แชร์

พบกันที่วัดผู่ถัว

ผู้เขียน: พชราวลัย
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-27 16:29:30

จ้าวเยี่ยนเจียวรีบรับมา หยิบขนมเถาซูเข้าปาก เคี้ยวแก้มตุ่ย มีเศษขนมติดอยู่ที่มุมปาก ดูเหมือนคนโง่ แต่ก็ดูน่ารัก

เป็นช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ ใบเฟิง[1]ในวัดผู่ถัวร่วงหล่น ทำให้เกิดเป็นความงามที่ดูสงบเงียบวังเวง

เช้าตรู่ ฮูหยินเว่ยพาคุณหนูทั้งสามของจวนขึ้นเขา หลังจากขอพรเสร็จแล้ว จ้าวเยี่ยนเจียวบอกว่านางจะขออยู่สวดมนต์ต่อ พาจินจื่อกับหยินจื่ออยู่ต่อวิหารใหญ่

ฮูหยินเว่ยดูเวลาแล้วยังเช้าอยู่ นางบอกว่า “ต้องไปเอาน้ำให้ท่านย่าของพวกเจ้าด้วยนะ อย่ามัวแต่เสียเวลา” พูดแล้วพาจ้าวซิ่นกับจ้าวเสวี่ยไปพักที่ห้องพระด้านหลัง

พอคนไปหมดแล้ว จ้าวเยี่ยนเจียวก็คุกเข่าบนหมอนรอง กราบพระสามครั้งแล้วลุกไปที่ห้องข้างๆ ที่มีป้ายชื่อผู้ล่วงลับตั้งอยู่

นางเห็นฉินเยว่คุกเข่าอยู่ข้างในจริงๆ กำลังสวดมนต์อย่างตั้งใจ ข้างๆ นางมีสตรีแต่งกายด้วยเสื้อผ้าแพรพรรณอย่างดีคุกเข่าอยู่ ด้านหลังยังมีบ่าวไพร่คุกเข่าอยู่อีกเต็มพื้น

เมื่อได้ยินเสียง คนรับใช้แก่ๆ คนหนึ่งที่คุกเข่าอยู่ด้านหลังก็ลุกขึ้นมาขวางจ้าวเยี่ยนเจียวไว้ “รบกวนคุณหนูหยุดอยู่ตรงนี้ก่อนนะเจ้าคะ”

จ้าวเยี่ยนเจียวชมวดคิ้ว จำได้ว่าสตรีที่คุกเข่าอยู่ข้างกายจำผู้หญิงที่ดูคุ้นหน้าคุ้นตาที่คุกเข่าอยู่ข้างฉินเยว่ได้ “คนที่อยู่ข้างในคือฮูหยินสามของจวนเยว่กั๋วกงใช่หรือไม่?”

ใบหน้าของคนรับใช้แก่ๆ ดูประหลาดใจเล็กน้อย นางเพ่งมองและถามอย่างระวัง “คุณหนูสี่จ้าวใช่หรือไม่?”

จ้าวเยี่ยนเจียวรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่ชื่อเสียงของนางโด่งดังจนแม้แต่คนรับใช้ของจวนกั๋วกงในเมืองหลวงก็ยังรู้จัก นางยกมุมปากขึ้นแล้วพยักหน้า

ใบหน้าของคนรับใช้ดูเป็นมิตรขึ้น “สวัสดีเจ้าค่ะคุณหนูสี่ ข้างในคือฮูหยินสามจริงๆ ฮูหยินสามมาที่หยางโจวครั้งนี้เพื่อมาขอพรให้ท่านแม่ทัพใหญ่ ขอคุณหนูรอก่อนครู่หนึ่งนะเจ้าคะ”

จ้าวเยี่ยนเจียวไม่ได้พูดอะไรมาก นางพาจินจื่อกับหยินจื่อออกมาอย่างเงียบๆ

“ฮูหยินสามมาตั้งแต่เมื่อไหร่?”

