Masukสมองของครองขวัญขาวโพลนไปชั่วขณะ เธออยากจะหยิกแขนตัวเองแรงๆ เพื่อพิสูจน์ว่านี่ไม่ใช่ความฝัน ภูผาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ถึงได้มายืนขอเธอแต่งงานด้วยท่าทีหน้าไม่อายเช่นนี้
“ไม่ค่ะ” เธอส่ายศีรษะ ปฏิเสธออกไปทันทีเหมือนเป็นสัญชาตญาณ
ภูผาถอนหายใจ เขารู้อยู่แล้วว่าคำตอบต้องเป็นแบบนี้ แต่เขาก็เตรียมแผนรับมือไว้แล้ว
“ผมไม่ได้ขอให้คุณแต่งงานฟรีๆ” เขาก้าวเข้ามาใกล้ ยื่นข้อเสนอที่คิดว่าเธอไม่มีทางปฏิเสธ “ผมให้คุณห้าล้านบาท แลกกับการจดทะเบียนสมรสเป็นเวลาหนึ่งปี... ตกลงไหม”
แววตาของเขามั่นใจอย่างยิ่ง ตลอดสี่ปีที่ทำงานร่วมกันมา เขารู้ดีว่าครองขวัญต้องการเงินมากแค่ไหนเพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลให้น้องสาว
เงินห้าล้านบาท... ตัวเลขนั้นทำให้หัวใจของเธอสั่นไหวไปวูบหนึ่ง แต่พอสบตากับผู้ชายตรงหน้า ความคิดที่จะตอบตกลงก็มลายหายไปสิ้น จะให้เธอเอาชีวิตทั้งชีวิตไปผูกติดกับผู้ชายอย่าง ‘ภูผา’ เนี่ยนะ ไม่มีทาง!
ยอมรับว่าเขาหล่อราวนายแบบ จมูกโด่งเป็นสัน คิ้วเข้มได้รูป นัยน์ตาดึงดูด ไหนจะความสูงเกินร้อยแปดสิบและผิวพรรณสะอาดสะอ้าน แถมยังรวยล้นฟ้า... คุณสมบัติครบถ้วนที่ผู้หญิงทุกคนใฝ่ฝัน แต่มันใช้ไม่ได้ผลกับเธอ สี่ปีที่ผ่านมาทำให้เธอรู้จัก ‘สันดาน’ ของเขาดีเกินไป ต่อให้เสนอเงินมากกว่านี้เป็นสิบเท่า เธอก็ไม่ยอมเด็ดขาด แค่ต้องเจอหน้ากันที่ทำงานทุกวันก็แทบจะประสาทกิน ถ้าต้องมาอยู่ใต้ชายคาเดียวกันด้วย... ไม่มีทาง!
“ไม่ค่ะ เรื่องนี้ฉันคงช่วยบอสไม่ได้จริงๆ” ครองขวัญตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ถ้าคุณไม่ช่วย พ่อกับแม่จัดการผมแน่” สีหน้าของเขาเริ่มร้อนรน “โอเค! สิบล้าน! ผมให้คุณสิบล้านเลย ช่วยผมแค่ครั้งเดียว... นะขวัญ ผมไม่อยากถูกตัดออกจากกองมรดก” เขาลดท่าทีแข็งกร้าวลงแล้วเปลี่ยนเป็นอ้อนวอน
‘นี่สินะ เหตุผลที่แท้จริง’ ครองขวัญคิดในใจ เธอรู้ดีว่าภูผาเป็นพวกคุณหนูถังแตกที่กลัวความลำบากเป็นที่สุด
“แล้วทำไมต้องเป็นฉันคะ บอสมีผู้หญิงในสต็อกตั้งมากมาย ทำไมไม่ไปจ้างพวกเธอ” เธอถามอย่างอดสงสัยไม่ได้
ภูผาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะแค่นยิ้มมุมปากแล้วตอบด้วยคำพูดที่กรีดลึกเข้าไปในใจของเธอ
“ก็เพราะคุณไม่ใช่ผู้หญิงในแบบที่ผมชอบไง... นมก็แบน ตัวก็เตี้ย แถมยังกินจุ ไม่มีจริตความเป็นผู้หญิงเลยสักนิด แต่งงานกับคุณน่ะปลอดภัยที่สุดแล้ว”
คำพูดนั้นเหมือนคมมีดที่มองไม่เห็น มันทั้งเจ็บและจุกจนเธอพูดไม่ออก ครองขวัญกำหมัดแน่น พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่อยากจะซัดหน้าหล่อๆ นั่นสักหมัด เธอนับหนึ่งถึงสิบในใจ ก่อนจะฝืนยิ้มออกมาบางๆ
“ในเมื่อฉันไม่มีอะไรดีขนาดนั้น ก็คงช่วยอะไรบอสไม่ได้หรอกค่ะ ปัญหาของบอส... ก็จัดการเองแล้วกันนะคะ!” เธอกระแทกเสียงใส่ แล้วหมุนตัวเดินออกจากเพนท์เฮาส์ทันทีโดยไม่หันกลับไปมอง
ให้แต่งงานกับคนปากเสียแบบนี้น่ะเหรอ... ฝันไปเถอะ!
