Masuk
แนะนำตัวละคร
คีริน อายุ28ปี สูง186เซนติเมตร เจ้าของบริษัทผลิตเครื่องดื่มหลายชนิดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ริสา อายุ23ปี สูง160เซนติเมตร เธอตกหลุมรักเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น เธอคลั่งรักเขา ถึงเขาจะผลักไส แต่เธอก็พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้เขาสนใจเธอ แต่สุดท้าย…เธอก็กลายเป็นคนไร้ค่าในสายตาของเขา . . . ตัวอย่าง “เมื่อไหร่เธอจะเลิกทำตัวน่ารำคาญแบบนี้สักที” “ถ้ายี่หวายังเป็นเด็กเลี้ยงของคุณอยู่ ริสาก็จะยังทำตัวน่ารำคาญแบบนี้แหละ” . . . . . “เมื่อกี้ฉันดึงออกมาหลั่งนอกทันทั้งสองรอบ ฉันมั่นใจว่าน้ำเชื้อของฉันไม่ได้เข้าไปในตัวของเธอ” “…” “ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะมานอนกับเธอ และจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะทำแบบนี้กับเธอ” “…” “ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป เธอห้ามมาวุ่นวายกับฉันอีกเด็ดขาด” “…” เธอถึงกับจุกที่อกด้านซ้ายเมื่อเขาสั่งเด็ดขาด ร่างกายและหัวใจของเธอที่มอบให้เขาไป เขาไม่คิดจะเห็นค่าเธอเลยใช่ไหม “ต่อให้เธอจะให้ฉันเอาอีกสักกี่สิบครั้ง แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกประทับใจในตัวเธอเลย เพราะฉะนั้นเธอก็เลิกตามตอแยฉันซะเถอะ ขอให้ฉันได้อยู่กับยี่หวาอย่างมีความสุขเถอะนะ” “ได้ค่ะ ต่อไปนี้ริสาจะไม่เข้าไปวุ่นวายคุณกับยี่หวาอีก” “รับปากแล้วก็อย่าผิดคำพูดแล้วกัน” . . . . . “อย่าไปจากฉันได้ไหม” “…” “กลับมารู้สึกกับฉันอีกได้ไหม” #พระเอกเลว #พระเอกมีอะไรกับนางเอกแล้วก็ยังไปมีอะไรกับคนอื่น . . . . . . . . . . “คุณนพคะ! คุณนพ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!” เสียงของอรญาเอ่ยขึ้นอย่างตื่นตกใจหลังจากที่ได้อ่านจดหมายของลูกสาวที่วางไว้ในห้องนอน “มีอะไรเหรออร ทำไมถึงต้องวิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนั้น” นพรัตน์ผู้เป็นสามีที่นั่งอ่านข่าวอยู่ในห้องโถงหันถามคนเป็นภรรยาด้วยสีหน้าสงสัย อรญาทิ้งตัวนั่งข้างสามีแล้วยื่นจดหมายของลูกสาวพร้อมกับพูดออกไปด้วยน้ำเสียงลนลาน “จดหมายของลูก เมื่อกี้ฉันเข้าไปในห้องของลูกเพื่อจะคุยเรื่องงานแต่ง แต่ก็เห็นจดหมายวางไว้หน้ากระจกค่ะ” นพรัตน์รีบรับจดหมายมาอ่านอย่างร้อนใจ ‘ถ้าคุณพ่อคุณแม่ได้อ่านจดหมายฉบับนี้แล้ว หนูคงไม่อยู่ที่ไทยแล้วค่ะ หนูขอโทษที่หนีมาแบบนี้ หนูยังไม่พร้อมที่จะแต่งงาน