Mag-log inเธอรักเขา ทั้งๆ ที่ก็รู้แก่ใจตัวเองดี ว่าคงเป็นได้แค่คนคั่นเวลาเท่านั้น แต่กระนั้นก็ยังหวัง หวังว่าความรักที่เธอมีต่อ ‘อดีตคนรักของพี่’ มันจะเปลี่ยนใจเขาได้ ในสักวัน…
view moreเรื่องมันเริ่มต้นขึ้นในวันหนึ่งที่ผมขับรถกะว่าจะไปเซอร์ไพร้ส์ฝ้ายแฟนผมที่ช่วงนี้ผมไม่มีเวลาให้เธอเหมือนเดิม ส่วนหนึ่งก็เพราะความเจ้าชู้ของผมที่แอบไปคบสาวรุ่นน้องคนหนึ่ง โดยคิดว่าฝ้ายเป็นเพียงของตายที่คงไม่หนีผมไปไหนหรือแอบมีใครแบบที่ผมทำ และผมไม่คิดเลยว่าการทำตัวดีผิดปกติในวันนั้นจะทำให้ผมได้รับรู้เรื่องราวที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่ามันจะเกิดกับตัวเอง หรือจะเรียกว่าเป็นเวรกรรมก็คงไม่ผิดนัก
ผมขับรถออกจากบ้านเพื่อไปหาฝ้ายที่วิทยาลัยที่เธอทำงานอยู่ จะว่าพยายามทำดีไถ่โทษก็คงไม่ผิด ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงผมก็มาถึงที่ทำงานของฝ้าย ผมเลี้ยวรถเข้าไปแล้วเปิดกระจกทักทายลุงยามพร้อมกับส่งขนมที่ซื้อมาให้แกเป็นสินน้ำใจ ลุงยามรับไป แต่สายตามองผมเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่แล้วก็เลือกจะเงียบ
ผมขับรถต่อมาจนถึงหอพักข้าราชการรถฝ้ายจอดอยู่ที่ลานจอดรถผมเลยคิดว่าฝ้ายน่าจะอยู่บนห้องพักก็เลยถือวิสาสะเดินขึ้นไปหาฝ้ายที่ห้อง พอไปถึงห้องผมก็เคาะประตูเรียกแต่ปรากฎว่าฝ้ายไม่ลุกมาเปิดประตูให้ แถมไฟในห้องยังถูกปิดเอาไว้
ผมไม่คิดว่าฝ้ายจะนอนตั้งแต่หัวค่ำ ผมเริ่มมีคำถามว่าถ้าฝ้ายไม่อยู่ห้องแล้วฝ้ายไปไหนเลยตัดสินใจโทรหาฝ้ายโดยไม่ได้บอกว่าผมมาหาและยืนอยู่หน้าประตูห้อง
“ฮัลโหลนนท์ กลับบ้านหรือยัง” ฝ้ายถามคำถามที่ผมคุ้นเคย
“กลับมาสักพักแล้ว ฝ้ายล่ะ กินอะไรหรือยัง งานยุ่งมากเลยเหรอ”
“ใช่ยุ่งมาก พอดีอาทิตย์หน้ามีแข่งทักษะวิชาการ นี่ฝ้ายก็นั่งปั่นงานอยู่ห้องเนี่ย”
ผมรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าฉาดใหญ่กับคำตอบที่ฝ้ายบอก ซึ่งมันหมายถึงฝ้ายกำลังโกหกผมอยู่ ผมรู้สึกหน้าร้อนผ่าวไม่คิดว่าฝ้ายผู้หญิงแสนดีของผมจะพูดโกหก ที่สำคัญคือทำไมฝ้ายต้องโกหก
“งั้นฝ้ายก็ทำงานต่อนะ อย่านอนดึกมาก เราก็จะพักแล้ว” ผมพูดเหมือนตัวเองอยู่บ้าน
“โอเค นนท์ก็พักนะ แล้ววันศุกร์เจอกัน อาทิตย์นี้ฝ้ายยุ่งทั้งอาทิตย์เลย”