ความสัมพันธ์ระหว่างครองขวัญกับภูผาไม่ได้มีแค่ด้านที่เลวร้ายเสมอไป ตลอดสี่ปีที่ผ่านมา มันมีบางช่วงเวลาที่เส้นแบ่งระหว่าง ‘เจ้านาย’ กับ ‘ลูกน้อง’ เลือนรางไป... เพียงแต่ทั้งคู่ไม่เคยยอมรับมัน
เหมือนเช่นบ่ายวันนั้น ก่อนการประชุมบอร์ดบริหารที่เคร่งเครียด ครองขวัญกำลังยืนจัดเนกไทให้ภูผาอย่างคล่องแคล่ว กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของเขาโชยมาแตะจมูกจนเธอต้องเผลอกลั้นหายใจ
“เสร็จแล้วค่ะ” เธอบอกพลางขยับปมเนกไทให้เข้าที่
“ขอบใจ” ภูผาตอบรับสั้นๆ ดวงตาคมกริบยังคงจดจ่ออยู่กับเอกสารในมือ
หลังจากการประชุมที่เปรียบเสมือนการออกรบสิ้นสุดลง ภูผากลับเข้ามาในห้องทำงานด้วยสภาพอิดโรย เขาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ถอดเสื้อสูทออกพาดไว้ แล้วพับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นอย่างลวกๆ
“ชานมเย็นๆ ค่ะบอส” ครองขวัญวางแก้วลงบนโต๊ะอย่างรู้ใจ
รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของภูผา ครองขวัญรู้ใจเขาเสมอ ไม่ว่าเขาจะอารมณ์ร้ายหรือปากเสียใส่เธอกี่ครั้ง เธอก็ไม่เคยเก็บมาใส่ใจ และยังคงทำหน้าที่ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
ความคิดเรื่องแต่งงานวนกลับเข้ามาในหัว... มารดาก็เร่งเร้าให้พาครองขวัญไปที่บ้านให้ได้ ในเมื่อไม้อ่อนใช้ไม่ได้ผล เขาก็คงต้องใช้ไม้แข็งเสียแล้ว
หลายวันผ่านไป ภูผายังคงตอแยเรื่องแต่งงานไม่เลิก จนครองขวัญต้องปิดมือถือหนีมากบดานที่ร้านกาแฟสไตล์วินเทจของ ‘ขนมหวาน’ เพื่อนสนิทของเธอ
“ฉันจะบ้าตายอยู่แล้วพวกแก” ครองขวัญระบายความอัดอั้นออกมาต่อหน้าแก๊งสาวโสดที่รวมตัวกันเฉพาะกิจ ทั้ง ‘ชมพู่’, ‘มาลัย’ และ ‘โซดา’
“เป็นฉันนะ ตกลงไปนานแล้ว เงินตั้งสิบล้าน แถมเจ้านายยังหล่อขนาดนั้น!” โซดา คาสโนวี่ตัวแม่ของกลุ่มให้ความเห็นอย่างไม่คิดมาก