หนูไม่อยากแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก หนูจะไปอยู่ที่ฝรั่งเศส คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ถ้าหนูพร้อมที่จะกลับบ้านเมื่อไหร่ หนูจะกลับมาเอง ส่วนเรื่องงานแต่งที่จะมีขึ้นในอาทิตย์หน้า ถ้าคุณพ่อคุณแม่ไม่อยากขายหน้าคนในสังคมก็ให้ริสาแต่งงานกับคุณคีรินแทนหนูก็ได้ค่ะ’ ‘หนูรักคุณพ่อคุณแม่นะคะ แต่ถ้าหนูไม่หนี คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องให้หนูแต่งงานอยู่ดี หนูรักคุณพ่อคุณแม่มากนะคะ หนูจะกลับไปในวันที่พร้อมค่ะ’ ‘ไอวา’ “เฮ้อ…ลูกนะลูก” เมื่อนพรัตน์อ่านจดหมายจบก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความรู้สึกหนักอึ้งเมื่อลูกหนีงานแต่งที่เกิดจากการจับคลุมถุงชน พ่อของคีรินชื่ออานนท์ ซึ่งนพรัตน์กับอานนท์เป็นเพื่อนรักกันมาหลายสิบปีแล้ว ดังนั้นนพรัตน์กับอานนท์ที่อยากเป็นทองแผ่นเดียวกันจึงให้ลูกของตัวเองได้แต่งงานกัน งานทุกอย่างได้จัดเตรียมไว้หมดแล้ว การ์ดเชิญก็แจกไปหมดแล้วด้วย “แล้วเราจะทำยังไงดีคะคุณนพ หรือจะประกาศยกเลิกงานแต่งดี” อรญาเอ่ยขึ้นอย่างตะลีตะลาน ทำอะไรไม่ถูกเพราะไม่คิดว่าจะต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ “การ์ดเชิญก็แจกไปหมดแล้ว จะให้ยกเลิกได้ไงล่ะ” “คุณจะไม่ยกเลิกงานแต่ง?” “ใช่ ถ้าจู่ๆมายกเลิกงานแต่งก็ขายหน้าคนน่ะสิ” “งั้นคุณก็จะทำตามที่ลูกบอกเหรอ ให้ริสาแต่งงานแทน?” “ใช่ มันต้องเป็นแบบนั้น” “แล้วฝั่งคุณอานนท์จะรับได้เหรอถ้าให้คนอื่นมาเข้าพิธีแทนลูกของเรา” “เดี๋ยวผมจะไปหาอานนท์เพื่อจะคุยเรื่องนี้ งั้นผมไปก่อนนะ” ว่าจบนพรัตน์ก็เดินทางไปหาอานนท์ที่บ้าน บ้านอานนท์ เมื่อนพรัตน์มาถึงบ้านของอานนท์ก็ยื่นจดหมายของไอวาให้อานนท์อ่าน เมื่ออานนท์อ่านจบก็เงยหน้าพูดกับนพรัตน์ที่เป็นเพื่อนรักกันมาหลายสิบปี “เอาตามที่หนูไอวาว่านั่นแหละ เพราะถ้าจู่ๆจะให้ยกเลิกงานแต่ง เราก็ต่างขายหน้ากันทั้งสองฝ่าย ตอนนี้ต้องขายผ้าเอาหน้ารอดกันไปก่อน เพื่อไม่ให้เสียชื่อเสียง” “ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน” “แล้วคนที่ชื่อริสาคือใคร” “ริสาคือลูกของวิฑูรย์ที่เป็นคนขับรถของฉันมาหลายสิบปีแล้ว วิฑูรย์เป็นคนดีและซื่อสัตย์ ลูกสาวของวิฑูรย์ก็เป็นเด็กนิสัยดีด้วย หน้าตาก็ดี” “แล้วเด็กคนนั้นอายุเท่าไหร่ เรียนจบหรือยัง” “ริสาเรียนจบแล้ว ตอนนี้ทำงานที่บริษัทขายรถมาสองปีแล้ว” “ริสาอยู่ที่บ้านนายใช่ไหม” “ใช่” “งั้นนายก็นัดริสาให้มาเจอกับคีรินก่อน