แชร์

ตกลงให้เจียวเจียวแต่งงาน

ผู้เขียน: พชราวลัย
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-28 11:29:52

ในเรือนเหมยหลิน ฉินเยว่กำลังนั่งอยู่บนเตียง วางเท้าของจ้าวเยี่ยนเจียวลงบนตักของตัวเองอย่างระมัดระวัง นางกำลังถอดรองเท้าและถุงเท้าของจ้าวเยี่ยนเจียวออก

“อาการหนักขนาดนี้เลยหรือ?” ฉินเยว่เห็นข้อเท้าของจ้าวเยี่ยนเจียวที่บวมแดงก็รู้สึกเจ็บปวดในใจ “ตระกูลจ้าวไม่ยอมไปตามหมอมาให้เจ้าหรือ?”

“เยว่เหนียง เจ้าอย่าเพิ่งร้อนใจ” เหยาเซียวหยวนชี้ไปยังสาวใช้ที่อุ้มจ้าวเยี่ยนเจียวมาเมื่อครู่ “นี่คือหลินต้าเหนียง อดีตเคยเป็นหมอหญิง เจ้าให้นางดูให้ก่อนเถอะ”

“รบกวนต้าเหนียงแล้ว” ฉินเยว่รีบพูดอย่างอ่อนน้อม

“ข้าน้อยมิกล้า” หลินต้าเหนียงเดินเข้ามาแตะข้อเท้าของจ้าวเยี่ยนเจียวอย่างระมัดระวัง ทำให้จ้าวเยี่ยนเจียวร้อง “ซี๊ด” ออกมาด้วยความเจ็บปวด

อึดใจต่อมานางก็พูดว่า “โชคดีที่คุณหนูแค่ข้อเท้าเคล็ด ไม่ได้บาดเจ็บที่กระดูก ให้ประคบเย็นก่อนแล้วค่อยทายา พรุ่งนี้เปลี่ยนเป็นแช่น้ำอุ่นจะหายในสิบถึงสิบห้าวันเจ้าค่ะ”

ฉินเยว่ได้ยินดังนั้นก็โล่งใจ นางหันไปมองจินจื่อที่อยู่ข้างๆ จินจื่อรู้ความรีบออกไปเอาน้ำแข็ง

เมื่อจินจื่อกลับมา ฉินเยว่ใช้ถุงน้ำแข็งประคบข้อเท้าของจ้าวเยี่ยนเจียวอย่างระมัดระวัง “ดูเจ้าเถอะ เพิ่งจะกลับมาไม่กี่วันก็ทำตัวเองเจ็บตัวแล้ว”

“ท่านป้า นี่ก็แค่อุบัติเหตุ” จ้าวเยี่ยนเจียวทำหน้าออดอ้อนพิงไหล่ของฉินเยว่พร้อมกับกะพริบอย่างไร้เดียงสา

ฉินเยว่มองนางด้วยสายตาจนปัญญา จ้าวเยี่ยนเจียวเป็นคนที่มีความคิดเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเรื่องกลับมาที่ตระกูลจ้าว หรือเรื่องที่ตั้งใจจะแต่งงานกับจางเจิ้งเหอ เมื่อได้ยินเรื่องของจ้าวเยี่ยนเจียวที่วัดผู่ถัว หัวใจของนางก็เหมือนถูกแขวนอยู่กลางอากาศ จนกระทั่งจางเจิ้งเหอมาหาเหยาเซียวหยวน ได้ยินว่าเขาพูดว่าเต็มใจที่จะรับผิดชอบจ้าวเยี่ยนเจียวและขอให้เหยาเซียวหยวนไปที่ตระกูลจ้าวด้วยตัวเอง นางจึงรู้สึกสบายใจขึ้นมาก

“วันนี้ได้เจอคุณชายรองอีกครั้ง ป้ามองดูท่าทางของเขาแล้ว” ฉินเยว่แตะจมูกของจ้าวเยี่ยนเจียวเบาๆ “ในที่สุดข้าก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเจ้าถึงไม่ยอมแต่งงานกับคนอื่น ผู้ชายคนนี้ดูดีจริงๆ”

จ้าวเยี่ยนเจียวทำสีหน้าภาคภูมิใจ “สายตาของข้าย่อมดีอยู่แล้ว”

เหยาเซียวหยวนที่อยู่ข้างๆ ได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “อะไรกัน? เจียวเจียวชอบคุณชายรองก็เพราะเขาดูดีเท่านั้นหรือ?”