“ความรักมันซื้อไม่ได้นะโซดา การแต่งงานต้องเกิดจากคนสองคนที่รักกันสิ” มาลัย สาวช่างฝันเจ้าของสตูดิโอเวดดิ้งแย้งขึ้น
“แต่สถานการณ์ของขวัญมันไม่เหมือนกันนี่” ขนมหวานมองเพื่อนอย่างเป็นห่วง “ขวัญไม่เคยมีแฟน ถ้าต้องไปอยู่กับผู้ชายเจ้าชู้แบบนั้นทุกวัน ฉันกลัวว่าแกจะเผลอใจอ่อน แล้วสุดท้ายก็ต้องมานั่งเสียใจ”
ความคิดเห็นที่แตกต่างยิ่งทำให้ครองขวัญสับสน แต่ลึกๆ แล้วเธอก็รู้คำตอบดี... ยังไงเธอก็ไม่มีวันยอมเด็ดขาด
หลังจากแยกย้ายกับเพื่อนๆ ครองขวัญขับรถกลับบ้านด้วยใจที่หนักอึ้ง แต่แล้วหัวใจของเธอก็แทบจะหยุดเต้น เมื่อเห็นรถยนต์คันหรูของภูผาจอดเด่นหราอยู่หน้าบ้านของเธอ
‘มาทำอะไรที่นี่!’
เธอก้าวเท้าเข้าบ้านอย่างรวดเร็วด้วยลางสังหรณ์ที่ไม่ดี และภาพที่เห็นก็ทำให้เธอแทบทรุด... ภูผากำลังนั่งคุยอยู่กับแม่และน้องสาวของเธออย่างออกรสออกชาติราวกับเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวมานานนับปี
“อ้าวขวัญ กลับมาแล้วเหรอลูก มานั่งนี่สิ” จำเนียนกวักมือเรียกลูกสาวด้วยรอยยิ้มกว้าง
“บอส... มาทำไมคะ” เธอถามเสียงแข็ง พยายามเก็บซ่อนความตื่นตระหนกไว้
“พี่ขวัญ... น้ำดีใจด้วยนะ” สายน้ำ น้องสาวของเธอพูดขึ้นด้วยแววตาเป็นประกาย
“ดีใจเรื่องอะไร”
“ก็เรื่องที่ลูกกำลังจะแต่งงานกับคุณภูเขาน่ะสิจ๊ะ!” จำเนียนเป็นคนตอบแทน “แม่ดีใจจริงๆ นึกว่าจะได้เห็นลูกสาวขึ้นคานซะแล้ว ไม่คิดเลยว่าจะได้ลูกเขยหล่อรวยขนาดนี้”
“หา!?” ครองขวัญอุทานเสียงหลง เธอมองหน้าแม่สลับกับน้องสาว ก่อนจะหันขวับไปจ้องหน้าภูผาที่กำลังนั่งยิ้มมุมปากอย่างผู้มีชัย
‘เล่นกันแบบนี้เลยเหรอ!’
เขาคงเห็นว่าเธอปิดมือถือหนี เลยบุกมาถึงบ้านเพื่อตัดทางหนีของเธอ... และดูเหมือนว่าแผนของเขาจะได้ผลเกินคาดเสียด้วย!
