LOGINฮูหยินผู้เฒ่าจ้าวฟังจบก็โกรธมาก ขว้างถ้วยชาในมือทิ้ง ถ้วยชาแตกกระจายอยู่ตรงหน้าจ้าวเยี่ยนเจียว
จ้าวเยี่ยนเจียวมองดูเศษถ้วยชาที่แตกกระจาย พร้อมกับควันจากน้ำชาที่ยังร้อนลอยกรุ่นอยู่ตรงหน้าฮูหยินผู้เฒ่า นางรู้สึกโชคดีที่ตัวเองไม่เป็นที่โปรดปราน ทำให้ที่นั่งของนางอยู่ไกลที่สุด ไม่อย่างนั้นถ้วยนี้คงจะโดนตัวนางไปแล้ว
“นังเด็กสารเลว!” ฮูหยินผู้เฒ่าจ้าวโกรธจนควบคุมอารมณ์ไม่ได้ นางด่าด้วยความโกรธเกลียดชิงชัง “ดูสิว่าเจ้าทำอะไรไว้บ้าง ยังไม่คุกเข่าลงอีก!”
“ท่านย่าเจ้าคะ” จ้าวเยี่ยนเจียวกะพริบ น้ำตาเม็ดโตก็ไหลออกมาทันที “เจียวเจียวเจ็บเท้า เดินไม่สะดวก ไม่อย่างนั้นคงจะโขกหัวตายอยู่ตรงหน้าท่านย่าแล้ว”
จ้าวซิ่นมองจ้าวเยี่ยนเจียวที่กำลังเสแสร้งแสดงงิ้ว นางใบหน้าบิดเบี้ยวกัดฟันพูดด้วยความเกลียดชัง “ก็แค่เด็กต่ำต้อยจากโรงงิ้วที่ชอบเสแสร้งแกล้งทำ หน้าไม่อายจริงๆ”
ฟังคำกล่าวหาของจ้าวซิ่นอย่างนั้น จ้าวเยี่ยนเจียวก็ยกมือปิดหน้าทำท่าดูเหมือนกำลังร้องไห้ แต่ในใจกำลังนึกดูถูก คนพวกนี้ทำทุกวิถีทางเพื่อพานางกลับมาแต่งงานแทน แต่ตอนนี้ทำตัวเหมือนนางไปรังแกพวกเขา ช่างไร้สาระจริงๆ
ฮูหยินเถียนเดิมทีไม่อยากยุ่ง แต่การแต่งงานนี้เป็นสิ่งที่นางสนับสนุนอย่างเต็มที่ จะปล่อยให้ผ่านไปได้อย่างไร ตอนนี้นางเก็บความสงบไว้ในใจแล้วเริ่มวางแผน
หากไม่ใช่เพราะคุณชายใหญ่จวนโหวหายตัวไป การแต่งงานของคุณชายรองก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่ฮูหยินหยางต้องเป็นคนจัดการ เพราะทุกคนในเมืองหลวงรู้ดีว่านอกจากฮูหยินผู้เฒ่าจวนโหวและภรรยาตัวเองแล้ว คุณชายใหญ่ก็รักเอ็นดูน้องชายที่ร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เด็กที่สุด ตอนนี้คุณชายรองอายุเกินยี่สิบ นอกจากสุขภาพไม่ดีและไม่อยากแต่งงานแล้ว ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะคุณชายใหญ่ยังไม่พึงพอใจหญิงสาวจากตระกูลสูงส่งคนไหน
ระหว่างฮูหยินเถียนกับฮูหยินหยางมีการติดต่อกันเป็นครั้งคราว จึงรู้ดีถึงอุปนิสัยของจ้าวซิ่น ดังนั้นหลังจากที่คุณชายใหญ่จวนโหวหายตัวไป พวกนางจึงได้ตกลงเรื่องการแต่งงานกับตระกูลจ้าว