ฉันอยากให้คีรินกับริสาได้เห็นหน้ากันก่อนแต่งงาน” “ได้ๆ งั้นฉันกลับก่อนนะ ฉันจะโทรมาบอกนายอีกทีว่าให้คีรินไปเจอกับริสาวันไหน” ว่าจบนพรัตน์ก็ออกไปขึ้นรถหรูหน้าบ้านที่วิฑูรย์เป็นคนขับ ก่อนจะมุ่งหน้ากลับบ้านไป คอนโดคีริน “อ๊า อ๊า” “อ อาา” หลังจากที่คีรินกับเด็กเลี้ยงคนโปรดได้ปลดปล่อยความต้องการออกมาแล้ว เขาก็ถอนแก่นกายใหญ่ที่มีเครื่องป้องกันราคาแพงออกมาจากร่องสาวแล้วทิ้งตัวนอนข้างเธอพลางมือหนาดึงถุงยางอนามัยออก เขาโยนทิ้งในถังขยะที่วางอยู่ไม่ไกล ก่อนเสียงหวานใสของเด็กเลี้ยงที่ชื่อยี่หวาจะเอ่ยขึ้น “คุณคีรินจะเอาแค่รอบเดียวเหรอคะ” “อืม” เขาลุกไปเข้าห้องน้ำแล้วออกมาสวมใส่เสื้อผ้า ก่อนที่โทรศัพท์ของเขาจะมีเสียงดังขึ้น ร่างสูงเดินไปหยิบมือถือที่วางอยู่บนเตียงขึ้นมาดู เมื่อเห็นว่าเป็นพ่อของเขาจึงกดรับสายทันที (ครับ) “หนูไอวาหนีไปอยู่ฝรั่งเศสแล้ว” (ฮะ! พ่อว่าไงนะ!) “หนูไอวาเขียนจดหมายทิ้งไว้ บอกว่ายังไม่พร้อมที่จะแต่งงาน ก็เลยหนีไปอยู่ฝรั่งเศส” (งั้นก็ดีเลยสิครับ เพราะผมก็ไม่ได้อยากจะแต่งงานกับเขาเหมือนกัน) เขาก็ไม่อยากแต่งงานแบบคลุมถุงชนเหมือนกัน แต่ก็ขัดพ่อไม่ได้ เมื่อรู้ว่าเจ้าสาวหนีไปเขาก็ดีใจเป็นอย่างมาก “งานแต่งจะไม่ยกเลิก” (เจ้าสาวหนีไปแล้ว จะไม่ยกเลิกงานแต่งได้ไงครับ) “ถ้ายกเลิกงานแต่ง ครอบครัวของเรากับฝั่งนพรัตน์ก็จะต้องขายหน้าต่อคนในสังคม ดังนั้นลูกจะต้องแต่งงานกับริสา ริสาจะมาเป็นเจ้าสาวแทนหนูไอวา” (แล้วริสาคือใครอีกล่ะพ่อ) เขาถามอย่างหัวเสียเมื่อรู้ว่างานแต่งจะไม่ยกเลิก “ริสาคือลูกสาวของวิฑูรย์ วิฑูรย์เป็นคนขับรถของนพรัตน์มาหลายสิบปีแล้ว” (พ่อจะให้ผมแต่งงานกับลูกคนขับรถงั้นเหรอ) “คนขับรถของนพรัตน์เป็นคนดีและซื่อสัตย์ ลูกสาวของวิฑูรย์ก็นิสัยดีและหน้าตาก็ดีด้วย” (พ่อเคยเห็นคนที่ชื่อริสาแล้วเหรอ ถึงได้รู้ว่านิสัยดีแล้วก็หน้าตาดีน่ะ) “พ่อไม่เคยเห็นหรอก แต่พ่อเชื่อสายตาของนพรัตน์” (…) “เร็วๆนี้พ่อจะให้ลูกไปดูตัวริสา พ่อจะโทรมาบอกอีกทีว่าจะต้องไปเจอกับริสาวันไหน” สิ้นเสียงของคนเป็นพ่อ คีรินก็กดวางสายด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์เมื่อพ่อจะให้แต่งงานกับใครก็ไม่รู้ ก่อนยี่หวาที่นอนเปลือยกายอยู่จะเอ่ยขึ้นคีรินก้าวมายืนตรงหน้าเธอพร้อมกับพูดออกไปด้วยสีหน้าขึงขัง น้ำเสียงเข้มดุ“เอากุญแจรถมา”“ถ้าริสาให้กุญแจรถคุณ คุณก็จะกลับไปหาคู่นอนของคุณอีกใช่ไหม”“ใช่”คนตัวเล็กถึงกับสะอึกก้อนน้ำลายเมื่อเขายอมรับออกมาว่าจะไปหายี่หวาเด็กเลี้ยงที่อยู่ในสเปคของเขา