ตอนที่ 9 ความในใจของคนเมา“คุณนอนบนเตียงเถอะ” ภูผาเอ่ยปากอย่างสุภาพบุรุษขัดกับนิสัยตัวเอง โดยปกติแล้ว หากเขาได้อยู่กับผู้หญิงสองต่อสองในห้องแบบนี้ มันไม่เคยจบลงแค่การนอนมองหน้ากันเฉยๆ“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันนอนตรงนี้ได้” ครองขวัญกอดหมอนแน่น ส่งสายตากึ่งบังคับให้เขาไปที่เตียง“ก็ได้... งั้นผมขอไปอาบน้ำก่อนแล้วกัน” เขายอมแพ้แต่โดยดีทันทีที่ร่างสูงหายเข้าไปในห้องน้ำ ครองขวัญก็จัดแจงที่นอนบนโซฟาอย่างรวดเร็ว เธอเหนื่อยมาทั้งวันจนแทบจะยืนหลับ พอศีรษะถึงหมอน เปลือกตาก็หนักอึ้งและปิดลงแทบจะในทันทีภูผาเดินออกมาจากห้องน้ำโดยมีเพียงผ้าขนหนูพันรอบเอวไว้หมิ่นเหม่ เขายิ้มมุมปากเมื่อเห็นเธอนอนขดตัวหลับสนิทอยู่บนโซฟา... ในยามหลับใหล ครองขวัญดูไร้เดียงสาและน่าทะนุถนอมจนเขาอดใจไม่ไหว ต้องเดินเข้าไปใกล้ๆนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มไล่สำรวจดวงหน้าหวาน ก่อนจะหยุดลงที่ริมฝีปากอิ่มซึ่งเผยอออกเล็กน้อย ภาพจูบแรกของเธอในตอนกลางวันย้อนกลับเข้ามาในความคิด... เขาพยายามจะห้ามใจ แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ต่อความปรารถนาของตัวเอง ภูผาค่อยๆ โน้มใบหน้าลงไป... ขโมยจุมพิตจากริมฝีปากนุ่มอย่างแผ่วเบาโดยที่เจ้าของไม่ทันรู้ตัวไม่กี่วันก่อนถึง
ตอนที่ 8 จูบแรกครองขวัญรู้สึกเหมือนยืนอยู่บนปากเหว เธอมืดแปดด้านไปหมด หันไปมองมาลัยเป็นเชิงขอความช่วยเหลือ แต่เพื่อนรักก็ได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆ กลับมาเป็นเชิงว่า ‘ฉันก็ช่วยอะไรแกไม่ได้’ นี่มันจูบแรกของเธอนะ! ทำไมเธอต้องมาเสียมันให้กับผู้ชายอย่างภูผาด้วย คิดแล้วก็อยากจะร้องไห้“พร้อมนะครับ!” เสียงตากล้องตะโกนเร่งครองขวัญหันไปแยกเขี้ยวใส่ในใจ ‘จะรีบไปไหน!’“ยังไงฉันก็ไม่จูบ” เธอกระซิบเสียงแข็ง“อ้าว... คุณพ่อคุณแม่ มาถึงกันแล้วเหรอครับ” ภูผาแสร้งร้องทักขึ้นด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาเห็นบิดามารดาเดินมาแต่ไกลแล้ว และนี่คือไพ่ใบสุดท้ายของเขาครองขวัญหันขวับไปมองอย่างตกใจ... ท่านมาดูอยู่จริงๆ ด้วย!“เลือกเอานะ... จะยอมจูบดีๆ หรือจะให้คุณพ่อคุณแม่สงสัยจนเรื่องแตก” เขากระซิบชิดใบหูของเธอ พร้อมกับแอบสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากแก้มนวลอย่างชื่นใจเธอเกลียดรอยยิ้มของผู้ชนะที่ประดับอยู่บนใบหน้าเขาที่สุด! ‘ยอมก็ได้!’ เธอคิดอย่างจำนน ก็แค่ปากแตะปาก... แต่มันคือจูบแรกของเธอนะ!“ใกล้กันอีกนิดนะครับ... ผมนับหนึ่งถึงสามแล้วจูบเลยนะ!”หนึ่ง... ภูผาเคลื่อนใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาใกล้ รอยยิ้มของเขาทำให้หัวใจเธอเต้นรัวจ