ฮูหยินหยางพอใจจ้าวซิ่น เพราะตระกูลจ้าวเริ่มเสื่อมอำนาจและคุณชายรองจวนจ้าวนั้นเสียชีวิตไปแล้ว ฮูหยินเว่ยแม้จะมีฐานะดีจากตระกูลเดิม แต่สุดท้ายก็เป็นเพียงลูกสาวที่ออกเรือนไปแล้ว การแต่งงานกับสตรีเช่นจ้าวซิ่นคุณชายรองจะไม่มีครอบครัวภรรยาคอยหนุนหลัง และที่สำคัญที่สุดคือ จ้าวซิ่นมีนิสัยดื้อรั้นเอาแต่ใจ เป็นคุณหนูที่ถูกตามใจจนเสียคน ไม่ว่าจะแต่งเข้าบ้านไหนก็ถือว่าเป็นตัวอัปมงคลน่าปวดหัว
คุณชายรองร่างกายอ่อนแอ หากแต่งจ้าวเยี่ยนเจียวเป็นภรรยาที่มีชาติกำเนิดต่ำต้อยและยังเป็นคนที่ไม่รู้ความ ที่เหลือก็เป็นเรื่องของเวลาเท่านั้น เรือนรองสามารถใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้ ทำให้คุณชายรองมีอันเป็นไป ซึ่งไม่ใช่เรื่องยาก และเมื่อถึงตอนนั้น เรือนรองก็จะสามารถครอบครองจวนโหวได้ทั้งหมด ความคิดของฮูหยินหยางช่างร้ายกาจจริงๆ
จ้าวซิ่นคนนี้ถึงแม้จะเป็นหลานสาวของนาง แต่นางไม่ชอบฮูหยินเว่ยมานานหลายปี ดังนั้นจึงทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ยอมทำตามที่ฮูหยินหยางต้องการ ใช้ชีวิตของจ้าวซิ่นเป็นบันไดให้กับบุตรชายของตัวเอง แต่ตอนนี้...
นางมองไปที่ฮูหยินเว่ย... พลันคิดได้ว่านางคงจะประเมินน้องสะใภ้คนนี้ต่ำเกินไป คนคนนี้พยายามทุกวิถีทางที่จะให้บุตรสาวของตัวเองหลุดพ้นจากการแต่งงานกับจวนโหว
ฮูหยินเถียนกรีดนิ้วยกผ้าเช็ดหน้าปิดบังใบหน้า ทำท่าทางเศร้าโศก “ตระกูลจ้าวช่างโชคร้ายจริงๆ ดูเหมือนว่าเรื่องนี้คงจะปิดบังไม่ได้แล้ว ข้าจะรีบเขียนจดหมายไปเมืองหลวงทันที เพื่อให้จวนโหวจัดการเรื่องนี้ให้”
“จัดการอะไรกัน!?” ดวงตาและน้ำเสียงของฮูหยินเว่ยทั้งโกรธเกรี้ยวทั้งเกลียดชัง “ตอนนี้คุณชายรองกับจ้าวสี่ทำเรื่องที่น่าอับอายไม่เหมาะสม การแต่งงานนี้ย่อมไม่สามารถทำได้”
“น้องสะใภ้ที่ดีของข้า” ฮูหยินเถียนทำหน้าจนปัญญา “เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เราจะตัดสินใจได้เองนะ พวกเขาคือจางโหวเชียว ที่จริงเรื่องนี้ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร จ้าวสามกับจ้าวสี่เป็นพี่น้องรักกันความสัมพันธ์ลึกซึ้ง หากถึงเวลาได้เป็นภรรยาร่วมสามีเดียวก็ถือว่าเป็นเรื่องราวที่ดีงามเรื่องหนึ่ง”
ฮูหยินเว่ยยังไม่ทันได้พูดอะไร จ้าวซิ่นก็โกรธจนตะโกนออกมา “ข้าเป็นเมฆบนท้องฟ้า จ้าวสี่ก็แค่ธุลีดิน ทำไมถึงจะต้องแต่งงานกับสามีคนเดียวกับข้าด้วย นางมีสิทธิ์อะไรมาแย่งข้า?”