“นั่นก็ส่วนหนึ่งเจ้าค่ะ” ถึงแม้จ้าวเยี่ยนเจียวกับเหยาเซียวหยวนจะเคยเจอกันแค่ไม่กี่ครั้ง แต่นางก็ชอบนิสัยที่จริงใจของเหยาเซียวหยวนมาก ไม่มีความรู้สึกห่างเหินเป็นคนอื่น คนไกล “เพราะคนที่ต้องอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต ถ้าหน้าตาไม่ดี ต้องเห็นหน้ากันทุกวันจะไม่ปวดใจแย่หรือ?”

เหยาเซียวหยวนหัวเราะเบาๆ เด็กคนนี้คำพูดคำจาน่าสนใจจริงๆ นึกถึงจางเจิ้งเหอที่มักจะทำตัวเย็นชาต่อคนอื่น พานคิดว่าเขาคงไม่มีความรู้สึกอะไรกับเรื่องรักๆ ใคร่ๆ กลับไม่คิดว่าโชคชะตาจะอยู่ที่สาวน้อยขี้เล่นคนนี้ ด้ายแดงของเฒ่าจันทราผูกพันกันได้อย่างน่าอัศจรรย์จริงๆ

“แต่งงานเข้าจวนโหวก็ดี ตอนนี้จวนจ้าวเริ่มเสื่อมบารมี ถึงคราวสิ้นสุดแล้ว”

จ้าวเยี่ยนเจียวฟังออกว่าคำพูดของเหยาเซียวหยวนมีความนัยแอบแฝง แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรมาก ตระกูลจ้าวไม่เคยสนใจนาง ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับจวนจ้าว นางก็ไม่อยากใส่ใจให้เสียเวลา

“การแต่งงานเข้าจวนโหวพูดง่าย” จ้าวเยี่ยนเจียวไม่กลัวว่าเหยาเซียวหยวนจะหัวเราะเยาะ นางพูดอย่างตรงไปตรงมา “ถึงแม้ฮูหยินผู้เฒ่าจ้าวจะรับปากแล้ว แต่จ้าวซิ่น นางอาจไม่ยอมง่ายๆ”

เหยาเซียวหยวนไม่ได้สนใจจ้าวซิ่นเลยแม้แต่น้อย ไม่เคยเห็นนางอยู่ในสายตา “ก็แค่เด็กที่ไม่รู้ความ จะสร้างปัญหาอะไรได้มากนักเชียว เท้าของเจ้าบาดเจ็บ พักฟื้นให้ดีสักสองสามวันก่อนก็แล้วกัน เป็นเรื่องสำคัญที่สุด อีกไม่กี่วันข้าจะพาคุณชายรองมาพบฮูหยินผู้เฒ่า เพื่อจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย” เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ เหยาเซียวหยวนคลี่ยิ้ม “ตอนที่พี่ใหญ่ของข้ากลับมาที่เมืองหลวง ข้าจะช่วยเจ้าพูดให้เขาออกมาจัดการเรื่องการแต่งงานให้เจ้า เพื่อให้เจ้าได้มีหน้ามีตา”

ในใจของจ้าวเยี่ยนเจียวนอกเหนือจากฉินเยว่แล้ว นางก็ไม่มีญาติคนอื่นแล้ว ถ้าได้รับการสนับสนุนจากท่านแม่ทัพใหญ่จากตระกูลกั๋วกง ถึงแม้นางจะจะมีชาติกำเนิกต่ำต้อย แต่ชีวิตในเมืองหลวงของนางก็จะราบรื่นขึ้นมาก

“ขอบคุณฮูหยินสามมากเจ้าค่ะ” จ้าวเยี่ยนเจียวเข้าใจถึงผลประโยชน์ที่ตามมา นางจึงไม่เสแสร้งกับเหยาเซียวหยวน รับความปรารถนาดีของนางไว้ด้วยใจจริง

เหยาเซียวหยวนยังคงยิ้ม มองไปที่ฉินเยว่เห็นนางน้ำตาคลอ จึงตบมือของนางเบาๆ เพื่อปลอบใจ “เยว่เหนียง ตอนนี้ท่านสบายใจได้แล้วนะ”

ฉินเยว่พยักหน้า “คุณชายสามและฮูหยินมีบุญคุณกับข้าและเจียวเจียวเหลือเกิน เยว่เหนียงรู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนักเจ้าค่ะ”