ตอนที่ 7 ชุดเจ้าสาวเจ้าปัญหา“แล้วจะให้เรียกว่าอะไรล่ะคะ” ครองขวัญถามอย่างไม่เข้าใจจริงๆ“ก็... ‘พี่ภู’ หรือไม่ก็ ‘ที่รัก’ ไงครับ” เขายิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัยครองขวัญอ้าปากค้าง สมองประมวลผลอยู่ครู่หนึ่ง... เขาจะให้เธอเรียกแบบนั้นจริงๆ น่ะหรือ“ถ้างั้น... ขอเป็น ‘พี่ภู’ แล้วกันค่ะ”“ไหน... ลองเรียกสิ” เขาท้าทายด้วยน้ำเสียงกวนประสาท“พี่...ภู” เธอเปล่งเสียงออกมาอย่างยากลำบาก ไม่อยากจะพูดคำนี้เลยจริงๆภูผายิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ เขารู้ดีว่าการจะให้ครองขวัญมาออดอ้อนเหมือนผู้หญิงคนอื่นคงเป็นเรื่องยาก แต่อย่างน้อย การได้อยู่กับเธอก็ทำให้เขารู้สึกสบายใจอย่างประหลาด ไม่เช่นนั้นคงทนทำงานด้วยกันมาไม่ได้นานขนาดนี้ครองขวัญต้องมาเลือกชุดเจ้าสาวตามลำพังที่สตูดิโอของ ‘มาลัย’ เพื่อนสนิทของเธอ ส่วนว่าที่เจ้าบ่าวตัวดีน่ะเหรอ... ป่านนี้คงไปมีความสุขอยู่ที่ไหนสักแห่งที่หัวหินกับสาวสวยสักคน เธอได้แต่ถอนหายใจแล้วบอกตัวเองซ้ำๆ ‘ดีแค่ไหนแล้วที่เป็นแค่การแต่งงานจอมปลอม’ ไม่อย่างนั้นเธอคงเป็นเจ้าสาวที่น่าสมเพชที่สุดในโลก“อ้าว มาแล้วเหรอขวัญ” มาลัยเอ่ยทัก“อืม” โชคดีที่ภูผาให้อิสระเธอในการเลือกร้าน เธอจึงตรงมาท
ตอนที่ 6 เลิกเรียกผมว่าบอส“สวัสดีครับคุณน้าอร” ภูผาดึงสติกลับมาได้ก่อนใคร เขารีบโอบไหล่ครองขวัญเข้ามาแนบชิดแล้วสวมบทบาทคู่รักหวานชื่นทันที “นี่ครองขวัญครับ... ว่าที่ภรรยาของผม”“สวัสดีค่ะ” ครองขวัญรีบยกมือไหว้อย่างนอบน้อม เธอรู้ดีว่าคุณหญิงอิงอรเป็นเพื่อนสนิทกับมารดาของภูผา หากเรื่องแดงขึ้นมาตอนนี้ แผนทุกอย่างคงพังไม่เป็นท่า เธอจึงจำใจยอมให้วงแขนแข็งแรงนั้นโอบเธอไว้แน่น“คนนี้เองเหรอจ๊ะ หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มเชียว มิน่าล่ะถึงมัดใจเสืออย่างตาภูไว้ได้”ครองขวัญได้แต่แสร้งยิ้มเขินอาย “ขอบคุณค่ะ”“ที่รัก... ยื่นมือมาสิครับ ผมจะได้สวมแหวนให้” ภูผาไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอยไป เขากระซิบเสียงนุ่มข้างหูเธอแล้วเธอจะทำอะไรได้ นอกจากยอมยื่นนิ้วนางข้างซ้ายให้เขาสวมแหวนเพชรลงมาแต่โดยดี ท่ามกลางสายตาเอ็นดูของผู้ใหญ่“ดีมากครับที่รัก” เขายิ้มอย่างผู้ชนะ‘ค่ะ!’ เธอส่งยิ้มหวานกลับไป แต่ในใจหมายมาดไว้แล้วว่ารอยยิ้มกวนประสาทแบบนี้ สักวันเธอจะเอาคืนให้สาสม!เพียงไม่กี่วัน ข่าวการแต่งงานสายฟ้าแลบระหว่างประธานบริษัทหนุ่มกับเลขานุการส่วนตัวก็แพร่สะพัดไปทั่วราวกับเชื้อไวรัส พนักงานในบริษัทต่างจับกลุ่มซุบซิบกั
