LOGIN
แนะนำตัวละคร
คีริน อายุ28ปี สูง186เซนติเมตร เจ้าของบริษัทผลิตเครื่องดื่มหลายชนิดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ริสา อายุ23ปี สูง160เซนติเมตร เธอตกหลุมรักเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น เธอคลั่งรักเขา ถึงเขาจะผลักไส แต่เธอก็พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้เขาสนใจเธอ แต่สุดท้าย…เธอก็กลายเป็นคนไร้ค่าในสายตาของเขา . . . ตัวอย่าง “เมื่อไหร่เธอจะเลิกทำตัวน่ารำคาญแบบนี้สักที” “ถ้ายี่หวายังเป็นเด็กเลี้ยงของคุณอยู่ ริสาก็จะยังทำตัวน่ารำคาญแบบนี้แหละ” . . . . . “เมื่อกี้ฉันดึงออกมาหลั่งนอกทันทั้งสองรอบ ฉันมั่นใจว่าน้ำเชื้อของฉันไม่ได้เข้าไปในตัวของเธอ” “…” “ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะมานอนกับเธอ และจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะทำแบบนี้กับเธอ” “…” “ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป เธอห้ามมาวุ่นวายกับฉันอีกเด็ดขาด” “…” เธอถึงกับจุกที่อกด้านซ้ายเมื่อเขาสั่งเด็ดขาด ร่างกายและหัวใจของเธอที่มอบให้เขาไป เขาไม่คิดจะเห็นค่าเธอเลยใช่ไหม “ต่อให้เธอจะให้ฉันเอาอีกสักกี่สิบครั้ง แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกประทับใจในตัวเธอเลย เพราะฉะนั้นเธอก็เลิกตามตอแยฉันซะเถอะ ขอให้ฉันได้อยู่กับยี่หวาอย่างมีความสุขเถอะนะ” “ได้ค่ะ ต่อไปนี้ริสาจะไม่เข้าไปวุ่นวายคุณกับยี่หวาอีก” “รับปากแล้วก็อย่าผิดคำพูดแล้วกัน” . . . . . “อย่าไปจากฉันได้ไหม” “…” “กลับมารู้สึกกับฉันอีกได้ไหม” #พระเอกเลว #พระเอกมีอะไรกับนางเอกแล้วก็ยังไปมีอะไรกับคนอื่น . . . . . . . . . . “คุณนพคะ! คุณนพ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!” เสียงของอรญาเอ่ยขึ้นอย่างตื่นตกใจหลังจากที่ได้อ่านจดหมายของลูกสาวที่วางไว้ในห้องนอน “มีอะไรเหรออร ทำไมถึงต้องวิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนั้น” นพรัตน์ผู้เป็นสามีที่นั่งอ่านข่าวอยู่ในห้องโถงหันถามคนเป็นภรรยาด้วยสีหน้าสงสัย อรญาทิ้งตัวนั่งข้างสามีแล้วยื่นจดหมายของลูกสาวพร้อมกับพูดออกไปด้วยน้ำเสียงลนลาน “จดหมายของลูก เมื่อกี้ฉันเข้าไปในห้องของลูกเพื่อจะคุยเรื่องงานแต่ง แต่ก็เห็นจดหมายวางไว้หน้ากระจกค่ะ” นพรัตน์รีบรับจดหมายมาอ่านอย่างร้อนใจ ‘ถ้าคุณพ่อคุณแม่ได้อ่านจดหมายฉบับนี้แล้ว หนูคงไม่อยู่ที่ไทยแล้วค่ะ หนูขอโทษที่หนีมาแบบนี้ หนูยังไม่พร้อมที่จะแต่งงาน หนูไม่อยากแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก หนูจะไปอยู่ที่ฝรั่งเศส คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ถ้าหนูพร้อมที่จะกลับบ้านเมื่อไหร่ หนูจะกลับมาเอง ส่วนเรื่องงานแต่งที่จะมีขึ้นในอาทิตย์หน้า ถ้าคุณพ่อคุณแม่ไม่อยากขายหน้าคนในสังคมก็ให้ริสาแต่งงานกับคุณคีรินแทนหนูก็ได้ค่ะ’ ‘หนูรักคุณพ่อคุณแม่นะคะ แต่ถ้าหนูไม่หนี คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องให้หนูแต่งงานอยู่ดี หนูรักคุณพ่อคุณแม่มากนะคะ หนูจะกลับไปในวันที่พร้อมค่ะ’ ‘ไอวา’ “เฮ้อ…ลูกนะลูก” เมื่อนพรัตน์อ่านจดหมายจบก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความรู้สึกหนักอึ้งเมื่อลูกหนีงานแต่งที่เกิดจากการจับคลุมถุงชน พ่อของคีรินชื่ออานนท์ ซึ่งนพรัตน์กับอานนท์เป็นเพื่อนรักกันมาหลายสิบปีแล้ว ดังนั้นนพรัตน์กับอานนท์ที่อยากเป็นทองแผ่นเดียวกันจึงให้ลูกของตัวเองได้แต่งงานกัน งานทุกอย่างได้จัดเตรียมไว้หมดแล้ว การ์ดเชิญก็แจกไปหมดแล้วด้วย “แล้วเราจะทำยังไงดีคะคุณนพ หรือจะประกาศยกเลิกงานแต่งดี” อรญาเอ่ยขึ้นอย่างตะลีตะลาน ทำอะไรไม่ถูกเพราะไม่คิดว่าจะต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ “การ์ดเชิญก็แจกไปหมดแล้ว จะให้ยกเลิกได้ไงล่ะ” “คุณจะไม่ยกเลิกงานแต่ง?” “ใช่ ถ้าจู่ๆมายกเลิกงานแต่งก็ขายหน้าคนน่ะสิ” “งั้นคุณก็จะทำตามที่ลูกบอกเหรอ ให้ริสาแต่งงานแทน?” “ใช่ มันต้องเป็นแบบนั้น” “แล้วฝั่งคุณอานนท์จะรับได้เหรอถ้าให้คนอื่นมาเข้าพิธีแทนลูกของเรา” “เดี๋ยวผมจะไปหาอานนท์เพื่อจะคุยเรื่องนี้ งั้นผมไปก่อนนะ” ว่าจบนพรัตน์ก็เดินทางไปหาอานนท์ที่บ้าน บ้านอานนท์ เมื่อนพรัตน์มาถึงบ้านของอานนท์ก็ยื่นจดหมายของไอวาให้อานนท์อ่าน เมื่ออานนท์อ่านจบก็เงยหน้าพูดกับนพรัตน์ที่เป็นเพื่อนรักกันมาหลายสิบปี “เอาตามที่หนูไอวาว่านั่นแหละ เพราะถ้าจู่ๆจะให้ยกเลิกงานแต่ง เราก็ต่างขายหน้ากันทั้งสองฝ่าย ตอนนี้ต้องขายผ้าเอาหน้ารอดกันไปก่อน เพื่อไม่ให้เสียชื่อเสียง” “ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน” “แล้วคนที่ชื่อริสาคือใคร” “ริสาคือลูกของวิฑูรย์ที่เป็นคนขับรถของฉันมาหลายสิบปีแล้ว