เข้าสู่ระบบสีหน้าของเว่ยอวี่คุนอยู่ในสายตาของจางเจิ้งเหอ เขาก้มหน้าลงครุ่นคิดแล้วพยักหน้า จากนั้นก็เดินนำไปก่อน
จ้าวซิ่นดึงจ้าวเยี่ยนเจียวอย่างไม่เกรงใจ “คนหน้าไม่อาย ทำตัวน่าขายหน้า”
จ้าวเยี่ยนเจียวทำหน้าไร้เดียงสาตอบกลับ “ข้าไม่เข้าใจที่พี่สามพูดเลยนะ คนคนนั้นคือสามีในอนาคตของข้าเชียวนะ”
ใบหน้าของจ้าวซิ่นดำคล้ำลงทันที
จ้าวเสวี่ยเห็นดังนั้นก็รีบเดินเข้าไป “น้องสาม อย่าเพิ่งโกรธเลย อย่าเพิ่งอารมณ์เสียไปเลยนะ”
“หุบปาก ยังไม่ถึงตาเจ้าต้องพูด!”
จ้าวเสวี่ยถูกต่อว่า ใบหน้าของนางก็แข็งค้างนิ่งอึ้ง
เฉินมามาที่อยู่ข้างๆ ประคองจ้าวซิ่นและส่ายหัวให้นางเบาๆ “คุณหนูสาม”
จ้าวซิ่นมองเฉินมามาอย่างไม่พอใจ พูดอย่างขุ่นเคือง “แม่เฒ่า นั่นคือคุณชายรอง คุณชายรองของจวนโหวเลยนะ!”
“บ่าวเข้าใจเจ้าค่ะ” เฉินมามาเห็นสายตาของนางเปลี่ยนไป ก็ประคองนางเดินไปข้างหน้า ปลอบด้วยเสียงเบาๆ ว่า “คุณชายรองหน้าตาดีจริงๆ เจ้าค่ะ แต่คุณหนูอย่าลืมนะเจ้าคะว่าร่างกายของเขาไม่แข็งแรง ถึงจะมีรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาก็ไม่มีประโยชน์ เขาไม่สามารถให้ความสุขกับคุณหนูได้ คุณนายจัดหาการแต่งงานที่ดีให้คุณหนูแล้ว และอนาคตที่ดีก็กำลังรออยู่ข้างหน้า”
จ้าวซิ่นมองไปยังทิศทางที่จางเจิ้งเหอเดินไปด้วยสายตาล้ำลึก ถึงแม้นางจะไม่ชอบเว่ยอวี่คุน แต่นางก็เข้าใจว่าการแต่งงานเข้าตระกูลเว่ยเป็นการจัดการที่ดีที่สุดสำหรับนางแล้ว แต่ในใจก็อดไม่ได้ที่จะไม่พอใจ นางมองจ้าวเยี่ยนเจียวด้วยความเกลียดชัง การแต่งงานนี้ช่างเป็นประโยชน์ต่อนางจริงๆ
“พอไปถึงริมสระ ค่อยหาโอกาสเข้าใกล้คุณชายรอง” จ้าวเสวี่ยที่ได้โอกาสก็พูดกับจ้าวเยี่ยนเจียวเบาๆ ว่า “คุณชายรองเว่ยจะช่วยเจ้า ผลักคุณชายรองให้ตกน้ำไปพร้อมกับเจ้า”
จ้าวเยี่ยนเจียวขมวดคิ้ว เข้าใจในสิ่งที่ฮูหยินเว่ยวางแผนไว้ ถึงแม้ว่าการตกน้ำต่อหน้าผู้คนจะเป็นแผนที่ดูโบราณคร่ำครึไปหน่อย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นวิธีที่ตรงไปตรงมาและได้ผลที่สุด
เพียงแต่ไม่คิดว่าเว่ยอวี่คุนจะเข้ามามีส่วนร่วมในเรื่องนี้ด้วย เมื่อนึกถึงท่าทางที่รังเกียจของเขาเมื่อครู่ ในใจ นางก็รู้สึกเย็นชา คนคนนี้ทำเรื่องเลวร้ายอยู่เบื้องหลัง แต่กลับมีหน้ามาดูถูกนาง
วันนี้มีคนมาเอาน้ำเยอะมาก นางที่มีชื่อเสียงไม่ดีมาตลอด การที่ทั้งสองคนตกน้ำไปด้วยกัน นางสามารถใช้เรื่องชื่อเสียงที่เสียหายมาแต่เดิม บังคับให้จางเจิ้งเหอรับผิดชอบต่อนางได้ แต่นางจะกลายเป็นผู้หญิงต่ำต้อยที่แย่งสามีของพี่สาวตัวเอง ส่วนจ้าวซิ่นจะกลายเป็นผู้หญิงน่าสงสารที่ถูกแย่งคนรัก
ชื่อเสียงไม่สำคัญสำหรับจ้าวเยี่ยนเจียวแต่จางเจิ้งเหอสุขภาพไม่ดี ตอนนี้ก็ปลายฤดูใบไม้ผลิแล้ว อากาศกำลังเย็น ถ้าปล่อยให้เขาตกน้ำก็เหมือนกับตั้งใจจะเอาชีวิตครึ่งหนึ่งของเขาไป
“ไม่” จ้าวเยี่ยนเจียวปฏิเสธโดยไม่คิด
จ้าวเสวี่ยตกใจ นางจับแขนของจ้าวเยี่ยนเจียวออกแรงเล็กน้อย “น้องสี่ เจ้าจะกลับคำพูดหรือ?!”
สายตาของจ้าวเยี่ยนเจียวเย็นชาลง นางหันกลับไปจับมือของจ้าวเสวี่ย
จ้าวเสวี่ยรู้สึกเจ็บที่มือ ใบหน้าของนางแสดงความหวาดกลัวออกมา “เจ้าจะทำอะไร?”
“ข้าไม่ได้กลับคำพูด แค่อยากให้พวกเจ้าอย่าทำเกินไปนัก เอาแต่คิดว่าแผนของตัวเองจะสำเร็จ โดยไม่สนใจว่าคนอื่นจะเป็นตายอย่างไร แค่ต้องการทำลายชื่อเสียงของข้า ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีตกน้ำแบบคร่ำครึหรอก”
“เจ้าหมายความว่า...”
“เดี๋ยวข้าจะหาทางพาคุณชายรองไปที่เขาหลังวัด พรุ่งนี้พวกเจ้าก็ส่งคนมาตามหา การที่ชายหญิงอยู่ด้วยกันทั้งคืนแบบนี้ มันไม่เป็นไปตามที่พวกเจ้าต้องการมากกว่าหรือ?”
วิธีนี้ก็ดี แต่จ้าวเสวี่ยสงสัย “เจ้าไม่สนใจชื่อเสียงของตัวเองจริงๆ หรือ?”
“เพื่อที่จะได้กลายเป็นหงส์ที่อยู่บนกิ่งไม้ ชื่อเสียงเป็นเรื่องเล็กน้อย” สีหน้าของจ้าวเยี่ยนเจียวดูเย็นชา “ข้าไม่ไปเอาน้ำกับพวกท่านแล้วนะ”
“เจ้าจะสร้างเรื่องอะไรอีก?” จ้าวเสวี่ยเริ่มร้อนรน นางไม่เชื่อในสิ่งที่จ้าวเยี่ยนเจียวพูดทั้งหมด ถ้านางไม่ทำตามที่ฮูหยินเว่ยกำชับ คนที่จะถูกต่อว่าก็คือนาง
“ตอนนี้พวกเจ้าต้องขอร้องข้า ไม่ว่าข้าจะสร้างเรื่องอะไรขึ้นมา พวกเจ้าก็ต้องฟังข้าไม่ใช่หรือ?” จ้าวเยี่ยนเจียวปล่อยมือของนางแล้วหันหลังเดินจากไป
จ้าวซิ่นสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของพวกนาง หันกลับไปถามว่า “เกิดอะไรขึ้น?”
จ้าวเสวี่ยอดทนกับความโกรธพูดเบาๆ ว่า “น้องสี่บอกว่ามีเรื่องต้องทำ จะไม่ไปเอาน้ำกับพวกเรา”
“แบบนี้จะทำอย่างไร?” ฮูหยินเว่ยไม่ได้บอกแผนการของนางกับเว่ยอวี่คุนให้จ้าวซิ่นรู้ แต่เฉินมามารู้ดี นางแอบมองจ้าวเสวี่ยด้วยความไม่พอใจ ตำหนิด้วยสายตา ปล่อยให้คนเดินจากไปได้อย่างไร?
