Masuk“สวัสดีครับคุณน้าอร” ภูผาดึงสติกลับมาได้ก่อนใคร เขารีบโอบไหล่ครองขวัญเข้ามาแนบชิดแล้วสวมบทบาทคู่รักหวานชื่นทันที “นี่ครองขวัญครับ... ว่าที่ภรรยาของผม”
“สวัสดีค่ะ” ครองขวัญรีบยกมือไหว้อย่างนอบน้อม เธอรู้ดีว่าคุณหญิงอิงอรเป็นเพื่อนสนิทกับมารดาของภูผา หากเรื่องแดงขึ้นมาตอนนี้ แผนทุกอย่างคงพังไม่เป็นท่า เธอจึงจำใจยอมให้วงแขนแข็งแรงนั้นโอบเธอไว้แน่น
“คนนี้เองเหรอจ๊ะ หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มเชียว มิน่าล่ะถึงมัดใจเสืออย่างตาภูไว้ได้”
ครองขวัญได้แต่แสร้งยิ้มเขินอาย “ขอบคุณค่ะ”
“ที่รัก... ยื่นมือมาสิครับ ผมจะได้สวมแหวนให้” ภูผาไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอยไป เขากระซิบเสียงนุ่มข้างหูเธอ
แล้วเธอจะทำอะไรได้ นอกจากยอมยื่นนิ้วนางข้างซ้ายให้เขาสวมแหวนเพชรลงมาแต่โดยดี ท่ามกลางสายตาเอ็นดูของผู้ใหญ่
“ดีมากครับที่รัก” เขายิ้มอย่างผู้ชนะ
‘ค่ะ!’ เธอส่งยิ้มหวานกลับไป แต่ในใจหมายมาดไว้แล้วว่ารอยยิ้มกวนประสาทแบบนี้ สักวันเธอจะเอาคืนให้สาสม!
เพียงไม่กี่วัน ข่าวการแต่งงานสายฟ้าแลบระหว่างประธานบริษัทหนุ่มกับเลขานุการส่วนตัวก็แพร่สะพัดไปทั่วราวกับเชื้อไวรัส พนักงานในบริษัทต่างจับกลุ่มซุบซิบกันอย่างออกรส หลายคนแทบไม่เชื่อว่าผู้หญิงธรรมดาอย่างเธอจะพิชิตหัวใจคาสโนว่าตัวพ่อลงได้ ข้อสันนิษฐานที่ดูจะเป็นไปได้มากที่สุดคือ... ‘ท้องก่อนแต่ง!’
ครองขวัญยกมือกุมขมับ เธอต้องคอยตอบคำถามอ้อมๆ และปฏิเสธข่าวลือเรื่องตั้งครรภ์จนแทบไม่มีสมาธิทำงาน ไม่ใช่แค่นั้น สถานะที่เปลี่ยนไปทำให้เธอต้องรับมือกับสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาเคลือบแคลงสงสัย พอรวมกับการที่เธอต้องเปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวตามคำสั่งของภูผา ข่าวลือระลอกใหม่ก็ถาโถมเข้ามาหาว่าเธอ ‘ลงทุนแปลงโฉมเพื่อจับผู้ชายรวย’
“สวัสดีค่ะคุณขวัญ” แม้แต่พนักงานที่อาวุโสกว่าก็ยังยกมือไหว้เธอ บรรยากาศที่อึดอัดนี้ทำให้เธออยากจะลาออกวันละร้อยหน โชคดีที่ช่วงนี้เธอกับภูผายุ่งอยู่กับโปรเจกต์ใหญ่ที่ต้องไปเปิดตัวไกลถึงเกาหลี ทำให้ต้องออกไปพบปะลูกค้าข้างนอกแทบทุกวัน เธอจึงพอจะได้หายใจหายคออยู่บ้าง
หลังเสร็จสิ้นการประชุมกับลูกค้า ภูผาก็พาครองขวัญมาดินเนอร์ที่ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง
“ก็น่าจะแต่งตัวแบบนี้นานแล้ว... น่ารักดี” เขาเอ่ยปากชม แต่คนถูกชมกลับทำหน้านิ่งอ่านเมนู ไม่ตอบสนอง “เป็นอะไรอีก ทำหน้ายุ่งเชียว”
“กำลังคิดอยู่ค่ะว่าจะทานอะไรดี” เธอโกหก ที่จริงแล้วในหัวของเธอกำลังเต็มไปด้วยคำนินทาที่ได้ยินมาทั้งวัน
“ใครจะพูดอะไรก็ช่างเขา อย่าเก็บมาใส่ใจ” ภูผาพูดขึ้นอย่างรู้ทัน สี่ปีที่ผ่านมาทำให้เขาสามารถอ่านสีหน้าของเธอได้ทะลุปรุโปร่ง
ครองขวัญแอบเบ้ปาก ‘รู้ดีไปหมด!’ “ค่ะ” เธอรับคำสั้นๆ แล้วก้มหน้าอ่านเมนูต่อ
ภูผาแอบลอบยิ้มกับท่าทางนั้น ยิ่งได้เห็นมุมต่างๆ ของเธอ เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้น่าสนใจและอยู่ด้วยแล้วไม่เคยเบื่อเลย
“ภู!”
