LOGIN“ญาณินไปก่อนนะคะลุงพีท”
“เดี๋ยวลุงพาไป”
เขาจูงมือญาณิศาเดินตรงไปยังเก้าอี้ข้างสระว่ายน้ำ
“ใส่ชุดว่ายน้ำทูพีซสีสันสดใสแบบนี้แล้วญาณินดูเซ็กซี่ที่สุดเลยรู้ไหม” ธนวรรธน์เอ่ยชมพร้อมกับจี๋ไปที่เอวของญาณิศา เด็กน้อยหัวเราะออกมาอย่างร่าเริง
“แม่ดาก็บอกแบบนี้เหมือนกันค่ะ”
“ลุงคงต้องไปแล้ว อย่าลืมสัญญาของเรานะ ห้ามบอกใครว่าเราพบกันที่นี่”
“ญาณินสัญญาค่ะว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร” ทั้งคู่เกี่ยวก้อยทำสัญญากัน
ญาณิศายิ้มหวานพร้อมกับโบกมือให้เขา ธนวรรธน์เดินจากไปหลบมุมยืนมองญาณิศา เขาเฝ้าดูจนน้อยและฑีฆายุตามมาสมทบ เด็ก ๆ กระโดดน้ำเล่นกันอย่างสนุกสนาน หลังจากนั้นไม่นานพัดชาและจักราวุธก็ลงมาว่ายน้ำร่วมกับเด็กน้อยทั้งสอง เขาจึงเดินกลับไปที่รถและขับกลับไปทำงานต่อที่ไร่ธนวรรธน์ด้วยความสบายใจ
ธนวรรธน์มาหาณชญาดาที่ห้องพักในวันต่อมาด้วยใบหน้าที่อิดโรย เขาเคาะประตูห้องและยืนรอด้วยความใจเย็น ทันทีที่ณชญาดาเดินมาเปิดประตูห้อง เขาก็แทรกตัวเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว โดยที่อีกฝ่ายยังไม่ทันได้ทักท้วง
“คุณมาทำอะไรที่นี่”
“ก็มาหาคุณไง”
“มาหาฉันทำไม ออกไปนะ”
คนอย่างธนวรรธน์ไม่เคยทำตามคำสั่งของใครถ้าเขาไม่เต็มใจ ครั้งนี้ก็เช่นกัน เขาก้าวเดินเข้าไปหาเธออย่างช้า ๆ สายตาก็จับจ้องอยู่ที่ใบหน้าเธอ
“ผมมาที่นี่ทำไมคุณก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้ว ไม่เห็นต้องถาม”
หญิงสาวก้าวถอยหลังเพื่อหลบหลีกการคุกคามของเขา
“ฉันจะไม่ยอมให้คุณข่มเหงฉันได้ง่าย ๆ หรอก อย่าหวังเลย กลับไปซะ”
“นี่คุณคิดว่าผมมาที่นี่เพื่อทำเรื่องอย่างว่ากับคุณเหรอ”
เขาเอ่ยด้วยความขบขัน และเผลอยิ้มกว้างเมื่อเห็นสีหน้าเก้อเขินของอีกฝ่าย
“ผมมาตามเรื่องงานของผมต่างหาก แต่ถ้าเราจะทำเรื่องอย่างว่าก่อนก็ได้นะ ผมไม่เกี่ยง”
เขาคว้าตัวเธอเข้ามากอดโดยไม่สนใจอาการดิ้นรนขัดขืนของเธอ
“ปล่อยฉันนะ ฉันบอกให้ปล่อย”
นอกจากจะไม่ปล่อยแล้วเขายังพูดยั่วเย้าเธอ “แม้แต่เวลาโกรธก็ยังสวย”
“ปล่อยฉันเถอะนะคะพีท”
หญิงสาวเปลี่ยนมาใช้น้ำเย็นเข้าลูบ เพราะรู้ดีว่าถ้าเธอสั่งเขาก็จะยิ่งทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม เพราะไม่ชอบให้ใครขัดใจ เผด็จการชัด ๆ
