แชร์

แม่ทัพใหญ่จวนกั๋วกง

ผู้เขียน: พชราวลัย
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-28 13:18:28

“เมื่อก่อนตอนที่พี่ชายของข้าตาบอดระหว่างนั้นโชคดีที่ได้ท่านช่วยดูแล ท่านเป็นผู้มีพระคุณของจวนกั๋วกง”

ฉินเยว่ส่ายหัว นางไม่คิดว่าตัวเองมีบุญคุณอะไรกับเยว่ฉีสือ นางแค่พูดว่า “ตาของเขาหายดีแล้วหรือ?”

เยว่ฉีอวิ๋นพยักหน้า “หลังจากกลับมาเมืองหลวงแล้ว หมอที่บิดาของข้าเชิญมาก็รักษาตาของพี่ชายข้าจนหายดี เขาเคยไปตามหาเจ้า แต่ข้าหลอกเขาว่าเจ้าตายแล้ว”

ฉินเยว่รู้สึกเจ็บปวดใจ ดวงตาของนางแดงก่ำ ได้แต่กลั้นก้อนสะอื้นลงคอ

จ้าวเยี่ยนเจียวที่อยู่ข้างๆ เบิกตากว้าง นางรีบเข้าไปถามอย่างไม่พอใจว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่เคือท่านลุงที่ไร้ความรับผิดชอบของข้าคนนั้น?”

“เจียวเจียว เมื่อก่อนพี่ชายของข้าถูกซุ่มโจมตีเพราะบิดาของข้า ทำให้เขาตาบอดจนซึมเศร้าอยู่นาน เมื่อออกไปท่องเที่ยวหยางโจวครั้งหนึ่ง เขาทะเลาะกับบิดาของข้าระหว่างทาง แล้วจากไปอย่างไร้ร่องรอย พอหาตัวพบอีกครั้ง เขาก็แต่งงานกับป้าของเจ้าในหมู่บ้านเล็กๆ แล้ว ท่านแม่ทัพใหญ่เป็นใคร? เขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว จะแต่งงานกับคนที่ไม่รู้ที่มาที่ไปได้อย่างไร”

“พอได้แล้ว” จ้าวเยี่ยนเจียวตำหนิ “สรุปก็เป็นเรื่องฐานะอีกแล้ว ตลอดสิบปีที่ผ่านมา คุณชายสามเยว่หลอกพวกเรามาตลอด ท่านป้าของข้าต้องเสียเงินจำนวนมากเพื่อตามหาคน แต่สุดท้ายก็เป็นแค่เรื่องล้อเล่น”

“เงินพวกนั้นข้าไม่ได้ใช้ ตอนนี้เรื่องเปิดเผยแล้ว ข้าจะคืนเงินทั้งหมดให้ ไม่เพียงเท่านั้น ตราบใดที่เยว่เหนียงพูดมา อะไรที่ให้ได้ ข้าก็จะให้ทั้งหมด”

“ท่าน!”

ฉินเยว่จับจ้าวเยี่ยนเจียวที่กำลังโกรธจัดไว้ หลังจากผ่านมาหลายปี ความรู้สึกที่เคยรุนแรงก็จางหายไปแล้ว เมื่อก่อนนางอยู่ได้ด้วยตัวเอง หลังจากนี้นางก็จะยังอยู่ได้...

“ท่านมันคนเสแสร้ง ตลบตะแลง โกหกหลอกลวง” จ้าวเยี่ยนเจียวอดไม่ได้ที่จะด่าออกมา

“เจียวเจียว พูดแบบนี้ไม่ถูก ตลอดหลายปีมานี้ข้าดูแลพวกเจ้าสองคนอย่างสุดความสามารถ”

“ท่านมันคนเลว นั่นเป็นเพราะท่านสำนึกผิด ความดีที่มาพร้อมกับเจตนาเช่นนี้ ข้ากับท่านป้าไม่ต้องการ!”

“เจ้าสาม ทำอะไรให้ฮูหยินของน้องรองโกรธอย่างนั้นหรือ?”

เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นด้านหลัง ทำให้ร่างของฉินเยว่แข็งทื่อ

เยว่ฉีอวิ๋นแสดงสีหน้าไม่สบายใจออกมา พูดพร้อมรอยยิ้ม “พี่ใหญ่ขอรับ ข้ากับเจียวเจียวมักพูดหยอกล้อกันเช่นนี้อยู่เสมอ”

สายตาของจ้าวเยี่ยนเจียวดูเหมือนจะกินคน จางเจิ้งเหอเห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้ว เดินไปข้างๆ นาง “มีอะไรหรือ?”

จ้าวเยี่ยนเจียวกำลังจะพูด แต่รู้สึกว่าชายเสื้อของนางถูกฉินเยว่ดึงไว้ สีหน้าของนางจึงเย็นชาลงพลางเม้มปากไม่พอใจ

เยว่ฉีสือมองดูสีหน้าที่แตกต่างกันไปของทุกคน สายตาของเขาไปสะดุดที่ฉินเยว่ เมื่อเห็นว่านางตกใจก้มหน้าลง เขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย “เจ้าเป็นป้าของฮูหยินรองหรือ?”

ฉินเยว่รู้สึกผิดหวังที่เขาจำนางไม่ได้ แต่เมื่อคิดดูอีกทีก็ไม่แปลก เพราะตอนที่ทั้งสองคนเจอกันครั้งแรก เขามองไม่เห็น ไม่คิดว่าเขาจะรักษาดวงตาหายแล้ว นางฝืนยิ้มที่มุมปาก ก้มหน้าลงต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ พลางพยักหน้าเบาๆ

“เงยหน้าขึ้น”

ฉินเยว่แข็งทื่อไปทั้งตัว ทำได้แค่เงยหน้าขึ้นตามที่เขาบอก สวนดอกท้อบานสะพรั่งงดงาม อากาศแจ่มใส ท้องฟ้าเป็นสีคราม ราวกับกลับไปในวันแรกที่พวกเขาพบกัน เพียงแต่ตรงหน้าไม่ใช่สวนดอกท้อ แต่เป็นป่าบ๊วย ร่างของเขาพร้อมกับทิวทัศน์ที่งดงามตกอยู่ในสายตาและหัวใจของนางพร้อมๆ กัน

เขามองตานาง ในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสัยและสับสน “เราเคยเจอกันมาก่อนหรือไม่?”

หัวใจของเยว่ฉีอวิ๋นเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเขาลำบากแค่ไหนกัน! เขาไม่ได้หลอกแค่พี่ชายของเขา แต่ยังหลอกบิดาของตัวเองด้วย ตอนที่กั๋วกงผู้เฒ่าสั่งให้เขาไปฆ่าฉินเยว่ เขาไม่ได้ลงมือ แต่กลับดูแลนางมานานกว่าสิบปี ตอนแรกก็เพื่อรักษาชีวิตของฉินเยว่ไว้ แต่สุดท้ายเมื่อเรื่องผ่านมาแล้ว ทุกคนยังอยู่ดีมีสุข เขาก็ไม่อยากสร้างปัญหาอีก

เพราะการตายของฉินเยว่ในตอนนั้นยังคงเป็นปมระหว่างกั๋วกงผู้เฒ่าและเยว่ฉีสือ ตอนนี้บรรยากาศในจวนกั๋วกงนั้นดีขึ้นแล้ว แต่ใครจะรู้ว่า...

เยว่ฉีอวิ๋นแอบถอนหายใจ เขาไม่อยากให้จวนกั๋วกงต้องวุ่นวายอีก แม้ว่าจะอกตัญญูไปบ้าง แต่ก็เตือนตัวเองอยู่เสมอว่า เพียงแค่รออีกไม่กี่ปี รอจนท่านพ่อของเขาจากโลกนี้ไป จวนกั่วกงในภายภาคหน้าก็ไม่ใช่ว่าพี่ชายของเขาจะสั่งการได้ตามใจชอบหรอกหรือ ถึงตอนนั้นอยากจะจัดการอย่างไร เพียงเอ่ยปากแค่คำเดียว รอมาสิบกว่าปีแล้ว แค่รออีกไม่กี่ปีจะเป็นไรไป?

เขามองฉินเยว่ด้วยความรู้สึกซับซ้อน ในหัวกำลังคิดหาทางอย่างรวดเร็ว หากนางพยักหน้า เขาจะรีบหันหลังหนีไปทันที ด้วยนิสัยของพี่ชายแล้ว ชีวิตของเขาในอนาคตจะต้องยากลำบากอย่างแน่นอน

ฉินเยว่เหลือบมองเยว่ฉีอวิ๋น คิดถึงการดูแลที่เขาให้นางในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าถ้าไม่มีเขาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นางกับจ้าวเยี่ยนเจียวคงไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน

นางก้มหน้าลงเผลอยกมือลูบปานบนหน้าผากของตัวเองอย่างไม่ตั้งใจ ในที่สุดนางก็ส่ายหน้า แล้วถอยไปอยู่หลังจ้าวเยี่ยนเจียวโดยไม่พูดอะไร

ดวงตาของเยว่ฉีสือเป็นประกาย สายตาของเขาเปลี่ยนจากปานบนหน้าผากของนางไปยังดวงตาของนาง จากนั้นก็มองไปที่รูปร่างของนางที่พยายามจะซ่อนตัว เขาเม้มปากเล็กน้อย เยว่ฉีอวิ๋นแปลกใจกับการกระทำของฉินเยว่แต่ก็โล่งใจขึ้นมาก “พี่ใหญ่ขอรับ ป้าของเจียวเจียวเป็นแค่คนรับใช้ของหงเสีย นางอยู่ที่หงเสียมาเกือบทั้งชีวิตแล้ว พี่ใหญ่ไม่เคยไปที่นั่น เป็นไปได้อย่างไรที่จะเคยพบกัน?”

จ้าวเยี่ยนเจียวจ้องเยว่ฉีอวิ๋นอย่างโกรธแค้น

เยว่ฉีสือได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรมาก เขาแค่เหลือบมองฉินเยว่ และก้าวเดินผ่านนางไป “เวลาไม่เช้าแล้ว ข้าไม่รบกวน ขอตัว”

ถึงแม้จางซื่อฉินจะรู้สึกได้ว่าบรรยากาศแปลกๆ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรมาก เพียงแค่เดินตามเยว่ฉีสือเพื่อไปส่งเขากลับด้วยตัวเอง

เยว่ฉีสือเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็เห็นว่าเยว่ฉีอวิ๋นไม่ได้เดินตามมา เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “จะยืนรออะไร?”

เยว่ฉีอวิ๋นกลับมามีสติ รีบเดินตามไปอย่างรวดเร็ว

คุณชายสามเยว่ที่เคยทำตัวยิ่งใหญ่ในโลกภายนอก ตอนนี้ต่อหน้าพี่ชาย กลับตัวหงอเป็นลูกหมา ไม่กล้าที่จะทำตัวใหญ่โต