แล้วฝ้ายก็วางสายไปปล่อยให้ผมยืนงงอยู่ในดงคำถามมากมายที่ผุดขึ้นมาในหัว ผมอยากจะถามฝ้ายออกไปตรง ๆ ว่าฝ้ายไปไหนทำไมผมมาหาแล้วไม่เจอ แต่สัญชาตญาณของคนเจ้าชู้มันบอกผมว่ารอจับให้ได้คาหนังคาเขาจะดีกว่า แล้วผมก็ขับรถออกจากวิทยาลัยตรงกลับบ้าน
“อ้าวเฮีย ทำไมกลับมาเร็วจัง ไหนว่าจะชวนพี่ฝ้ายกินข้าว”
ต้นลูกพี่ลูกน้องที่อยู่บ้านเดียวกันกับผมถามขึ้นหลังจากเห็นผมเดินหน้าหงอยกลับเข้าบ้านเร็วกว่าปกติ
“ต้นเฮียว่าฝ้ายกำลังปิดบังอะไรเฮียอยู่ว่ะ”
“ยังไงอ่ะเฮีย ไหนพูดให้ฟังซิ”
“ก็เฮียไปถึงหน้าห้องฝ้ายแล้วฝ้ายไม่อยู่ แต่พอเฮียโทรหาฝ้ายโกหกว่าทำงานอยู่ห้อง”
“อ้าว! พี่ฝ้ายเนี่ยนะจะโกหกเฮีย ถ้าเป็นเฮียโกหกพี่เค้ายังพอว่า”
“เออก็นั่นแหละ เฮียถึงว่ามันแปลก ๆ ไง”
“แล้วทำไมเฮียไม่ลองจอดรถอยู่แถวนั้นรอดูว่าพี่ฝ้ายไปไหนกับใคร”
“คิดไม่ทันว่ะต้น อารมณ์แบบมันเหม่อ ๆ งง ๆ ว่าทำไมฝ้ายต้องโกหก หรือว่าฝ้ายจะมีคนอื่นวะ”
“เฮียค่อย ๆ ลองถามพี่ฝ้ายดูก็แล้วกัน แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเฮียต้องหนักแน่นเอาไว้นะ แย่สุดก็คือพี่ฝ้ายอาจจะเหงาแล้วเผลอใจไปบ้าง แต่เทียบกับที่เฮียทำแล้วผมว่ามันต่างกันเยอะ ตรง ๆ เลยนะเฮียผมไม่อยากเห็นเฮียกับพี่ฝ้ายเลิกกัน”
“เออขอบใจว่ะ เฮียอาบน้ำนอนแล้วงั้น”
“แน่ใจเหรอว่าจะนอนหลับ”
จริงของต้น พออาบน้ำเสร็จผมก็เปิดเพลงบรรเลงฟังเสริมด้วยก้านไม้หอมเพื่อช่วยให้จิตใจผ่อนคลายขึ้นแต่มันไม่ช่วยให้ผมเลิกคิดได้เลย ใจหนึ่งผมก็อยากโทรไปหาฝ้ายแล้วบอกว่าผมไปหาเธอมาแต่ไม่เจอ ทำไมฝ้ายต้องโกหกว่าอยู่ห้อง
ผมคิดวนไปวนมาหยิบมือถือขึ้นมาก็หลายรอบ แต่พอเอาเข้าจริงผมดันเลือกโทรหาฝนสาวรุ่นน้องที่ผมแอบคบอยู่ เหมือนต้องการคนปลอบใจมากกว่าการจะเค้นเอาความจริงจากฝ้ายในตอนนี้ เพราะผมไม่แน่ใจว่าจะรับได้กับคำตอบที่มันไม่คาดคิด
“ฮัลโหลฝน นอนหรือยัง”
“ยังค่ะพี่นนท์ มีอะไรเหรอ อย่าบอกนะว่าคิดถึงฝน วันนี้เพิ่งเจอกันเอง”
“ก็แค่อยากได้ยินเสียง มันเหงา ๆ บอกไม่ถูก”
“มีอะไรคุยกับฝนได้นะพี่นนท์ เสียงพี่ดูไม่ค่อยดีเลย”
“พี่ไม่รู้จะพูดยังไงอ่ะ ฝนแค่คุยเป็นเพื่อนพี่สักพักได้ไหม”
“ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ พี่อยากคุยอะไรก็คุยมา ส่วนอันไหนที่ไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูด”