วิฑูรย์เป็นคนดีและซื่อสัตย์ ลูกสาวของวิฑูรย์ก็เป็นเด็กนิสัยดีด้วย หน้าตาก็ดี” “แล้วเด็กคนนั้นอายุเท่าไหร่ เรียนจบหรือยัง” “ริสาเรียนจบแล้ว ตอนนี้ทำงานที่บริษัทขายรถมาสองปีแล้ว” “ริสาอยู่ที่บ้านนายใช่ไหม” “ใช่” “งั้นนายก็นัดริสาให้มาเจอกับคีรินก่อน ฉันอยากให้คีรินกับริสาได้เห็นหน้ากันก่อนแต่งงาน” “ได้ๆ งั้นฉันกลับก่อนนะ ฉันจะโทรมาบอกนายอีกทีว่าให้คีรินไปเจอกับริสาวันไหน” ว่าจบนพรัตน์ก็ออกไปขึ้นรถหรูหน้าบ้านที่วิฑูรย์เป็นคนขับ ก่อนจะมุ่งหน้ากลับบ้านไป คอนโดคีริน “อ๊า อ๊า” “อ อาา” หลังจากที่คีรินกับเด็กเลี้ยงคนโปรดได้ปลดปล่อยความต้องการออกมาแล้ว เขาก็ถอนแก่นกายใหญ่ที่มีเครื่องป้องกันราคาแพงออกมาจากร่องสาวแล้วทิ้งตัวนอนข้างเธอพลางมือหนาดึงถุงยางอนามัยออก เขาโยนทิ้งในถังขยะที่วางอยู่ไม่ไกล ก่อนเสียงหวานใสของเด็กเลี้ยงที่ชื่อยี่หวาจะเอ่ยขึ้น “คุณคีรินจะเอาแค่รอบเดียวเหรอคะ” “อืม” เขาลุกไปเข้าห้องน้ำแล้วออกมาสวมใส่เสื้อผ้า ก่อนที่โทรศัพท์ของเขาจะมีเสียงดังขึ้น ร่างสูงเดินไปหยิบมือถือที่วางอยู่บนเตียงขึ้นมาดู เมื่อเห็นว่าเป็นพ่อของเขาจึงกดรับสายทันที (ครับ) “หนูไอวาหนีไปอยู่ฝรั่งเศสแล้ว” (ฮะ! พ่อว่าไงนะ!) “หนูไอวาเขียนจดหมายทิ้งไว้ บอกว่ายังไม่พร้อมที่จะแต่งงาน ก็เลยหนีไปอยู่ฝรั่งเศส” (งั้นก็ดีเลยสิครับ เพราะผมก็ไม่ได้อยากจะแต่งงานกับเขาเหมือนกัน) เขาก็ไม่อยากแต่งงานแบบคลุมถุงชนเหมือนกัน แต่ก็ขัดพ่อไม่ได้ เมื่อรู้ว่าเจ้าสาวหนีไปเขาก็ดีใจเป็นอย่างมาก “งานแต่งจะไม่ยกเลิก” (เจ้าสาวหนีไปแล้ว จะไม่ยกเลิกงานแต่งได้ไงครับ) “ถ้ายกเลิกงานแต่ง ครอบครัวของเรากับฝั่งนพรัตน์ก็จะต้องขายหน้าต่อคนในสังคม ดังนั้นลูกจะต้องแต่งงานกับริสา ริสาจะมาเป็นเจ้าสาวแทนหนูไอวา” (แล้วริสาคือใครอีกล่ะพ่อ) เขาถามอย่างหัวเสียเมื่อรู้ว่างานแต่งจะไม่ยกเลิก “ริสาคือลูกสาวของวิฑูรย์ วิฑูรย์เป็นคนขับรถของนพรัตน์มาหลายสิบปีแล้ว” (พ่อจะให้ผมแต่งงานกับลูกคนขับรถงั้นเหรอ) “คนขับรถของนพรัตน์เป็นคนดีและซื่อสัตย์ ลูกสาวของวิฑูรย์ก็นิสัยดีและหน้าตาก็ดีด้วย” (พ่อเคยเห็นคนที่ชื่อริสาแล้วเหรอ ถึงได้รู้ว่านิสัยดีแล้วก็หน้าตาดีน่ะ) “พ่อไม่เคยเห็นหรอก แต่พ่อเชื่อสายตาของนพรัตน์” (…) “เร็วๆนี้พ่อจะให้ลูกไปดูตัวริสา พ่อจะโทรมาบอกอีกทีว่าจะต้องไปเจอกับริสาวันไหน” สิ้นเสียงของคนเป็นพ่อ คีรินก็กดวางสายด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์เมื่อพ่อจะให้แต่งงานกับใครก็ไม่รู้ ก่อนยี่หวาที่นอนเปลือยกายอยู่จะเอ่ยขึ้น“เรามามีความสุขกันต่อนะริสา” พูดจบเขาก็จัดการเล้าโลมเธอแล้วจัดการร่วมรักจนทั้งสองเสร็จสมกันไปสองรอบเมื่อคีรินปล่อยน้ำกามสีขุ่นเข้าไปในร่องรักของริสาจนหมดทุกหยาดหยดแล้วก็ถอนความเป็นชายออกมาอย่างแช่มช้าจนหลุดออกจากกัน ก่อนที่น้ำสีขุ่นจะไหลทะลักออกมาเปรอะเปื้อนผ้าปูที่นอนเป็นวงกว้าง คีรินมองภาพนั้นด้วยสีหน้าภูมิใจพลางคิดในใจว่าอีกไม่นานคงจะมีคีรินน้อยหรือริสาน้อยให้ได้เชยชมร่างบางหยัดตัวลุกจากที่นอนแล้วเสียงทุ้มก็เอ่ยออกไป“เดี๋ยวเราไปอาบน้ำพร้อมกันนะ”“ค่ะ” ใบหน้าหล่อเหลาระบายยิ้มแล้วลงจากเตียง จากนั้นจึงโน้มตัวลงช้อนร่างอรชรเปลือยเปล่าขึ้นมาแนบอกก่อนจะพาเข้าห้องน้ำไปเมื่อทั้งสองอาบน้ำกันเสร็จก็ออกมาจากห้องน้ำ คีรินหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดตามร่างกายของเธอแล้วนุ่งกระโจมอกให้เธอ ก่อนที่เขาจะหยิบผ้าขนหนูมาพันเอวสอบพร้อมกับพูดออกไป“คืนนี้เรานอนด้วยกันนะ เธออยากนอนห้องพี่หรืออยากให้พี่ไปนอนห้องเธอดี”“ริสาอยากกลับไปนอนห้องตัวเองค่ะ”“ได้ งั้นพี่ใส่เสื้อผ้าก่อนนะ” พูดจบเขาก็ไปหยิบเสื้อผ้าในตู้มาสวมใส่ จากนั้นจึงหยิบเสื้อเชิ๊ตแขนยาวมาสวมให้เธอ ก่อนที่ทั้งสองจะพากันเดินออกไปแล้วไปเข้าห้องของริสา
ร่างสูงหยัดตัวขึ้นแล้วแทรกระหว่างสองขา ชายหนุ่มเลื่อนมือมาจับท่อนรักแข็งไซส์ห้าสิบแปดแล้วกดลงไปบนกลีบอวบอูมที่แฉะเยิ้มไปด้วยน้ำของเธอและน้ำลายของเขา ท่อนเอ็นยาวใหญ่ถูไถในร่องกลีบรักสี่ห้าครั้ง จากนั้นจึงกดแทรกเข้าไปในร่องแคบอย่างแช่มช้าก่อนที่เขาจะยัดเยียดแก่นกายยาวใหญ่ที่ไม่ได้ใช้งานมาปีกว่าแล้วเข้าไปในโพรงรักทีเดียวจนมิดด้ามสวบ!“อาา” เสียงทุ้มครางต่ำออกมาด้วยความเสียวซ่าน เขาเสียวมากเพราะตั้งแต่คืนนี้กับเธอ เขาก็ไม่เคยไปทำแบบนี้กับใครสะโพกสอบขยับเนิบนาบแล้วเร่งความเร็วขึ้นไปเรื่อยๆจนได้ยินเสียงเนื้อปะทะกันดังก้องกังวานไปทั่วห้องนอนกว้างตั่บ! ๆๆๆๆเอวแกร่งสาดใส่ตัวตนยาวใหญ่เข้าไปในร่องแคบสีสวยด้วยความหนักหน่วงและดุดัน จนกระทั่งท่อนเอ็นหนาเกร็งกระตุกพร้อมกับปลดปล่อยน้ำรักที่ถูกกักเก็บไว้มาหนึ่งปีกว่าเข้าไปในโพรงรักของเธอจนหมดทุกหยาดหยด“อ อาา” คีรินทิ้งตัวลงไปกกกอดร่างเล็กพร้อมกับหอมแก้มขาวทั้งสองข้าง จากนั้นจึงซุกใบหน้าที่ซอกคอเธอพร้อมกับสูดดมกลิ่นหอมเข้าปอด ก่อนจะเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงมั่นคง“พี่รักริสานะ เรากลับมาอยู่ด้วยกันอีกนะ ต่อไปนี้พี่จะไม่ทำให้ริสาต้องเสียใจและผิดหวังอีก
