LOGINปกติธนกฤติไม่เคยเห็นพี่ชายเป็นห่วงอะไร หรือแสดงความเป็นห่วงใครแบบนี้มาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นพี่ชายแสดงออกถึงความห่วงใยในตัวณชญาดาและเด็ก ๆ ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้ทุกคนรู้ว่า
ธนวรรธน์มีความห่วงใยในตัวณชญาดาและญาณิศามากแค่ไหน ดูจากการกระทำของเขาก็รู้ เขาร้อนรนกระวนกระวายเมื่อรู้ว่าณชญาดาตกอยู่ในอันตราย รวมถึงความอ่อนโยนที่เขามีต่อญาณิศานั่นอีก ไม่เคยมีใครคาดคิดว่าจะได้เห็นภาพเหล่านี้จากชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ชายที่ดุดัน โมโหร้าย และอารมณ์ร้อนมากคนนี้มาก่อน แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว
“นายไปพักเถอะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”
“ก็ดีเหมือนกัน พี่พีทเองก็ควรจะพักเหมือนกันนะครับ แล้วเจอกันตอนมื้อค่ำ”
“ดูท่าว่าเด็ก ๆ คงไม่ยอมห่างจากญาดาหรอก”
“จะยากอะไรครับพี่พีท เราก็ย้ายมากินมื้อค่ำกันที่นี่ เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศ ดีไหมครับ”
“ก็คงต้องเป็นแบบนั้น”
“พี่ฝากนายส่งคนไปบอกป้าจันทร์ให้เตรียมอาหารสำหรับคนป่วยด้วยนะ”
“ได้เลยครับ เดี๋ยวผมจัดการให้” ธนกฤตรับคำก่อนที่จะเดินออกไปจากห้อง
พัดชาโทรศัพท์เข้ามือถือของณชญาดาในช่วงค่ำ เพื่อพูดคุยกับเด็ก ๆ ทุกคืนก่อนนอนจนเป็นเรื่องปกติ แต่วันนี้กลับไม่มีคนรับสาย แม้จะพยายามโทรหาหลายครั้งแต่ก็ยังเป็นเหมือนเดิม
“ทำไมไม่มีใครรับสาย ไม่เคยเป็นแบบนี้เลยนี่นา”
“บ่นอะไรอยู่คนเดียว” จักราวุธเอ่ยถาม
“ก็บ่นเรื่องของญาดาน่ะสิคะ พัดโทรศัพท์ไปหาตั้งหลายครั้งแต่ก็ไม่ยอมรับสาย ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า”
“อาจจะไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ก็ได้ ลองโทรไปอีกครั้งสิ”
พัดชาทำตามที่สามีบอก และรอสายอยู่นานก่อนจะได้ยินเสียงห้าวของใครบางคนดังมาตามสาย
“คุณเป็นใคร แล้วญาดาไปไหนทำไมถึงไม่มารับโทรศัพท์”
“แล้วคุณล่ะเป็นใคร”
“ฉันพัดชาเป็นพี่สาวของญาดา”
“ผมธนวรรธน์ ตอนนี้ญาดาหลับไปแล้ว”
“หลับแล้ว ทำไมนอนเร็วจัง ปกติไม่เห็นเคยนอนเร็วแบบนี้” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงแปลกใจ
“พอดีวันนี้มีเรื่องเกิดขึ้นที่ไร่ของเรา แล้วเธอก็ได้รับบาดเจ็บ”
“เกิดอะไรขึ้น! แล้วญาดากับเด็ก ๆ ปลอดภัยดีหรือเปล่าคะ” พัดชาย้อนถามด้วยน้ำเสียงตกใจ
ธนวรรธน์เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้อีกฝ่ายฟัง ก่อนจะสรุปปิดท้ายว่า
“ทุกคนปลอดภัยดี แม้ญาดาจะได้รับบาดเจ็บแต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง”