แล้วคืนนั้นผมกับฝนก็คุยกันนานเป็นชั่วโมง แต่ผมเลือกจะคุยเรื่องทั่วไป เรื่องความชอบ เรื่องงาน เรื่องเที่ยว โดยเลี่ยงที่จะคุยเรื่องความสัมพันธ์ของเราสองคน ฝนไม่ซักไซ้แต่ทำตัวเป็นเพื่อนคุยและผู้ฟังที่ดีจนผมสบายใจขึ้นถึงได้วางสาย แต่กว่าจะหลับก็เกือบเที่ยงคืน
“ต้น ระหว่างเฮียไปแอบดูฝ้ายกับเฮียถามฝ้ายตรง ๆ แบบไหนดีกว่ากัน ตอนนี้ยอมรับว่าคิดมากเรื่องฝ้าย”
“ตอบยากนะเฮีย ถ้าไปแอบดูก็แสดงความไม่ไว้ใจออกมาชัดเจน เกิดไม่ใช่อย่างที่คิดแล้วพี่ฝ้ายรู้จะมีปัญหาเอา แต่ถ้าคุยตรง ๆ เฮียคิดว่าคำตอบจะออกมาแบบไหนล่ะ คือเกิดเค้ามีคนอื่นจริงแล้วขอเลิกเฮียรับได้เหรอ”
“นี่แหละที่เฮียกลัว ถึงตัวเองจะทำผิดต่อเค้ามาตลอดแต่ก็ไม่อยากให้เค้าทำกับเราบ้าง จะว่าเห็นแก่ตัวก็ได้นะ”
“เอางี้มั้ยเฮีย ช่วงนี้เฮียก็ไปหาพี่ฝ้ายบ่อย ๆ เกิดเค้ามีใครอยู่มันก็จะได้ห่าง ๆ กันออกไปบ้าง”
“ฝ้ายไปขอนแก่นทั้งอาทิตย์ กลับมาก็วันศุกร์เย็น โอ๊ย อกจะแตกตายว่ะต้น เหมือนเวรกรรมตามสนองยังไงไม่รู้”
“ทำเป็นพูด แอนแฟนผมบอกว่าเมื่อคืนเฮียโทรหาฝนเหมือนมีเรื่องไม่สบายใจแต่ไม่ยอมเล่า”
“ว่าแล้วว่าต้องเข้าหูแอนจนได้ คิดเอาไว้ไม่มีมีผิด”
“งั้นก็รอพี่ฝ้ายกลับมาก่อน แล้วจะเอาไงค่อยดูอีกที ลองสังเกตการใช้มือถือเขาห่าง ๆ ก็ได้ แต่อย่าถึงกับโจ่งแจ้งถ้าไม่มั่นใจ”
(ขอย้อนไปถึงความสัมพันธ์ของผม ต้น แอน แล้วก็ฝน สักเล็กน้อยนะครับ เผื่อใครยังไม่ได้อ่านเรื่องที่ผมเล่าเอาไว้ก่อนหน้านี้ แอนเป็นสาวรุ่นน้องที่อยู่ติดกับไซต์งานก่อสร้างที่ผมทำอยู่ ตอนแรกผมจีบแอนจนเกือบจะได้กันอยู่แล้ว แต่ตอนหลังแอนดันไปคบกับต้นน้องชายผม แล้วส่งเพื่อนสนิทอย่างฝนมาดามใจผม
เพียงแค่เดตแรกผมกับฝนพากันเข้าโรงแรมจนฝนตกเป็นผู้หญิงอีกคนของผม ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือหลังจากนั้นไม่นานผมกับฝน และ ต้นกับแอน เราก็แลกคู่สวิงกิ้งกัน กลายเป็นวังวนสวาทที่อลเวงพอสมควรเพราะเราทั้งสี่คนต่างก็มีแฟนอยู่แล้ว
ส่วนผมกับต้นเราเคยเล่นเกมเสียวแบบชายสองหญิงหนึ่งกับแก้วผู้หญิงที่ผมนัดจากกลุ่มลับกลุ่มหนึ่ง แล้วนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ผมอยากให้แฟนตัวเองไปมีอะไรกับชายอื่นหรือโดนรุมบ้าง)
มาที่เรื่องของผมกับฝ้ายกันต่อครับ...