“คุณมาตามเรื่องงานไม่ใช่เหรอคะ ฉันก็กำลังเร่งทำให้คุณอยู่”
อันที่จริงธนวรรธน์ก็ไม่ได้สนใจเรื่องนั้นสักเท่าไรหรอก เพียงแต่ใช้มันเป็นข้ออ้างในการที่จะได้อยู่ใกล้ชิดเธอ แต่ไหน ๆ เธอก็พูดขึ้นมาแล้วดูความคืบหน้าของงานหน่อยก็ไม่เสียหายอะไร
“ขอผมดูหน่อย”
“หา!” ณชญาดาเริ่มสับสนว่าเขาขอดูอะไรกันแน่
ธนวรรธน์ยิ้มขบขันก่อนจะใช้นิ้วปัดไปที่จมูกเธออย่างล้อเลียนก่อนจะเฉลย
“ผมหมายถึงงานที่คุณเขียนให้ผม”
“หมายถึงงานเขียน”
“ใช่”
ณชญาดาลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“งั้นก็ปล่อยฉันก่อนสิคะ”
ชายหนุ่มยอมทำตามคำขอ ทันทีที่ร่างของเธอเป็นอิสระจากอ้อมกอดที่แข็งแกร่งนั้น เธอก็รีบเดินตรงไปยังโน้ตบุ๊กของตัวเอง โดยมีเขาเดินตามไปด้วย
“ฉันเริ่มลงมือเขียนมาได้พักหนึ่งแล้ว ตั้งใจว่าจะส่งให้คุณกับคุณพอลอ่านอยู่เหมือนกัน” หญิงสาวนั่งลงหน้าคอมและเปิดไฟล์งานที่เอ่ยถึง
ธนวรรธน์โน้มตัวลงพร้อมกับยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้ดวงหน้างามอย่างจงใจ ใกล้จนเธอได้กลิ่นน้ำหอมที่เขาใช้ ใจของณชญาดาเต้นแรงยากที่จะควบคุม
“เป็นอะไร ทำไมเงียบไป”
“ป่ะ...เปล่าค่ะ คุณบอกอีเมล์ของคุณกับคุณพอลมาสิคะ เดี๋ยวฉันจะส่งไฟล์งานที่เขียนไปให้พวกคุณลองอ่านดู จะให้แก้ไขอะไรก็บอกมาได้เลยนะคะ”
ธนวรรธน์กระซิบบอกอีเมล์ของตนเองที่ข้างหูเธออย่างช้า ๆ แต่แทนที่เธอจะพิมพ์ตามที่เขาบอก เธอกลับชะงักงันไป หูของเธอแดงจนเห็นได้ชัด ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหน้าของเธอต้องแดงก่ำด้วยความเขินอายเช่นกัน
การเขย่าขวัญสั่นประสาทไม่จบเพียงเท่านั้น เขาดีดนิ้วพร้อมกับพูดหยอกเย้าเธอด้วยความขบขัน
“มีสมาธิหน่อยญาดา พิมพ์ตามที่ผมบอก หรือต้องให้ผมจับมือคุณพิมพ์”
คำพูดของเขาดึงสติเธอให้กลับมาสนใจกับงานตรงหน้า หญิงสาวพยายามไม่ใส่ใจใบหน้าเขาที่อยู่ห่างจากหน้าของเธอแค่คืบ ไหนจะลมหายใจอุ่น ๆ ที่ปะทะต้นคอของเธอนั่นอีก มันทำให้หญิงสาวรู้สึกวาบหวาม และครั่นเนื้อครั่นตัวราวกับคนมีไข้ เธอเบือนหน้าไปมองเขา
“มองอะไร พิมพ์ไปสิ”
“คุณก็ถอยออกไปห่าง ๆ สิ”
“ทำไม มีปัญหาอะไร”
“ฉันพิมพ์ไม่สะดวก”
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