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ในที่สุดเขาก็กลับมา

    ออกจากจวนโหว เยว่ฉีสือก็ขึ้นม้าทันที เขาไม่ได้ตั้งใจจะกลับจวน แต่จะไปที่ค่ายทหารนอกเมืองหลวง เขาไม่แม้แต่จะมองเยว่ฉีอวิ๋น เพียงพูดว่า “ทหารที่ชายแดนไม่ค่อยมีโอกาสได้พักผ่อน อีกไม่กี่วันจากนี้ให้เจ้าพาคณะงิ้วไปที่ชายแดนเพื่อสร้างความสนุกสนานกับเหล่าทหารบ้าง ถ้าเป็นไปได้ ให้อยู่ที่นั่นสักสองสามปี สร้างโรงงิ้วขึ้นมาเลย”สีหน้าของเยว่ฉีอวิ๋นเปลี่ยนไปทันที “อยู่หลายปี?! พี่ใหญ่ขอรับ ที่นั่นมันทั้งกันดารและเหน็บหนาวนะขอรับ”“ใช่แล้ว” ในที่สุดเยว่ฉีสือก็ก้มหน้าลง มองเยว่ฉีอวิ๋นด้วยสายตาเย็นชา “ดังนั้นมันถึงเหมาะกับเจ้า”เห็นสายตาของเยว่ฉีสือ เยว่ฉีอวิ๋นก็รู้สึกหนาวถึงกระดูก ตอนนี้รู้แล้วว่าเยว่ฉีสือจำฉินเยว่ได้!เขาสงสัยในใจอยากจะถาม แต่สุดท้ายก็ปิดปากลง ไม่มีความกล้าพอที่จะถามอะไรออกมาอีกหากไปลำบากอยู่ที่ชายแดนสองสามปีแล้วทำให้พี่ชายหายโกรธ เขาก็ยอม! เพียงแต่นึกถึงภรรยาที่บ้าน... เรื่องนี้ เขาปิดบังแม้กระทั่งคนข้างกาย ด้วยนิสัยของภรรยา เกรงว่านางจะไม่ปล่อยให้เขามีชีวิตสงบสุขอย่างแน่นอนหลังจากนั้น เยว่ฉีสือก็จะมาที่จวนโหวทุกๆ สามวัน โดยอ้างว่ามีเรื่องจะคุยกับจางซื่อฉิน แต่เขาก็มักจะบังเอิญ

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   แม่ทัพใหญ่จวนกั๋วกง

    “เมื่อก่อนตอนที่พี่ชายของข้าตาบอดระหว่างนั้นโชคดีที่ได้ท่านช่วยดูแล ท่านเป็นผู้มีพระคุณของจวนกั๋วกง”ฉินเยว่ส่ายหัว นางไม่คิดว่าตัวเองมีบุญคุณอะไรกับเยว่ฉีสือ นางแค่พูดว่า “ตาของเขาหายดีแล้วหรือ?”เยว่ฉีอวิ๋นพยักหน้า “หลังจากกลับมาเมืองหลวงแล้ว หมอที่บิดาของข้าเชิญมาก็รักษาตาของพี่ชายข้าจนหายดี เขาเคยไปตามหาเจ้า แต่ข้าหลอกเขาว่าเจ้าตายแล้ว”ฉินเยว่รู้สึกเจ็บปวดใจ ดวงตาของนางแดงก่ำ ได้แต่กลั้นก้อนสะอื้นลงคอจ้าวเยี่ยนเจียวที่อยู่ข้างๆ เบิกตากว้าง นางรีบเข้าไปถามอย่างไม่พอใจว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่เคือท่านลุงที่ไร้ความรับผิดชอบของข้าคนนั้น?”“เจียวเจียว เมื่อก่อนพี่ชายของข้าถูกซุ่มโจมตีเพราะบิดาของข้า ทำให้เขาตาบอดจนซึมเศร้าอยู่นาน เมื่อออกไปท่องเที่ยวหยางโจวครั้งหนึ่ง เขาทะเลาะกับบิดาของข้าระหว่างทาง แล้วจากไปอย่างไร้ร่องรอย พอหาตัวพบอีกครั้ง เขาก็แต่งงานกับป้าของเจ้าในหมู่บ้านเล็กๆ แล้ว ท่านแม่ทัพใหญ่เป็นใคร? เขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว จะแต่งงานกับคนที่ไม่รู้ที่มาที่ไปได้อย่างไร”“พอได้แล้ว” จ้าวเยี่ยนเจียวตำหนิ “สรุปก็เป็นเรื่องฐานะอีกแล้ว ตลอดสิบปีที่ผ่านมา คุณชายสามเยว่หลอกพวกเรามาตลอด ท่านป