จ้าวเสวี่ยสบตากับเฉินมามา รู้สึกอัดอั้นในใจ แม้แต่คนรับใช้ก็ยังกล้าทำหน้าแบบนี้กับนาง
“ยังไม่ไปตามคนกลับมาอีกหรือ?” เฉินมามาสั่งสาวใช้ที่อยู่ข้างๆ จ้าวเสวี่ย
ออกจากจวนโหว เยว่ฉีสือก็ขึ้นม้าทันที เขาไม่ได้ตั้งใจจะกลับจวน แต่จะไปที่ค่ายทหารนอกเมืองหลวง เขาไม่แม้แต่จะมองเยว่ฉีอวิ๋น เพียงพูดว่า “ทหารที่ชายแดนไม่ค่อยมีโอกาสได้พักผ่อน อีกไม่กี่วันจากนี้ให้เจ้าพาคณะงิ้วไปที่ชายแดนเพื่อสร้างความสนุกสนานกับเหล่าทหารบ้าง ถ้าเป็นไปได้ ให้อยู่ที่นั่นสักสองสามปี สร้างโรงงิ้วขึ้นมาเลย”สีหน้าของเยว่ฉีอวิ๋นเปลี่ยนไปทันที “อยู่หลายปี?! พี่ใหญ่ขอรับ ที่นั่นมันทั้งกันดารและเหน็บหนาวนะขอรับ”“ใช่แล้ว” ในที่สุดเยว่ฉีสือก็ก้มหน้าลง มองเยว่ฉีอวิ๋นด้วยสายตาเย็นชา “ดังนั้นมันถึงเหมาะกับเจ้า”เห็นสายตาของเยว่ฉีสือ เยว่ฉีอวิ๋นก็รู้สึกหนาวถึงกระดูก ตอนนี้รู้แล้วว่าเยว่ฉีสือจำฉินเยว่ได้!เขาสงสัยในใจอยากจะถาม แต่สุดท้ายก็ปิดปากลง ไม่มีความกล้าพอที่จะถามอะไรออกมาอีกหากไปลำบากอยู่ที่ชายแดนสองสามปีแล้วทำให้พี่ชายหายโกรธ เขาก็ยอม! เพียงแต่นึกถึงภรรยาที่บ้าน... เรื่องนี้ เขาปิดบังแม้กระทั่งคนข้างกาย ด้วยนิสัยของภรรยา เกรงว่านางจะไม่ปล่อยให้เขามีชีวิตสงบสุขอย่างแน่นอนหลังจากนั้น เยว่ฉีสือก็จะมาที่จวนโหวทุกๆ สามวัน โดยอ้างว่ามีเรื่องจะคุยกับจางซื่อฉิน แต่เขาก็มักจะบังเอิญ
“เมื่อก่อนตอนที่พี่ชายของข้าตาบอดระหว่างนั้นโชคดีที่ได้ท่านช่วยดูแล ท่านเป็นผู้มีพระคุณของจวนกั๋วกง”ฉินเยว่ส่ายหัว นางไม่คิดว่าตัวเองมีบุญคุณอะไรกับเยว่ฉีสือ นางแค่พูดว่า “ตาของเขาหายดีแล้วหรือ?”เยว่ฉีอวิ๋นพยักหน้า “หลังจากกลับมาเมืองหลวงแล้ว หมอที่บิดาของข้าเชิญมาก็รักษาตาของพี่ชายข้าจนหายดี เขาเคยไปตามหาเจ้า แต่ข้าหลอกเขาว่าเจ้าตายแล้ว”ฉินเยว่รู้สึกเจ็บปวดใจ ดวงตาของนางแดงก่ำ ได้แต่กลั้นก้อนสะอื้นลงคอจ้าวเยี่ยนเจียวที่อยู่ข้างๆ เบิกตากว้าง นางรีบเข้าไปถามอย่างไม่พอใจว่า “ท่านแม่ทัพใหญ่เคือท่านลุงที่ไร้ความรับผิดชอบของข้าคนนั้น?”“เจียวเจียว เมื่อก่อนพี่ชายของข้าถูกซุ่มโจมตีเพราะบิดาของข้า ทำให้เขาตาบอดจนซึมเศร้าอยู่นาน เมื่อออกไปท่องเที่ยวหยางโจวครั้งหนึ่ง เขาทะเลาะกับบิดาของข้าระหว่างทาง แล้วจากไปอย่างไร้ร่องรอย พอหาตัวพบอีกครั้ง เขาก็แต่งงานกับป้าของเจ้าในหมู่บ้านเล็กๆ แล้ว ท่านแม่ทัพใหญ่เป็นใคร? เขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว จะแต่งงานกับคนที่ไม่รู้ที่มาที่ไปได้อย่างไร”“พอได้แล้ว” จ้าวเยี่ยนเจียวตำหนิ “สรุปก็เป็นเรื่องฐานะอีกแล้ว ตลอดสิบปีที่ผ่านมา คุณชายสามเยว่หลอกพวกเรามาตลอด ท่านป
