Masuk“แต่ว่าแม่คะ...!” ครองขวัญพยายามจะค้าน แต่ยังไม่ทันได้พูดจบประโยคดีๆ ด้วยซ้ำ ผู้เป็นมารดาก็เบะปาก น้ำตาคลอหน่วย ก่อนจะปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น
“แม่ร้องไห้ทำไมคะ” เธอถามอย่างตกใจ
“แม่ดีใจ... ฮึก... ดีใจที่ขวัญจะได้เป็นฝั่งเป็นฝากับผู้ชายดีๆ อย่างคุณภูเขาเสียที” จำเนียนพูดพลางปาดน้ำตา “แม่ยอมรับว่าแปลกใจที่คนนั้นคือเจ้านายของลูก แต่ในเมื่อเขาไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร แม่ก็สบายใจ”
ครองขวัญอยากจะตะโกนสาธยายความร้ายกาจของภูผาให้แม่ฟังใจจะขาด แต่ที่ผ่านมาเธอเลือกที่จะเงียบ เพราะไม่อยากให้ท่านต้องมาไม่สบายใจเรื่องงานของเธอ
“แต่ว่ามันไม่ใช่แบบนั้นค่ะแม่ คือว่าขวัญ...!” เธอพยายามจะอธิบายอีกครั้ง แต่ก็ถูกขัดขึ้นมาอีกจนได้
“ตอนแรกแม่กลุ้มใจจนนอนไม่หลับ แต่พอคุณภูเขาบอกว่าจะช่วยจัดการให้ แม่ก็เลยโล่งใจ”
“ช่วย? ช่วยเรื่องอะไรคะ” คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย
“ก็... ก็ป้าของลูกน่ะสิ เขามาขอให้แม่เซ็นค้ำประกันเงินกู้ให้ แล้วเขาก็หนีไป ทิ้งหนี้ไว้ให้แม่เป็นล้าน” เสียงของจำเนียนสั่นเครือ “แม่เครียดจนไม่กล้าบอกขวัญ แค่เรื่องของน้ำกับค่าใช้จ่ายในบ้าน ลูกก็เหนื่อยมากพอแล้ว”
ราวกับโลกทั้งใบถล่มลงมาทับร่าง หนี้หนึ่งล้านบาท... แถมยังเป็นเงินกู้นอกระบบอีกต่างหาก! มันจะเลวร้ายไปกว่านี้ได้อีกไหม
ภูผานั่งมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มของผู้ชนะ เขารู้ดีว่าหมากตานี้เขากำชัยไปเรียบร้อยแล้ว ครองขวัญไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมรับความช่วยเหลือจากเขา เงินหนึ่งล้านที่เขาจ่ายไปล่วงหน้าเพื่อแลกกับสัญญาแต่งงานหนึ่งปี... มันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม
ครองขวัญหันขวับไปมองหน้าภูผา แววตาของเธอเต็มไปด้วยความขุ่นแค้นและอัปยศอดสู เธออยากจะกรีดร้องให้ลั่นบ้าน แต่ก็ทำได้เพียงข่มความรู้สึกนั้นไว้ เงินล้าน... เธอจะไปหามาจากไหน ถ้าไม่ยอมรับข้อเสนอนี้ ก็คงต้องขายบ้านหลังนี้ที่อุตส่าห์ผ่อนมาด้วยน้ำพักน้ำแรง... ให้ตายเถอะ! งานนี้เธอแพ้แล้ว... แพ้อย่างราบคาบ
ครองขวัญเดินออกมาส่งภูผาที่รถด้วยท่าทีแข็งกระด้าง ดวงตากลมโตที่เคยสดใสบัดนี้ฉายแววขุ่นมัว เธอแพ้แล้ว และต้องเล่นละครฉากนี้ต่อไปอย่างไม่มีทางเลือก