“แล้วตอนนี้ซันกับญาณินอยู่ที่ไหนคะ”
“เพิ่งอาบน้ำเสร็จคงกำลังแต่งตัวอยู่ จะคุยไหมครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฝากบอกญาดาด้วยนะคะว่าพี่พัดโทรมา แล้วจะรีบไปหาที่ไร่อย่างเร็วที่สุด”
“ได้ครับ แล้วผมจะบอกเธอเอง”
“ขอบคุณนะคะที่ช่วยดูแลญาดาและเด็ก ๆ พวกเขาปลอดภัยก็เพราะคุณ”
“มันเป็นหน้าที่ของผมที่จะต้องดูแลพวกเขา ไม่ต้องกังวลนะครับตอนนี้ทุกคนไม่เป็นไรแล้ว โดยเฉพาะเด็ก ๆ”
“ได้ยินคำยืนยันแบบนี้ค่อยโล่งใจหน่อย ฝากพวกเขาด้วยนะคะ” พัดชาพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนจะวางสาย
“เกิดอะไรขึ้นเหรอพัด”
“ไฟไหม้โกดังเก็บสินค้าของไร่ธนวรรธน์ค่ะ ตอนเกิดเหตุญาดาและเด็ก ๆ ติดอยู่ในนั้น แต่สุดท้ายพวกเขาก็ช่วยออกมาได้ทัน ญาดาบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนเด็ก ๆ ปลอดภัย”
“พรุ่งนี้เราบินไปหาพวกเขากันดีไหม” จักราวุธเอ่ยชวนภรรยา
“กำลังจะชวนคุณอยู่เลยค่ะ จะได้ไปหาลูกด้วย คิดถึงจะแย่แล้ว”
“เห็นโทรคุยกับลูกทุกคืนยังไม่หายคิดถึงอีกเหรอ”
“มันเหมือนกันที่ไหนละคะ โทรไปทีไรจอมแสบของเราก็บอกว่าสบายดี คิดถึงพ่อกับแม่ แต่ย้ำนักย้ำหนาว่ายังไม่ต้องมารับซันกลับบ้านนะ ซันยังสนุก ๆ อยู่ คงจะซนกันน่าดู”
“เวลาที่ลูกไม่อยู่ก็เหงาเหมือนกันนะ บ้านเงียบไปเลย”
“นั่นสิคะ ว่าแต่คุณเถอะไปด้วยกันได้แน่นะ”
“แน่สิ อะไรจะสำคัญไปกว่าครอบครัวของเรา พรุ่งนี้เราจะออกเดินทางกันแต่เช้าเลยดีไหม”
“ดีค่ะ”
“คุณคุยกับใคร” ณชญาดาเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าเขาใช้โทรศัพท์ของเธอคุยกับใครบางคน
“ตื่นแล้วเหรอ” ธนวรรธน์ช่วยประคองให้หญิงสาวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงก่อนจะนั่งลงข้างตัวเธอ
“พี่สาวของคุณโทรมา เธอรู้เรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว และฝากบอกคุณว่าจะมาหาพวกคุณที่นี่”
“พี่พัดคงเป็นห่วงซัน”
“เธอเป็นห่วงพวกคุณทุกคนถึงได้ร้อนใจเมื่อรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แม้ผมจะบอกว่าพวกคุณปลอดภัยแล้วก็ตาม”
ธนวรรธน์เอื้อมไปกุมมือของหญิงสาวไว้ ก่อนจะยกมันขึ้นจรดริมฝีปากของตนเอง
“อย่าทำให้ผมต้องเป็นห่วงคุณแบบนี้อีกเลยนะญาดา ขอร้องล่ะ รู้ไหมว่าผมตกใจมากแค่ไหน เมื่อรู้ว่าคุณอยู่ในกองเพลิงนั่น”
“ฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะสร้างปัญหาให้คุณ แต่ฉันเป็นห่วงซันกับญาณิน ถ้าพวกเขาเป็นอะไรไปล่ะก็ ฉันคงไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้”
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