หนึ่งอาทิตย์ต่อมาหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ตอนเช้าคีรินจะมาส่งริสาที่โชว์รูมทุกวัน พอตอนเย็นเขาก็มารับริสากลับคอนโดพร้อมกันทุกวัน เขาจะออกจากบริษัทก่อนเวลาแล้วมาถึงที่ทำงานของเธอก่อนเวลาเลิกงานของเธอคอนโดเมื่อทั้งสองเดินมาถึงหน้าห้องของตัวเอง คีรินก็เอ่ยขึ้น“เดี๋ยวเราทำสุกี้กินกันดีกว่าไหม พี่อยากกินสุกี้น่ะ” เมื่อสามวันก่อนคีรินโทรถามวิฑูรย์ว่าริสาชอบกินอะไรจึงได้รู้ว่าริสาชอบทำสุกี้กินเองที่บ้าน“…” เธอเม้มปากด้วยความรู้สึกลังเลพลางคิดในใจว่านานแล้วที่ไม่ได้ทำสุกี้กินเอง“ทำสุกี้กินกันนะริสา”“ก็ได้ค่ะ”“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพี่ออกไปซื้อของก่อนนะ”“ค่ะ”“จะทำที่ห้องพี่หรือห้องเธอ”“ห้องริสาก็ได้ค่ะ”“งั้นพี่ไปซื้อของก่อนนะ” ว่าแล้วร่างสูงก็ลงไปข้างล่างแล้วขึ้นรถสปอร์ตหรูและขับไปยังซุปเปอร์มาเก็ตที่อยู่หน้าปากซอยเวลาต่อมาเมื่อคีรินซื้อวัตถุดิบในการทำสุกี้เสร็จก็กลับคอนโดทันที ร่างสูงที่ในมือหิ้วถุงของพะรุงพะรังยกมือเคาะประตูห้องของริสาด้วยความทุลักทุเล ก่อนที่ไม่นานร่างบางจะเปิดประตูออกกว้างให้คนตัวสูงหิ้วของเข้าไปวางในครัวเมื่อคีรินล้างเนื้อและผักเรียบร้อยแล้วก็หยิบหม้อสุกี้ออกมา
สองชั่วโมงต่อมาเมื่องานเลี้ยงเสร็จสิ้น ทุกคนต่างก็ทะยอยกันออกจากห้องจัดเลี้ยงริสาลุกจากเก้าอี้แล้วเดินออกไป คีรินลุกเดินตามหลังร่างบางไปติดๆจนถึงหน้างานเขาจึงเอ่ยถามขึ้น“เมื่อกี้เธอมากับรถอะไร”“พ่อมาส่งค่ะ”“เดี๋ยวพ่อมารับใช่ไหม”“ค่ะ”“เธอไม่ต้องให้พ่อมารับหรอก เดี๋ยวพี่ไปส่ง”“ไม่ต้องค่ะ ริสาจะกลับกับพ่อ”คีรินหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาวิฑูรย์ทันทีตู๊ด‘ว่าไงคีริน’‘พ่ออยู่ไหนครับ’ ริสาหันมองร่างสูงทันทีเมื่อคิดว่าเขาคงจะโทรหาพ่อเธอ‘พ่ออยู่บ้าน แต่กำลังจะออกไปข้างนอก’‘พ่อจะมารับริสาที่งานใช่ไหมครับ’‘ใช่ แล้วคีรินไปงานด้วยเหรอ’‘ใช่ครับ เจ้าบ่าวเป็นเพื่อนผมตอนเรียนมหาลัยครับ…’‘ถ้าอย่างนั้นผมจะพาริสากลับเอง