“ฉันยอมแต่งงานตามแผนของบอส... แต่ฉันมีเรื่องจะขอร้องหนึ่งอย่าง”
ภูผาหันกลับมามองเธอ เลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม “ว่ามา”
“ระหว่างที่เรายังอยู่ในสถานะสามีภรรยา... บอสต้องเลิกยุ่งกับผู้หญิงคนอื่น” เธอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ฉันไม่อยากให้แม่ไม่สบายใจ ถ้าต้องมาเห็นข่าวฉาวของลูกเขยตัวเอง”
แววตาของเธอฉายความกังวลออกมาอย่างชัดเจน นี่เป็นศักดิ์ศรีเพียงชิ้นเดียวที่เธอพอจะรักษาไว้ได้ในเกมนี้
“ก็ได้” ภูผารับปากอย่างไม่เต็มเสียงนัก ที่จริงเขาคิดจะใช้การแต่งงานนี้เป็นเกราะกำบังเพื่อจะได้ใช้ชีวิตเสเพลต่อไปได้สะดวกขึ้น แต่ดูเหมือนแผนจะไม่ง่ายอย่างที่คิด
“ถ้าอย่างนั้น... ก็ขับรถกลับดีๆ นะคะ”
วันหยุดสุดสัปดาห์ ครองขวัญเดินทางมายังคฤหาสน์ของตระกูลอัครเดโชตามนัดหมาย เธอกวาดตามองไปรอบๆ คฤหาสน์หลังใหญ่โตมโหฬารสีครีมอ่อนด้วยความรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึง... นี่มันบ้านหรือพระราชวังกันแน่
“สวัสดีค่ะคุณท่านเกียงไกร คุณท่านจินตนา” ครองขวัญยกมือไหว้อย่างนอบน้อม
“สวัสดีจ้ะหนูขวัญ เรียกน้าจินก็ได้จ้ะ” จินตนายิ้มรับอย่างเป็นกันเอง “น้าไม่คิดเลยนะว่าเลขาคนเก่งของตาภูจะมาลงเอยเป็นลูกสะใภ้ของน้าได้”
ครองขวัญได้แต่ฝืนยิ้มแห้งๆ ในใจอยากจะบอกเหลือเกินว่ามันไม่มีวันเป็นไปได้ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอถูกมัดมือชก
“นั่นสิ ทำงานด้วยกันมาตั้งนาน ไม่เห็นมีวี่แวว” เกียงไกรเสริมขึ้นอย่างมีนัย เขาแอบชื่นชมครองขวัญอยู่ในใจเสมอที่สามารถทำงานกับลูกชายตัวแสบของเขาได้นานขนาดนี้
“แต่ฉันก็โล่งใจนะที่เป็นหนูขวัญ เห็นตาภูชมให้ฟังบ่อยๆ ว่าทำงานเก่ง รู้ใจไปซะทุกเรื่อง” จินตนาหันไปพูดกับสามี
“ผมก็เห็นด้วย” เกียงไกรพยักหน้า “จะเป็นใครมาจากไหนไม่สำคัญ ขอแค่เป็นคนดี ขยันทำมาหากินก็พอ”
“เห็นไหมครับ สุดท้ายผมก็เลือกผู้หญิงที่ดีที่สุดมาเป็นแม่ของลูก” ภูผาพูดพลางโอบไหล่ครองขวัญแล้วยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
บทสนทนาเรื่องงานดำเนินไปอย่างราบรื่น แสดงให้เห็นถึงความเข้าขาและประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกันของทั้งคู่ จนเกียงไกรและจินตนาอดที่จะยิ้มอย่างพึงพอใจไม่ได้