คนโง่เง่า จ้าวเยี่ยนเจียวเลิกคิ้วขึ้น ฮูหยินเว่ยพยายามทุกวิถีทางที่จะดึงจ้าวซิ่นออกมาจากการแต่งงานกับจวนโหว แต่นางกลับอยากจะกระโดดเข้าไปในกองไฟ เห็นได้ชัดว่าคุณชายรองของนางเป็นคนที่ใครๆ ก็อยากได้ แค่ได้เจอกันครั้งเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้จ้าวซิ่นลืมแผนการในตอนแรกไปแล้ว
จ้าวเยี่ยนเจียวไม่ได้พูดอะไรมาก เพราะยังไม่ถึงตานางที่จะพูด มี
ฮูหยินเว่ยอยู่ เพื่ออนาคตบุตรสาวของนาง นางย่อมต้องขัดขวางทุกทางอยู่แล้ว“เจ้าหุบปาก!” ฮูหยินเว่ยโกรธจนปวดหัว “ไม่ว่าเจ้ากับจ้าวสี่จะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม แม่กับท่านย่าของเจ้าไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน การที่บอกว่าภรรยาร่วมสามีเดียว พี่น้องรักใคร่ก็แค่ลมปาก แต่ความจริงคือการแก่งแย่งแข่งขันเพื่อที่จะได้อยู่รอด แม่กับท่านย่าของพวกเจ้าไม่ยอมให้พวกเจ้าพี่น้องทำเรื่องไร้สาระ เพื่อทำลายชื่อเสียงของตระกูลจ้าวหรอกนะ”
ฮูหยินเถียนขมวดคิ้ว ฮูหยินเว่ยไม่ใช่คนที่จะหลอกได้ง่ายๆ นางรู้ดีว่าฮูหยินผู้เฒ่าแก่แล้ว ตระกูลจ้าวบัดนี้เหลือเพียงแค่ชื่อเสียงภายนอกเท่านั้น ตราบใดที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับศักดิ์ศรีและชื่อเสียงของตระกูลจ้าว ฮูหยินผู้เฒ่าย่อมมีแผนในใจ
แต่นางจะไม่ยอมให้เป็นไปตามที่ฮูหยินเว่ยต้องการ กำลังจะเอ่ยปากพูด จ้าวเสวี่ยที่เดิมทียืนเงียบก็คุกเข่าลงทันที
การกระทำของนางทำให้ในห้องเงียบลง
“นี่มันอะไรกันอีก?” ฮูหยินผู้เฒ่าจ้าวถามอย่างขุ่นเคือง แต่ละคนไม่มีใครทำให้สบายใจได้เลย
“ขอท่านย่าโปรดยกโทษให้ เสวี่ยเอ๋อร์...” ยังไม่ทันได้พูดจบ จ้าวเสวี่ยก็ร้องไห้ออกมาแล้ว
“อย่าเอาแต่ร้องไห้” ฮูหยินผู้เฒ่าจ้าวทำหน้าเบื่อหน่าย “พูดมา”
จ้าวเสวี่ยสะอื้นไปเล่าไปว่านางมีความกตัญญูต่อฮูหยินผู้เฒ่าจึงไปเอาน้ำที่สระเซียน แต่นางกลับลื่นตกลงไปในสระ ถูกเว่ยอวี่คุนช่วยขึ้นมา ทุกคนที่อยู่ริมสระต่างก็เห็นเรื่องนี้กันหมด
ฮูหยินเถียนฟังคำพูดของจ้าวเสวี่ยก็ตกใจ “มีเรื่องแบบนี้จริงๆ หรือ?”
จ้าวเสวี่ยร้องไห้จนตาแดงก่ำ พยักหน้า
ฮูหยินเถียนแสดงสีหน้าทั้งโกรธทั้งร้อนใจ แต่จริงๆ แล้วในใจกลับยินดีจนแทบจะกลั้นเอาไว้ไม่อยู่ นางไม่ชอบฮูหยินเว่ยที่เอาแต่ใช้ความมั่งคั่งมาข่มนางหลายปีแล้ว ตอนนี้ถ้าบุตรสาวอนุเรือนหลักของนางสามารถก้าวหน้าและแต่งงานเข้าตระกูลเว่ยได้ นี่ไม่ยิ่งทำให้ฮูหยินเว่ยเจ็บใจหรือ? ความแค้นที่สะสมมาหลายปีนี้ก็จะได้รับการสะสาง
“อย่าร้องไห้ แม่จะจัดการเรื่องนี้ให้เจ้า” นางเปลี่ยนสีหน้าทันที สายตาจดจ้องไปที่ฮูหยินเว่ย
ในชั่วขณะนั้น บรรยากาศพลันเย็นยะเยือก
จ้าวเสวี่ยคนนี้ไม่อาจประมาทได้จริงๆ จ้าวเยี่ยนเจียวเหลือบมองจ้าวเสวี่ยที่กำลังคุกเข่า ในดวงตามีแววกลิ้งกลอกเจ้าเล่ห์ นางไม่ชอบจ้าวเสวี่ย แต่ก็เกลียดฮูหยินเว่ยมากกว่า ไม่ว่าตระกูลจ้าวหรือตระกูลเว่ยไม่ใช่คนดีสักคน ดังนั้น ยิ่งพวกเขาวุ่นวาย นางก็ยิ่งมีความสุขที่ได้ดูละครงิ้วฉากนี้