จินจื่อกับหยินจื่อมองหน้ากัน และจินจื่อก็พูดขึ้น “บ่าวลืมบอกคุณหนูไป ไม่กี่วันหลังจากที่คุณหนูออกจากหงเสีย ฮูหยินสามก็มาเจ้าค่ะ”

เยว่ฉีอวิ๋นแต่งงานมาหลายปีแล้ว มีบุตรชายสองคนและบุตรสาวหนึ่งคน จ้าวเยี่ยนเจียวเคยเจอฮูหยินสามสองสามครั้ง คังหมัวมัวเคยบอกว่าทั้งสองคนเป็นเพื่อนสมัยเด็กที่เหมาะสมกัน และความสัมพันธ์ก็ดีมาก ครั้งนี้นางยังแปลกใจอยู่ว่าทำไมเยว่ฉีอวิ๋นถึงอยู่ที่หยางโจวนานขนาดนี้ ฮูหยินสามจะไม่ว่าอะไรหรือ? สุดท้ายนางก็มาหาเขาจริงๆ

ฟังเสียงสวดมนต์จากข้างในแล้ว ดูเหมือนว่าจะยังไม่เสร็จง่ายๆ เพื่อไม่ให้ฮูหยินเว่ยส่งคนมาตามหา นางจึงให้จินจื่อรออยู่ที่นี่ เพื่อให้บอกฉินเยว่ว่าให้รอนางด้วย นางจะไปที่ห้องพระก่อนพร้อมกับหยินจื่อ

เดินผ่านป่าไผ่ไปยังห้องพระ แสงอาทิตย์ในฤดูใบไม้ผลิถูกใบไผ่บังไปเกือบหมด รอบข้างนอกจากเสียงลมพัดผ่านยอดไม้แล้วก็เงียบสนิท

เมื่อเลี้ยวโค้งไป นางก็ได้ยินเสียงคนคุยกันเบาๆ อยู่ข้างหน้า จ้าวเยี่ยนเจียวหยุดเดินทันที หยินจื่อก็หยุดตามไปด้วย แล้วมองตามสายตาของจ้าวเยี่ยนเจียวไป...

ข้างหน้าไม่ไกลมีร่างสูงตระหง่านยืนอยู่ แค่มองเพียงครั้งเดียว จ้าวเยี่ยนเจียวก็จำได้ทันที มุมปากของนางยกขึ้น ไม่ได้เจอกันพักหนึ่ง ดูเหมือนว่าอาการบาดเจ็บที่ขาของจางเจิ้งเหอจะดีขึ้นมาก เขาสามารถยืนได้ด้วยตัวเองแล้ว แสงอาทิตย์ส่องผ่านใบไผ่ทะลุมาบนพื้นดินที่เต็มไปด้วยเศษใบไผ่ ตกกระทบบนตัวเขา ภาพนี้สวยงามจนเหมือนไม่จริง นางอยากจะเดินเข้าไปใกล้ แต่เห็นเว่ยอวี่คุนที่กำลังพูดคุยกับเขาอยู่ กับคนรับใช้อีกสองคนที่เฝ้าอยู่รอบๆ

หลี่ต้าจ้วงสังเกตเห็นนาง นางรีบส่ายหัวเบาๆ เป็นสัญญาณว่าไม่อยากเข้าไปรบกวน จึงหันหลังกลับเพื่อจะเดินไปอีกทาง

แต่ทันทีที่นางขยับตัว ก็ได้ยินเสียงคนเดินมาจากอีกทาง เสียงฝีเท้าเหยียบลงบนใบไผ่ที่ร่วงอยู่เต็มพื้น ทำให้คนที่กำลังคุยกันอยู่หันไปมอง

คนที่มาคือจ้าวซิ่นและจ้าวเสวี่ย กำลังพาคนรับใช้สองคนออกตามหาจ้าวเยี่ยนเจียวเพื่อที่จะไปเอาน้ำที่สระเซียนด้วยกัน ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอเว่ยอวี่คุนลูกพี่ลูกน้องของตัวเองในป่าไผ่

เมื่อจ้าวซิ่นเห็นเขาก็รีบเดินเข้าไปข้างหน้า เรียกเขาพร้อมรอยยิ้ม “ลูกพี่ลูกน้อง”

“ลูกพี่ลูกน้อง” เว่ยอวี่คุนยิ้มกลับเมื่อเห็นคนที่มา

จ้าวซิ่นสังเกตเห็นคนที่อยู่ข้างๆ เว่ยอวี่คุน นางเงยหน้าขึ้นมอง พอสบตากันโดยบังเอิญก็รู้สึกมึนงงเล็กน้อย นางไม่เคยเจอผู้ชายที่หล่อเหลาเช่นนี้มาก่อน ถึงแม้ใบหน้าจะดูซีดเซียว แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความหล่อเหลาของเขาลดลงแม้แต่น้อย เขาสวมชุดผ้าไหมสีฟ้า คลุมทับด้วยเสื้อคลุมสีขาว ผิวของเขาสะอาดเหมือนหยก ท่ามกลางสายลมฤดูใบไม้ผลิ นางยังได้กลิ่นไม้จันทน์หอมจางๆ จากตัวเขาด้วย