“เห็นลูกสองคนเข้ากันได้ดีขนาดนี้ แม่ก็อุ่นใจ ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวเรานะจ๊ะหนูขวัญ”
คำพูดที่เปี่ยมด้วยความเมตตานั้นทำให้กำแพงในใจของครองขวัญลดระดับลง เธอไม่เคยคิดว่าพ่อแม่ของภูผาจะต้อนรับเธออย่างอบอุ่นถึงเพียงนี้
มื้อกลางวันผ่านไปท่ามกลางบรรยากาศที่ดูเหมือนจะชื่นมื่น ภูผาสวมบทบาทคู่รักได้อย่างแนบเนียนจนน่าหมั่นไส้ เขาส่งสายตาหวานเชื่อมให้เธอตลอดเวลา ซึ่งเธอก็ต้องฝืนยิ้มตอบกลับไป
“ผมขอตัวพาแฟนสุดที่รักไปเดทก่อนนะครับ” ภูผาประกาศกร้าวหลังมื้ออาหาร ก่อนจะจูงมือเธอเดินออกจากห้องอาหารไป
แต่ทันทีที่ลับสายตาของผู้ใหญ่ ครองขวัญก็สะบัดมือเขาออกอย่างแรงจนภูผาหน้าตึง
“อย่าลืมสิว่าเรายังอยู่ในเขตบ้าน!” เขาปรามเสียงเข้ม
“ทราบค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ดิฉันขอตัวกลับก่อน”
“ยังกลับไม่ได้”
“ทำไมคะ” เธอถามอย่างเหนื่อยหน่ายเต็มที แต่ภูผากลับใช้สายตาสแกนร่างเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วส่ายหน้าอย่างระอา
“แต่งตัวแบบนี้แล้วบอกว่าเป็นภรรยาภูผา... ใครเขาจะเชื่อ ไปขึ้นรถ!”
คำพูดนั้นเสียดแทงใจเธอย่างจัง! หมายความว่ายังไง! เธอก้มลงสำรวจตัวเอง... เสื้อเชิ้ตสีขาวติดกระดุมถึงคอ เสื้อสูทสีดำเรียบๆ กับกระโปรงทรงเอคลุมเข่า มันผิดตรงไหน! เธอดันแว่นสายตาที่จมูกแล้วถอนหายใจออกมาอย่างสุดจะทน
“คุณเชื่อเรื่องที่ตาภูพูดไหมคะ” จินตนาเอ่ยถามสามีขณะจิบกาแฟยามบ่าย
“เชื่อก็แปลกแล้ว” เกียงไกรหัวเราะในลำคอ “แต่ก็น่าสนุกดีไม่ใช่เหรอ... ละครฉากนี้ที่ตาภูเป็นคนกำกับน่ะ”
ตอนที่ 9 ความในใจของคนเมา“คุณนอนบนเตียงเถอะ” ภูผาเอ่ยปากอย่างสุภาพบุรุษขัดกับนิสัยตัวเอง โดยปกติแล้ว หากเขาได้อยู่กับผู้หญิงสองต่อสองในห้องแบบนี้ มันไม่เคยจบลงแค่การนอนมองหน้ากันเฉยๆ“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันนอนตรงนี้ได้” ครองขวัญกอดหมอนแน่น ส่งสายตากึ่งบังคับให้เขาไปที่เตียง“ก็ได้... งั้นผมขอไปอาบน้ำก่อนแล้วกัน” เขายอมแพ้แต่โดยดีทันทีที่ร่างสูงหายเข้าไปในห้องน้ำ ครองขวัญก็จัดแจงที่นอนบนโซฟาอย่างรวดเร็ว เธอเหนื่อยมาทั้งวันจนแทบจะยืนหลับ พอศีรษะถึงหมอน เปลือกตาก็หนักอึ้งและปิดลงแทบจะในทันทีภูผาเดินออกมาจากห้องน้ำโดยมีเพียงผ้าขนหนูพันรอบเอวไว้หมิ่นเหม่ เขายิ้มมุมปากเมื่อเห็นเธอนอนขดตัวหลับสนิทอยู่บนโซฟา... ในยามหลับใหล