ก่อนจะกลืนก้อนน้ำลายลงคออย่างฝืดเฝื่อนแล้วปั้นหน้ายิ้มพูดออกไป“ริสาอยากให้คุณนอนที่นี่ค่ะ อย่าไปเลยนะคะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน สายตาอ้อนวอน“ฉันไม่อยากนอนกับเธอ แต่ฉันอยากไปนอนกับยี่หวา เข้าใจไหม” ตั้งแต่ให้ยี่หวามาเป็นเด็กเลี้ยง เขาก็ไม่เคยไปนอนกับใครเลย“…” เธอถึงกับนิ่งและรู้สึกจุกไปอีกครั้งกับการที่เขาพูดย้ำว่าอยากอยู่กับยี่หวา“เธอเป็นได้แค่เจ้าสาวตัวแทนเท่านั้นแหละ ไม่มีทางที่จะเป็นอย่างอื่นไปได้หรอก”ร่างบางลุกจากโซฟาแล้วเงยหน้ามองเข้าไปในดวงตาคมแข็งกร้าวด้วยแววตาตัดพ้ออยู่ชั่วครู่ ก่อนที่เธอจะใช้ความใจกล้าสวมกอดเอวสอบเอาไว้แน่นหมับ“นี่เธอ! ปล่อยฉันนะ!” เขาถึงกับอึ้งและตกใจเมื่อเธอกอด มือหนาแกะแขนเรียวออกอย่างกับโดนของร้อน ในระยะเวลาที่ยี่หวาเป็นเด็กเลี้ยงของเขา ก็ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนมากอดเขานอกจากยี่หวาคนเดียวยิ่งเขาห้ามและพย
หนึ่งเดือนต่อมาเป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่คีรินอยู่แต่คอนโด เขาไม่คิดที่จะกลับบ้านที่เป็นเรือนหอ ส่วนริสาก็ไม่ไปหาเขาอีกเลย ก็ตั้งแต่วันที่เธอไปเห็นเขากับยี่หวาอยู่ในห้องทำงานด้วยกันจนกระทั่งวันนี้เมื่อริสาออกจากที่ทำงานเธอก็ขึ้นรถแท็กซี่แล้วมุ่งหน้าไปยังบริษัทของเขา เธอชอบเขา เพราะฉะนั้นเธอจะต้องใช้ความพยายามให้มากเพื่อจะเอาชนะใจของเขาให้ได้บริษัทเมื่อลงจากรถ ริสาก็รีบสาวเท้าเข้ามาในบริษัทของเขาที่เธอเข้ามาเมื่อสามอาทิตย์ก่อน ก็เป็นจังหวะที่ชายหนุ่มกำลังเดินไปที่รถพอดี เมื่อเห็นอย่างนั้นร่างเล็กจึงสาวเท้าก้าวเดินอย่างเร่งรีบไปยังรถของเขาแล้วเปิดประตูเบาะข้างคนขับพร้อมกับเข้าไปนั่ง“นี่เธอ! ลงไปเลยนะ ฉันจะกลับคอนโด” เขาหันมาพูดกับเธอด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์“วันนี้ริสาจะไปกับคุณด้วยค่ะ คุณไปไหน ริสาก็จะไปด้วยค่ะ” เธอพูดด้วยสีหน้าจริงจัง ต่อไปนี้เธอจะไม่ปล่อยให้เขาทำตามใจได้อีกแล้ว ตั้งแต่วันนี้ไปเธอจะเป็นฝ่ายรุกเขาเอง“ตั้งแต่เกิดมา ฉันไม่เคยเจอผู้หญิงอย่างเธอมาก่อน”“ผู้หญิงอย่างริสามันทำไมเหรอคะ”“ผู้ชายไล่เท่าไหร่ก็ไม่ไป”“ก็ริสาชอบคุณคีรินนี่คะ เพราะฉะนั้นริสาก็ต้องเป็นฝ่ายรุกแบบน