พ่อไม่ต้องมารับหรอกครับ’ ริสาที่ได้ยินอย่างนั้นก็หยิบโทรศัพท์จากมือของเขาแล้วพูดออกไป‘ริสาจะกลับกับพ่อ พ่อมารับริสาด้วยค่ะ’วิฑูรย์ที่อยากให้คีรินกับริสาได้ปรับความเข้าใจกันจึงพูดออกไป‘พ่อว่าลูกกลับกับคีรินก็ได้นะลูก พ่ออยากให้ลูกได้ปรับความเข้าใจกับคีรินใหม่ ตอนที่ลูกไปอยู่พังงา คีรินจะมาเยี่ยมพ่อและเอาของกินมาฝากพ่อบ่อยๆ จากที่พ่อดูๆ คีรินเขาก็เป็นคนดีคนหนึ่ง ดังนั้นถ้าเป็
หนึ่งเดือนต่อมาเป็นเวลาสามเดือนแล้วที่คีรินต้องใช้ความอดทนในการรอให้ริสากลับมา กว่าจะผ่านไปได้ในแต่ละวันมันช่างยากเย็นเหลือเกิน แม่บอกว่าให้เข้มแข็งให้มากๆ เขาพยายามแล้ว ทว่ายิ่งบอกให้ตัวเองเข้มแข็งเท่าไร แต่มันกลับยิ่งอ่อนแอมากขึ้นเท่านั้นไนท์คลับซานด์หย่อนตัวนั่งข้างคีรินที่กำลังดื่มเหล้าอยู่พร้อมกับเอ่ยออกไปด้วยความเป็นห่วง“สามเดือนแล้วนะไอ้คีรินที่มึงดื่มแบบนี้ มึงควรจะหยุดได้แล้วนะ”“กูจะดื่มจนกว่าริสาจะกลับมา” ปากหนาขยับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ ในขณะที่ในดวงตาฉายแววความเศร้าหมองออกมาอย่างเห็นได้ชัด“มึงจะทำตัวแบบนี้ไม่ได้นะไอ้คีริน ช่วงนี้มึงผอมลงไปมากเลยนะรู้ตัวหรือเปล่า หยุดดื่มเถอะ”“ถ้ากูไม่ดื่ม กูก็นอนไม่หลับหรอก เพราะเหล้านี่แหละเป็นที่พึ่งทางใจของกูได้ดีที่สุดแล้ว มึงอย่าห้ามกูเลยนะ”ซานด์ถอนหายใจออกมาอย่างจนใจเมื่อเห็นว่าคีรินไม่ฟังอะไรเลย พลางคิดในใจว่าที่ผ่านมาเพื่อนของเขาไม่เคยมีความรัก คีรินไม่เคยมีคนรักมาก่อน พอมามีความรัก แต่กลายเป็นว่าคนที่ตัวเองรักหนีไปก็เลยต้องเสียใจหนักแบบนี้เวลาต่อมาซานด์นั่งดื่มเป็นเพื่อนคีรินจนเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง กระทั่งคีรินลุกขึ้นเต็ม
หนึ่งเดือนต่อมาไนท์คลับหรูแห่งหนึ่งเป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่ริสาไปทำงานอยู่ที่ต่างจังหวัด ส่วนคีรินนั้นในระยะหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้เขามักจะมาดื่มที่ไนท์คลับนี้เกือบทุกวัน เพราะถ้าให้เขาอยู่แต่บ้านก็เครียด เนื่องจากในสมองและใจของเขาคิดถึงแต่เรื่องที่เขาเคยทำผิดกับริสา ดังนั้นในแต่ละวันเขาจึงต้องใช้แอลกอฮอล์เป็นตัวช่วยในการนอนหลับ“ช่วงนี้มึงมีเรื่องอะไรให้เครียดหรือเปล่าวะ กูเห็นมึงมาดื่มเหล้าเกือบทุกวัน” ซานด์ที่เป็นเจ้าของไนท์คลับนี้และเป็นเพื่อนสมัยเรียนของคีรินหย่อนตัวนั่งแล้วเอ่ยถามออกไป“ใช่กูเครียด แล้วก็เครียดมากด้วย ถ้าไม่กินเหล้ากูก็นอนไม่หลับหรอก” คีรินพูดด้วยสีหน้าเศร้าหมอง“มึงเครียดเรื่องงาน?”