ครองขวัญดูไร้เดียงสาและน่าทะนุถนอมจนเขาอดใจไม่ไหว ต้องเดินเข้าไปใกล้ๆนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มไล่สำรวจดวงหน้าหวาน ก่อนจะหยุดลงที่ริมฝีปากอิ่มซึ่งเผยอออกเล็กน้อย ภาพจูบแรกของเธอในตอนกลางวันย้อนกลับเข้ามาในความคิด... เขาพยายามจะห้ามใจ แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ต่อความปรารถนาของตัวเอง ภูผาค่อยๆ โน้มใบหน้าลงไป... ขโมยจุมพิตจากริมฝีปากนุ่มอย่างแผ่วเบาโดยที่เจ้าของไม่ทันรู้ตัวไม่กี่วันก่อนถึง
ตอนที่ 8 จูบแรกครองขวัญรู้สึกเหมือนยืนอยู่บนปากเหว เธอมืดแปดด้านไปหมด หันไปมองมาลัยเป็นเชิงขอความช่วยเหลือ แต่เพื่อนรักก็ได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆ กลับมาเป็นเชิงว่า ‘ฉันก็ช่วยอะไรแกไม่ได้’ นี่มันจูบแรกของเธอนะ! ทำไมเธอต้องมาเสียมันให้กับผู้ชายอย่างภูผาด้วย คิดแล้วก็อยากจะร้องไห้“พร้อมนะครับ!” เสียงตากล้องตะโกนเร่งครองขวัญหันไปแยกเขี้ยวใส่ในใจ ‘จะรีบไปไหน!’“ยังไงฉันก็ไม่จูบ” เธอกระซิบเสียงแข็ง“อ้าว... คุณพ่อคุณแม่ มาถึงกันแล้วเหรอครับ” ภูผาแสร้งร้องทักขึ้นด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาเห็นบิดามารดาเดินมาแต่ไกลแล้ว และนี่คือไพ่ใบสุดท้ายของเขาครองขวัญหันขวับไปมองอย่างตกใจ... ท่านมาดูอยู่จริงๆ ด้วย!“เลือกเอานะ... จะยอมจูบดีๆ หรือจะให้คุณพ่อคุณแม่สงสัยจนเรื่องแตก” เขากระซิบชิดใบหูของเธอ พร้อมกับแอบสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากแก้มนวลอย่างชื่นใจเธอเกลียดรอยยิ้มของผู้ชนะที่ประดับอยู่บนใบหน้าเขาที่สุด! ‘ยอมก็ได้!’ เธอคิดอย่างจำนน ก็แค่ปากแตะปาก... แต่มันคือจูบแรกของเธอนะ!“ใกล้กันอีกนิดนะครับ... ผมนับหนึ่งถึงสามแล้วจูบเลยนะ!”หนึ่ง... ภูผาเคลื่อนใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาใกล้ รอยยิ้มของเขาทำให้หัวใจเธอเต้นรัวจ
ตอนที่ 7 ชุดเจ้าสาวเจ้าปัญหา“แล้วจะให้เรียกว่าอะไรล่ะคะ” ครองขวัญถามอย่างไม่เข้าใจจริงๆ“ก็... ‘พี่ภู’ หรือไม่ก็ ‘ที่รัก’ ไงครับ” เขายิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัยครองขวัญอ้าปากค้าง สมองประมวลผลอยู่ครู่หนึ่ง... เขาจะให้เธอเรียกแบบนั้นจริงๆ น่ะหรือ“ถ้างั้น... ขอเป็น ‘พี่ภู’ แล้วกันค่ะ”“ไหน... ลองเรียกสิ” เขาท้าทายด้วยน้ำเสียงกวนประสาท“พี่...