“คำพูดแบบนี้ข้าเบื่อที่จะฟัง ไม่ต้องพูดอีกแล้ว” เหยาเซียวหยวนแสร้งทำเป็นโกรธ เหลือบมองนาง “รู้ว่าท่านเป็นห่วง ดังนั้นในช่วงสองสามวันนี้ ท่านก็อยู่ที่นี่ดูแลเจียวเจียวเถอะ”

“แต่คังหมัวมัว...”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ในที่สุดเขาก็กลับมา

    ออกจากจวนโหว เยว่ฉีสือก็ขึ้นม้าทันที เขาไม่ได้ตั้งใจจะกลับจวน แต่จะไปที่ค่ายทหารนอกเมืองหลวง เขาไม่แม้แต่จะมองเยว่ฉีอวิ๋น เพียงพูดว่า “ทหารที่ชายแดนไม่ค่อยมีโอกาสได้พักผ่อน อีกไม่กี่วันจากนี้ให้เจ้าพาคณะงิ้วไปที่ชายแดนเพื่อสร้างความสนุกสนานกับเหล่าทหารบ้าง ถ้าเป็นไปได้ ให้อยู่ที่นั่นสักสองสามปี สร้างโรงงิ้วขึ้นมาเลย”สีหน้าของเยว่ฉีอวิ๋นเปลี่ยนไปทันที “อยู่หลายปี?! พี่ใหญ่ขอรับ ที่นั่นมันทั้งกันดารและเหน็บหนาวนะขอรับ”“ใช่แล้ว” ในที่สุดเยว่ฉีสือก็ก้มหน้าลง มองเยว่ฉีอวิ๋นด้วยสายตาเย็นชา “ดังนั้นมันถึงเหมาะกับเจ้า”เห็นสายตาของเยว่ฉีสือ เยว่ฉีอวิ๋นก็รู้สึกหนาวถึงกระดูก ตอนนี้รู้แล้วว่าเยว่ฉีสือจำฉินเยว่ได้!เขาสงสัยในใจอยากจะถาม แต่สุดท้ายก็ปิดปากลง ไม่มีความกล้าพอที่จะถามอะไรออกมาอีกหากไปลำบากอยู่ที่ชายแดนสองสามปีแล้วทำให้พี่ชายหายโกรธ เขาก็ยอม! เพียงแต่นึกถึงภรรยาที่บ้าน... เรื่องนี้ เขาปิดบังแม้กระทั่งคนข้างกาย ด้วยนิสัยของภรรยา เกรงว่านางจะไม่ปล่อยให้เขามีชีวิตสงบสุขอย่างแน่นอนหลังจากนั้น เยว่ฉีสือก็จะมาที่จวนโหวทุกๆ สามวัน โดยอ้างว่ามีเรื่องจะคุยกับจางซื่อฉิน แต่เขาก็มักจะบังเอิญ

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   แม่ทัพใหญ่จวนกั๋วกง

    “เมื่อก่อนตอนที่พี่ชายของข้าตาบอดระหว่างนั้นโชคดีที่ได้ท่านช่วยดูแล ท่านเป็นผู้มีพระคุณของจวนกั๋วกง”ฉินเยว่ส่ายหัว นางไม่คิดว่าตัวเองมีบุญคุณอะไรกับเยว่ฉีสือ นางแค่พูดว่า “ตาของเขาหายดีแล้วหรือ?”เยว่ฉีอวิ๋นพยักหน้า “หลังจากกลับมาเมืองหลวงแล้ว หมอที่บิดาของข้าเชิญมาก็รักษาตาของพี่ชายข้าจนหายดี เขาเคยไปตามหาเจ้า แต่ข้าหลอกเขาว่าเจ้าตายแล้ว”ฉินเยว่รู้สึกเจ็บปวดใจ ดวงตาของนางแดงก่ำ ได้แต่กลั้นก้อนสะอื้นลงคอจ้าวเยี่ยนเจียวที่อยู่ข้างๆ เบิกตากว้าง นางรีบเข้าไปถามอย่างไม่พอใจว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่เคือท่านลุงที่ไร้ความรับผิดชอบของข้าคนนั้น?”“เจียวเจียว เมื่อก่อนพี่ชายของข้าถูกซุ่มโจมตีเพราะบิดาของข้า ทำให้เขาตาบอดจนซึมเศร้าอยู่นาน เมื่อออกไปท่องเที่ยวหยางโจวครั้งหนึ่ง เขาทะเลาะกับบิดาของข้าระหว่างทาง แล้วจากไปอย่างไร้ร่องรอย พอหาตัวพบอีกครั้ง เขาก็แต่งงานกับป้าของเจ้าในหมู่บ้านเล็กๆ แล้ว ท่านแม่ทัพใหญ่เป็นใคร? เขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว จะแต่งงานกับคนที่ไม่รู้ที่มาที่ไปได้อย่างไร”“พอได้แล้ว” จ้าวเยี่ยนเจียวตำหนิ “สรุปก็เป็นเรื่องฐานะอีกแล้ว ตลอดสิบปีที่ผ่านมา คุณชายสามเยว่หลอกพวกเรามาตลอด ท่านป