เสียงแหลมที่คุ้นเคยทำให้ภูผาสะดุ้งเฮือก เขาหันไปตามเสียงก็พบ ‘เจนนี่’ คู่ควงคนล่าสุดที่เขาลืมบอกเลิก กำลังยืนหน้าตึงอยู่ข้างหลัง
“อ้าว... เจนนี่” เขาพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แต่พอหันกลับมาก็เจอสายตาเย็นเยียบของครองขวัญที่มองมาอย่างคาดโทษ
“ยัยหน้าจืดเหมือนเต้าหู้ป่วยคนนี้เหรอ ที่แกจะแต่งงานด้วย!” เจนนี่แผดเสียงดังลั่นจนคนทั้งร้านหันมามอง
ครองขวัญวางเมนูลงบนโต๊ะดังปัง! ก่อนจะลุกขึ้นยืนเผชิญหน้า แม้จะตัวเล็กกว่า แต่แววตาของเทควันโดสายดำอย่างเธอนั้นไม่เคยกลัวใคร
“เมื่อกี้... เธอว่าใครหน้าเหมือนเต้าหู้ป่วยนะ”
“ก็แกไง นังหน้าด้าน แย่งสามีชาวบ้าน!”
“เหอะ!” ครองขวัญแค่นหัวเราะ “สามีฉันต่างหาก” ว่าแล้วก็ชูนิ้วนางข้างซ้ายที่สวมแหวนเพชรเม็ดโตให้ดูเป็นขวัญตา
“แต่เขานอนกับฉันทุกคืน!” เจนนี่เชิดหน้าท้าทาย
“เหรอ... แล้วเคยค้างคืนไหมล่ะ” ครองขวัญย้อนกลับอย่างเหนือกว่า เธอรู้ดีว่าถ้าไม่เมาจนหมดสภาพจริงๆ ภูผาไม่เคยให้ผู้หญิงคนไหนค้างคืนที่ห้องเด็ดขาด
เจนนี่หน้าเสียเมื่อถูกแทงใจดำ เมื่อสู้ด้วยวาจาไม่ได้ เธอก็เตรียมจะใช้กำลัง
แต่ก่อนที่เรื่องจะบานปลายไปมากกว่านี้ ภูผาก็ตัดสินใจลุกขึ้นมาขวางไว้
“เพียะ!”