หลังจากออกจากหงเสียแล้ว นางรู้สึกเสียใจที่ไม่มีโอกาสได้ดูละครงิ้วอีก แต่ตอนนี้งิ้วโรงใหญ่ระหว่างเรือนใหญ่กับเรือนรองของตระกูลจ้าวกำลังออกฉาก ช่างน่าตื่นเต้นกว่าละครงิ้วที่หงเสียเสียอีก
ออกจากจวนโหว เยว่ฉีสือก็ขึ้นม้าทันที เขาไม่ได้ตั้งใจจะกลับจวน แต่จะไปที่ค่ายทหารนอกเมืองหลวง เขาไม่แม้แต่จะมองเยว่ฉีอวิ๋น เพียงพูดว่า “ทหารที่ชายแดนไม่ค่อยมีโอกาสได้พักผ่อน อีกไม่กี่วันจากนี้ให้เจ้าพาคณะงิ้วไปที่ชายแดนเพื่อสร้างความสนุกสนานกับเหล่าทหารบ้าง ถ้าเป็นไปได้ ให้อยู่ที่นั่นสักสองสามปี สร้างโรงงิ้วขึ้นมาเลย”สีหน้าของเยว่ฉีอวิ๋นเปลี่ยนไปทันที “อยู่หลายปี?! พี่ใหญ่ขอรับ ที่นั่นมันทั้งกันดารและเหน็บหนาวนะขอรับ”“ใช่แล้ว” ในที่สุดเยว่ฉีสือก็ก้มหน้าลง มองเยว่ฉีอวิ๋นด้วยสายตาเย็นชา “ดังนั้นมันถึงเหมาะกับเจ้า”เห็นสายตาของเยว่ฉีสือ เยว่ฉีอวิ๋นก็รู้สึกหนาวถึงกระดูก ตอนนี้รู้แล้วว่าเยว่ฉีสือจำฉินเยว่ได้!เขาสงสัยในใจอยากจะถาม แต่สุดท้ายก็ปิดปากลง ไม่มีความกล้าพอที่จะถามอะไรออกมาอีกหากไปลำบากอยู่ที่ชายแดนสองสามปีแล้วทำให้พี่ชายหายโกรธ เขาก็ยอม! เพียงแต่นึกถึงภรรยาที่บ้าน... เรื่องนี้ เขาปิดบังแม้กระทั่งคนข้างกาย ด้วยนิสัยของภรรยา เกรงว่านางจะไม่ปล่อยให้เขามีชีวิตสงบสุขอย่างแน่นอนหลังจากนั้น เยว่ฉีสือก็จะมาที่จวนโหวทุกๆ สามวัน โดยอ้างว่ามีเรื่องจะคุยกับจางซื่อฉิน แต่เขาก็มักจะบังเอิญ
“เมื่อก่อนตอนที่พี่ชายของข้าตาบอดระหว่างนั้นโชคดีที่ได้ท่านช่วยดูแล ท่านเป็นผู้มีพระคุณของจวนกั๋วกง”ฉินเยว่ส่ายหัว นางไม่คิดว่าตัวเองมีบุญคุณอะไรกับเยว่ฉีสือ นางแค่พูดว่า “ตาของเขาหายดีแล้วหรือ?”เยว่ฉีอวิ๋นพยักหน้า “หลังจากกลับมาเมืองหลวงแล้ว หมอที่บิดาของข้าเชิญมาก็รักษาตาของพี่ชายข้าจนหายดี เขาเคยไปตามหาเจ้า แต่ข้าหลอกเขาว่าเจ้าตายแล้ว”ฉินเยว่รู้สึกเจ็บปวดใจ ดวงตาของนางแดงก่ำ ได้แต่กลั้นก้อนสะอื้นลงคอจ้าวเยี่ยนเจียวที่อยู่ข้างๆ เบิกตากว้าง นางรีบเข้าไปถามอย่างไม่พอใจว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่เคือท่านลุงที่ไร้ความรับผิดชอบของข้าคนนั้น?”“เจียวเจียว เมื่อก่อนพี่ชายของข้าถูกซุ่มโจมตีเพราะบิดาของข้า ทำให้เขาตาบอดจนซึมเศร้าอยู่นาน เมื่อออกไปท่องเที่ยวหยางโจวครั้งหนึ่ง เขาทะเลาะกับบิดาของข้าระหว่างทาง แล้วจากไปอย่างไร้ร่องรอย พอหาตัวพบอีกครั้ง เขาก็แต่งงานกับป้าของเจ้าในหมู่บ้านเล็กๆ แล้ว ท่านแม่ทัพใหญ่เป็นใคร? เขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว จะแต่งงานกับคนที่ไม่รู้ที่มาที่ไปได้อย่างไร”“พอได้แล้ว” จ้าวเยี่ยนเจียวตำหนิ “สรุปก็เป็นเรื่องฐานะอีกแล้ว ตลอดสิบปีที่ผ่านมา คุณชายสามเยว่หลอกพวกเรามาตลอด ท่านป