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ความสุข

    ดอกท้อที่อยู่นอกเรือนบานสะพรั่ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการแพ้ท้องหายแล้ว หรือเพราะท่านป้าของนางมาอยู่ด้วย ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาจ้าวเยี่ยนเจียวจึงดูสดชื่น กินอิ่ม นอนหลับ ทำให้คนทั้งจวนโล่งใจต้นท้อในสวนพลิ้วไหว งดงามน่ามอง ตามหลักแล้วนักปราชญ์ควรแต่งบทกวีเพื่อชื่นชม แต่โชคร้ายที่เจ้าของเรือนเหมยหลินเป็นคนชอบกิน เมื่อนางเห็นดอกท้อ นางก็คิดถึงการนำมันไปทำโจ๊กดอกท้อ ขนมดอกท้อ และสุราดอกท้อเช้านี้นางอยากกินแกะย่าง คนรับใช้ก็รีบยกหินก้อนใหญ่สองก้อนมาทำเตาย่าง แล้วเริ่มย่างเนื้อแกะ ดังนั้นในสวนดอกท้อจึงมีกลิ่นเนื้อย่างหอมกรุ่นจางเจิ้งเหอนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่จ้าวเยี่ยนเจียวให้คนยกมาให้ เขากำลังชมดอกท้อและมองนางที่กำลังย่างเนื้อแกะ จนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “เจ้าสนใจแต่การกิน ไม่สนใจวิวทิวทัศน์ที่สวยงามบ้างเลย”“ทิวทัศน์ที่สวยงามก็สู้ท้องอิ่มไม่ได้” จ้าวเยี่ยนเจียวทำท่าทางน้ำลายไหลเมื่อได้กลิ่นเนื้อแกะย่าง นางคิดถึงเมื่อหลายวันก่อนที่นางได้กลิ่นแบบนี้แล้วรู้สึกคลื่นไส้ ตอนนี้นางรู้แล้วว่าการที่กินอะไรไม่ลงมันทรมานแค่ไหน ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นแล้วก็ต้องกินให้อิ่มหน่อย “ท่านก็ชมวิวไปเถอะ ทำตัวเป็นคุณชา

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   เจียวเจียวเป็นคนมีวาสนา

    ฤดูหนาวผ่านไป ลมฤดูใบไม้ผลิพัดโชย ดอกท้อบานสะพรั่ง มีทั้งสีเข้มและสีอ่อน ต่างแข่งขันกันเบ่งบานภายใต้แสงอาทิตย์ของฤดูใบไม้ผลิจวนโหวได้จัดงานศพให้กับนายท่านรอง หลังจากตรุษจีนจึงจัดพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่ ฮูหยินหยางได้ขอฮูหยินผู้เฒ่าแยกครอบครัวเมื่อพ้นระยะไว้ทุกข์ จางซินอวี้แต่งงานออกไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ตอบอะไร แต่จางซื่อฉินกลับตกลงทันทีตอนนี้เรือนรองแทบจะหมดหวังแล้ว หากไม่ใช่เพราะต้องการใช้ชื่อคุณหนูจวนโหวเพื่อหาคู่ที่ดีให้กับจางซินอวี้ ฮูหยินหยางก็คงจะพาบุตรชายและลูกสะใภ้ออกไปจากที่นี่นานแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นางทำเรื่องสกปรกมากมายในที่ลับ จึงกลัวว่าจางซื่อฉินจะเปลี่ยนใจมาแก้แค้น หากยังดื้อรั้น ถึงตอนนั้นชีวิตของนางก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ได้แล้วตอนนี้เรือนรองใช้ชีวิตในจวนโหวราวกับไม่มีตัวตน เซวี่ยอิงถงเรียกคืนอำนาจในการจัดการเรื่องในจวนกลับมา หลังจากนั้นได้มอบให้จ้าวเยี่ยนเจียวเป็นคนดูแลแทน เพราะนางไม่ได้อยู่ประจำในจวน อีกทั้งยังมีฮูหยินผู้เฒ่าคอยช่วยอยู่ จึงวางใจได้ว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดอย่างแน่นอนบรรยากาศในจวนยังคงหดหู่ แม้แต่สีหน้าของบ่าวไพร่ก็เศร้าสร้อย เดินเหินกันอย่างระมัดร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   สูญเสีย