เมื่อถึงเวลาพักกลางวัน ร่างสูงของคีรินก็ลุกขึ้นเต็มความสูง ริสาที่เห็นจึงลุกจากโซฟาแล้วเดินมาหาเขาพร้อมกับเอ่ยถามออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ซึ่งผิดกับเขาที่มีสีหน้านิ่งขรึม“คุณคีรินจะไปกินข้าวแล้วใช่ไหมคะ”“…” เขาไม่ตอบ จากนั้นจึงเดินออกจากห้องไป ร่างเล็กที่เห็นว่าเขาไม่ตอบจึงก้าวตามร่างสูงลงไปข้างล่างคีรินเดินไปยังรถหรูของเขาที่จอดอยู่ โดยมีร่างสวยเดินตามเขาไปติดๆ คนตัวสูงเปิดประตูเข้าไปนั่งก่อนที่ร่างเล็กของริสาจะเข้าไปนั่งเบาะข้างด้วยรอยยิ้มดีใจที่ได้นั่งรถไปกับเขาร้านอาหารเมื่อทั้งสองเข้ามาในร้านอาหาร คีรินก็หย่อนกายนั่งลง จากนั้นริสาจึงหย่อนสะโพกนั่งข้างเขา ก่อนเสียงทุ้มเข้มของร่างสูงจะเอ่ยขึ้น“ไปนั่งฝั่งโน้น อย่ามานั่งข้างฉัน”“ขอริสานั่งข้างคุณนะคะ” เธอเอ่ยออกไปด้วยรอยยิ้ม ถึงแม้ว่าสีหน้าของเขาจะดูขัดใจเป็นอย่างมากก็ตาม“เธออย่าพยายามเอาชนะใจฉันเลยนะ เพราะมันไม่ได้ผลหรอก”“เดี๋ยวพอนานไปคุณคีรินอาจจะชอบริสาขึ้นมาก็ได้นะคะ”“ไม่มีวันหรอก เลิกฝันซะเถอะ”“ริสาจะฝันจนกว่าคุณคีรินจะชอบริสาค่ะ”“งั้นเธอคงต้องฝันไปตลอดชีวิตนั่นแหละ”“คุณคีรินช่วยพูดดีๆกับริสาไม่ได้เหรอคะ”“ฉันรู้สึกร
บริษัทริสาสาวเท้าเข้ามาในบริษัทหรูที่มีขนาดใหญ่โตซึ่งมีหลายสิบชั้น เมื่อเห็นหญิงสาวคนหนึ่งเดินมาก็เดินไปหาพร้อมกับเอ่ยถามออกไปด้วยรอยยิ้มตามประสา“พี่คะ ฉันมาหาคุณคีรินค่ะ ไม่ทราบว่าคุณคีรินอยู่ชั้นไหนเหรอคะ”“ท่านประธานอยู่ชั้นสามสิบค่ะ ชั้นบนสุดเลยค่ะ”“ขอบคุณมากนะคะพี่” ริสาเอ่ยด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นว่าอีกคนพูดกับเธอด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเป็นมิตร“ยินดีค่ะ”“งั้นฉันขอตัวไปหาคุณคีรินก่อนนะคะ” พูดจบร่างเล็กสมส่วนที่อยู่ในชุดเดรสสั้นสีสวยก็ขึ้นไปยังชั้นบนสุดเรียวขาสวยก้าวออกจากลิฟต์ก็กวาดสายตามองหาห้องของเขา เมื่อเห็นป้ายหน้าห้องเขียนว่าประธานก็ไม่รอช้าที่จะก้าวไปยังหน้าห้องนั้นทันที ก่อนจะเอ่ยถามเลขาสาวที่นั่งอยู่หน้าห้อง“คุณเป็นเลขาของคุณคีรินใช่ไหมคะ”“ใช่ค่ะ” เลขาสาวตอบด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง“ฉันขอเข้าไปหาคุณคีรินหน่อยค่ะ”“ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่าน้องเป็นอะไรกับท่านประธานเหรอคะ”“เอ่อ…ฉันเป็น” เธอได้แต่อ้ำอึ้งพลางคิดในใจว่าถ้าบอกไปว่าเป็นภรรยาของเขาก็ไม่ได้ผิดอะไร ก็ในเมื่อเธอกับเขาแต่งงานกันแล้ว เมื่อคิดได้อย่างนั้นริสาจึงบอกออกไป“ฉันเป็นภรรยาของคุณคีรินค่ะ”“อ๋อ ภรรยาของท่านประธานนี่