ตอนที่ 5 แปลงโฉมภูผาลากครองขวัญเข้ามาในโซนเสื้อผ้าแบรนด์เนมหรูของห้างสรรพสินค้า เป้าหมายของเขาชัดเจน... คือการแปลงโฉมเลขาสาวสุดเชยให้กลายเป็นสุภาพสตรีที่คู่ควรกับตำแหน่ง ‘ภรรยาของภูผา อัครเดโช’“ผมพามาซื้อเสื้อผ้า ไม่ได้พามาร่วมขบวนแห่ศพ ดูทำหน้าเข้าสิ” เขาเอ็ดเสียงเข้ม เมื่อเห็นเธอยืนหน้าบูดบึ้งไม่ให้ความร่วมมือครองขวัญเลือกที่จะเมินสายตาตำหนินั้น เธอไม่ชอบการถูกบังคับให้เปลี่ยนแปลงตัวเองในสิ่งที่ไม่ได้เป็น แล้วทำไมเธอต้องยอมด้วย“เอาชุดนี้ ชุดนี้ แล้วก็ชุดนี้ด้วยครับ” ภูผาไม่สนใจท่าทีของเธอ เขาชี้นิ้วสั่งพนักงานอย่างเผด็จการโดยไม่คิดจะถามความเห็นเธอสักคำครองขวัญได้แต่ขมุบขมิบปากด่าเขาในใจ ถ้าไม่ติดว่าสถานะทางการเงินของเธอกำลังวิกฤต เธอไม่มีวันยอมมายืนเป็นตุ๊กตาให้เขาจับแต่งตัวแบบนี้เด็ดขาด“เข้าไปเปลี่ยน แล้วเดินออกมาให้ดูด้วย”เธอรับชุดมาจากพนักงานด้วยความขัดใจ ก่อนจะกระแทกเสียงตอบกลับไป “ค่ะ!”เมื่อเข้ามาในห้องลองเสื้อผ้า ครองขวัญแทบอยากจะกรี๊ด ชุดเดรสที่เขาเลือกให้มันทั้งสั้นและรัดรูป แถมคอเสื้อยังคว้านลึกลงไปจนเห็นร่องอกชัดเจน ถึงเธอจะไม่ได้หน้าอกใหญ่โต แต่การแต่งตัวแบบนี้มัน
ตอนที่ 4 ว่าที่ลูกสะใภ้“แต่ว่าแม่คะ...!” ครองขวัญพยายามจะค้าน แต่ยังไม่ทันได้พูดจบประโยคดีๆ ด้วยซ้ำ ผู้เป็นมารดาก็เบะปาก น้ำตาคลอหน่วย ก่อนจะปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น“แม่ร้องไห้ทำไมคะ” เธอถามอย่างตกใจ“แม่ดีใจ... ฮึก... ดีใจที่ขวัญจะได้เป็นฝั่งเป็นฝากับผู้ชายดีๆ อย่างคุณภูเขาเสียที” จำเนียนพูดพลางปาดน้ำตา “แม่ยอมรับว่าแปลกใจที่คนนั้นคือเจ้านายของลูก แต่ในเมื่อเขาไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร แม่ก็สบายใจ”ครองขวัญอยากจะตะโกนสาธยายความร้ายกาจของภูผาให้แม่ฟังใจจะขาด แต่ที่ผ่านมาเธอเลือกที่จะเงียบ เพราะไม่อยากให้ท่านต้องมาไม่สบายใจเรื่องงานของเธอ“แต่ว่ามันไม่ใช่แบบนั้นค่ะแม่ คือว่าขวัญ...!” เธอพยายามจะอธิบายอีกครั้ง แต่ก็ถูกขัดขึ้นมาอีกจนได้“ตอนแรกแม่กลุ้มใจจนนอนไม่หลับ แต่พอคุณภูเขาบอกว่าจะช่วยจัดการให้ แม่ก็เลยโล่งใจ”“ช่วย? ช่วยเรื่องอะไรคะ” คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย“ก็... ก็ป้าของลูกน่ะสิ เขามาขอให้แม่เซ็นค้ำประกันเงินกู้ให้ แล้วเขาก็หนีไป ทิ้งหนี้ไว้ให้แม่เป็นล้าน” เสียงของจำเนียนสั่นเครือ “แม่เครียดจนไม่กล้าบอกขวัญ แค่เรื่องของน้ำกับค่าใช้จ่ายในบ้าน ลูกก็เหนื่อยมากพอแล้ว”ราวกั







