Masukจะเป็นอย่างไรเมื่อ ‘เลขา’ ต้องเลื่อนขั้นมาเป็น ‘ภรรยา (ในนาม) ’ ให้กับ ‘บอส’ จอมเผด็จการ! เขา... ต้องการเธอมาเป็นโล่กำบังจากศึกคลุมถุงชน เธอ... ต้องการเงินก้อนโตของเขามาประคองชีวิตครอบครัว ภารกิจวิวาห์ลวงโลกจึงเริ่มต้นขึ้น พร้อมกฎเหล็กข้อสำคัญ: ‘ห้ามรักกันจริง!’ #บอสตัวร้าย #เลขาจำยอม #สัญญาจ้างวิวาห์ #แต่งงานหลอกๆ #โรแมนติกคอมเม
Lihat lebih banyakเสียงโทรศัพท์มือถือกรีดร้องทำลายความสงบยามห้าทุ่ม ครองขวัญเหลือบมองชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอแล้วถอนหายใจหนักหน่วง คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่น ดวงตาเฉี่ยวคมสไตล์ลูกครึ่งไทย-จีนฉายแววรำคาญใจอย่างไม่ปิดบัง ‘จะรับดีไหม’ คือคำถามในใจ แต่สุดท้ายเธอก็ต้องกดรับอยู่ดี
“ค่ะบอส” เธอพยายามข่มเสียงให้เรียบที่สุด ทั้งที่รู้ว่าปลายสายคือเจ้านายตัวร้ายที่โทรมาในเวลาที่ไม่ควร
“ขวัญ... มารับ... ผม... หน่อย...!”
น้ำเสียงอู้อี้ไม่เป็นศัพท์เช่นนี้... เมาแน่นอน! ครองขวัญกรอกตามองบนอย่างระอา นี่เธอเป็นเลขานะ ไม่ใช่ทาสรับใช้ส่วนตัว พอเมาทีไรเป็นต้องโทรให้ไปรับทุกที ถ้าไม่ติดว่าน้องสาวป่วยหนักและภาระค่าใช้จ่ายที่รออยู่ เธอคงลาออกจากงานบ้าๆ นี่ไปนานแล้ว
‘น้ำ’ น้องสาวคนเดียวของเธอเพิ่งอายุยี่สิบปี แต่กลับต้องต่อสู้กับโรคไตเรื้อรังที่ต้องฟอกไตอย่างต่อเนื่อง โชคดีที่เงินเดือนเลขานุการในบริษัทของเขาก็สูงลิ่ว ประกอบกับเงินบำนาญเล็กน้อยของ ‘จำเนียน’ ผู้เป็นแม่ที่เคยรับราชการ ทำให้ครอบครัวสามชีวิตของพวกเธอยังพอยืนหยัดต่อไปได้ในบ้านจัดสรรราคาล้านต้นๆ ที่ยังผ่อนไม่หมด นี่คือเหตุผลเดียวที่ทำให้ครองขวัญต้องทนทำงานกับผู้ชายมักมากในกามอย่าง ‘ภูผา’
“เดี๋ยวดิฉันโทรแจ้งคนขับรถที่บ้านให้ไปรับนะคะ” เธอเสนอทางออกอย่างมีความหวัง
“ม่าย... อาว...! ถ้าเธอไม่มา... ฉาน... จะ... ตัดเงินเดือน!”
