LOGINธนวรรธน์เดินเข้าไปสวมกอดเธอไว้จากทางด้านหลัง
“มันไม่ใช่ความผิดของคุณนะญาดา อย่าโทษตัวเองทั้งที่คุณไม่ได้ทำอะไรผิด ถึงคุณไม่กลับมาผมก็คงแต่งงานกับวันไม่ได้อยู่ดี เพราะอะไรรู้ไหม”
ในเมื่อเธอไม่ถามแต่เขาก็เลือกที่จะอธิบายให้เธอเข้าใจ และรับรู้ถึงความรู้สึกที่เขามีต่อตัวเธอ
“เพราะผมรักคุณ รักมาตลอด และเจ็บมากที่คุณทิ้งผมไปโดยไม่บอกเหตุผล ถึงอย่างนั้นก็ไม่เคยหยุดรักคุณ มีคุณเพียงคนเดียวเท่านั้นที่อยู่ในหัวใจผม คุณคงไม่รู้หรอกว่าผมดีใจมากแค่ไหนที่ได้พบคุณอีกครั้ง”
ณชญาดาใจเต้นแรงที่ได้ยินคำสารภาพรักจากปากของเขา เธอดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น แต่มันมาพร้อมกับความเจ็บปวด ที่คอยตอกย้ำว่าเธอเป็นคนทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและวันวรุณต้องร้าวฉานและสิ้นสุดลงในที่สุด
“แล้วที่ผมถอนหมั้นวันผมก็มีเหตุผล”
หญิงสาวหมุนตัวกลับมายืนเผชิญหน้าเขาอีกครั้ง ก่อนจะย้อนถามเสียงแผ่วเบา
“เหตุผลอะไรคะ!”
“ผมมีบางอย่างให้คุณดู”
ธนวรรธน์เปิดคลิปในมือถือของตัวเองพร้อมกับยื่นส่งให้หญิงสาวดู ณชญาดารับมาดู เขาเปิดคลิปให้เธอดูหลายต่อหลายคลิป รวมถึงภาพนิ่งที่วันวรุณกำลังนัวเนียอยู่กับผู้ชายไม่ซ้ำหน้า เธอคืนโทรศัพท์ให้เขาหลังจากดูจบ
“เข้าใจแล้วใช่ไหมว่าทำไมผมถึงต้องถอนหมั้น”
อีกฝ่ายพยักหน้าเบา ๆ เขาคว้าเธอเข้ามาในอ้อมกอด
“แต่งงานกันนะ ผมอยากสร้างครอบครัวที่อบอุ่นร่วมกับคุณ ให้โอกาสผมได้ดูแลคุณกับลูกบ้างได้ไหม”
“ฉันว่ามันเร็วเกินไปที่เราจะพูดเรื่องนี้ เราควรให้เวลาในการคิดทบทวนก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไป จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง”
“ผมคิดดีแล้ว แต่ถ้าคุณจะขอเวลาให้เราได้เรียนรู้กันและกันใหม่อีกครั้งก็ได้ ผมจะให้เวลาคุณตามที่ขอ แต่อย่าให้ผมต้องรอนานนักก็แล้วกัน รู้ใช่ไหมว่าผมมีความอดทนต่ำ”
“ฟังเหมือนเป็นคำข่มขู่เลยนะคะ”
“ขอร้องต่างหาก”
ณชญาดาส่ายหน้า “หมดเรื่องแล้วนะคะ ฉันไปได้แล้วใช่ไหม ถ้าใช่ก็ปล่อยฉันได้แล้วค่ะ”
เขายอมปล่อยตัวเธอให้เป็นอิสระด้วยความรู้สึกเสียดาย
นับจากวันนั้นความสัมพันธ์ของธนวรรธน์และณชญาดาก็เปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยมีเด็กน้อยทั้งสองเป็นตัวประสาน คอยทำหน้าที่กามเทพตามที่ธนวรรธน์กระซิบบอกด้วยความเต็มใจ
