LOGIN“แน่ใจนะว่าเป็นเพราะเหตุผลนั้น”
“ใช่”
“โอเค” ธนวรรธน์เลิกแกล้งเธอ เขายืดตัวขึ้นแต่ยังคงปักหลักยืนอยู่ที่เดิม
ณชญาดาพิมพ์ตามที่เขาบอก จากนั้นก็จัดการส่งไฟล์งานให้เขา
“ฉันส่งงานให้คุณแล้วลองดูซิว่าได้รับไหม”
ชายหนุ่มพยักหน้าก่อนจะเดินไปนั่งพิงตัวเตียงอย่างสบายอารมณ์ พร้อมกับเปิดไฟล์ที่เธอส่งมาให้จากมือถือของตนเอง แต่แทนที่จะอ่าน เขากลับเลือกที่จะนั่งดูเธอทำงาน และมันทำให้ณชญาดารู้สึกอึดอัดจนต้องเอ่ยถาม
“คุณจ้องฉันทำไมคะ”
เขาสบตาเธอด้วยดวงตาวาววะวับก่อนจะย้อนถาม “ผิดกฎหมายด้วยเหรอ”
คำถามนี้ทำเอาคนถูกถามถึงกับอ้าปากค้าง
“ไม่ผิดกฎหมายหรอก แต่ฉันไม่มีสมาธิในการทำงาน เวลาที่มีคนมานั่งจ้องจับผิดกันแบบนี้”
“โอเค”
ธนวรรธน์เลิกจ้องมองเธอ และหันกลับมาให้ความสนใจกับไฟล์งานของเธอแทน
ต้องยอมรับว่างานเขียนของณชญาดานั้นน่าสนใจ เธอบอกเล่าข้อมูลของชาผ่านเรื่องเล่าของเขา ในรูปแบบของการเขียนไดอารี่ และทำมันออกมาได้อย่างกลมกลืนน่าติดตาม
ไม่ยัดเยียดความรู้เกี่ยวกับเรื่องชามากเกินไป จนทำให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย แต่ก็ได้สอดแทรกเกร็ดความรู้เรื่องนี้ลงไปได้อย่างครบถ้วน ต้องยอมรับว่าการให้ความรู้เรื่องชาผ่านเรื่องเล่าจากประสบการณ์ของเขานั้น มันน่าสนใจและน่าติดตาม คนที่มีโอกาสได้อ่านก็จะได้ทั้งเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการปลูกชา และการชงชาชนิดต่าง ๆ รวมถึงได้รับความเพลิดเพลินไปในคราวเดียวกัน
โดยเริ่มเล่าตั้งแต่เขาเริ่มเข้ามาสืบทอดธุรกิจไร่ชาของครอบครัวในฐานะผู้บริหาร ที่ไร้ซึ่งประสบการณ์ทางด้านชา แม้จะเติบโตมาพร้อมกับธุรกิจนี้ แต่เมื่อต้องลงมือทำจริง ๆ มันไม่ง่าย เล่าถึงปัญหาและอุปสรรคที่เขาต้องเจอ
การต้องดูแลคนหมู่มากก็ทำได้ยากกว่าที่คิด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะขาดประสบการณ์ แต่ก็ไม่ละความพยายาม สุดท้ายก็ผ่านมันมาได้โดยได้รับความร่วมมือจากทุกคน พยายามคิดต่อยอด ปรับปรุง และพัฒนาจนทำให้ธุรกิจชาของเขาเป็นปึกแผ่นมั่นคง เขาอ่านมันด้วยความอย่างเพลิดเพลิน และอ่านจบภายในเวลาอันรวดเร็ว
ขณะที่ธนวรรธน์นั่งอ่านงานของณชญาดาอยู่ที่เตียงนั้น เธอก็นั่งเขียนงานที่ค้างไว้อย่างตั้งใจและรู้สึกสนุกไปกับมัน เหมือนอยู่ในโลกส่วนตัวของตัวเอง
เวลาผ่านไปพักใหญ่ณชญาดาวางมือจากงานที่ทำ และหันกลับไปมองชายหนุ่มบนเตียง ปรากฏว่าเขาหลับไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ หญิงสาวเดินไปยืนอยู่ข้างเตียง พร้อมกับโน้มตัวลงไปใกล้ตัวเขาเพื่อดูว่าเขาหลับจริงหรือว่าแกล้งหลับ เธอโบกมือไปมาตรงหน้าเขาแต่เขายังคงนอนนิ่ง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ขยับตัวก็จะกลับไปนั่งทำงานต่อ