[1] ใบเมเปิล

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ในที่สุดเขาก็กลับมา

    ออกจากจวนโหว เยว่ฉีสือก็ขึ้นม้าทันที เขาไม่ได้ตั้งใจจะกลับจวน แต่จะไปที่ค่ายทหารนอกเมืองหลวง เขาไม่แม้แต่จะมองเยว่ฉีอวิ๋น เพียงพูดว่า “ทหารที่ชายแดนไม่ค่อยมีโอกาสได้พักผ่อน อีกไม่กี่วันจากนี้ให้เจ้าพาคณะงิ้วไปที่ชายแดนเพื่อสร้างความสนุกสนานกับเหล่าทหารบ้าง ถ้าเป็นไปได้ ให้อยู่ที่นั่นสักสองสามปี สร้างโรงงิ้วขึ้นมาเลย”สีหน้าของเยว่ฉีอวิ๋นเปลี่ยนไปทันที “อยู่หลายปี?! พี่ใหญ่ขอรับ ที่นั่นมันทั้งกันดารและเหน็บหนาวนะขอรับ”“ใช่แล้ว” ในที่สุดเยว่ฉีสือก็ก้มหน้าลง มองเยว่ฉีอวิ๋นด้วยสายตาเย็นชา “ดังนั้นมันถึงเหมาะกับเจ้า”เห็นสายตาของเยว่ฉีสือ เยว่ฉีอวิ๋นก็รู้สึกหนาวถึงกระดูก ตอนนี้รู้แล้วว่าเยว่ฉีสือจำฉินเยว่ได้!เขาสงสัยในใจอยากจะถาม แต่สุดท้ายก็ปิดปากลง ไม่มีความกล้าพอที่จะถามอะไรออกมาอีกหากไปลำบากอยู่ที่ชายแดนสองสามปีแล้วทำให้พี่ชายหายโกรธ เขาก็ยอม! เพียงแต่นึกถึงภรรยาที่บ้าน... เรื่องนี้ เขาปิดบังแม้กระทั่งคนข้างกาย ด้วยนิสัยของภรรยา เกรงว่านางจะไม่ปล่อยให้เขามีชีวิตสงบสุขอย่างแน่นอนหลังจากนั้น เยว่ฉีสือก็จะมาที่จวนโหวทุกๆ สามวัน โดยอ้างว่ามีเรื่องจะคุยกับจางซื่อฉิน แต่เขาก็มักจะบังเอิญ

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   แม่ทัพใหญ่จวนกั๋วกง

    “เมื่อก่อนตอนที่พี่ชายของข้าตาบอดระหว่างนั้นโชคดีที่ได้ท่านช่วยดูแล ท่านเป็นผู้มีพระคุณของจวนกั๋วกง”ฉินเยว่ส่ายหัว นางไม่คิดว่าตัวเองมีบุญคุณอะไรกับเยว่ฉีสือ นางแค่พูดว่า “ตาของเขาหายดีแล้วหรือ?”เยว่ฉีอวิ๋นพยักหน้า “หลังจากกลับมาเมืองหลวงแล้ว หมอที่บิดาของข้าเชิญมาก็รักษาตาของพี่ชายข้าจนหายดี เขาเคยไปตามหาเจ้า แต่ข้าหลอกเขาว่าเจ้าตายแล้ว”ฉินเยว่รู้สึกเจ็บปวดใจ ดวงตาของนางแดงก่ำ ได้แต่กลั้นก้อนสะอื้นลงคอจ้าวเยี่ยนเจียวที่อยู่ข้างๆ เบิกตากว้าง นางรีบเข้าไปถามอย่างไม่พอใจว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่เคือท่านลุงที่ไร้ความรับผิดชอบของข้าคนนั้น?”“เจียวเจียว เมื่อก่อนพี่ชายของข้าถูกซุ่มโจมตีเพราะบิดาของข้า ทำให้เขาตาบอดจนซึมเศร้าอยู่นาน เมื่อออกไปท่องเที่ยวหยางโจวครั้งหนึ่ง เขาทะเลาะกับบิดาของข้าระหว่างทาง แล้วจากไปอย่างไร้ร่องรอย พอหาตัวพบอีกครั้ง เขาก็แต่งงานกับป้าของเจ้าในหมู่บ้านเล็กๆ แล้ว ท่านแม่ทัพใหญ่เป็นใคร? เขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว จะแต่งงานกับคนที่ไม่รู้ที่มาที่ไปได้อย่างไร”“พอได้แล้ว” จ้าวเยี่ยนเจียวตำหนิ “สรุปก็เป็นเรื่องฐานะอีกแล้ว ตลอดสิบปีที่ผ่านมา คุณชายสามเยว่หลอกพวกเรามาตลอด ท่านป