ครองขวัญอยากจะกรีดร้องให้ลั่นห้อง เจ้านายของเธอไม่ใช่คนพูดเล่น เมื่อสองปีก่อนเธอเคยลองดีไม่ทำตามคำขู่ สิ้นเดือนนั้นเงินเดือนของเธอก็หายไปห้าพันบาทถ้วน ภูผาเป็นคนเฉียบขาดและบ้าอำนาจจนน่าโมโห แต่ด้วยเงินเดือนที่สูงขนาดนี้ เธอจะไปหางานใหม่จากที่ไหนได้อีก
‘หายใจเข้า... พุท หายใจออก... โธ’ หญิงสาวต้องใช้ธรรมะเข้าข่ม เพื่อระงับความอยากที่จะฆ่าเจ้านายตัวเอง
“ก็ได้ค่ะ” เธอตอบรับอย่างจำนน “ขวัญจะออกไปรับเดี๋ยวนี้ ไม่ทราบว่าคุณภูอยู่ที่ไหนคะ”
เมื่อได้ที่อยู่ของไนต์คลับหรูย่านทองหล่อ ครองขวัญก็ลุกจากเตียง คว้ากระเป๋าสะพาย แต่ยังไม่ทันจะพ้นประตูบ้าน เสียงของมารดาก็ดังขึ้นเสียก่อน
“ขวัญ ดึกป่านนี้จะไปไหนลูก”
หญิงสาวหันไปยิ้มให้แม่อย่างเหนื่อยใจ “ขวัญจะไปรับเจ้านายค่ะ”
“อีกแล้วเหรอ แม่ไม่ชอบเลยที่ขวัญต้องขับรถออกไปกลางดึกแบบนี้ มันอันตราย แม่เป็นห่วงนะ” สีหน้ากังวลของจำเนียนฉายชัด แต่ลูกน้องอย่างเธอไม่มีอำนาจต่อรอง
“ไม่ต้องห่วงค่ะแม่ อย่าลืมสิคะว่าขวัญมีเทควันโดสายดำนะ” เธอพูดติดตลกพลางเข้าไปหอมแก้มมารดาฟอดใหญ่ “ขวัญไปไม่นาน เดี๋ยวรีบกลับมานะคะ จุ๊บ!” ว่าแล้วก็รีบชิ่งหนีออกมาก่อนที่แม่จะได้เทศนาต่อ
จำเนียนได้แต่มองตามหลังลูกสาวคนโตไปพร้อมกับถอนหายใจ ปีนี้ครองขวัญก็จะสามสิบแล้ว ยังต้องทำงานหนักเพื่อเลี้ยงดูแม่กับน้องจนไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง... แล้วชาตินี้ลูกสาวของเธอจะได้แต่งงานมีครอบครัวเหมือนคนอื่นเขาบ้างไหม
กว่าภูผาจะโผล่ออกมาจากไนต์คลับ เวลาก็ล่วงเลยไปถึงเที่ยงคืน ครองขวัญที่นั่งรอจนหาวไปหลายรอบ เหลือบเห็นเจ้านายของเธอกำลังเดินโซเซออกมา โดยมีร่างของหญิงสาว น่าจะเด็กนักศึกษาเกาะเกี่ยวแขนไว้ไม่ห่าง ทั้งคู่กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันมาตลอดทางจนเธอต้องส่ายหน้าอย่างเอือมระอา
“จะกลับหรือยังคะบอส” เธอถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ใบหน้าสวยกลับฉายแววไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง
“กลับสิ! ไปน้องแนน ไปสนุกกันต่อที่คอนโดเฮียนะจ๊ะ”
“ค่ะเฮีย”
ครองขวัญรู้สึกเลี่ยนกับสรรพนามที่ได้ยิน บอสของเธออายุสามสิบห้าแล้ว แต่ยังชอบกินเด็กสาวๆ เฒ่าหัวงูชัดๆ!
เธอทำหน้าที่สารถีขับรถมาส่งภูผาและคู่ควง ‘เฉพาะกิจ’ ของเขาที่หน้าคอนโดหรูใจกลางสุขุมวิท ตลอดทางที่ขับมา เธอต้องทนเห็นภาพบาดตาจนนึกอยากจะเอาน้ำมนต์เก้าวัดมาประพรมรถเพื่อล้างเสนียดจัญไรออกไปให้หมด
“ขวัญ พรุ่งนี้อย่าลืมนะ” ภูผาหันมาสั่งก่อนลงจากรถ
‘พรุ่งนี้อย่าลืมนะ’ รหัสลับที่หมายความว่า ‘พรุ่งนี้อย่าลืมมาไล่ผู้หญิงคนนี้ออกจากห้องฉันด้วย!’ ครองขวัญเกลียดหน้าที่นี้จับใจ แต่ก็พอจะเข้าใจได้ว่าผู้หญิงมากมายต่างก็อยากจับภูผา ทั้งหล่อทั้งรวยขนาดนั้น ‘ยกเว้นเธอคนหนึ่งล่ะ’ ที่รู้ไส้รู้พุงความเน่าเฟะของเขาดีเกินไป
“ค่ะ” เธอรับคำสั้นๆ พรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันหยุดของเธอ... ถูกขโมยไปอีกแล้ว
เช้าวันรุ่งขึ้น ครองขวัญใช้คีย์การ์ดสำรองเปิดประตูเข้ามาในคอนโดของภูผาตามคำสั่ง สภาพห้องที่เห็นแทบทำให้เธออยากกรีดร้อง เสื้อผ้าของคนทั้งคู่กระจัดกระจายเกลื่อนพื้นตั้งแต่หน้าประตูไปจนถึงห้องนอน
ขณะที่เธอก้มลงเก็บเสื้อผ้าของผู้หญิงคนนั้น เสียงครางโหยหวนราวกับถูกเชือดก็ดังเล็ดลอดออกมาจากห้องนอน ‘บัดสีบัดเถลิงที่สุด!’ ไม่เข้าใจว่าจะตื่นเช้ามาทำเรื่องอย่างว่ากันเพื่ออะไร สุดท้ายเธอก็ต้องนั่งรอจนเสียงกิจกรรมเข้าจังหวะเงียบลง จึงเดินไปเคาะประตู
หญิงสาวในสภาพเปลือยเปล่ามีเพียงผ้าห่มพันกายเดินมาเปิดประตูด้วยใบหน้าบูดบึ้ง
“มีอะไรแต่เช้าเนี่ย!”