หลังจากคุยกับต้นฝ้ายก็โทรมาหาผม ซึ่งก็เป็นช่วงเวลาเดิม ๆ คือหลังทุ่มนึง ผมรับสายพยายามจับน้ำเสียวงของฝ้าย
“ฮัลโหลฝ้าย เป็นไงบ้างเหนื่อยมั้ย”
“ก็เหนื่อยนะ เพราะต้องดูแลเด็ก ๆ ที่มาแข่งหลายคน นนท์ละเป็นไงบ้าง งานที่อุดรใกล้เสร็จหรือยัง”
“งานเก่าใกล้แล้ว แต่งานใหม่กำลังจะเริ่มต้นเดือนหน้า ช่วงว่าง ๆ เราไปเที่ยวทะเลกันมั้ย ไม่ได้เที่ยวด้วยกันนานแล้ว”
“นนท์”
“หืม มีอะไรเหรอฝ้าย”
“เปล่า ไม่มีอะไร คิดถึงนะ” เสียงฝ้ายเหมือนจะร้องไห้”
“ฝ้ายเป็นอะไรหรือเปล่า บอกเราได้นะ ทำไมต้องร้องไห้ด้วย”
“เอาไว้วันศุกร์ฝ้ายกลับไปแล้วเราค่อยคุยกัน แค่นี้ก่อนนะ”
แล้วฝ้ายก็วางสายไปปล่อยให้ผมคิดมากไปกว่าเก่าอีก ผมแทบจะรอให้ถึงวันศุกร์ไม่ไหว แต่ในขณะเดียวกันผมก็ทำเรื่องไม่ดีต่อฝ้ายอีกด้วยการนัดเจอกับฝนแล้วอยู่ด้วยกันทั้งคืน เป็นครั้งแรกที่ผมนอนค้างกับหญิงอื่นที่ไม่ใช่ฝ้าย
สามปีต่อมา ภาพของภรรยา ที่บัดนี้กำลังตั้งท้องลูกคนที่สองอยู่ สร้างรอยยิ้มให้ปฏิพัทธ์ได้ทุกครั้งที่เห็น และเขาชอบเหลือเกินที่ได้กลับมาบ้านหลังนี้ บ้านที่จะมีแค่เธอกับเขา และลูกๆ ของพวกเรา “เหนื่อยไหมคะวันนี้” หญิงสาวเอ่ยถาม ก่อนจะยื่นผ้าเย็นไปซับใบหน้าหล่อเหลาให้สามีอย่างเอาใจ “นิดหน่อยครับ ว่าแต่วันนี้เจ้าแสบในท้องเป็นยังไงบ้าง” คนถูกถามส่งยิ้มให้ก่อนจะตอบไปตามความจริงที่ก็เห็นๆ กันอยู่ทุกวัน “ยังดื้อเหมือนเดิมค่ะ โชคดีที่วันนี้คุณแม่แวะมาอยู่เป็นเพื่อนช่วงบ่าย ท่านเลยอาสาช่วยดูตาเป้ให้ ปันก็เลยพลอยได้เอนหลังพัก…” ซึ่งเรื่องนี้จะโทษใครคนไหนไม่ได้เลย เพราะเป็นเธอเองที่ยืนยันหนักแน่นว่าไม่ต้องการพี่เลี้ยง แต่จนถึงนาทีนี้ เธออาจต้องลองทบทวนดูใหม่ เพราะการต้องเลี้ยงลูกชายในช่วงเวลาที่กำลังซนได้ที่ ไปพร้อมๆ กับเจ้าตัวแสบในท้องที่ทำเธอแพ้ท้องหนักมากไปพร้อมๆ กันนั้น เป็นเรื่องที่ยากเย็นเหลือเกิน “ไว้พี่จะสั่งให้คนแวะมาอยู่เป็นเพื่อน ปันจะได้มีเวลาพักในช่วงบ่าย ดีไหมครับ” ข้อเสนอของสามีเป็นที่น่าพอใจอยู่พอสมควร แต่กระนั้นเธอก็ต้องข