ภู” เธอเปล่งเสียงออกมาอย่างยากลำบาก ไม่อยากจะพูดคำนี้เลยจริงๆภูผายิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ เขารู้ดีว่าการจะให้ครองขวัญมาออดอ้อนเหมือนผู้หญิงคนอื่นคงเป็นเรื่องยาก แต่อย่างน้อย การได้อยู่กับเธอก็ทำให้เขารู้สึกสบายใจอย่างประหลาด ไม่เช่นนั้นคงทนทำงานด้วยกันมาไม่ได้นานขนาดนี้ครองขวัญต้องมาเลือกชุดเจ้าสาวตามลำพังที่สตูดิโอของ ‘มาลัย’ เพื่อนสนิทของเธอ ส่วนว่าที่เจ้าบ่าวตัวดีน่ะเหรอ... ป่านนี้คงไปมีความสุขอยู่ที่ไหนสักแห่งที่หัวหินกับสาวสวยสักคน เธอได้แต่ถอนหายใจแล้วบอกตัวเองซ้ำๆ ‘ดีแค่ไหนแล้วที่เป็นแค่การแต่งงานจอมปลอม’ ไม่อย่างนั้นเธอคงเป็นเจ้าสาวที่น่าสมเพชที่สุดในโลก“อ้าว มาแล้วเหรอขวัญ” มาลัยเอ่ยทัก“อืม” โชคดีที่ภูผาให้อิสระเธอในการเลือกร้าน เธอจึงตรงมาท
ตอนที่ 6 เลิกเรียกผมว่าบอส“สวัสดีครับคุณน้าอร” ภูผาดึงสติกลับมาได้ก่อนใคร เขารีบโอบไหล่ครองขวัญเข้ามาแนบชิดแล้วสวมบทบาทคู่รักหวานชื่นทันที “นี่ครองขวัญครับ... ว่าที่ภรรยาของผม”“สวัสดีค่ะ” ครองขวัญรีบยกมือไหว้อย่างนอบน้อม เธอรู้ดีว่าคุณหญิงอิงอรเป็นเพื่อนสนิทกับมารดาของภูผา หากเรื่องแดงขึ้นมาตอนนี้ แผนทุกอย่างคงพังไม่เป็นท่า เธอจึงจำใจยอมให้วงแขนแข็งแรงนั้นโอบเธอไว้แน่น“คนนี้เองเหรอจ๊ะ หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มเชียว มิน่าล่ะถึงมัดใจเสืออย่างตาภูไว้ได้”ครองขวัญได้แต่แสร้งยิ้มเขินอาย “ขอบคุณค่ะ”“ที่รัก... ยื่นมือมาสิครับ ผมจะได้สวมแหวนให้” ภูผาไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอยไป เขากระซิบเสียงนุ่มข้างหูเธอแล้วเธอจะทำอะไรได้ นอกจากยอมยื่นนิ้วนางข้างซ้ายให้เขาสวมแหวนเพชรลงมาแต่โดยดี ท่ามกลางสายตาเอ็นดูของผู้ใหญ่“ดีมากครับที่รัก” เขายิ้มอย่างผู้ชนะ‘ค่ะ!’ เธอส่งยิ้มหวานกลับไป แต่ในใจหมายมาดไว้แล้วว่ารอยยิ้มกวนประสาทแบบนี้ สักวันเธอจะเอาคืนให้สาสม!เพียงไม่กี่วัน ข่าวการแต่งงานสายฟ้าแลบระหว่างประธานบริษัทหนุ่มกับเลขานุการส่วนตัวก็แพร่สะพัดไปทั่วราวกับเชื้อไวรัส พนักงานในบริษัทต่างจับกลุ่มซุบซิบกั