ทันใดนั้นร่างของเธอก็ถูกดึงเข้าหาตัวเขา เธอจึงตกอยู่ในอ้อมแขนของเขาโดยไม่ทันได้ตั้งตัว
“นี่คุณแกล้งหลับเหรอ”
“เปล่า ผมหลับจริง ๆ แต่มารู้สึกตัวตอนที่คุณเดินเข้ามา” ธนวรรธน์ตอบพร้อมกับซบที่ซอกคอหอมกรุ่นของเธอ
“ผมเร่งทำงาน คุมคนงานผลิตชาที่จะจัดส่งให้ลูกค้าแทนของเดิมที่มอดไปในกลองเพลิง ไม่ได้หลับได้นอนมาสองวันแล้ว ตอนนี้รู้สึกเพลียมากจริง ๆ”
ณชญาดาขยับตัวอย่างอึดอัดขัดเขิน
“เพลียก็กลับไปนอนพักที่ไร่ของคุณสิคะ”
“ผมขับรถกลับไม่ไหว มันง่วงมากจริง ๆ คุณคงไม่ใจร้ายบังคับให้ผมขับรถกลับไร่ตอนนี้หรอกใช่ไหม แต่ถ้าคุณไม่ต้องการให้ผมอยู่ผมก็จะไป ทั้งที่รู้ว่าผมอาจจะหลับในหรือมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น และผมอาจจะไม่...”
หญิงสาวรีบยกขึ้นปิดปากเขาพร้อมกับส่ายหน้า ไม่ให้เขาพูดในสิ่งที่ไม่เป็นมงคล ธนวรรธน์ได้ทีกุมมือข้างนั้นของเธอขึ้นจรดริมฝีปากของตนเอง เขาจ้องมองเธอด้วยแววตาหวานซึ้ง การกระทำของเขาส่งผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจเธอ มันเต้นนรัวเร็วจนเธอเกรงว่าเขาจะได้ยิน และก็จริงอย่างที่เขาพูด ถ้าจะบังคับให้เขาขับรถกลับไร่ขณะที่กำลังง่วงก็คงไม่ดีแน่ และอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ เธอจึงตัดสินใจให้เขาพักที่นี่จนกว่าจะหายง่วง
“ง่วงก็นอนพักที่นี่สักครู่ก่อนก็ได้ค่ะ แต่ต้องปล่อยฉันก่อน”
“นอนกับผมได้ไหม”
“อะไรนะ!” เธอร้องเสียงหลง
“ผมหมายถึงนอนเป็นเพื่อนผม”
“แต่ฉันไม่ง่วง”
ธนวรรธน์หรี่ตาก่อนเอ่ยถาม “ไม่ง่วงหรือว่ากลัวจะเสียทีผมกันแน่ ถ้าเป็นอย่างหลังล่ะก็ไม่ต้องกลัว ผมไม่มีแรงที่จะทำอะไรคุณตอนนี้หรอก”
“ไม่...ฉันไม่เชื่อใจคุณ...คุณมันเจ้าเล่ห์ไว้ใจไม่ได้หรอก”
ณชญาดายังจำได้ดีถึงวันที่มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกันเป็นครั้งแรก เขาใช้ความชำนาญในเรื่องอย่างว่าหว่านล้อมให้เธอยินยอมเป็นของเขาด้วยความเต็มใจ แม้ว่าในคืนนั้นเธอจะดื่มจนมึน แต่ก็ไม่ได้เมาจนไม่มีสติรับรู้เรื่องที่เกิดขึ้น ฉะนั้นจึงไว้ใจเขาไม่ได้เด็ดขาด ธนวรรธน์ยิ้มรับคำวิจารณ์ก่อนจะยืนยันหนักแน่น
“ผมสัญญาว่าจะแค่นอนกอดคุณ ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น ถึงแม้ใจอยากจะทำแต่คงทำไม่ไหว ตาจะลืมไม่ขึ้นอยู่แล้ว แต่ถ้าคุณจะเป็นฝ่ายทำผมยอม”
ณชญาดาอ้าปากค้างเมื่อได้ยินคำพูดของเขา
“ใครจะทำแบบนั้น ฝันไปเถอะ และก็ปล่อยฉันได้แล้ว”
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั