Share

เจียวเจียวเป็นคนมีวาสนา

last update Last Updated: 2026-01-28 13:16:42

ฤดูหนาวผ่านไป ลมฤดูใบไม้ผลิพัดโชย ดอกท้อบานสะพรั่ง มีทั้งสีเข้มและสีอ่อน ต่างแข่งขันกันเบ่งบานภายใต้แสงอาทิตย์ของฤดูใบไม้ผลิ

จวนโหวได้จัดงานศพให้กับนายท่านรอง หลังจากตรุษจีนจึงจัดพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่ ฮูหยินหยางได้ขอฮูหยินผู้เฒ่าแยกครอบครัวเมื่อพ้นระยะไว้ทุกข์ จางซินอวี้แต่งงานออกไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ตอบอะไร แต่จางซื่อฉินกลับตกลงทันที

ตอนนี้เรือนรองแทบจะหมดหวังแล้ว หากไม่ใช่เพราะต้องการใช้ชื่อคุณหนูจวนโหวเพื่อหาคู่ที่ดีให้กับจางซินอวี้ ฮูหยินหยางก็คงจะพาบุตรชายและลูกสะใภ้ออกไปจากที่นี่นานแล้ว

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นางทำเรื่องสกปรกมากมายในที่ลับ จึงกลัวว่าจางซื่อฉินจะเปลี่ยนใจมาแก้แค้น หากยังดื้อรั้น ถึงตอนนั้นชีวิตของนางก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ได้แล้ว

ตอนนี้เรือนรองใช้ชีวิตในจวนโหวราวกับไม่มีตัวตน เซวี่ยอิงถงเรียกคืนอำนาจในการจัดการเรื่องในจวนกลับมา หลังจากนั้นได้มอบให้จ้าวเยี่ยนเจียวเป็นคนดูแลแทน เพราะนางไม่ได้อยู่ประจำในจวน อีกทั้งยังมีฮูหยินผู้เฒ่าคอยช่วยอยู่ จึงวางใจได้ว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดอย่างแน่นอน

บรรยากาศในจวนยังคงหดหู่ แม้แต่สีหน้าของบ่าวไพร่ก็เศร้าสร้อย เดินเหินกันอย่างระมัดระวัง

จ้าวเยี่ยนเจียวอยู่ในคณะงิ้วมานาน การแสร้งทำเป็นเศร้าจึงไม่ใช่เรื่องยากอะไร แต่เมื่อนางเห็นสามีของนางเศร้าจริงๆ ความเศร้าของนางก็กลายเป็นเรื่องจริง

ในขณะที่นางกำลังคิดว่าเมื่อไหร่บรรยากาศในจวนจะดีขึ้น นางเกิดเป็นลมตอนที่กำลังจะคารวะฮูหยินผู้เฒ่า ตอนแรกคิดว่าที่นางเป็นลมเพราะตื่นเช้าเกินไปและยังไม่ได้กินอะไร แต่พอหมอมาตรวจชีพจรก็พบว่านางตั้งครรภ์

คนทั้งจวนพากันดีใจยกใหญ่ จนถึงตอนนี้แม้แต่จ้าวเยี่ยนเจียวเองเริ่มคิดเหมือนกับที่ฮูหยินผู้เฒ่าและพี่สะใภ้ใหญ่พูดอยู่เสมอว่านางเป็นคนที่มีวาสนา

เพราะการตั้งครรภ์ของนาง ทำให้บรรยากาศในจวนดีขึ้นทันที ฮูหยินผู้เฒ่าที่ไม่สบายใจก็หันมาเอาใจใส่นาง

เซวี่ยอิงถงเป็นห่วงว่าจ้าวเยี่ยนเจียวจะเหนื่อยกับการตั้งครรภ์ นางจึงต้องรับหน้าที่ดูแลเรื่องในบ้านเอง นางส่งยาสมุนไพรที่ดีที่สุดมาให้จ้าวเยี่ยนเจียว ให้ความสำคัญกับจ้าวเยี่ยนเจียวเป็นอันดับแรก แม้แต่จางซื่อฉินที่แต่ก่อนคิดว่าจ้าวเยี่ยนเจียวไม่คู่ควรกับน้องชายของเขาก็มีท่ามทีที่ดีขึ้นกับนาง

จางเจิ้งเหอเองก็ดีใจ แม้สีหน้าภายนอกจะยังคงอ่อนโยนเช่นเดิม เพียงแต่ความสุขของเขาอยู่ได้ไม่นาน เพราะจ้าวเยี่ยนเจียวมีอาการแพ้ท้อง ตลอดทั้งวัน นางอาเจียนจนแทบเป็นลม กินอะไรก็ไม่ได้ ทำให้จางเจิ้งเหอรู้สึกเป็นกังวลร้อนอกร้อนใจ

จ้าวเยี่ยนเจียวเป็นคนชอบกิน นางชอบกินและกินได้เยอะ แต่ตอนนี้นางกลับกินอะไรไม่ลง ในเวลาไม่กี่วัน ใบหน้ากลมๆ ที่น่ารักของนางก็ซูบลงไปเยอะมาก

“อยากกินอะไรหรือไม่?” ตอนนี้ทุกวันจางเจิ้งเหอพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้จ้าวเยี่ยนเจียวสามารถกินอะไรเข้าไปได้บ้าง

จ้าวเยี่ยนเจียวนอนอยู่บนเตียง ใบหน้าของนางซีดเซียว ในชีวิตนี้นางได้ลิ้มรสของการไม่มีความอยากอาหารแล้ว จึงไม่ชอบความรู้สึกเช่นนี้ “ข้าอยากกินบ๊วย”

จางเจิ้งเหอรีบให้จินจื่อไปเอาบ๊วยดองมาให้ พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “เจ้าจะกินแค่นี้ไม่ได้ อย่างไรนี่ก็ไม่อิ่มท้องหรอก”

จ้าวเยี่ยนเจียวกินบ๊วยดอง รสชาติเปรี้ยวหวานทำให้นางรู้สึกดีขึ้นมาก เมื่อเห็นจางเจิ้งเหอขมวดคิ้ว นางก็อดไม่ได้ที่จะล้อเลียน “เมื่อวานพี่ใหญ่เข้าวังเพื่อขอพระบรมราชานุญาตให้หมอหลวงมาดูอาการแล้วไม่ใช่หรือเจ้าคะ ท่านหมอบอกว่าพอผ่านช่วงนี้ไปก็จะดีขึ้นแล้ว ท่านไม่ต้องกังวลหรอกเจ้าค่ะ”

จางเจิ้งเหอฮึขึ้นมา “ยังไม่เกิดก็ไม่รู้จักกตัญญูแล้ว ดูเหมือนว่าหลังจากคลอดแล้วต้องสั่งสอนให้ดีหน่อย”

จ้าวเยี่ยนเจียวเหลือบมองเขาอดขำไม่ได้ ความรู้สึกของการถูกรักนี่มันดีจริงๆ นางถามเขาว่า “บ๊วยในจวนใกล้จะหมดแล้วใช่หรือไม่?”

บ๊วยดองที่นางชอบในจวนทั้งหมดเป็นของที่ท่านป้าของนางให้มาตอนที่ออกจากหยางโจว ตอนนี้เหลือไม่มากแล้ว

จางเจิ้งเหอเคยสัญญากับนางว่าจะพานางกลับไปหยางโจว แต่เป็นเพราะงานศพท่านอาของเขา จึงไม่สามารถออกจากจวนได้ แถมตอนนี้นางก็ตั้งครรภ์แล้ว ยิ่งไปไหนไม่ได้ ต้องอยู่ในเมืองหลวงไปก่อน

“ไม่ต้องห่วง” จางเจิ้งเหอประคองใบหน้าของนาง “ทุกอย่างสามารถลำบากได้ ยกเว้นเจ้า”

กำลังซึ้งกันอยู่ พลับด้านนอกเรือนเหมยหลินก็มีเสียงดังขึ้น เป็นเสียงของหลี่ต้าจ้วงดังขึ้นนอกประตู “คุณชายรอง ฮูหยินผู้เฒ่า คุณชายใหญ่ คุณนายใหญ่ และท่านป้ารองมาขอรับ”

จ้าวเยี่ยนเจียวได้ยินแล้วยังไม่ทันได้ตอบอะไร จางเจิ้งเหอก็เชิญคนเข้ามาแล้ว

ฮูหยินผู้เฒ่า คุณชายใหญ่ คุณนายใหญ่ จ้าวเยี่ยนเจียวรู้ว่าเป็นใคร แต่ท่านป้ารอง?

ดวงตาของจ้าวเยี่ยนเจียวเบิกกว้างเมื่อนางเห็นคนที่เข้ามาพร้อมกับฮูหยินผู้เฒ่า “ท่านป้า!” นางรีบจะลุกขึ้นจากเตียงเตรียมจะวิ่งออกไป

จางเจิ้งเหอก็รีบจับนางไว้ “เจียวเจียว ระวังหน่อย”

“หลานสะใภ้ของข้า” ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัว “เจ้าระวังหน่อย”

จ้าวเยี่ยนเจียวพยักหน้าอย่างเร่งรีบ ให้จางเจิ้งเหอค่อยๆ พยุงนางให้ลุกขึ้น ถึงแม้ในใจจะตื่นเต้น แต่นางก็ไม่กล้าเร่งฝีเท้า นางค่อยๆ เดินไปหาฉินเยว่อดไม่ได้ที่จะกอดนางไว้แน่น ดวงตาของนางแดงก่ำ

ฉินเยว่เห็นจ้าวเยี่ยนเจียวร้องไห้ก็รู้สึกสงสาร “เจียวเจียวไม่ต้องร้องนะ ป้ามาหาเจ้าแล้ว”

“เจียวเจียวคิดถึงท่านป้ามากเลยเจ้าค่ะ”

“ป้าก็คิดถึงเจียวเจียวเหมือนกัน ดูสิ เจ้าผอมไปเยอะเลย” ฉินเยว่ตรวจสอบใบหน้าของหลานสาวด้วยความเป็นห่วง พอรู้ว่าจ้าวเยี่ยนเจียวตั้งครรภ์แล้วนางก็รู้สึกตื่นเต้นมาก ดังนั้นเมื่อจางเจิ้งเหอส่งคนมารับนางที่หงเสีย นางก็รีบไปขออนุญาตจากคังหมัวมัวบอกว่านางจะไปเมืองหลวง “คุณชายรองส่งคนมารับป้าด้วยรถม้าคันใหญ่”

“ในนั้นมีรถม้าอีกคันที่สามารถทำอาหารได้ใช่หรือไม่?”

“ใช่” ฉินเยว่แปลกใจ “ป้าเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก ถึงแม้จะเดินทางมาหลายวัน แต่ก็ไม่รู้สึกเหนื่อย”

“รถม้าคันนั้นคุณชายรองให้ข้าเป็นของขวัญเจ้าค่ะ” จ้าวเยี่ยนเจียวเช็ดน้ำตาบนใบหน้า โอ้อวดด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ

เมื่อเห็นท่าทางของนาง ฉินเยว่ก็รู้สึกสบายใจขึ้น มองไปยังจางเจิ้งเหอที่อยู่ข้างๆ

“ท่านป้าขอรับ” จางเจิ้งเหอเข้าไปทักทายอย่างสุภาพ

ทุกครั้งที่ฉินเยว่ได้รับความเคารพ นางจะรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “คุณชายรองมีน้ำใจมากเลยเจ้าค่ะ”

“เยว่เหนียงพูดแบบนี้ดูห่างเหินเกินไปแล้ว พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ดูแลกันเป็นเรื่องที่สมควรแล้ว” ฮูหยินผู้เฒ่าจับข้างหนึ่งมือของจ้าวเยี่ยนเจียวอีกข้างจับมือของฉินเยว่ เมื่อครู่ในห้องโถงใหญ่ได้ทำความเคารพกันแล้ว นางประทับใจป้าของจ้าวเยี่ยนเจียวมาก

รอยยิ้มของฉินเยว่ดูเอียงอาย นางไม่เคยเข้ามาในจวนใหญ่เช่นนี้มาก่อน หลังจากทำความเคารพฮูหยินผู้เฒ่า ความกังวลของนางก็หายไปเมื่อเห็นใบหน้ายิ้มแย้มของฮูหยินผู้เฒ่าที่แสดงความเป็นห่วง แต่... นางเหลือบมองจางซื่อฉินที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้โดยไม่พูดอะไร ผู้ชายคนนี้ดูน่าเกรงขามมากจริงๆ นางถึงแม้จะไม่เคยเห็นโลกกว้างมาก่อน แต่ก็เข้าใจว่าการที่คุณชายใหญ่มาต้อนรับนางด้วยตัวเองนั้นเป็นเกียรติอย่างยิ่ง เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ นางก็มีท่าทางที่ระมัดระวังมากขึ้น

“ท่านป้าไม่ต้องกลัวเขานะ เขาเป็นแค่คุณชายใหญ่เอง” จ้าวเยี่ยนเจียวเห็นว่าฉินเยว่รู้สึกไม่สบายใจ นางก็รีบปลอบใจ

จางซื่อฉินได้ยินดังนั้นก็เลิกคิ้ว ยายเด็กตายยากคนนี้ นี่เป็นเพราะว่าเขาอยากให้คนในครอบครัวของนางรู้ว่าจวนโหวให้ความสำคัญกับนางต่างหาก นางไม่เพียงแต่ไม่สำนึกบุญคุณยังพูดจาไม่เห็นหัวคน ราวกับว่าเขาไม่มีตัวตนอยู่ตรงนี้ เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่างเพื่อสั่งสอนนาง แต่จางเจิ้งเหอกลับพูดขึ้นมาเสียก่อน

“เจียวเจียวพูดถูกแล้วขอรับ” จางเจิ้งเหอไม่ได้มองพี่ชาย แล้วพูดต่อว่า “เขาเป็นแค่พี่ชายของข้า ท่านป้าแค่คิดว่าเขาเป็นคนรุ่นหลังก็ได้ขอรับ ไม่ต้องรู้สึกไม่สบายใจหรอกขอรับ”

เซวี่ยอิงถงเห็นสีหน้าของสามีเปลี่ยนไป นางก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา พูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงว่า “คุณชายรองพูดถูกแล้วเจ้าค่ะ เป็นครอบครัวเดียวกันก็ไม่ต้องมีกฎระเบียบอะไรมากมาย คุณชายใหญ่กับข้าอยู่ที่ชายแดนมานาน ก็ไม่สนใจเรื่องพวกนี้แล้ว”

“ที่อิงเอ๋อร์พูดก็ถูก” ฮูหยินผู้เฒ่าเหลือบมองจางซื่อฉินเหมือนกำลังเตือนเขา เด็กคนนี้ทำตัวแก่เกินอายุ แถมยังทำตัวแปลกๆ กว่ายายแก่คนนี้เสียอีก ในใจก็ยอมรับน้องสะใภ้คนนี้แล้ว แต่ก็ยังทำท่าทางวางอำนาจ

เหนือผืนดินยังมีต้นหญ้า เหนือแผ่นฟ้ายังมีสวรรค์ ถึงแม้ว่าจางซื่อฉินจะไม่พอใจกับจ้าวเยี่ยนเจียว แต่เขาก็ไม่อาจทนได้เมื่อท่านย่าที่เขานับถือ ฮูหยินที่เขารัก และน้องชายที่รักทะนุถนอมมาตั้งแต่เด็กเห็นจ้าวเยี่ยนเจียวเป็นสมบัติล้ำค่า ดังนั้นตอนนี้เขาจึงไม่สามารถพูดอะไรได้มากนัก ภายใต้สายตาของทุกคน เขาก็ทำได้แค่กระตุกมุมปากพูดว่า “ท่านป้าขอรับ ถือว่าจวนโหวเป็นบ้านของตัวเองได้เลย ท่านไม่ต้องเกรงใจ”

ได้ยินจางซื่อฉินพูดเช่นนี้ ฉินเยว่ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ตั้งแต่เข้ามาในจวนจนถึงตอนนี้ ท่าทีของจางซื่อฉินเย็นชามาโดยตลอด ทำให้นางรู้สึกเป็นกังวล ตอนนี้ในที่สุดนางจึงสามารถวางใจลงได้แล้ว รอยยิ้มของนางก็สดใสขึ้น “ข้าเอาบ๊วยดองมาให้เจียวเจียวเยอะเลยเจ้าค่ะ แล้วยังมีสุราบ๊วยอีกหลายไห ข้าทำเองทั้งหมดเจ้าค่ะ ฮูหยินผู้เฒ่า คุณชายใหญ่อย่าได้รังเกียจเลยนะเจ้าคะ”

“ของที่ท่านป้าทำดีทั้งหมดเลยขอรับ ตอนนี้ยิ่งดี” จางเจิ้งเหอดวงตาเป็นประกาย “บ๊วยดองที่ข้ากับเจียวเจียวเอามาจากหยางโจวใกล้จะหมดแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนนี้เจียวเจียวตั้งท้องแล้ว ต้องกินบ๊วยสองสามลูกถึงจะกินข้าวได้ แม้แต่ท่านย่าก็ยังชอบมาก”

“ใช่แล้ว! ฝีมือของเยว่เหนียงดีจริงๆ” ฮูหยินผู้เฒ่าดึงนางนั่งลง ให้คนนำบ๊วยดองและสุราบ๊วยออกมาทันที

“ถ้าอย่างนั้นก็อยู่ที่จวนโหวเป็นเพื่อนกับเจียวเจียวเถอะ ถือว่าให้โอกาสยายแก่คนนี้ได้กินของอร่อยๆ ไปด้วย”

ฉินเยว่ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกยินดี “ถ้าฮูหยินผู้เฒ่าไม่รังเกียจ ข้าตั้งใจจะอยู่ที่นี่จนกว่าเจียวเจียวจะคลอดเจ้าค่ะ ไม่ทราบว่าจะเป็นการรบกวนหรือไม่?” นางถามอย่างเกรงใจ เพราะจ้าวเยี่ยนเจียวแต่งงานออกไปแล้ว การที่นางที่เป็นป้ามาอยู่รบกวนที่บ้านคนอื่นคงจะดูไม่ดี

“พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว ทำไมยังพูดแบบนี้อีก?” ฮูหยินผู้เฒ่าตบมือของนางเบาๆ “เจ้าก็อยู่ที่นี่เถอะ จวนโหวต้อนรับเจ้า อยากอยู่นานแค่ไหนก็อยู่ได้เลย”

ความไม่สบายใจของฉินเยว่ตลอดการเดินทางจางหายไปในที่สุดท่ามกลางบรรยากาศอันอบอุ่น นางไม่ได้ตั้งใจที่จะอยู่ที่เมืองหลวงนาน เพราะรากเหง้าของนางอยู่ที่หยางโจว... หยางโจว...

เมื่อคิดว่าตอนนี้จ้าวเยี่ยนเจียวมีความสุขแล้ว นางก็ไม่ติดค้างน้องสาวที่ตายไปแล้ว แม้ว่าการแต่งงานกับคนที่มีฐานะเท่าเทียมจะสำคัญ แต่ตราบใดที่ทั้งสองฝ่ายรักกันอย่างจริงใจ เรื่องพวกนี้ก็จะไม่ใช่ปัญหา...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ในที่สุดเขาก็กลับมา

    ออกจากจวนโหว เยว่ฉีสือก็ขึ้นม้าทันที เขาไม่ได้ตั้งใจจะกลับจวน แต่จะไปที่ค่ายทหารนอกเมืองหลวง เขาไม่แม้แต่จะมองเยว่ฉีอวิ๋น เพียงพูดว่า “ทหารที่ชายแดนไม่ค่อยมีโอกาสได้พักผ่อน อีกไม่กี่วันจากนี้ให้เจ้าพาคณะงิ้วไปที่ชายแดนเพื่อสร้างความสนุกสนานกับเหล่าทหารบ้าง ถ้าเป็นไปได้ ให้อยู่ที่นั่นสักสองสามปี สร้างโรงงิ้วขึ้นมาเลย”สีหน้าของเยว่ฉีอวิ๋นเปลี่ยนไปทันที “อยู่หลายปี?! พี่ใหญ่ขอรับ ที่นั่นมันทั้งกันดารและเหน็บหนาวนะขอรับ”“ใช่แล้ว” ในที่สุดเยว่ฉีสือก็ก้มหน้าลง มองเยว่ฉีอวิ๋นด้วยสายตาเย็นชา “ดังนั้นมันถึงเหมาะกับเจ้า”เห็นสายตาของเยว่ฉีสือ เยว่ฉีอวิ๋นก็รู้สึกหนาวถึงกระดูก ตอนนี้รู้แล้วว่าเยว่ฉีสือจำฉินเยว่ได้!เขาสงสัยในใจอยากจะถาม แต่สุดท้ายก็ปิดปากลง ไม่มีความกล้าพอที่จะถามอะไรออกมาอีกหากไปลำบากอยู่ที่ชายแดนสองสามปีแล้วทำให้พี่ชายหายโกรธ เขาก็ยอม! เพียงแต่นึกถึงภรรยาที่บ้าน... เรื่องนี้ เขาปิดบังแม้กระทั่งคนข้างกาย ด้วยนิสัยของภรรยา เกรงว่านางจะไม่ปล่อยให้เขามีชีวิตสงบสุขอย่างแน่นอนหลังจากนั้น เยว่ฉีสือก็จะมาที่จวนโหวทุกๆ สามวัน โดยอ้างว่ามีเรื่องจะคุยกับจางซื่อฉิน แต่เขาก็มักจะบังเอิญ

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   แม่ทัพใหญ่จวนกั๋วกง

    “เมื่อก่อนตอนที่พี่ชายของข้าตาบอดระหว่างนั้นโชคดีที่ได้ท่านช่วยดูแล ท่านเป็นผู้มีพระคุณของจวนกั๋วกง”ฉินเยว่ส่ายหัว นางไม่คิดว่าตัวเองมีบุญคุณอะไรกับเยว่ฉีสือ นางแค่พูดว่า “ตาของเขาหายดีแล้วหรือ?”เยว่ฉีอวิ๋นพยักหน้า “หลังจากกลับมาเมืองหลวงแล้ว หมอที่บิดาของข้าเชิญมาก็รักษาตาของพี่ชายข้าจนหายดี เขาเคยไปตามหาเจ้า แต่ข้าหลอกเขาว่าเจ้าตายแล้ว”ฉินเยว่รู้สึกเจ็บปวดใจ ดวงตาของนางแดงก่ำ ได้แต่กลั้นก้อนสะอื้นลงคอจ้าวเยี่ยนเจียวที่อยู่ข้างๆ เบิกตากว้าง นางรีบเข้าไปถามอย่างไม่พอใจว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่เคือท่านลุงที่ไร้ความรับผิดชอบของข้าคนนั้น?”“เจียวเจียว เมื่อก่อนพี่ชายของข้าถูกซุ่มโจมตีเพราะบิดาของข้า ทำให้เขาตาบอดจนซึมเศร้าอยู่นาน เมื่อออกไปท่องเที่ยวหยางโจวครั้งหนึ่ง เขาทะเลาะกับบิดาของข้าระหว่างทาง แล้วจากไปอย่างไร้ร่องรอย พอหาตัวพบอีกครั้ง เขาก็แต่งงานกับป้าของเจ้าในหมู่บ้านเล็กๆ แล้ว ท่านแม่ทัพใหญ่เป็นใคร? เขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว จะแต่งงานกับคนที่ไม่รู้ที่มาที่ไปได้อย่างไร”“พอได้แล้ว” จ้าวเยี่ยนเจียวตำหนิ “สรุปก็เป็นเรื่องฐานะอีกแล้ว ตลอดสิบปีที่ผ่านมา คุณชายสามเยว่หลอกพวกเรามาตลอด ท่านป