ในระยะหลังมานี้ดูเหมือนญาณิศาและฑีฆายุจะตัวติดกับธนวรรธน์เป็นตังเมเลย ไม่ว่าเขาจะไปทำอะไรที่ไหนเด็ก ๆ ก็จะขอตามไปด้วย ซึ่งเขาเองก็ไม่ขัดข้อง ออกจะยินดีด้วยซ้ำที่มีสองแสบวัยซนคอยติดตามไปทุกที่
แม้ความสัมพันธ์จะเป็นไปได้ด้วยดี แต่จนแล้วจนรอดหญิงสาวก็ยังไม่ยอมรับปากแต่งงานกับเขาสักที และนั่นทำให้ธนวรรธน์ออกอาการหงุดหงิดจนเห็นได้ชัด
ร้อนถึงธนกฤตต้องเข้ามาทำหน้าที่ประสานรอยร้าวของคนทั้งคู่ เพราะเล็งเห็นแล้วว่าขืนปล่อยให้เหตุการณ์ยืดเยื้อแบบนี้ต่อไปคงไม่ดีแน่ เขาจึงหาโอกาสที่จะพูดคุยเรื่องนี้กับณชญาดา แล้วโอกาสก็มาถึงเมื่อพี่ชายพาเด็ก ๆ ไปที่ร้านพีทแอนด์พอลคาเฟ่
“คุณญาดายุ่งอยู่หรือเปล่าครับ”
“ไม่ค่ะ คุณพอลมีอะไรหรือเปล่าคะ” หญิงสาววางมือจากงานที่ทำ
“ผมมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณ พอจะสละเวลาคุยกับผมสักครู่ได้ไหมครับ”
“ได้สิคะ คุณพอลอยากจะพูดอะไรก็พูดมาได้เลยค่ะ”
“เรื่องของพี่พีทน่ะครับ”
“เขาสั่งให้คุณมาพูดกับฉันเหรอคะ”
“เปล่าครับ อย่าหาว่าผมยุ่งเรื่องส่วนตัวของคุณเลยนะครับ แต่พอจะบอกเหตุผลผมได้ไหมว่า ทำไมคุณถึงไม่ยอมรับปากแต่งงานกับพี่ชายผม”
“ฉันว่ามันเร็วเกินไปที่จะพูดเรื่องนี้ และฉันก็รู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุทำให้พี่ชายของคุณต้องถอนหมั้นกับคุณวัน”
“แต่มันไม่ใช่ความผิดของคุณ”
“ถึงพวกคุณจะปฏิเสธ แต่ฉันรู้ดีว่าฉันเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พี่ชายของคุณ ตัดสินใจทำลงไปแบบนั้น”
ที่เธอพูดมามันก็ถูกจนเขาเถียงไม่ออก
“พี่พีทเป็นคนน่าสงสารนะครับ”
“เขาน่ะเหรอคะน่าสงสาร”
“ใช่ครับ เพราะเรื่องในอดีตที่เกิดขึ้นกับพ่อแม่ของเราทำให้พี่พีทมีปมในใจ”
“ปมในใจ!” คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่น
ธนกฤตพยักหน้าก่อนจะพูดขยายความ
“พี่พีทมีปมเรื่องที่พ่อจับได้ว่าแม่มีชู้ และคิดจะทิ้งเราเพื่อหนีไปใช้ชีวิตกับชู้รักตามลำพัง ตอนนั้นตัวผมเองก็อายุแค่สองขวบ ยังเล็กมากและจำความอะไรไม่ค่อยได้ แต่พี่พีทอายุแปดขวบ เขาโตพอที่จะจดจำเรื่องราวทุกอย่างได้ เขาเคยเห็นแม่นอนกับผู้ชายอื่นในห้องนอนพ่อ นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้พี่พีทกลายเป็นคนเก็บกด และมีปมในใจมาจนถึงทุกวันนี้”
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







