LOGINสิ่งที่ธนกฤตเล่าให้เธอฟังนั้นเป็นเรื่องที่น่าตกใจไม่น้อย
“เกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้นคะ”
“หลังจากที่พ่อจับได้ว่าแม่มีชู้ พ่อกับแม่ก็ทะเลาะกันอย่างรุนแรง พ่อบันดาลโทสะหยิบปืนมายิงแม่ตายคาที่ พี่พีทเห็นเหตุการณ์เหล่านั้นทั้งหมด เขาช็อกไม่ยอมพูดอะไรกับใครอยู่หลายวัน พ่อของผมมอบตัวกับตำรวจเพื่อรับผิดชอบในสิ่งที่ทำลงไป ศาลพิพากษาจำคุกพ่อห้าปี หลังจากนั้นไม่นานพ่อของผมก็เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน เราสูญเสียเสาหลักของครอบครัวไปโดยไม่มีโอกาสได้เอ่ยคำลา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้พี่พีทโทษว่าเป็นความผิดของแม่ เพราะแม่ไม่ซื่อสัตย์กับพ่อ ทำให้เกิดเรื่องราวเลวร้ายอย่างที่เห็น จากนั้นพี่ชายผมก็ไม่เคยเชื่อใจผู้หญิงอีกเลย เขาคิดเสมอว่าผู้หญิงเป็นเพศที่ไว้ใจไม่ได้ และพร้อมที่จะทรยศต่อความรักได้ตลอดเวลา”
ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงมีอคติกับผู้หญิงแบบนั้น นั่นเป็นเพราะเรื่องราวที่เขาต้องเผชิญในวัยเด็ก ทำให้เขามีมุมมองในแง่ลบอย่างที่เห็น
“พี่พีทไม่เคยจริงจังกับผู้หญิงคนไหน จนกระทั่งมาพบคุณ คุณเป็นผู้หญิงคนแรกและเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่พี่พีทรัก แต่คุณกลับทิ้งเขาไปโดยไม่บอกเหตุผล และนั่นยิ่งตอกย้ำความเชื่อของพี่พีท เขาเชื่อว่าผู้หญิงเป็นเพศที่ไม่น่าไว้ใจจริง ๆ เพราะแม้แต่ผู้หญิงที่เขารักก็ยังหักหลังเขา”
เมื่อได้ฟังสิ่งที่ธนกฤตเล่ามา คิ้วเรียวสวยของณชญาดาขมวดมุ่น
“จริงอยู่ที่ฉันไม่ได้เอ่ยลาด้วยตัวเอง เพราะฉันกลัวว่าจะไม่มีความเข้มแข็งมากพอที่จะไปจากเขา แต่ฉันได้ฝากจดหมายที่เขียนถึงเขาไว้กับคุณวันวรุณก่อนที่จะจากไป”
“ไม่มีใครได้รับจดหมายฉบับนั้น วันบอกกับทุกคนว่าคุณเรียกร้องเงินค่าตัว เพื่อแลกกับการเดินออกไปจากชีวิตของพี่พีท”
ณชญาดามีสีหน้าตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน เพราะมันไม่เป็นความจริงแม้แต่น้อย
“เธอโกหกค่ะ ฉันไม่เคยเรียกร้องอะไร และยินดีที่จะจากไปโดยไม่ลังเล แม้ว่าจะเจ็บปวดแสนสาหัสแต่ก็ต้องทำ เพราะฉันไม่อยากเป็นมือที่สามในชีวิตใคร เชื่อฉันนะคะฉันไม่เคยร้องขออะไรแบบนั้น”
“พี่พีทกับป้าจันทร์ไม่เคยเชื่อในสิ่งที่วันบอก พวกเขาเชื่อว่าคุณไม่ใช่คนนิสัยแบบนั้น หลังจากวันนั้นพี่พีทก็สั่งห้ามทุกคนเอ่ยถึงคุณอีก แต่พี่ชายผมไม่เคยลืมคุณเลย เขายังคงคิดถึงคุณเสมอ และยังเก็บรูปถ่ายของคุณพกติดตัวตลอดเวลา ผมเคยเห็นพี่พีทหยิบภาพของคุณออกมาดูอยู่บ่อยครั้ง แม้ปากจะไม่เอ่ยถึงคุณแต่ผมรู้ว่าพี่ชายผมรักคุณเสมอมา เขาไม่เคยลืมคุณ”
“รักเหรอคะ แล้วทำไมถึงต้องแสร้งทำเป็นจำฉันไม่ได้”
“เพราะเขาโกรธที่คุณทิ้งเขาไป”
“จะให้ฉันทำยังไงในเมื่อเจ้าของตัวจริงมาทวงเขาคืน คุณจะให้ฉันหน้าด้านแย่งเขามาเป็นของตัวเองอย่างนั้นเหรอคะ ฉันทำแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ และไม่เคยคิดที่จะทำ”
“ผมเชื่อคุณ”
“ตอนที่ฉันกลับมาที่นี่ ฉันแปลกใจอยู่เรื่องหนึ่ง ทำไมพวกเขาถึงยังไม่แต่งงานกัน ทั้งที่เวลามันก็ผ่านมานานหลายปี”
“ที่จริงพี่พีทเคยรู้มาก่อนหน้านี้แล้วว่า วันมีความสัมพันธ์กับผู้ชายอื่น แต่ที่ไม่ทำอะไรเพราะเขายังไม่มีหลักฐาน และเหตุผลที่พี่พีทต้องหมั้นกับวันก็เพราะอยากได้ไร่ของวันที่ถูกทิ้งร้าง ซึ่งอยู่ติดกับไร่ของเรามาพัฒนาเพื่อทำเป็นรีสอร์ต”
“ยอมผูกมัดตัวเองเพื่อแลกกับผลประโยชน์อย่างนั้นเหรอคะ”
“ทำนองนั้นครับ ก่อนหน้านี้เราเคยเจรจาขอซื้อไร่นั้น แต่วันไม่ยอมขาย และบอกว่าจะยกให้ถ้าพี่พีทยอมหมั้นหมายและแต่งงานกับเธอ นั่นคือเหตุผลที่ทำให้พี่พีทตัดสินใจหมั้นกับวัน แต่ยังไม่ทันที่จะได้แต่งงานกันพี่พีทก็รู้ความจริงว่าวันมีผู้ชายมาติดพันมากมาย และบางครั้งก็เคยมีอะไรกับผู้ชายเหล่านั้น แต่ที่แย่ที่สุดก็น่าจะเป็นเรื่องที่วันมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับคนงานในไร่อย่างไอ้ใหญ่”
“หมายความว่าเขารู้มาตลอดว่าคู่หมั้นของเขาไม่เคยซื่อสัตย์ต่อเขา เพียงแต่ยังไม่มีหลักฐาน”
“ใช่ครับ และยังรู้อีกด้วยว่าการที่วันยื่นข้อเสนอเรื่องการแต่งงาน เพราะวันคาดหวังทรัพย์สมบัติของเรา รวมถึงความสุขสบายที่จะได้รับหลังจากแต่งงานกัน แต่พี่พีทไม่กังวลเรื่องนั้น เพราะได้จัดเตรียมวิธีรับมือไว้หมดแล้ว นี่คือเหตุผลทั้งหมดที่ทำให้การแต่งงานของพวกเขาสองคนยืดเยื้อ มาจนถึงจุดแตกหักเมื่อไม่นานมานี้ พวกเขาไม่เคยรักกัน เรื่องนี้ผมยืนยันได้”
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