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ความสุข

    ดอกท้อที่อยู่นอกเรือนบานสะพรั่ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการแพ้ท้องหายแล้ว หรือเพราะท่านป้าของนางมาอยู่ด้วย ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาจ้าวเยี่ยนเจียวจึงดูสดชื่น กินอิ่ม นอนหลับ ทำให้คนทั้งจวนโล่งใจต้นท้อในสวนพลิ้วไหว งดงามน่ามอง ตามหลักแล้วนักปราชญ์ควรแต่งบทกวีเพื่อชื่นชม แต่โชคร้ายที่เจ้าของเรือนเหมยหลินเป็นคนชอบกิน เมื่อนางเห็นดอกท้อ นางก็คิดถึงการนำมันไปทำโจ๊กดอกท้อ ขนมดอกท้อ และสุราดอกท้อเช้านี้นางอยากกินแกะย่าง คนรับใช้ก็รีบยกหินก้อนใหญ่สองก้อนมาทำเตาย่าง แล้วเริ่มย่างเนื้อแกะ ดังนั้นในสวนดอกท้อจึงมีกลิ่นเนื้อย่างหอมกรุ่นจางเจิ้งเหอนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่จ้าวเยี่ยนเจียวให้คนยกมาให้ เขากำลังชมดอกท้อและมองนางที่กำลังย่างเนื้อแกะ จนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “เจ้าสนใจแต่การกิน ไม่สนใจวิวทิวทัศน์ที่สวยงามบ้างเลย”“ทิวทัศน์ที่สวยงามก็สู้ท้องอิ่มไม่ได้” จ้าวเยี่ยนเจียวทำท่าทางน้ำลายไหลเมื่อได้กลิ่นเนื้อแกะย่าง นางคิดถึงเมื่อหลายวันก่อนที่นางได้กลิ่นแบบนี้แล้วรู้สึกคลื่นไส้ ตอนนี้นางรู้แล้วว่าการที่กินอะไรไม่ลงมันทรมานแค่ไหน ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นแล้วก็ต้องกินให้อิ่มหน่อย “ท่านก็ชมวิวไปเถอะ ทำตัวเป็นคุณชา

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   เจียวเจียวเป็นคนมีวาสนา

    ฤดูหนาวผ่านไป ลมฤดูใบไม้ผลิพัดโชย ดอกท้อบานสะพรั่ง มีทั้งสีเข้มและสีอ่อน ต่างแข่งขันกันเบ่งบานภายใต้แสงอาทิตย์ของฤดูใบไม้ผลิจวนโหวได้จัดงานศพให้กับนายท่านรอง หลังจากตรุษจีนจึงจัดพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่ ฮูหยินหยางได้ขอฮูหยินผู้เฒ่าแยกครอบครัวเมื่อพ้นระยะไว้ทุกข์ จางซินอวี้แต่งงานออกไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ตอบอะไร แต่จางซื่อฉินกลับตกลงทันทีตอนนี้เรือนรองแทบจะหมดหวังแล้ว หากไม่ใช่เพราะต้องการใช้ชื่อคุณหนูจวนโหวเพื่อหาคู่ที่ดีให้กับจางซินอวี้ ฮูหยินหยางก็คงจะพาบุตรชายและลูกสะใภ้ออกไปจากที่นี่นานแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นางทำเรื่องสกปรกมากมายในที่ลับ จึงกลัวว่าจางซื่อฉินจะเปลี่ยนใจมาแก้แค้น หากยังดื้อรั้น ถึงตอนนั้นชีวิตของนางก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ได้แล้วตอนนี้เรือนรองใช้ชีวิตในจวนโหวราวกับไม่มีตัวตน เซวี่ยอิงถงเรียกคืนอำนาจในการจัดการเรื่องในจวนกลับมา หลังจากนั้นได้มอบให้จ้าวเยี่ยนเจียวเป็นคนดูแลแทน เพราะนางไม่ได้อยู่ประจำในจวน อีกทั้งยังมีฮูหยินผู้เฒ่าคอยช่วยอยู่ จึงวางใจได้ว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดอย่างแน่นอนบรรยากาศในจวนยังคงหดหู่ แม้แต่สีหน้าของบ่าวไพร่ก็เศร้าสร้อย เดินเหินกันอย่างระมัดร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   สูญเสีย