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ความสุข

    ดอกท้อที่อยู่นอกเรือนบานสะพรั่ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการแพ้ท้องหายแล้ว หรือเพราะท่านป้าของนางมาอยู่ด้วย ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาจ้าวเยี่ยนเจียวจึงดูสดชื่น กินอิ่ม นอนหลับ ทำให้คนทั้งจวนโล่งใจต้นท้อในสวนพลิ้วไหว งดงามน่ามอง ตามหลักแล้วนักปราชญ์ควรแต่งบทกวีเพื่อชื่นชม แต่โชคร้ายที่เจ้าของเรือนเหมยหลินเป็นคนชอบกิน เมื่อนางเห็นดอกท้อ นางก็คิดถึงการนำมันไปทำโจ๊กดอกท้อ ขนมดอกท้อ และสุราดอกท้อเช้านี้นางอยากกินแกะย่าง คนรับใช้ก็รีบยกหินก้อนใหญ่สองก้อนมาทำเตาย่าง แล้วเริ่มย่างเนื้อแกะ ดังนั้นในสวนดอกท้อจึงมีกลิ่นเนื้อย่างหอมกรุ่นจางเจิ้งเหอนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่จ้าวเยี่ยนเจียวให้คนยกมาให้ เขากำลังชมดอกท้อและมองนางที่กำลังย่างเนื้อแกะ จนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “เจ้าสนใจแต่การกิน ไม่สนใจวิวทิวทัศน์ที่สวยงามบ้างเลย”“ทิวทัศน์ที่สวยงามก็สู้ท้องอิ่มไม่ได้” จ้าวเยี่ยนเจียวทำท่าทางน้ำลายไหลเมื่อได้กลิ่นเนื้อแกะย่าง นางคิดถึงเมื่อหลายวันก่อนที่นางได้กลิ่นแบบนี้แล้วรู้สึกคลื่นไส้ ตอนนี้นางรู้แล้วว่าการที่กินอะไรไม่ลงมันทรมานแค่ไหน ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นแล้วก็ต้องกินให้อิ่มหน่อย “ท่านก็ชมวิวไปเถอะ ทำตัวเป็นคุณชา

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   เจียวเจียวเป็นคนมีวาสนา

    ฤดูหนาวผ่านไป ลมฤดูใบไม้ผลิพัดโชย ดอกท้อบานสะพรั่ง มีทั้งสีเข้มและสีอ่อน ต่างแข่งขันกันเบ่งบานภายใต้แสงอาทิตย์ของฤดูใบไม้ผลิจวนโหวได้จัดงานศพให้กับนายท่านรอง หลังจากตรุษจีนจึงจัดพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่ ฮูหยินหยางได้ขอฮูหยินผู้เฒ่าแยกครอบครัวเมื่อพ้นระยะไว้ทุกข์ จางซินอวี้แต่งงานออกไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ตอบอะไร แต่จางซื่อฉินกลับตกลงทันทีตอนนี้เรือนรองแทบจะหมดหวังแล้ว หากไม่ใช่เพราะต้องการใช้ชื่อคุณหนูจวนโหวเพื่อหาคู่ที่ดีให้กับจางซินอวี้ ฮูหยินหยางก็คงจะพาบุตรชายและลูกสะใภ้ออกไปจากที่นี่นานแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นางทำเรื่องสกปรกมากมายในที่ลับ จึงกลัวว่าจางซื่อฉินจะเปลี่ยนใจมาแก้แค้น หากยังดื้อรั้น ถึงตอนนั้นชีวิตของนางก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ได้แล้วตอนนี้เรือนรองใช้ชีวิตในจวนโหวราวกับไม่มีตัวตน เซวี่ยอิงถงเรียกคืนอำนาจในการจัดการเรื่องในจวนกลับมา หลังจากนั้นได้มอบให้จ้าวเยี่ยนเจียวเป็นคนดูแลแทน เพราะนางไม่ได้อยู่ประจำในจวน อีกทั้งยังมีฮูหยินผู้เฒ่าคอยช่วยอยู่ จึงวางใจได้ว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดอย่างแน่นอนบรรยากาศในจวนยังคงหดหู่ แม้แต่สีหน้าของบ่าวไพร่ก็เศร้าสร้อย เดินเหินกันอย่างระมัดร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   สูญเสีย

