอ่อน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