    คำพูดของจางซื่อฉินทำให้ฮูหยินหยางแทบจะหายใจไม่ออก รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันทีเขารู้!ฮูหยินหยางมองจางซื่อฉิน ไม่สามารถหลอกตัวเองได้อีก จางซื่อฉินรู้ว่าการที่ท่านอาเข้าไปในทะเลทรายก็เพื่อที่จะฆ่าเขา ตอนนี้เขาโต้กลับแล้วและไม่ไว้หน้าเลย “เจ้าช่างโหดเหี้ยมนัก!”จางซื่อฉินจับมือฮูหยินหยาง ออกแรงเล็กน้อยเพื่อขัดจังหวะคำพูดของนาง “ยังมีท่านย่าอยู่ อาสะใภ้ก็ทำใจให้สบายเถอะ” ร่างของฮูหยินหยางอ่อนปวกเปียกนี่คือเขาต้องการให้นางยอมรับผลที่เกิดขึ้น ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร เพื่อฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว จางซื่อฉินจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ออกมา จางซินอวี้ที่อยู่ข้างหลังร้องไห้จนหน้าเปื้อน รีบเข้าไปพยุงมารดาเอาไว้จางซื่อฉินปล่อยมือ แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าจางเจิ้งเหอเห็นดังนั้นก็รีบคุกเข่าลงทันที จ้าวเยี่ยนเจียวก็รีบคุกเข่าตาม“ท่านย่าขอรับ หลานไม่กตัญญู” จางซื่อฉินก้มหน้าลง “ไม่สามารถปกป้องท่านอาได้”ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าซีดเผือด หัวใจของนางเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด ได้แต่ส่ายหน้าพูดอะไรไม่ออก จ้องมองโลงศพตรงหน้าด้วยใบหน้าอาบน้ำตา ความเจ็บปวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ต้องส่งศพบุตร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ข่าวคุณชายใหญ่จวนโหว

    ทันทีที่ทั้งสองคนก้าวเข้าไปในเรือนเหมยหลิน เซวี่ยอิงถงก็ปรากฏตัวออกมาจากเงามืด “ความสัมพันธ์ดีจริงๆ”“พี่สะใภ้ใหญ่” จ้าวเยี่ยนเจียวร้องออกมาด้วยความประหลาดใจเซวี่ยอิงถงยิ้มให้น้องสะใภ้ เพราะสูงกว่าผู้หญิงทั่วไปเล็กน้อย เมื่อจ้าวเยี่ยนเจียวยืนอยู่ข้างๆ จึงสูงเพียงแค่ไหล่ของนางเท่านั้น นางก้มลงมองใบหน้ากลมๆ ของน้องสะใภ้ ดูไม่ออกว่าอายุเท่าไหร่ ใบหน้าเด็กนี้ช่างน่ารักเสียจริงตอนนี้จางเจิ้งเหอยังหนุ่มอยู่ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าอีกหลายปี คุณชายรองพาภรรยาออกไปข้างนอก อาจจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพ่อกับบุตรสาว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ นางก็หัวเราะมากขึ้น พร้อมกับเหลือบไปมองจางเจิ้งเหอจางเจิ้งเหอเลิกคิ้ว เขาไม่รู้ว่าเซวี่ยอิงถงคิดอะไรอยู่ แต่เขารู้สึกว่ารอยยิ้มของนางค่อนข้างเจ้าเล่ห์ “มาดักรอพวกเรา มีอะไรหรือขอรับ?”“ซื่อฉินให้ข้ามาบอกเจ้า”จางเจิ้งเหอก็ตั้งใจฟัง“สำเร็จแล้ว”คำพูดสั้นๆ สองคำนั้นช่างหนักแน่น จางเจิ้งเหอหลบสายตาลงเล็กน้อย อารมณ์ของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เขาแค่ถามว่า “พี่ใหญ่สบายดีหรือไม่?”“วางใจเถอะ!” เซวี่ยอิงถงยื่นมือไปตบไหล่ของจางเจิ้งเหอ “ช่วงตรุษจีน เพื่อไม่ให้ฮูหยินผู้เฒ่าไม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status