    คำพูดของจางซื่อฉินทำให้ฮูหยินหยางแทบจะหายใจไม่ออก รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันทีเขารู้!ฮูหยินหยางมองจางซื่อฉิน ไม่สามารถหลอกตัวเองได้อีก จางซื่อฉินรู้ว่าการที่ท่านอาเข้าไปในทะเลทรายก็เพื่อที่จะฆ่าเขา ตอนนี้เขาโต้กลับแล้วและไม่ไว้หน้าเลย “เจ้าช่างโหดเหี้ยมนัก!”จางซื่อฉินจับมือฮูหยินหยาง ออกแรงเล็กน้อยเพื่อขัดจังหวะคำพูดของนาง “ยังมีท่านย่าอยู่ อาสะใภ้ก็ทำใจให้สบายเถอะ” ร่างของฮูหยินหยางอ่อนปวกเปียกนี่คือเขาต้องการให้นางยอมรับผลที่เกิดขึ้น ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร เพื่อฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว จางซื่อฉินจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ออกมา จางซินอวี้ที่อยู่ข้างหลังร้องไห้จนหน้าเปื้อน รีบเข้าไปพยุงมารดาเอาไว้จางซื่อฉินปล่อยมือ แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าจางเจิ้งเหอเห็นดังนั้นก็รีบคุกเข่าลงทันที จ้าวเยี่ยนเจียวก็รีบคุกเข่าตาม“ท่านย่าขอรับ หลานไม่กตัญญู” จางซื่อฉินก้มหน้าลง “ไม่สามารถปกป้องท่านอาได้”ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าซีดเผือด หัวใจของนางเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด ได้แต่ส่ายหน้าพูดอะไรไม่ออก จ้องมองโลงศพตรงหน้าด้วยใบหน้าอาบน้ำตา ความเจ็บปวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ต้องส่งศพบุตร

  • เจียวเจียวผู้นี้วาสนาดีกว่าใคร   ข่าวคุณชายใหญ่จวนโหว

    ทันทีที่ทั้งสองคนก้าวเข้าไปในเรือนเหมยหลิน เซวี่ยอิงถงก็ปรากฏตัวออกมาจากเงามืด “ความสัมพันธ์ดีจริงๆ”“พี่สะใภ้ใหญ่” จ้าวเยี่ยนเจียวร้องออกมาด้วยความประหลาดใจเซวี่ยอิงถงยิ้มให้น้องสะใภ้ เพราะสูงกว่าผู้หญิงทั่วไปเล็กน้อย เมื่อจ้าวเยี่ยนเจียวยืนอยู่ข้างๆ จึงสูงเพียงแค่ไหล่ของนางเท่านั้น นางก้มลงมองใบหน้ากลมๆ ของน้องสะใภ้ ดูไม่ออกว่าอายุเท่าไหร่ ใบหน้าเด็กนี้ช่างน่ารักเสียจริงตอนนี้จางเจิ้งเหอยังหนุ่มอยู่ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าอีกหลายปี คุณชายรองพาภรรยาออกไปข้างนอก อาจจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพ่อกับบุตรสาว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ นางก็หัวเราะมากขึ้น พร้อมกับเหลือบไปมองจางเจิ้งเหอจางเจิ้งเหอเลิกคิ้ว เขาไม่รู้ว่าเซวี่ยอิงถงคิดอะไรอยู่ แต่เขารู้สึกว่ารอยยิ้มของนางค่อนข้างเจ้าเล่ห์ “มาดักรอพวกเรา มีอะไรหรือขอรับ?”“ซื่อฉินให้ข้ามาบอกเจ้า”จางเจิ้งเหอก็ตั้งใจฟัง“สำเร็จแล้ว”คำพูดสั้นๆ สองคำนั้นช่างหนักแน่น จางเจิ้งเหอหลบสายตาลงเล็กน้อย อารมณ์ของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เขาแค่ถามว่า “พี่ใหญ่สบายดีหรือไม่?”“วางใจเถอะ!” เซวี่ยอิงถงยื่นมือไปตบไหล่ของจางเจิ้งเหอ “ช่วงตรุษจีน เพื่อไม่ให้ฮูหยินผู้เฒ่าไม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status