ดอกท้อที่อยู่นอกเรือนบานสะพรั่ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการแพ้ท้องหายแล้ว หรือเพราะท่านป้าของนางมาอยู่ด้วย ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาจ้าวเยี่ยนเจียวจึงดูสดชื่น กินอิ่ม นอนหลับ ทำให้คนทั้งจวนโล่งใจต้นท้อในสวนพลิ้วไหว งดงามน่ามอง ตามหลักแล้วนักปราชญ์ควรแต่งบทกวีเพื่อชื่นชม แต่โชคร้ายที่เจ้าของเรือนเหมยหลินเป็นคนชอบกิน เมื่อนางเห็นดอกท้อ นางก็คิดถึงการนำมันไปทำโจ๊กดอกท้อ ขนมดอกท้อ และสุราดอกท้อเช้านี้นางอยากกินแกะย่าง คนรับใช้ก็รีบยกหินก้อนใหญ่สองก้อนมาทำเตาย่าง แล้วเริ่มย่างเนื้อแกะ ดังนั้นในสวนดอกท้อจึงมีกลิ่นเนื้อย่างหอมกรุ่นจางเจิ้งเหอนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่จ้าวเยี่ยนเจียวให้คนยกมาให้ เขากำลังชมดอกท้อและมองนางที่กำลังย่างเนื้อแกะ จนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ “เจ้าสนใจแต่การกิน ไม่สนใจวิวทิวทัศน์ที่สวยงามบ้างเลย”“ทิวทัศน์ที่สวยงามก็สู้ท้องอิ่มไม่ได้” จ้าวเยี่ยนเจียวทำท่าทางน้ำลายไหลเมื่อได้กลิ่นเนื้อแกะย่าง นางคิดถึงเมื่อหลายวันก่อนที่นางได้กลิ่นแบบนี้แล้วรู้สึกคลื่นไส้ ตอนนี้นางรู้แล้วว่าการที่กินอะไรไม่ลงมันทรมานแค่ไหน ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นแล้วก็ต้องกินให้อิ่มหน่อย “ท่านก็ชมวิวไปเถอะ ทำตัวเป็นคุณชา
ฤดูหนาวผ่านไป ลมฤดูใบไม้ผลิพัดโชย ดอกท้อบานสะพรั่ง มีทั้งสีเข้มและสีอ่อน ต่างแข่งขันกันเบ่งบานภายใต้แสงอาทิตย์ของฤดูใบไม้ผลิจวนโหวได้จัดงานศพให้กับนายท่านรอง หลังจากตรุษจีนจึงจัดพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่ ฮูหยินหยางได้ขอฮูหยินผู้เฒ่าแยกครอบครัวเมื่อพ้นระยะไว้ทุกข์ จางซินอวี้แต่งงานออกไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ตอบอะไร แต่จางซื่อฉินกลับตกลงทันทีตอนนี้เรือนรองแทบจะหมดหวังแล้ว หากไม่ใช่เพราะต้องการใช้ชื่อคุณหนูจวนโหวเพื่อหาคู่ที่ดีให้กับจางซินอวี้ ฮูหยินหยางก็คงจะพาบุตรชายและลูกสะใภ้ออกไปจากที่นี่นานแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นางทำเรื่องสกปรกมากมายในที่ลับ จึงกลัวว่าจางซื่อฉินจะเปลี่ยนใจมาแก้แค้น หากยังดื้อรั้น ถึงตอนนั้นชีวิตของนางก็ไม่อาจรักษาเอาไว้ได้แล้วตอนนี้เรือนรองใช้ชีวิตในจวนโหวราวกับไม่มีตัวตน เซวี่ยอิงถงเรียกคืนอำนาจในการจัดการเรื่องในจวนกลับมา หลังจากนั้นได้มอบให้จ้าวเยี่ยนเจียวเป็นคนดูแลแทน เพราะนางไม่ได้อยู่ประจำในจวน อีกทั้งยังมีฮูหยินผู้เฒ่าคอยช่วยอยู่ จึงวางใจได้ว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดอย่างแน่นอนบรรยากาศในจวนยังคงหดหู่ แม้แต่สีหน้าของบ่าวไพร่ก็เศร้าสร้อย เดินเหินกันอย่างระมัดร