เสียงแหลมที่เหวี่ยงใส่ทำให้ครองขวัญต้องข่มอารมณ์ที่กำลังเดือดปุดๆ ไว้ “เชิญคุณกลับไปได้แล้วค่ะ” เธอยื่นเสื้อผ้าในมือส่งให้
“ว่าไงนะ! แกเป็นใครมาไล่ฉัน!” หญิงสาวคนนั้นแผดเสียงแปดหลอดพร้อมกับชี้นิ้วมาที่หน้าเธอ
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอถูกคู่ขาของเจ้านายชี้หน้าด่า ครองขวัญยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย ดวงตาคมกริบมองผ่านคนที่ยืนหัวฟูไปยังร่างสูงที่นอนทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่บนเตียง
“ดิฉันให้เวลาคุณสิบนาที ถ้าไม่ออกไป... คุณจะไม่ได้เงิน” เธอเอ่ยปากอย่างใจเย็น
“นี่แกหาว่าฉันขายตัวเหรอ!”
สิ้นคำพูดนั้น ฝ่ามือของหญิงสาวก็เงื้อขึ้นสูง แต่ครองขวัญไวกว่า! เธอคว้าข้อมือนั้นไว้กลางอากาศ ก่อนจะบิดเพียงเล็กน้อยแล้วจับไพล่หลัง ล็อกคออีกฝ่ายไว้ในท่าที่ตำรวจใช้จับผู้ร้าย
“อีบ้า! ปล่อยนะ! คุณภูขา... ช่วยแนนด้วย!” หญิงสาวร้องโวยวาย
ครองขวัญนึกสมเพชในใจ ต่อให้ร้องจนคอแตก ภูผาก็ไม่มีวันลุกมาช่วย เพราะเขาคือคนบงการเรื่องทั้งหมด ชายหนุ่มบนเตียงยังคงแกล้งหลับไม่รู้เรื่อง น่าหมั่นไส้เสียจนเธออยากจะเดินไปกระโดดถีบให้ตกเตียง
“....” ไร้การตอบสนอง ภูผาปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเลขาจัดการตามเคย
“ไปดีๆ หรือจะไปแบบเจ็บตัว” ครองขวัญออกแรงบิดข้อมืออีกฝ่ายมากขึ้นเป็นเชิงเตือน
“โอ๊ย! ยอมแล้วๆ ปล่อยฉัน!”
เมื่อได้รับการปล่อยตัว หญิงสาวก็รีบแต่งตัวอย่างลวกๆ คว้าซองเงินจากมือครองขวัญแล้ววิ่งแจ้นออกจากห้องไปทันที
‘เสร็จสิ้นภารกิจ’ ครองขวัญพึมพำในใจ ก่อนจะหันไปทางเตียง “ดิฉันขอตัวกลับนะคะ”
“เดี๋ยวสิ ผมหิว ทำอะไรให้กินหน่อย”
ครองขวัญกำหมัดแน่น มันจะมากเกินไปแล้ว! คิดว่าเธอเป็นทาสที่ต้องทำตามคำสั่งทุกอย่างหรือไง!