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ความสุข

    ดอกท้อที่อยู่นอกเรือนบานสะพรั่ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการแพ้ท้องหายแล้ว หรือเพราะท่านป้าของนางมาอยู่ด้วย ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาจ้าวเยี่ยนเจียวจึงดูสดชื่น กินอิ่ม นอนหลับ ทำให้คนทั้งจวนโล่งใจต้นท้อในสวนพลิ้วไหว งดงามน่ามอง ตามหลักแล้วนักปราชญ์ควรแต่งบทกวีเพื่อชื่นชม แต่โชคร้ายที่เจ้าของเรือนเหมยหลินเป็นคนชอบกิน เมื่อนางเห็นดอกท้อ นางก็คิดถึงการนำมันไปทำโจ๊กดอกท้อ ขนมดอกท้อ และสุราดอกท้อเช้านี้นางอยากกินแกะย่าง คนรับใช้ก็รีบยกหินก้อนใหญ่สองก้อนมาทำเตาย่าง แล้วเริ่มย่างเนื้อแกะ ดังนั้นในสวนดอกท้อจึงมีกลิ่นเนื้อย่างหอมกรุ่นจางเจิ้งเหอนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่จ้าวเยี่ยนเจียวให้คนยกมาให้ เขากำลังชมดอกท้อและมองนางที่กำลังย่างเนื้อแกะ จนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “เจ้าสนใจแต่การกิน ไม่สนใจวิวทิวทัศน์ที่สวยงามบ้างเลย”“ทิวทัศน์ที่สวยงามก็สู้ท้องอิ่มไม่ได้” จ้าวเยี่ยนเจียวทำท่าทางน้ำลายไหลเมื่อได้กลิ่นเนื้อแกะย่าง นางคิดถึงเมื่อหลายวันก่อนที่นางได้กลิ่นแบบนี้แล้วรู้สึกคลื่นไส้ ตอนนี้นางรู้แล้วว่าการที่กินอะไรไม่ลงมันทรมานแค่ไหน ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นแล้วก็ต้องกินให้อิ่มหน่อย “ท่านก็ชมวิวไปเถอะ ทำตัวเป็นคุณชา

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   เจียวเจียวเป็นคนมีวาสนา

    ฤดูหนาวผ่านไป ลมฤดูใบไม้ผลิพัดโชย ดอกท้อบานสะพรั่ง มีทั้งสีเข้มและสีอ่อน ต่างแข่งขันกันเบ่งบานภายใต้แสงอาทิตย์ของฤดูใบไม้ผลิจวนโหวได้จัดงานศพให้กับนายท่านรอง หลังจากตรุษจีนจึงจัดพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่ ฮูหยินหยางได้ขอฮูหยินผู้เฒ่าแยกครอบครัวเมื่อพ้นระยะไว้ทุกข์ จางซินอวี้แต่งงานออกไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ตอบอะไร แต่จางซื่อฉินกลับตกลงทันทีตอนนี้เรือนรองแทบจะหมดหวังแล้ว หากไม่ใช่เพราะต้องการใช้ชื่อคุณหนูจวนโหวเพื่อหาคู่ที่ดีให้กับจางซินอวี้ ฮูหยินหยางก็คงจะพาบุตรชายและลูกสะใภ้ออกไปจากที่นี่นานแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นางทำเรื่องสกปรกมากมายในที่ลับ จึงกลัวว่าจางซื่อฉินจะเปลี่ยนใจมาแก้แค้น หากยังดื้อรั้น ถึงตอนนั้นชีวิตของนางก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ได้แล้วตอนนี้เรือนรองใช้ชีวิตในจวนโหวราวกับไม่มีตัวตน เซวี่ยอิงถงเรียกคืนอำนาจในการจัดการเรื่องในจวนกลับมา หลังจากนั้นได้มอบให้จ้าวเยี่ยนเจียวเป็นคนดูแลแทน เพราะนางไม่ได้อยู่ประจำในจวน อีกทั้งยังมีฮูหยินผู้เฒ่าคอยช่วยอยู่ จึงวางใจได้ว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดอย่างแน่นอนบรรยากาศในจวนยังคงหดหู่ แม้แต่สีหน้าของบ่าวไพร่ก็เศร้าสร้อย เดินเหินกันอย่างระมัดร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   สูญเสีย