ฝ่ามือของเจนนี่ฟาดลงบนใบหน้าหล่อเหลาของภูผาอย่างเต็มแรง ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งร้าน เขาหันกลับไปมองหน้าเจนนี่ด้วยแววตาที่เย็นชาจนน่ากลัว
“พอได้แล้วเจนนี่ อย่าให้ผมต้องหมดความอดทน”
“ภู... เจนนี่ขอโทษ เจนนี่ไม่ได้ตั้งใจ” หญิงสาวเสียงสั่นเมื่อเจอสายตาคู่นั้น แต่เมื่อเธอยื่นมือจะไปสัมผัสใบหน้าเขา ก็ถูกปัดออกอย่างไม่ไยดี
“ไปกันเถอะขวัญ” ภูผาคว้ามือครองขวัญแล้วเดินออกจากร้านไปทันที ทิ้งให้เจนนี่ยืนกรีดร้องอยู่ข้างหลัง
“เจ็บไหมคะ” ครองขวัญถามพลางกลั้นหัวเราะ เธอแอบสะใจเล็กๆ ที่เห็นเขาโดนตบ ภูผาไม่ตอบ แต่กลับจูงมือเธอเดินไปเรื่อยๆ ตามถนนแทนที่จะตรงไปที่ลานจอดรถ สงสัยจะอายจัด
“เจ็บ... แล้วก็หิวด้วย” เขาลูบแก้มตัวเองป้อยๆ
“งั้นไปหาอะไรกินกันค่ะ” โชคดีที่แถวนั้นเป็นแหล่งสตรีทฟู้ด เธอจึงตัดสินใจลากเจ้านายไฮโซเข้าร้านจิ้มจุ่มข้างทางเสียเลย
บรรยากาศที่เรียบง่ายและเป็นกันเองทำให้ภูผาดูผ่อนคลายลง เขานั่งเหมาขนมและดอกไม้จากเด็กๆ ที่เดินมาขายจนหมด ครองขวัญลอบมองภาพนั้นแล้วอมยิ้ม ภายใต้เปลือกนอกที่ดูเป็นผู้ชายเจ้าชู้ แท้จริงแล้วภูผาเป็นคนใจดีและชอบช่วยเหลือคนอื่นเสมอ
ภาพความทรงจำในวันเกิดของเขาวันหนึ่งผุดขึ้นมา วันนั้นแทนที่เขาจะจัดปาร์ตี้กับสาวๆ เหมือนทุกปี เขากลับชวนเธอไปบริจาคของที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า มันเป็นภาพที่ทำให้เธอมองเขาเปลี่ยนไป... แม้จะแค่วันเดียวก็เถอะ
“ขวัญ... ทำไมคุณถึงชอบให้ปากกาเป็นของขวัญวันเกิดผมทุกปีเลย” จู่ๆ เขาก็ถามขึ้น ทำลายความเงียบ
“ก็... ไม่รู้จะซื้ออะไรให้นี่คะ” เธอตอบตามตรง
เขาหัวเราะออกมาเบาๆ “ผมว่าแล้ว”
“แต่ปากกาก็มีประโยชน์นะคะ”
“ก็จริง”
ทั้งสองคนหัวเราะออกมาพร้อมกัน ความรู้สึกอบอุ่นที่ไม่คุ้นเคยค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจ ภูผาจ้องมองใบหน้าเปื้อนยิ้มของเธอภายใต้แสงไฟริมทาง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น
“ว่าแต่... คุณต้องเลิกเรียกผมว่า ‘บอส’ ได้แล้วนะ”
ตอนที่ 9 ความในใจของคนเมา“คุณนอนบนเตียงเถอะ” ภูผาเอ่ยปากอย่างสุภาพบุรุษขัดกับนิสัยตัวเอง โดยปกติแล้ว หากเขาได้อยู่กับผู้หญิงสองต่อสองในห้องแบบนี้ มันไม่เคยจบลงแค่การนอนมองหน้ากันเฉยๆ“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันนอนตรงนี้ได้” ครองขวัญกอดหมอนแน่น