“ดิฉันเป็นเลขาค่ะ ไม่ใช่แม่ครัว” เธอตอบเสียงเรียบ
“สองพัน... จะทำไหม”
คำพูดนั้นแทงใจดำ เขาเห็นว่าเธอร้อนเงิน เลยใช้มันเป็นเครื่องมือต่อรองเสมอ และน่าเจ็บใจที่มันได้ผลทุกครั้ง
หญิงสาวคลายหมัดออกแล้วสูดลมหายใจลึก “รอสักครู่นะคะบอส อาหารร้อนๆ จะพร้อมเสิร์ฟภายในครึ่งชั่วโมงค่ะ”
และนี่เป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งในความร้ายกาจของเจ้านายที่ชื่อภูผา ยังมีความเลวร้ายอีกมากที่รอเธออยู่ แต่เธอก็ต้องอดทน... อดทนให้ถึงที่สุด
ตอนที่ 9 ความในใจของคนเมา“คุณนอนบนเตียงเถอะ” ภูผาเอ่ยปากอย่างสุภาพบุรุษขัดกับนิสัยตัวเอง โดยปกติแล้ว หากเขาได้อยู่กับผู้หญิงสองต่อสองในห้องแบบนี้ มันไม่เคยจบลงแค่การนอนมองหน้ากันเฉยๆ“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันนอนตรงนี้ได้” ครองขวัญกอดหมอนแน่น ส่งสายตากึ่งบังคับให้เขาไปที่เตียง“ก็ได้... งั้นผมขอไปอาบน้ำก่อนแล้วกัน” เขายอมแพ้แต่โดยดีทันทีที่ร่างสูงหายเข้าไปในห้องน้ำ ครองขวัญก็จัดแจงที่นอนบนโซฟาอย่างรวดเร็ว เธอเหนื่อยมาทั้งวันจนแทบจะยืนหลับ พอศีรษะถึงหมอน เปลือกตาก็หนักอึ้งและปิดลงแทบจะในทันทีภูผาเดินออกมาจากห้องน้ำโดยมีเพียงผ้าขนหนูพันรอบเอวไว้หมิ่นเหม่ เขายิ้มมุมปากเมื่อเห็นเธอนอนขดตัวหลับสนิทอยู่บนโซฟา... ในยามหลับใหล ครองขวัญดูไร้เดียงสาและน่าทะนุถนอมจนเขาอดใจไม่ไหว ต้องเดินเข้าไปใกล้ๆนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มไล่สำรวจดวงหน้าหวาน ก่อนจะหยุดลงที่ริมฝีปากอิ่มซึ่งเผยอออกเล็กน้อย ภาพจูบแรกของเธอในตอนกลางวันย้อนกลับเข้ามาในความคิด... เขาพยายามจะห้ามใจ แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ต่อความปรารถนาของตัวเอง ภูผาค่อยๆ โน้มใบหน้าลงไป... ขโมยจุมพิตจากริมฝีปากนุ่มอย่างแผ่วเบาโดยที่เจ้าของไม่ทันรู้ตัวไม่กี่วันก่อนถึง
ตอนที่ 8 จูบแรกครองขวัญรู้สึกเหมือนยืนอยู่บนปากเหว เธอมืดแปดด้านไปหมด หันไปมองมาลัยเป็นเชิงขอความช่วยเหลือ แต่เพื่อนรักก็ได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆ กลับมาเป็นเชิงว่า ‘ฉันก็ช่วยอะไรแกไม่ได้’ นี่มันจูบแรกของเธอนะ! ทำไมเธอต้องมาเสียมันให้กับผู้ชายอย่างภูผาด้วย คิดแล้วก็อยากจะร้องไห้“พร้อมนะครับ!” เสียงตากล้องตะโกนเร่งครองขวัญหันไปแยกเขี้ยวใส่ในใจ ‘จะรีบไปไหน!’“ยังไงฉันก็ไม่จูบ” เธอกระซิบเสียงแข็ง“อ้าว... คุณพ่อคุณแม่ มาถึงกันแล้วเหรอครับ” ภูผาแสร้งร้องทักขึ้นด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาเห็นบิดามารดาเดินมาแต่ไกลแล้ว และนี่คือไพ่ใบสุดท้ายของเขาครองขวัญหันขวับไปมองอย่างตกใจ... ท่านมาดูอยู่จริงๆ ด้วย!“เลือกเอานะ... จะยอมจูบดีๆ หรือจะให้คุณพ่อคุณแม่สงสัยจนเรื่องแตก” เขากระซิบชิดใบหูของเธอ พร้อมกับแอบสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากแก้มนวลอย่างชื่นใจเธอเกลียดรอยยิ้มของผู้ชนะที่ประดับอยู่บนใบหน้าเขาที่สุด! ‘ยอมก็ได้!’ เธอคิดอย่างจำนน ก็แค่ปากแตะปาก... แต่มันคือจูบแรกของเธอนะ!“ใกล้กันอีกนิดนะครับ... ผมนับหนึ่งถึงสามแล้วจูบเลยนะ!”หนึ่ง... ภูผาเคลื่อนใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาใกล้ รอยยิ้มของเขาทำให้หัวใจเธอเต้นรัวจ