คำพูดของจางซื่อฉินทำให้ฮูหยินหยางแทบจะหายใจไม่ออก รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันทีเขารู้!ฮูหยินหยางมองจางซื่อฉิน ไม่สามารถหลอกตัวเองได้อีก จางซื่อฉินรู้ว่าการที่ท่านอาเข้าไปในทะเลทรายก็เพื่อที่จะฆ่าเขา ตอนนี้เขาโต้กลับแล้วและไม่ไว้หน้าเลย “เจ้าช่างโหดเหี้ยมนัก!”จางซื่อฉินจับมือฮูหยินหยาง ออกแรงเล็กน้อยเพื่อขัดจังหวะคำพูดของนาง “ยังมีท่านย่าอยู่ อาสะใภ้ก็ทำใจให้สบายเถอะ” ร่างของฮูหยินหยางอ่อนปวกเปียกนี่คือเขาต้องการให้นางยอมรับผลที่เกิดขึ้น ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร เพื่อฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว จางซื่อฉินจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ออกมา จางซินอวี้ที่อยู่ข้างหลังร้องไห้จนหน้าเปื้อน รีบเข้าไปพยุงมารดาเอาไว้จางซื่อฉินปล่อยมือ แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าจางเจิ้งเหอเห็นดังนั้นก็รีบคุกเข่าลงทันที จ้าวเยี่ยนเจียวก็รีบคุกเข่าตาม“ท่านย่าขอรับ หลานไม่กตัญญู” จางซื่อฉินก้มหน้าลง “ไม่สามารถปกป้องท่านอาได้”ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าซีดเผือด หัวใจของนางเจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด ได้แต่ส่ายหน้าพูดอะไรไม่ออก จ้องมองโลงศพตรงหน้าด้วยใบหน้าอาบน้ำตา ความเจ็บปวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการที่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ต้องส่งศพบุตร
ทันทีที่ทั้งสองคนก้าวเข้าไปในเรือนเหมยหลิน เซวี่ยอิงถงก็ปรากฏตัวออกมาจากเงามืด “ความสัมพันธ์ดีจริงๆ”“พี่สะใภ้ใหญ่” จ้าวเยี่ยนเจียวร้องออกมาด้วยความประหลาดใจเซวี่ยอิงถงยิ้มให้น้องสะใภ้ เพราะสูงกว่าผู้หญิงทั่วไปเล็กน้อย เมื่อจ้าวเยี่ยนเจียวยืนอยู่ข้างๆ จึงสูงเพียงแค่ไหล่ของนางเท่านั้น นางก้มลงมองใบหน้ากลมๆ ของน้องสะใภ้ ดูไม่ออกว่าอายุเท่าไหร่ ใบหน้าเด็กนี้ช่างน่ารักเสียจริงตอนนี้จางเจิ้งเหอยังหนุ่มอยู่ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าอีกหลายปี คุณชายรองพาภรรยาออกไปข้างนอก อาจจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพ่อกับบุตรสาว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ นางก็หัวเราะมากขึ้น พร้อมกับเหลือบไปมองจางเจิ้งเหอจางเจิ้งเหอเลิกคิ้ว เขาไม่รู้ว่าเซวี่ยอิงถงคิดอะไรอยู่ แต่เขารู้สึกว่ารอยยิ้มของนางค่อนข้างเจ้าเล่ห์ “มาดักรอพวกเรา มีอะไรหรือขอรับ?”“ซื่อฉินให้ข้ามาบอกเจ้า”จางเจิ้งเหอก็ตั้งใจฟัง“สำเร็จแล้ว”คำพูดสั้นๆ สองคำนั้นช่างหนักแน่น จางเจิ้งเหอหลบสายตาลงเล็กน้อย อารมณ์ของเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เขาแค่ถามว่า “พี่ใหญ่สบายดีหรือไม่?”“วางใจเถอะ!” เซวี่ยอิงถงยื่นมือไปตบไหล่ของจางเจิ้งเหอ “ช่วงตรุษจีน เพื่อไม่ให้ฮูหยินผู้เฒ่าไม