ส่งสายตากึ่งบังคับให้เขาไปที่เตียง“ก็ได้... งั้นผมขอไปอาบน้ำก่อนแล้วกัน” เขายอมแพ้แต่โดยดีทันทีที่ร่างสูงหายเข้าไปในห้องน้ำ ครองขวัญก็จัดแจงที่นอนบนโซฟาอย่างรวดเร็ว เธอเหนื่อยมาทั้งวันจนแทบจะยืนหลับ พอศีรษะถึงหมอน เปลือกตาก็หนักอึ้งและปิดลงแทบจะในทันทีภูผาเดินออกมาจากห้องน้ำโดยมีเพียงผ้าขนหนูพันรอบเอวไว้หมิ่นเหม่ เขายิ้มมุมปากเมื่อเห็นเธอนอนขดตัวหลับสนิทอยู่บนโซฟา... ในยามหลับใหล ครองขวัญดูไร้เดียงสาและน่าทะนุถนอมจนเขาอดใจไม่ไหว ต้องเดินเข้าไปใกล้ๆนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มไล่สำรวจดวงหน้าหวาน ก่อนจะหยุดลงที่ริมฝีปากอิ่มซึ่งเผยอออกเล็กน้อย ภาพจูบแรกของเธอในตอนกลางวันย้อนกลับเข้ามาในความคิด... เขาพยายามจะห้ามใจ แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ต่อความปรารถนาของตัวเอง ภูผาค่อยๆ โน้มใบหน้าลงไป... ขโมยจุมพิตจากริมฝีปากนุ่มอย่างแผ่วเบาโดยที่เจ้าของไม่ทันรู้ตัวไม่กี่วันก่อนถึง
ตอนที่ 8 จูบแรกครองขวัญรู้สึกเหมือนยืนอยู่บนปากเหว เธอมืดแปดด้านไปหมด หันไปมองมาลัยเป็นเชิงขอความช่วยเหลือ แต่เพื่อนรักก็ได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆ กลับมาเป็นเชิงว่า ‘ฉันก็ช่วยอะไรแกไม่ได้’ นี่มันจูบแรกของเธอนะ! ทำไมเธอต้องมาเสียมันให้กับผู้ชายอย่างภูผาด้วย คิดแล้วก็อยากจะร้องไห้“พร้อมนะครับ!” เสียงตากล้องตะโกนเร่งครองขวัญหันไปแยกเขี้ยวใส่ในใจ ‘จะรีบไปไหน!’“ยังไงฉันก็ไม่จูบ” เธอกระซิบเสียงแข็ง“อ้าว... คุณพ่อคุณแม่ มาถึงกันแล้วเหรอครับ” ภูผาแสร้งร้องทักขึ้นด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาเห็นบิดามารดาเดินมาแต่ไกลแล้ว และนี่คือไพ่ใบสุดท้ายของเขาครองขวัญหันขวับไปมองอย่างตกใจ... ท่านมาดูอยู่จริงๆ ด้วย!“เลือกเอานะ... จะยอมจูบดีๆ หรือจะให้คุณพ่อคุณแม่สงสัยจนเรื่องแตก” เขากระซิบชิดใบหูของเธอ พร้อมกับแอบสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากแก้มนวลอย่างชื่นใจเธอเกลียดรอยยิ้มของผู้ชนะที่ประดับอยู่บนใบหน้าเขาที่สุด! ‘ยอมก็ได้!’ เธอคิดอย่างจำนน ก็แค่ปากแตะปาก... แต่มันคือจูบแรกของเธอนะ!“ใกล้กันอีกนิดนะครับ... ผมนับหนึ่งถึงสามแล้วจูบเลยนะ!”หนึ่ง... ภูผาเคลื่อนใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาใกล้ รอยยิ้มของเขาทำให้หัวใจเธอเต้นรัวจ