ดอกท้อที่อยู่นอกเรือนบานสะพรั่ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการแพ้ท้องหายแล้ว หรือเพราะท่านป้าของนางมาอยู่ด้วย ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาจ้าวเยี่ยนเจียวจึงดูสดชื่น กินอิ่ม นอนหลับ ทำให้คนทั้งจวนโล่งใจต้นท้อในสวนพลิ้วไหว งดงามน่ามอง ตามหลักแล้วนักปราชญ์ควรแต่งบทกวีเพื่อชื่นชม แต่โชคร้ายที่เจ้าของเรือนเหมยหลินเป็นคนชอบกิน เมื่อนางเห็นดอกท้อ นางก็คิดถึงการนำมันไปทำโจ๊กดอกท้อ ขนมดอกท้อ และสุราดอกท้อเช้านี้นางอยากกินแกะย่าง คนรับใช้ก็รีบยกหินก้อนใหญ่สองก้อนมาทำเตาย่าง แล้วเริ่มย่างเนื้อแกะ ดังนั้นในสวนดอกท้อจึงมีกลิ่นเนื้อย่างหอมกรุ่นจางเจิ้งเหอนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่จ้าวเยี่ยนเจียวให้คนยกมาให้ เขากำลังชมดอกท้อและมองนางที่กำลังย่างเนื้อแกะ จนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “เจ้าสนใจแต่การกิน ไม่สนใจวิวทิวทัศน์ที่สวยงามบ้างเลย”“ทิวทัศน์ที่สวยงามก็สู้ท้องอิ่มไม่ได้” จ้าวเยี่ยนเจียวทำท่าทางน้ำลายไหลเมื่อได้กลิ่นเนื้อแกะย่าง นางคิดถึงเมื่อหลายวันก่อนที่นางได้กลิ่นแบบนี้แล้วรู้สึกคลื่นไส้ ตอนนี้นางรู้แล้วว่าการที่กินอะไรไม่ลงมันทรมานแค่ไหน ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นแล้วก็ต้องกินให้อิ่มหน่อย “ท่านก็ชมวิวไปเถอะ ทำตัวเป็นคุณชา
ฤดูหนาวผ่านไป ลมฤดูใบไม้ผลิพัดโชย ดอกท้อบานสะพรั่ง มีทั้งสีเข้มและสีอ่อน ต่างแข่งขันกันเบ่งบานภายใต้แสงอาทิตย์ของฤดูใบไม้ผลิจวนโหวได้จัดงานศพให้กับนายท่านรอง หลังจากตรุษจีนจึงจัดพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่ ฮูหยินหยางได้ขอฮูหยินผู้เฒ่าแยกครอบครัวเมื่อพ้นระยะไว้ทุกข์ จางซินอวี้แต่งงานออกไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ตอบอะไร แต่จางซื่อฉินกลับตกลงทันทีตอนนี้เรือนรองแทบจะหมดหวังแล้ว หากไม่ใช่เพราะต้องการใช้ชื่อคุณหนูจวนโหวเพื่อหาคู่ที่ดีให้กับจางซินอวี้ ฮูหยินหยางก็คงจะพาบุตรชายและลูกสะใภ้ออกไปจากที่นี่นานแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นางทำเรื่องสกปรกมากมายในที่ลับ จึงกลัวว่าจางซื่อฉินจะเปลี่ยนใจมาแก้แค้น หากยังดื้อรั้น ถึงตอนนั้นชีวิตของนางก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ได้แล้วตอนนี้เรือนรองใช้ชีวิตในจวนโหวราวกับไม่มีตัวตน เซวี่ยอิงถงเรียกคืนอำนาจในการจัดการเรื่องในจวนกลับมา หลังจากนั้นได้มอบให้จ้าวเยี่ยนเจียวเป็นคนดูแลแทน เพราะนางไม่ได้อยู่ประจำในจวน อีกทั้งยังมีฮูหยินผู้เฒ่าคอยช่วยอยู่ จึงวางใจได้ว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดอย่างแน่นอนบรรยากาศในจวนยังคงหดหู่ แม้แต่สีหน้าของบ่าวไพร่ก็เศร้าสร้อย เดินเหินกันอย่างระมัดร