วันต่อมาร้านอาหารแห่งหนึ่งวันนี้คีรินกับริสามีนัดมาดูตัวกัน ร่างสูงที่นั่งรอว่าที่เจ้าสาวตัวแทนมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วก็ยังไม่เห็นจึงรู้สึกหงุดหงิดแล้วบ่นอุบกับยี่หวาที่นั่งอยู่ข้างๆ“มัวทำอะไรอยู่นะ ทำไมถึงไม่มาสักที”“ใจเย็นๆนะคะคุณคีริน เดี๋ยวเขาก็มาค่ะ รถคงจะติดมั้งคะ” สิ้นเสียงของยี่หวาเอ่ย ร่างสวยของริสาในชุดเดรสสีหวานก็สาวเท้าเข้ามาอย่างร้อนใจพร้อมกับพูดออกไป พลางดวงตาสีหวานก็เหลือบไปมองยังหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างเขานิดหนึ่ง“ริสาต้องขอโทษด้วยนะคะที่ให้คุณคีรินต้องรอนาน”“นั่งสิ” เสียงทุ้มเข้มเอ่ยออกไปพลางดวงตาคมที่จ้องมองร่างเล็กฉายแววไม่พอใจอย่างชัดเจนที่ให้เขาต้องรอนาน“ค่ะ” เธอรับคำด้วยรอยยิ้มบางๆแล้วหย่อนสะโพกนั่ง ก่อนเสียงทุ้มนิ่งจะเอ่ยขึ้น“จะกินอะไรก็สั่ง”“ค่ะ” จากนั้นริสาก็จัดการสั่งอาหารไปหนึ่งอย่าง และคีรินกับยี่หวาก็จัดการสั่งไปคนละอย่างพอเป็นพิธีเมื่ออาหารถูกนำมาเสิร์ฟทั้งสามคนก็รับประทานกัน ยี่หวาชวนคีรินคุยกันตามประสาคนที่อยู่ด้วยกันมานาน ส่วนริสาก็ทานไปอย่างเงียบๆด้วยท่าทางเรียบร้อย ร่างสูงที่นั่งฝั่งตรงข้ามก็ลอบสังเกตอิริยาบถและการวางตัวของเธอไปด้วย ซึ่งในสา
“มีเรื่องอะไรเหรอคะคุณคีริน”“เจ้าสาวฉันหนีไปแล้ว”“จริงเหรอคะ” ยี่หวาเอ่ยด้วยรอยยิ้มดีใจเมื่อรู้อย่างนั้น เพราะเธอก็ไม่อยากให้เขาไปแต่งงานกับคนอื่นเพราะเธอรักเขา เขาเคยบอกว่าถึงจะต้องแต่งงาน แต่เขาก็จะไม่ทิ้งเธอ เขายังจะให้เธอเป็นเด็กเลี้ยงของเขาต่อ เมื่อเจ้าสาวของเขาหนีไปแล้วก็ดีเลยสิ“ถึงเจ้าสาวจะหนี แต่ฉันก็ต้องแต่งงานกับผู้หญิงอื่น” คีรินเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย“เหรอคะ” เธอสีหน้าสลดลงทันทีเมื่อได้ยินอย่างนั้น“อืม”ร่างสูงที่รู้สึกหงุดหงิดก็ถอดเสื้อผ้าแล้วขึ้นเตียง“คุณคีรินจะทำอีกเหรอคะ”“ตอนนี้ฉันรู้สึกหงุดหงิดมาก เพราะงั้นฉันจะเอาเธอให้หายหงุดหงิด”“เอาเลยค่ะคุณคีริน คุณคีรินจะเอากี่รอบก็ได้ค่ะ ถ้ามันจะทำให้คุณสบายใจขึ้น” เธอพูดอย่างเอาอกเอาใจ ก่อนที่ชายหนุ่มจะหยิบถุงยางอนามัยมาใส่เข้าที่แท่งร้อนหนาและจัดการร่วมรักกับเธอจนเสร็จไปหนึ่งรอบยี่หวาเป็นเด็กเลี้ยงของคีรินมาสี่ปีแล้ว ก็ตั้งแต่เธอเรียนอยู่ปีสอง ตอนเรียนมหาลัยเธอเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ผับแห่งหนึ่งมีอยู่คืนหนึ่งเขาไปดื่มที่ผับคนเดียวแล้วเธอก็ทำหน้าที่เสิร์ฟให้เขา เธอเห็นเขาครั้งแรกก็ตกหลุมรัก เขาถามชื่อเธอ แล้วเขากั