ตอนที่ 7 ชุดเจ้าสาวเจ้าปัญหา“แล้วจะให้เรียกว่าอะไรล่ะคะ” ครองขวัญถามอย่างไม่เข้าใจจริงๆ“ก็... ‘พี่ภู’ หรือไม่ก็ ‘ที่รัก’ ไงครับ” เขายิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัยครองขวัญอ้าปากค้าง สมองประมวลผลอยู่ครู่หนึ่ง... เขาจะให้เธอเรียกแบบนั้นจริงๆ น่ะหรือ“ถ้างั้น... ขอเป็น ‘พี่ภู’ แล้วกันค่ะ”“ไหน... ลองเรียกสิ” เขาท้าทายด้วยน้ำเสียงกวนประสาท“พี่...ภู” เธอเปล่งเสียงออกมาอย่างยากลำบาก ไม่อยากจะพูดคำนี้เลยจริงๆภูผายิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ เขารู้ดีว่าการจะให้ครองขวัญมาออดอ้อนเหมือนผู้หญิงคนอื่นคงเป็นเรื่องยาก แต่อย่างน้อย การได้อยู่กับเธอก็ทำให้เขารู้สึกสบายใจอย่างประหลาด ไม่เช่นนั้นคงทนทำงานด้วยกันมาไม่ได้นานขนาดนี้ครองขวัญต้องมาเลือกชุดเจ้าสาวตามลำพังที่สตูดิโอของ ‘มาลัย’ เพื่อนสนิทของเธอ ส่วนว่าที่เจ้าบ่าวตัวดีน่ะเหรอ... ป่านนี้คงไปมีความสุขอยู่ที่ไหนสักแห่งที่หัวหินกับสาวสวยสักคน เธอได้แต่ถอนหายใจแล้วบอกตัวเองซ้ำๆ ‘ดีแค่ไหนแล้วที่เป็นแค่การแต่งงานจอมปลอม’ ไม่อย่างนั้นเธอคงเป็นเจ้าสาวที่น่าสมเพชที่สุดในโลก“อ้าว มาแล้วเหรอขวัญ” มาลัยเอ่ยทัก“อืม” โชคดีที่ภูผาให้อิสระเธอในการเลือกร้าน เธอจึงตรงมาท
ตอนที่ 6 เลิกเรียกผมว่าบอส“สวัสดีครับคุณน้าอร” ภูผาดึงสติกลับมาได้ก่อนใคร เขารีบโอบไหล่ครองขวัญเข้ามาแนบชิดแล้วสวมบทบาทคู่รักหวานชื่นทันที “นี่ครองขวัญครับ... ว่าที่ภรรยาของผม”“สวัสดีค่ะ” ครองขวัญรีบยกมือไหว้อย่างนอบน้อม เธอรู้ดีว่าคุณหญิงอิงอรเป็นเพื่อนสนิทกับมารดาของภูผา หากเรื่องแดงขึ้นมาตอนนี้ แผนทุกอย่างคงพังไม่เป็นท่า เธอจึงจำใจยอมให้วงแขนแข็งแรงนั้นโอบเธอไว้แน่น“คนนี้เองเหรอจ๊ะ หน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มเชียว มิน่าล่ะถึงมัดใจเสืออย่างตาภูไว้ได้”ครองขวัญได้แต่แสร้งยิ้มเขินอาย “ขอบคุณค่ะ”“ที่รัก... ยื่นมือมาสิครับ ผมจะได้สวมแหวนให้” ภูผาไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอยไป เขากระซิบเสียงนุ่มข้างหูเธอแล้วเธอจะทำอะไรได้ นอกจากยอมยื่นนิ้วนางข้างซ้ายให้เขาสวมแหวนเพชรลงมาแต่โดยดี ท่ามกลางสายตาเอ็นดูของผู้ใหญ่“ดีมากครับที่รัก” เขายิ้มอย่างผู้ชนะ‘ค่ะ!’ เธอส่งยิ้มหวานกลับไป แต่ในใจหมายมาดไว้แล้วว่ารอยยิ้มกวนประสาทแบบนี้ สักวันเธอจะเอาคืนให้สาสม!เพียงไม่กี่วัน ข่าวการแต่งงานสายฟ้าแลบระหว่างประธานบริษัทหนุ่มกับเลขานุการส่วนตัวก็แพร่สะพัดไปทั่วราวกับเชื้อไวรัส พนักงานในบริษัทต่างจับกลุ่มซุบซิบกั