“เปล่า เครียดเรื่องเมีย เมียกูหนีไปเป็นเดือนแล้ว”“เมียมึง? คนที่เป็นเด็กเลี้ยงน่ะเหรอ”“นั่นไม่ใช่เมีย แต่เป็นแค่คู่นอนและกูก็ไม่เคยให้สถานะเมียกับคู่นอน เมียกูมีคนเดียวก็คือริสา” คีรินพูดออกมาด้วยน้ำเสียงฉะฉาน“อ้าวเหรอ กูคิดว่ามึงจะเอาคู่นอนมาเป็นเมียซะแล้ว หลังแต่งงานมึงก็ยังไม่เลิกกับคู่นอนไม่ใช่เหรอ”“อืม”“แล้วตอนนี้มึงก็ยังอยู่กับคู่นอน?”“ไม่แล้ว นานแล้วที่กูไม่เลี้ยงผู้ห
สองวันต่อมาคอนโดริสา ตอนเย็นริสาที่กลับจากโชว์รูมสาวเท้าก้าวเดินมาจนถึงหน้าคอนโดก็เห็นว่ามีรถสปอร์ตหรูสีเงินป้ายแดงจอดอยู่ ร่างบางเดินผ่านรถคันนั้นไป ก่อนที่เจ้าของรถร่างสูงจะเปิดประตูออกจากรถมาพร้อมกับเรียกคนตัวเล็กที่กำลังจะเดินเข้าไปในคอนโด“ริสา”“คะ” เธอหันมาขานรับทันควัน แต่เมื่อเห็นว่าเป็น
หนึ่งเดือนต่อมาเป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่คีรินอยู่แต่คอนโด เขาไม่คิดที่จะกลับบ้านที่เป็นเรือนหอ ส่วนริสาก็ไม่ไปหาเขาอีกเลย ก็ตั้งแต่วันที่เธอไปเห็นเขากับยี่หวาอยู่ในห้องทำงานด้วยกันจนกระทั่งวันนี้เมื่อริสาออกจากที่ทำงานเธอก็ขึ้นรถแท็กซี่แล้วมุ่งหน้าไปยังบริษัทของเขา เธอชอบเขา เพราะฉะนั้นเธอจะต้อง
เมื่อถึงเวลาพักกลางวัน ร่างสูงของคีรินก็ลุกขึ้นเต็มความสูง ริสาที่เห็นจึงลุกจากโซฟาแล้วเดินมาหาเขาพร้อมกับเอ่ยถามออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ซึ่งผิดกับเขาที่มีสีหน้านิ่งขรึม“คุณคีรินจะไปกินข้าวแล้วใช่ไหมคะ”“…” เขาไม่ตอบ จากนั้นจึงเดินออกจากห้องไป ร่างเล็กที่เห็นว่าเขาไม่ตอบจึงก้าวตามร่างสูงลงไปข้างล่
บริษัทริสาสาวเท้าเข้ามาในบริษัทหรูที่มีขนาดใหญ่โตซึ่งมีหลายสิบชั้น เมื่อเห็นหญิงสาวคนหนึ่งเดินมาก็เดินไปหาพร้อมกับเอ่ยถามออกไปด้วยรอยยิ้มตามประสา“พี่คะ ฉันมาหาคุณคีรินค่ะ ไม่ทราบว่าคุณคีรินอยู่ชั้นไหนเหรอคะ”“ท่านประธานอยู่ชั้นสามสิบค่ะ ชั้นบนสุดเลยค่ะ”“ขอบคุณมากนะคะพี่” ริสาเอ่ยด้วยรอยยิ้มเมื่อ





![เด็กแสบของคนเถื่อน (NC20+) [ซีรีส์ คนเถื่อน 3/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