    คำพูดของจางซื่อฉินทำให้ฮูหยินหยางแทบจะหายใจไม่ออก รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันทีเขารู้!ฮูหยินหยางมองจางซื่อฉิน ไม่สามารถหลอกตัวเองได้อีก จางซื่อฉินรู้ว่าการที่ท่านอาเข้าไปในทะเลทรายก็เพื่อที่จะฆ่าเขา ตอนนี้เขาโต้กลับแล้วและไม่ไว้หน้าเลย “เจ้าช่างโหดเหี้ยมนัก!”จางซื่อฉินจับมือฮูหยินหยาง ออกแรงเล็กน้อยเพื่อขัดจังหวะคำพูดของนาง “ยังมีท่านย่าอยู่ อาสะใภ้ก็ทำใจให้สบายเถอะ” ร่างของฮูหยินหยางอ่อนปวกเปียกนี่คือเขาต้องการให้นางยอมรับผลที่เกิดขึ้น ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร เพื่อฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว จางซื่อฉินจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ออกมา จางซินอวี้ที่อยู่ข้างหลังร้องไห้จนหน้าเปื้อน รีบเข้าไปพยุงมารดาเอาไว้จางซื่อฉินปล่อยมือ แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าจางเจิ้งเหอเห็นดังนั้นก็รีบคุกเข่าลงทันที จ้าวเยี่ยนเจียวก็รีบคุกเข่าตาม“ท่านย่าขอรับ หลานไม่กตัญญู” จางซื่อฉินก้มหน้าลง “ไม่สามารถปกป้องท่านอาได้”ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าซีดเผือด หัวใจของนางเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด ได้แต่ส่ายหน้าพูดอะไรไม่ออก จ้องมองโลงศพตรงหน้าด้วยใบหน้าอาบน้ำตา ความเจ็บปวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ต้องส่งศพบุตร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ข่าวคุณชายใหญ่จวนโหว

    ทันทีที่ทั้งสองคนก้าวเข้าไปในเรือนเหมยหลิน เซวี่ยอิงถงก็ปรากฏตัวออกมาจากเงามืด “ความสัมพันธ์ดีจริงๆ”“พี่สะใภ้ใหญ่” จ้าวเยี่ยนเจียวร้องออกมาด้วยความประหลาดใจเซวี่ยอิงถงยิ้มให้น้องสะใภ้ เพราะสูงกว่าผู้หญิงทั่วไปเล็กน้อย เมื่อจ้าวเยี่ยนเจียวยืนอยู่ข้างๆ จึงสูงเพียงแค่ไหล่ของนางเท่านั้น นางก้มลงมองใบหน้ากลมๆ ของน้องสะใภ้ ดูไม่ออกว่าอายุเท่าไหร่ ใบหน้าเด็กนี้ช่างน่ารักเสียจริงตอนนี้จางเจิ้งเหอยังหนุ่มอยู่ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าอีกหลายปี คุณชายรองพาภรรยาออกไปข้างนอก อาจจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพ่อกับบุตรสาว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ นางก็หัวเราะมากขึ้น พร้อมกับเหลือบไปมองจางเจิ้งเหอจางเจิ้งเหอเลิกคิ้ว เขาไม่รู้ว่าเซวี่ยอิงถงคิดอะไรอยู่ แต่เขารู้สึกว่ารอยยิ้มของนางค่อนข้างเจ้าเล่ห์ “มาดักรอพวกเรา มีอะไรหรือขอรับ?”“ซื่อฉินให้ข้ามาบอกเจ้า”จางเจิ้งเหอก็ตั้งใจฟัง“สำเร็จแล้ว”คำพูดสั้นๆ สองคำนั้นช่างหนักแน่น จางเจิ้งเหอหลบสายตาลงเล็กน้อย อารมณ์ของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เขาแค่ถามว่า “พี่ใหญ่สบายดีหรือไม่?”“วางใจเถอะ!” เซวี่ยอิงถงยื่นมือไปตบไหล่ของจางเจิ้งเหอ “ช่วงตรุษจีน เพื่อไม่ให้ฮูหยินผู้เฒ่าไม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status