ตอนที่ 5 แปลงโฉมภูผาลากครองขวัญเข้ามาในโซนเสื้อผ้าแบรนด์เนมหรูของห้างสรรพสินค้า เป้าหมายของเขาชัดเจน... คือการแปลงโฉมเลขาสาวสุดเชยให้กลายเป็นสุภาพสตรีที่คู่ควรกับตำแหน่ง ‘ภรรยาของภูผา อัครเดโช’“ผมพามาซื้อเสื้อผ้า ไม่ได้พามาร่วมขบวนแห่ศพ ดูทำหน้าเข้าสิ” เขาเอ็ดเสียงเข้ม เมื่อเห็นเธอยืนหน้าบูดบึ้งไม่ให้ความร่วมมือครองขวัญเลือกที่จะเมินสายตาตำหนินั้น เธอไม่ชอบการถูกบังคับให้เปลี่ยนแปลงตัวเองในสิ่งที่ไม่ได้เป็น แล้วทำไมเธอต้องยอมด้วย“เอาชุดนี้ ชุดนี้ แล้วก็ชุดนี้ด้วยครับ” ภูผาไม่สนใจท่าทีของเธอ เขาชี้นิ้วสั่งพนักงานอย่างเผด็จการโดยไม่คิดจะถามความเห็นเธอสักคำครองขวัญได้แต่ขมุบขมิบปากด่าเขาในใจ ถ้าไม่ติดว่าสถานะทางการเงินของเธอกำลังวิกฤต เธอไม่มีวันยอมมายืนเป็นตุ๊กตาให้เขาจับแต่งตัวแบบนี้เด็ดขาด“เข้าไปเปลี่ยน แล้วเดินออกมาให้ดูด้วย”เธอรับชุดมาจากพนักงานด้วยความขัดใจ ก่อนจะกระแทกเสียงตอบกลับไป “ค่ะ!”เมื่อเข้ามาในห้องลองเสื้อผ้า ครองขวัญแทบอยากจะกรี๊ด ชุดเดรสที่เขาเลือกให้มันทั้งสั้นและรัดรูป แถมคอเสื้อยังคว้านลึกลงไปจนเห็นร่องอกชัดเจน ถึงเธอจะไม่ได้หน้าอกใหญ่โต แต่การแต่งตัวแบบนี้มัน
ตอนที่ 4 ว่าที่ลูกสะใภ้“แต่ว่าแม่คะ...!” ครองขวัญพยายามจะค้าน แต่ยังไม่ทันได้พูดจบประโยคดีๆ ด้วยซ้ำ ผู้เป็นมารดาก็เบะปาก น้ำตาคลอหน่วย ก่อนจะปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น“แม่ร้องไห้ทำไมคะ” เธอถามอย่างตกใจ“แม่ดีใจ... ฮึก... ดีใจที่ขวัญจะได้เป็นฝั่งเป็นฝากับผู้ชายดีๆ อย่างคุณภูเขาเสียที” จำเนียนพูดพลางปาดน้ำตา “แม่ยอมรับว่าแปลกใจที่คนนั้นคือเจ้านายของลูก แต่ในเมื่อเขาไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร แม่ก็สบายใจ”ครองขวัญอยากจะตะโกนสาธยายความร้ายกาจของภูผาให้แม่ฟังใจจะขาด แต่ที่ผ่านมาเธอเลือกที่จะเงียบ เพราะไม่อยากให้ท่านต้องมาไม่สบายใจเรื่องงานของเธอ“แต่ว่ามันไม่ใช่แบบนั้นค่ะแม่ คือว่าขวัญ...!” เธอพยายามจะอธิบายอีกครั้ง แต่ก็ถูกขัดขึ้นมาอีกจนได้“ตอนแรกแม่กลุ้มใจจนนอนไม่หลับ แต่พอคุณภูเขาบอกว่าจะช่วยจัดการให้ แม่ก็เลยโล่งใจ”“ช่วย? ช่วยเรื่องอะไรคะ” คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย“ก็... ก็ป้าของลูกน่ะสิ เขามาขอให้แม่เซ็นค้ำประกันเงินกู้ให้ แล้วเขาก็หนีไป ทิ้งหนี้ไว้ให้แม่เป็นล้าน” เสียงของจำเนียนสั่นเครือ “แม่เครียดจนไม่กล้าบอกขวัญ แค่เรื่องของน้ำกับค่าใช้จ่ายในบ้าน ลูกก็เหนื่อยมากพอแล้ว”ราวกั