คำพูดของจางซื่อฉินทำให้ฮูหยินหยางแทบจะหายใจไม่ออก รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันทีเขารู้!ฮูหยินหยางมองจางซื่อฉิน ไม่สามารถหลอกตัวเองได้อีก จางซื่อฉินรู้ว่าการที่ท่านอาเข้าไปในทะเลทรายก็เพื่อที่จะฆ่าเขา ตอนนี้เขาโต้กลับแล้วและไม่ไว้หน้าเลย “เจ้าช่างโหดเหี้ยมนัก!”จางซื่อฉินจับมือฮูหยินหยาง ออกแรงเล็กน้อยเพื่อขัดจังหวะคำพูดของนาง “ยังมีท่านย่าอยู่ อาสะใภ้ก็ทำใจให้สบายเถอะ” ร่างของฮูหยินหยางอ่อนปวกเปียกนี่คือเขาต้องการให้นางยอมรับผลที่เกิดขึ้น ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร เพื่อฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว จางซื่อฉินจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ออกมา จางซินอวี้ที่อยู่ข้างหลังร้องไห้จนหน้าเปื้อน รีบเข้าไปพยุงมารดาเอาไว้จางซื่อฉินปล่อยมือ แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าจางเจิ้งเหอเห็นดังนั้นก็รีบคุกเข่าลงทันที จ้าวเยี่ยนเจียวก็รีบคุกเข่าตาม“ท่านย่าขอรับ หลานไม่กตัญญู” จางซื่อฉินก้มหน้าลง “ไม่สามารถปกป้องท่านอาได้”ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าซีดเผือด หัวใจของนางเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด ได้แต่ส่ายหน้าพูดอะไรไม่ออก จ้องมองโลงศพตรงหน้าด้วยใบหน้าอาบน้ำตา ความเจ็บปวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ต้องส่งศพบุตร
ทันทีที่ทั้งสองคนก้าวเข้าไปในเรือนเหมยหลิน เซวี่ยอิงถงก็ปรากฏตัวออกมาจากเงามืด “ความสัมพันธ์ดีจริงๆ”“พี่สะใภ้ใหญ่” จ้าวเยี่ยนเจียวร้องออกมาด้วยความประหลาดใจเซวี่ยอิงถงยิ้มให้น้องสะใภ้ เพราะสูงกว่าผู้หญิงทั่วไปเล็กน้อย เมื่อจ้าวเยี่ยนเจียวยืนอยู่ข้างๆ จึงสูงเพียงแค่ไหล่ของนางเท่านั้น นางก้มลงมองใบหน้ากลมๆ ของน้องสะใภ้ ดูไม่ออกว่าอายุเท่าไหร่ ใบหน้าเด็กนี้ช่างน่ารักเสียจริงตอนนี้จางเจิ้งเหอยังหนุ่มอยู่ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าอีกหลายปี คุณชายรองพาภรรยาออกไปข้างนอก อาจจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพ่อกับบุตรสาว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ นางก็หัวเราะมากขึ้น พร้อมกับเหลือบไปมองจางเจิ้งเหอจางเจิ้งเหอเลิกคิ้ว เขาไม่รู้ว่าเซวี่ยอิงถงคิดอะไรอยู่ แต่เขารู้สึกว่ารอยยิ้มของนางค่อนข้างเจ้าเล่ห์ “มาดักรอพวกเรา มีอะไรหรือขอรับ?”“ซื่อฉินให้ข้ามาบอกเจ้า”จางเจิ้งเหอก็ตั้งใจฟัง“สำเร็จแล้ว”คำพูดสั้นๆ สองคำนั้นช่างหนักแน่น จางเจิ้งเหอหลบสายตาลงเล็กน้อย อารมณ์ของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เขาแค่ถามว่า “พี่ใหญ่สบายดีหรือไม่?”“วางใจเถอะ!” เซวี่ยอิงถงยื่นมือไปตบไหล่ของจางเจิ้งเหอ “ช่วงตรุษจีน เพื่อไม่ให้ฮูหยินผู้เฒ่าไม