หลายเดือนต่อมา “ทำไมถึงปล่อยให้พวกเขาออกไปเจอกันตามลำพังแบบนั้น! เหมนี่ก็เหลือเกิน คอยดูนะกลับมาพี่จะสวดให้ยับเลยคอยดู!” ปาฏลีได้แต่ยิ้มรับต่อคำบอกกล่าวของพี่ที่แวะมาเยี่ยม และถึงอีกฝ่ายจะพูดแบบนั้น ลึกๆ ในใจของเธอมันก็สั่งการให้เชื่อใจสามีอยู่ดี “ปันไว้ใจพี่เหมค่ะ” “ไว้ใจน่ะไม่ผิดหรอกนะ แต่ก็ต้องกอดสิทธิ์ของตัวเองเอาไว้ให้ดีๆ ด้วย”หากสุดท้ายแล้วคนที่พ่อของลูกเลือกคือคนอื่น ผู้หญิงแสนธรรมดาอย่างเธอจะไปทำอะไรได้ นอกจากต้องปล่อยเขาไป “พี่มา…มีความสุขใช่ไหมคะ” คนถูกถามเพียงแต่ยิ้มรับ ก่อนจะลอบมองน้องสาวของตัวเอง ด้วยท่าทีที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรัก “ไม่ต้องห่วงพี่หรอก ตอนนี้พี่มีความสุขมากเลย ปันเองก็ควรจะมีความสุขเหมือนกัน” ต่อให้สุดท้ายแล้วรักครั้งใหม่ของเธอจะไม่สมหวัง แต่ถึงอย่างนั้นเธอกับเขาก็ได้ใช้เวลาที่ล้ำค่าร่วมกัน นั่นมันก็เพียงพอแล้ว และเธอไม่โทษใครเลยที่รักครั้งนี้ต้องจบลงทั้งๆ ที่เธอและเขา เพิ่งเข้าพิธีแต่งงานกันไปได้แค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น เรื่องนี้สอนให้เธอได้เรียนรู้ ว่าบางครั้งความรักก็มักจะเล่นตลกกั
ใช้เวลาเพียงไม่นานปาฏลีก็มาถึงโรงพยาบาลที่ลูกชายกำลังรักษาตัวอยู่ แน่นอนว่าคนแรกที่เธอพุ่งเข้าไปหานั้นจะเป็นใครอื่นไปไม่ได้เลยนอกเขา คนที่เคยสัญญากันเสียดิบดีว่าจะดูแลตาหนูเป็นอย่างดี จะไม่ยอมให้อะไรมาทำให้ลูกต้องเจ็บ แต่นี่อะไร! “คุณดูแลลูกประสาอะไร ทำไมปล่อยให้ตาเป้ไม่สบายแบบนี้!” ใบหน้าคมคายตวัดไปตามแรงตบทันทีที่เธอวิ่งเข้ามาถึงตัว แน่นอนว่าภาพที่เกิดขึ้นสร้างความตกใจแก่คนอื่นๆ เป็นอย่างมาก แต่ทว่ากลับไม่มีใครเลยสักคนที่กล้าพอจะขยับเข้ามาห้าม ออกจะรู้สึกสมน้ำหน้าคนถูกตบเสียด้วยซ้ำไป โทษฐานที่ดูแลลูกได้ไม่ดีพอ “ปัน…” “ถ้าไม่มีเวลาดูแล ก็ยกลูกให้ฉัน แล้วคุณจะไปขึ้นสวรรค์หรือตกนรกกับใครก็เชิญ!” แน่นอนว่าเขาไม่มีวันยอม ต่อให้จะเป็นลูกหรือแม่ของลูก จากนี้ก็จะไม่มีใครได้เดินออกไปจากชีวิตเขาทั้งนั้น! แม้หมอจะยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าลูกชายของเธอแค่ป่วยเป็นไข้หวัดธรรมดาเท่านั้น แต่ปาฏลีก็แทบไม่ยอมอยู่ห่างจากยอดดวงใจของเธอแม้แต่ก้าวเดียว หญิงสาวใช้เวลากล่อมจนเจ้าตัวน้อยผล็อยหลับถึงได้หันกลับมามองพ่อของลูกที่นั่งอยู่ไม่ไกลกัน “คุณก
