LOGINในเวลาเดียวกันนั้นเองธนวรรธน์ได้ขับรถไปหาณชญาดาและเด็ก ๆ ที่โรงแรม ทั้งที่ร่างกายอ่อนล้าจากการทำงานหนักจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน แต่ไม่ว่าจะเหนื่อยมากแค่ไหนเขาก็ยังอยากที่จะพบหน้าณชญาดาและญาณิศาอยู่ดี นั่นจึงทำให้เขามายืนอยู่ที่โรงแรมแห่งนี้
และก็ได้เห็นเด็กน้อยทั้งสองในชุดว่ายน้ำสีสดใส กำลังหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน โดยมีน้อยเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแลอยู่อย่างใกล้ชิด
ในระหว่างที่กำลังเดินไปที่สระว่ายน้ำเด็ก ๆ ก็ถามหาขนม
“เดี๋ยวพี่จะกลับไปเอามาให้”
“พี่น้อยจะรู้เหรอคะพี่ซันว่าเราอยากได้ขนมอะไรบ้าง”
“พี่จะไปกับพี่น้อยเอง ญาณินไปด้วยกันไหม”
แม่หนูน้อยส่ายหน้า
“งั้นก็ไปนั่งรอพี่กับพี่น้อยที่เก้าอี้ข้างสระว่ายน้ำก่อน”
“อืม ญาณินจะไปนั่งรอพี่ซันกับพี่น้อยตรงนั้นนะคะ” ญาณิศาชี้มือไปที่เก้าอี้ข้างสระน้ำ
“ห้ามไปไหนตามลำพัง ห้ามพูดหรือรับของจากคนแปลกหน้าเข้าใจไหมญาณิน” พี่ชายออกคำสั่งกับน้องสาว ซึ่งอีกฝ่ายก็รับคำ
“โอเค”
“พี่เดินไปส่งน้องญาณินก่อนดีกว่า”
“ไม่เป็นไรค่ะพี่น้อย ญาณินเดินไปเองได้ใกล้แค่นี้เอง รีบกลับมากันเร็ว ๆ นะคะ”
ขณะที่เด็กน้อยกำลังก้าวเดินไปยังจุดนัดพบก็มีมือของใครบางคนมาฉุดไว้ แถมเขายังปิดปากของญาณิศาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ส่งเสียงร้อง เด็กน้อยเหลียวกลับไปมองคนดังกล่าวด้วยความตกใจ เมื่อเห็นว่าเป็นใครก็หายกลัว
“ลุงพีทมาทำอะไรที่นี่คะ” น้ำเสียงที่เอ่ยถามบ่งบอกถึงความดีใจที่ได้พบเขา
“ก็มาหาลูกไง”
“ญาณินไม่ใช่ลูกของลุงพีท”
คำพูดนั้นเสียดแทงหัวใจเขายิ่งนัก มันเจ็บ...เจ็บเหมือนกับมีใครเอามีดมาปักที่กลางอกยังไงยังงั้น
“แล้วใครเป็นพ่อของญาณิน” หลังจากที่เอ่ยถามเขาก็กลั้นใจรอฟังคำตอบ
หนูน้อยหน้าเศร้าเมื่อถูกเอ่ยถามถึงเรื่องนี้ ความไร้เดียงสาทำให้แม่หนูน้อยพูดออกไปตามความเป็นจริง
“หนูไม่เคยมีพ่อ”
‘มีสิ พ่อของลูกก็ยืนอยู่ตรงหน้าลูกนี่ไง’ นั่นเป็นสิ่งที่ธนวรรธน์คิด
“แม่ดาบอกว่าพ่ออยู่บนสวรรค์”
“อะไรนะ! อยู่บนสวรรค์งั้นเหรอ” ธนวรรธน์ถามย้ำเพราะไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน แต่เด็กน้อยก็ยังยืนยันคำตอบเดิม
“ค่ะ แม่ดาบอกแบบนั้น”
ณชญาดานี่น่าตีจริง ๆ เจอตัวเมื่อไรจะจับมาทำโทษให้เข็ด โทษฐานที่โกหกลูก
“สวรรค์ไกลไหมคะลุงพีท”