ตอนที่ 5 แปลงโฉมภูผาลากครองขวัญเข้ามาในโซนเสื้อผ้าแบรนด์เนมหรูของห้างสรรพสินค้า เป้าหมายของเขาชัดเจน... คือการแปลงโฉมเลขาสาวสุดเชยให้กลายเป็นสุภาพสตรีที่คู่ควรกับตำแหน่ง ‘ภรรยาของภูผา อัครเดโช’“ผมพามาซื้อเสื้อผ้า ไม่ได้พามาร่วมขบวนแห่ศพ ดูทำหน้าเข้าสิ” เขาเอ็ดเสียงเข้ม เมื่อเห็นเธอยืนหน้าบูดบึ้งไม่ให้ความร่วมมือครองขวัญเลือกที่จะเมินสายตาตำหนินั้น เธอไม่ชอบการถูกบังคับให้เปลี่ยนแปลงตัวเองในสิ่งที่ไม่ได้เป็น แล้วทำไมเธอต้องยอมด้วย“เอาชุดนี้ ชุดนี้ แล้วก็ชุดนี้ด้วยครับ” ภูผาไม่สนใจท่าทีของเธอ เขาชี้นิ้วสั่งพนักงานอย่างเผด็จการโดยไม่คิดจะถามความเห็นเธอสักคำครองขวัญได้แต่ขมุบขมิบปากด่าเขาในใจ ถ้าไม่ติดว่าสถานะทางการเงินของเธอกำลังวิกฤต เธอไม่มีวันยอมมายืนเป็นตุ๊กตาให้เขาจับแต่งตัวแบบนี้เด็ดขาด“เข้าไปเปลี่ยน แล้วเดินออกมาให้ดูด้วย”เธอรับชุดมาจากพนักงานด้วยความขัดใจ ก่อนจะกระแทกเสียงตอบกลับไป “ค่ะ!”เมื่อเข้ามาในห้องลองเสื้อผ้า ครองขวัญแทบอยากจะกรี๊ด ชุดเดรสที่เขาเลือกให้มันทั้งสั้นและรัดรูป แถมคอเสื้อยังคว้านลึกลงไปจนเห็นร่องอกชัดเจน ถึงเธอจะไม่ได้หน้าอกใหญ่โต แต่การแต่งตัวแบบนี้มัน
ตอนที่ 4 ว่าที่ลูกสะใภ้“แต่ว่าแม่คะ...!” ครองขวัญพยายามจะค้าน แต่ยังไม่ทันได้พูดจบประโยคดีๆ ด้วยซ้ำ ผู้เป็นมารดาก็เบะปาก น้ำตาคลอหน่วย ก่อนจะปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น“แม่ร้องไห้ทำไมคะ” เธอถามอย่างตกใจ“แม่ดีใจ... ฮึก... ดีใจที่ขวัญจะได้เป็นฝั่งเป็นฝากับผู้ชายดีๆ อย่างคุณภูเขาเสียที” จำเนียนพูดพลางปาดน้ำตา “แม่ยอมรับว่าแปลกใจที่คนนั้นคือเจ้านายของลูก แต่ในเมื่อเขาไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร แม่ก็สบายใจ”ครองขวัญอยากจะตะโกนสาธยายความร้ายกาจของภูผาให้แม่ฟังใจจะขาด แต่ที่ผ่านมาเธอเลือกที่จะเงียบ เพราะไม่อยากให้ท่านต้องมาไม่สบายใจเรื่องงานของเธอ“แต่ว่ามันไม่ใช่แบบนั้นค่ะแม่ คือว่าขวัญ...!” เธอพยายามจะอธิบายอีกครั้ง แต่ก็ถูกขัดขึ้นมาอีกจนได้“ตอนแรกแม่กลุ้มใจจนนอนไม่หลับ แต่พอคุณภูเขาบอกว่าจะช่วยจัดการให้ แม่ก็เลยโล่งใจ”“ช่วย? ช่วยเรื่องอะไรคะ” คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย“ก็... ก็ป้าของลูกน่ะสิ เขามาขอให้แม่เซ็นค้ำประกันเงินกู้ให้ แล้วเขาก็หนีไป ทิ้งหนี้ไว้ให้แม่เป็นล้าน” เสียงของจำเนียนสั่นเครือ “แม่เครียดจนไม่กล้าบอกขวัญ แค่เรื่องของน้ำกับค่าใช้จ่ายในบ้าน ลูกก็เหนื่อยมากพอแล้ว”ราวกั