    คำพูดของจางซื่อฉินทำให้ฮูหยินหยางแทบจะหายใจไม่ออก รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันทีเขารู้!ฮูหยินหยางมองจางซื่อฉิน ไม่สามารถหลอกตัวเองได้อีก จางซื่อฉินรู้ว่าการที่ท่านอาเข้าไปในทะเลทรายก็เพื่อที่จะฆ่าเขา ตอนนี้เขาโต้กลับแล้วและไม่ไว้หน้าเลย “เจ้าช่างโหดเหี้ยมนัก!”จางซื่อฉินจับมือฮูหยินหยาง ออกแรงเล็กน้อยเพื่อขัดจังหวะคำพูดของนาง “ยังมีท่านย่าอยู่ อาสะใภ้ก็ทำใจให้สบายเถอะ” ร่างของฮูหยินหยางอ่อนปวกเปียกนี่คือเขาต้องการให้นางยอมรับผลที่เกิดขึ้น ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร เพื่อฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว จางซื่อฉินจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ออกมา จางซินอวี้ที่อยู่ข้างหลังร้องไห้จนหน้าเปื้อน รีบเข้าไปพยุงมารดาเอาไว้จางซื่อฉินปล่อยมือ แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าจางเจิ้งเหอเห็นดังนั้นก็รีบคุกเข่าลงทันที จ้าวเยี่ยนเจียวก็รีบคุกเข่าตาม“ท่านย่าขอรับ หลานไม่กตัญญู” จางซื่อฉินก้มหน้าลง “ไม่สามารถปกป้องท่านอาได้”ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าซีดเผือด หัวใจของนางเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด ได้แต่ส่ายหน้าพูดอะไรไม่ออก จ้องมองโลงศพตรงหน้าด้วยใบหน้าอาบน้ำตา ความเจ็บปวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ต้องส่งศพบุตร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ข่าวคุณชายใหญ่จวนโหว

    ทันทีที่ทั้งสองคนก้าวเข้าไปในเรือนเหมยหลิน เซวี่ยอิงถงก็ปรากฏตัวออกมาจากเงามืด “ความสัมพันธ์ดีจริงๆ”“พี่สะใภ้ใหญ่” จ้าวเยี่ยนเจียวร้องออกมาด้วยความประหลาดใจเซวี่ยอิงถงยิ้มให้น้องสะใภ้ เพราะสูงกว่าผู้หญิงทั่วไปเล็กน้อย เมื่อจ้าวเยี่ยนเจียวยืนอยู่ข้างๆ จึงสูงเพียงแค่ไหล่ของนางเท่านั้น นางก้มลงมองใบหน้ากลมๆ ของน้องสะใภ้ ดูไม่ออกว่าอายุเท่าไหร่ ใบหน้าเด็กนี้ช่างน่ารักเสียจริงตอนนี้จางเจิ้งเหอยังหนุ่มอยู่ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าอีกหลายปี คุณชายรองพาภรรยาออกไปข้างนอก อาจจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพ่อกับบุตรสาว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ นางก็หัวเราะมากขึ้น พร้อมกับเหลือบไปมองจางเจิ้งเหอจางเจิ้งเหอเลิกคิ้ว เขาไม่รู้ว่าเซวี่ยอิงถงคิดอะไรอยู่ แต่เขารู้สึกว่ารอยยิ้มของนางค่อนข้างเจ้าเล่ห์ “มาดักรอพวกเรา มีอะไรหรือขอรับ?”“ซื่อฉินให้ข้ามาบอกเจ้า”จางเจิ้งเหอก็ตั้งใจฟัง“สำเร็จแล้ว”คำพูดสั้นๆ สองคำนั้นช่างหนักแน่น จางเจิ้งเหอหลบสายตาลงเล็กน้อย อารมณ์ของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เขาแค่ถามว่า “พี่ใหญ่สบายดีหรือไม่?”“วางใจเถอะ!” เซวี่ยอิงถงยื่นมือไปตบไหล่ของจางเจิ้งเหอ “ช่วงตรุษจีน เพื่อไม่ให้ฮูหยินผู้เฒ่าไม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status