“ไม่รู้สิ ลุงก็ยังไม่เคยไปสวรรค์เลยสักทีก็เลยไม่รู้คำตอบ” จากนั้นก็ย้อนถาม
“อยากให้ลุงเป็นพ่อของญาณินไหม”
ดวงตาของญาณิศาเปล่งประกายแวววาว ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่สดใส แววตาบ่งบอกถึงอารมณ์ความรู้สึก ทั้งแววตาและรอยยิ้มที่สดใสแบบนี้ ถอดแบบออกมาจากแม่โดยไม่ผิดเพี้ยน หนูน้อยรีบพยักหน้าตอบ สีหน้าบ่งบอกถึงความดีใจ
“อยากค่ะ แล้วต้องทำยังไง”
“ก็ต้องทำให้แม่ดายอมแต่งงานกับลุง เราจะได้เป็นครอบครัวเดียวกัน และอยู่ด้วยกันตลอดไป”
“ลุงพีทจะแต่งงานกับแม่ดาจริง ๆ เหรอคะ” ญาณิศาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“จริงสิ แต่คงต้องทำให้แม่ดายอมตกลงแต่งงานกับลุงก่อน”
“แล้วทำยังไงแม่ดาถึงจะยอมแต่งงานกับลุงพีท”
“เรื่องนี้ไว้เป็นหน้าที่ของลุงเอง ส่วนญาณินก็มีหน้าที่พาแม่ดามาอยู่ใกล้ชิดลุงบ่อย ๆ แค่นี้ก็พอ ทำได้ไหม”
แม่หนูน้อยพยักหน้าแทนคำตอบ แม้จะไม่เข้าใจว่าการใกล้ชิดกัน มันจะช่วยให้แม่ยอมแต่งงานกับลุงพีทได้ยังไง แต่ก็รับปากที่จะทำตามที่เขาบอก
“ดีมากลูก”
ญาณิศายิ้มรับคำชม นัยน์ตาทอประกายแวววาวสดใส เด็กน้อยคิดเพียงว่าถ้าแม่แต่งงานกับลุงพีท ตนเองก็จะมีพ่อเหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ
“แล้วตอนนี้แม่ดาอยู่ที่ไหนคะ” ธนวรรธน์พูดคะขากับญาณิศาได้โดยไม่รู้สึกขัดเขิน
“แม่ดากำลังนั่งเขียนงานให้ลุงพีทอยู่ที่ห้องค่ะ แม่บอกว่าต้องรีบทำงานให้เสร็จเร็ว ๆ จะได้พาญาณินกับพี่ซันกลับบ้าน”
คิดจะพาลูกหนีผมไปอย่างนั้นเหรอ มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกญาดา ครั้งนี้ผมจะไม่ปล่อยให้คุณกับลูกจากผมไปอีกเด็ดขาด นั่นคือสิ่งที่อยู่ในความคิดคำนึงของชายหนุ่ม
“ญาณินต้องไปแล้วค่ะลุงพีท ถ้าพี่ซันกับพี่น้อยกลับมาแล้วไม่เห็นญาณิน พวกเขาต้องเป็นห่วงมาก ๆ แน่”
“โอเค แต่ต้องสัญญากับลุงก่อนว่าจะไม่บอกใครว่ามาเจอลุงที่นี่ ตกลงไหม”
“บอกพี่ซันก็ไม่ได้เหรอคะ”
“ใช่ นี่เป็นความลับระหว่างเรา ญาณินทำได้ไหม”
แม้จะไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมถึงบอกใครไม่ได้ว่าเจอลุงพีทที่นี่ แต่ก็ยอมรับปาก
“ทำได้ค่ะ”
“พรุ่งนี้ลุงจะแวะมาหาอีก”
“แต่พรุ่งนี้ป้าพัดกับลุงวุธจะพาพี่ซันกับญาณินไปเที่ยวนะคะ พี่น้อยก็ไปด้วย”
“แล้วแม่ดาล่ะ”
“แม่ดาไม่ไปค่ะ บอกว่าจะทำงาน”
นั่นหมายความว่าหญิงสาวจะอยู่เพียงลำพัง ทางสะดวกเลยทีนี้ ใบหน้าของธนวรรธน์ปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