เพราะตลอดหลายเดือนมานี้ตนเองกับภรรยาไม่ค่อยมีโอกาสได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง ปฏิพัทธ์จึงตั้งใจว่าวันนี้เขาจะยกเลิกงานในช่วงเย็นทั้งหมดเพื่อกลับบ้าน กลับมาใช้เวลาปรับความเข้าใจกับแม่ของลูก ถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เขาอาจจะคิดน้อยไปหน่อย จนมันอาจทำให้เธอเผลอเข้าใจผิด ทว่าเดินหาก็แล้ว ตะโกนเรียกก็แล้ว สิ่งที่ได้รับกลับมานั้น มันกลับมีเพียงแค่ความว่างเปล่า “ปันล่ะครับ” สุดท้ายก็เป็นเขาเองที่ทนไม่ไหว ต้องหันไปถามคนอื่นๆ ในบ้าน ที่เอาแต่นั่งเงียบ ไม่ยอมพูดยอมจากันสักคำ “คะ…คุณปันไปแล้วค่ะ” “ไปแล้ว ไปไหน!” “ก็ไปจากที่นี่น่ะสิ!” หนนี้กลับกลายเป็นคุณจารุวรรณที่เอ่ยขึ้น ก่อนจะสะบัดหน้าหนีทันทีที่พ่อตัวดีทำท่าจะเดินตรงหน้ามาหา “แม่หมายความว่าไงครับ ผมไม่เข้าใจ!” “ข้อตกลงระหว่างแกกับเขาจบแล้วนี่ อีกอย่างตอนนี้แกก็พาแม่หนูคนนั้นออกงานไปเปิดตัวเป็นว่าเล่น ใครเขาจะกล้าหน้าด้านอยู่ต่ออีกล่ะ!” คำตอบที่ได้รับนอกจากจะทำให้ตกใจแล้ว มันยังทำให้เขาคิดไปถึงรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเศร้าหมองของเมียเมื่อคืนก่อนอีกด้วย หากรู้ว่านั่นมันจะเป็นยิ้ม
ซึ่งถ้ามันเป็นแบบนั้นได้ก็ดี เพื่อนเธอจะได้มีคนคอยปกป้อง ไม่ต้องหวนกลับไปใช้ชีวิต อย่างคนซ่อมตกนรกในบ้านหลังนั้นอีก! “เท่าที่ฟังแกเล่ามา…ฉันว่าเขาก็น่าจะแอบรู้สึกอะไรกับแกบ้างแล้วล่ะ ไม่งั้นจะมาวุ่นวายกับเสื้อผ้าหน้าผมของแกทำไม!” ผู้ชายลองถ้าไม่รู้สึกอะไรเลย มีหรือที่จะพาตัวเองมาทำเรื่
พ่อกับแม่สามีอยู่พักผ่อนได้เพียงไม่นานก็ต้องพากันกลับไปพร้อมๆ กับอีกคนที่ตัดสินใจขอกลับไปด้วย เพราะเห็นชัดแล้วว่าไม่ว่าเธอจะพยายามให้ตายยังไง สุดท้ายก็ไม่อาจพาตัวเองเข้าไปอยู่ในสายตาของปฏิพัทธ์ได้เลย ไหนจะคำพูดตรงๆ ที่เขาสวนกลับมาให้กัน ตอนที่เธอรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปสารภาพรักนั่นอีก!
“อืม” “เมื่อวานก็ยังดีๆ อยู่เลย นี่นายคงไม่ได้ทำอะไรเธอหรอกใช่ไหมครับ”ถ้าจะตอบไปตรงๆ ก็เกรงว่าคนตรงหน้าอาจจะรับไม่ได้ เขาจึงใช้เพียงความเงียบให้ทำหน้าที่ตอบคำถามที่ว่านั้นแทนต่อไป ปฏิพัทธ์จัดการกับงานในส่วนของตัวเองกับของอีกคนตลอดทั้งวัน ก่อนจะรีบกลับบ้านเมื่อถึงเวลา ไม่คิด
คราแรกเขาคิดว่าชีวิตของเขาคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก แต่มาวันนี้รู้แล้วว่าตัวเองคิดผิด เธอทำให้เขาโกรธที่กลับบ้านไม่ตรงเวลาไหนจะเรื่องที่ชอบไปไหนมาไหนโดยไม่บอกกล่าวกันอีก ถึงจะเป็นเมียที่ได้มาโดยไม่ตั้งใจ… แต่ยังไงก็ขึ้นชื่อว่าเมีย! เขาไม่ชอบที่ได้รู้ความเป็นไปของเธอจากปา