ตอนที่ 7 ชุดเจ้าสาวเจ้าปัญหา“แล้วจะให้เรียกว่าอะไรล่ะคะ” ครองขวัญถามอย่างไม่เข้าใจจริงๆ“ก็... ‘พี่ภู’ หรือไม่ก็ ‘ที่รัก’ ไงครับ” เขายิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัยครองขวัญอ้าปากค้าง สมองประมวลผลอยู่ครู่หนึ่ง... เขาจะให้เธอเรียกแบบนั้นจริงๆ น่ะหรือ“ถ้างั้น... ขอเป็น ‘พี่ภู’ แล้วกันค่ะ”“ไหน... ลองเรียกสิ” เขาท้าทายด้วยน้ำเสียงกวนประสาท“พี่...ภู” เธอเปล่งเสียงออกมาอย่างยากลำบาก ไม่อยากจะพูดคำนี้เลยจริงๆภูผายิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ เขารู้ดีว่าการจะให้ครองขวัญมาออดอ้อนเหมือนผู้หญิงคนอื่นคงเป็นเรื่องยาก แต่อย่างน้อย การได้อยู่กับเธอก็ทำให้เขารู้สึกสบายใจอย่างประหลาด ไม่เช่นนั้นคงทนทำงานด้วยกันมาไม่ได้นานขนาดนี้ครองขวัญต้องมาเลือกชุดเจ้าสาวตามลำพังที่สตูดิโอของ ‘มาลัย’ เพื่อนสนิทของเธอ ส่วนว่าที่เจ้าบ่าวตัวดีน่ะเหรอ... ป่านนี้คงไปมีความสุขอยู่ที่ไหนสักแห่งที่หัวหินกับสาวสวยสักคน เธอได้แต่ถอนหายใจแล้วบอกตัวเองซ้ำๆ ‘ดีแค่ไหนแล้วที่เป็นแค่การแต่งงานจอมปลอม’ ไม่อย่างนั้นเธอคงเป็นเจ้าสาวที่น่าสมเพชที่สุดในโลก“อ้าว มาแล้วเหรอขวัญ” มาลัยเอ่ยทัก“อืม” โชคดีที่ภูผาให้อิสระเธอในการเลือกร้าน เธอจึงตรงมาท
ตอนที่ 6 เลิกเรียกผมว่าบอส“สวัสดีครับคุณน้าอร” ภูผาดึงสติกลับมาได้ก่อนใคร เขารีบโอบไหล่ครองขวัญเข้ามาแนบชิดแล้วสวมบทบาทคู่รักหวานชื่นทันที “นี่ครองขวัญครับ... ว่าที่ภรรยาของผม”“สวัสดีค่ะ” ครองขวัญรีบยกมือไหว้อย่างนอบน้อม เธอรู้ดีว่าคุณหญิงอิงอรเป็นเพื่อนสนิทกับมารดาของภูผา หากเรื่องแดงขึ้นมาตอนนี้ แผนทุกอย่างคงพังไม่เป็นท่า เธอจึงจำใจยอมให้วงแขนแข็งแรงนั้นโอบเธอไว้แน่น“คนนี้เองเหรอจ๊ะ หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มเชียว มิน่าล่ะถึงมัดใจเสืออย่างตาภูไว้ได้”ครองขวัญได้แต่แสร้งยิ้มเขินอาย “ขอบคุณค่ะ”“ที่รัก... ยื่นมือมาสิครับ ผมจะได้สวมแหวนให้” ภูผาไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอยไป เขากระซิบเสียงนุ่มข้างหูเธอแล้วเธอจะทำอะไรได้ นอกจากยอมยื่นนิ้วนางข้างซ้ายให้เขาสวมแหวนเพชรลงมาแต่โดยดี ท่ามกลางสายตาเอ็นดูของผู้ใหญ่“ดีมากครับที่รัก” เขายิ้มอย่างผู้ชนะ‘ค่ะ!’ เธอส่งยิ้มหวานกลับไป แต่ในใจหมายมาดไว้แล้วว่ารอยยิ้มกวนประสาทแบบนี้ สักวันเธอจะเอาคืนให้สาสม!เพียงไม่กี่วัน ข่าวการแต่งงานสายฟ้าแลบระหว่างประธานบริษัทหนุ่มกับเลขานุการส่วนตัวก็แพร่สะพัดไปทั่วราวกับเชื้อไวรัส พนักงานในบริษัทต่างจับกลุ่มซุบซิบกั











