LOGIN“โอ๊ย มัวแต่อ้ำอึ้งอยู่นั่นแหละ แล้วเมื่อไรจะคุยกันเข้าใจสักที บอกลูกมันไปก็สิ้นเรื่องว่าคุณเอายัยอัยเป็นหลักค้ำประกันในสัญญากู้ยืมกับเสี่ยศิลานั่นก็จบแล้ว” กุสุมาทำสีหน้าหงุดหงิด
“กบ!” จารึกพูดเสียงดุทำตาเขียวใส่ภรรยา
“หรือไม่จริงคะ” กุสุมายังแหวกลับมาใส่สามีอีก
“พ่อ!” อัยลดามองพ่อด้วยสายตาที่ไม่อยากเชื่อนัก ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าพ่อเป็นหนี้ แม้บางครั้งแม่เลี้ยงจะมีการหยิบยืมเงินจากคนอื่นมาบ้าง แต่เธอก็ไม่คิดว่าพ่อจะเป็นหนี้มากขนาดนี้ สำหรับครอบครัวอื่นอาจเป็นหนี้ก้อนเล็ก แต่สำหรับครอบครัวที่ยากจนอย่างเธอแน่นอนว่าเงินล้านห้ามันเป็นจำนวนมหาศาลมาก
“อัย พ่อขอโทษตอนนั้นพ่อไม่รู้ว่าจะหาเงินมาจากที่ไหนเพื่อให้ลูกได้เรียนต่อ พ่อจึงเขียนชื่อลูกลงไปในสัญญาด้วย” จารึกคิดว่าตนจะหาเงินมาใช้หนี้ได้ทันเวลาเพราะเสี่ยศิลาปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่าธนาคารถึงจะเป็นหนี้นอกระบบก็ตาม แต่ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไรหนี้ของเขากลับสูงขึ้นเรื่อย ๆ เดี๋ยวค่านั่นค่านี่จิปาถะ อีกทั้งยังต้องส่งลูกเรียนถึงสามคน พอรู้ตัวอีกทีเขาก็ไม่มีเงินไปจ่ายหนี้แล้ว
ในหัวของอัยลดารู้สึกสับสนมึนงงไปหมด “พ่อหมายความว่ายังไงคะ”
“จะหมายความว่ายังไงล่ะ ก็หมายความว่าให้แกไปเป็นเมียเสี่ยศิลาเพื่อใช้หนี้ยังไงล่ะ หรือถ้าแกไม่ยอมพวกเราก็แค่ไปนอนข้างถนนก็เท่านั้นแหละ” กุสุมาเอ่ยออกมาอย่างไม่อ้อมค้อม
“แล้วทำไมต้องเป็นอัยด้วยคะ”
“เพราะแกเป็นลูกคนโตยังไงล่ะ หรือแกจะให้ยัยมลไป” กุสุมาพูดขึ้นอีก
อัยลดาหันไปมองกุสุมาตาขวาง ถึงเธอจะไม่ได้เกลียดแม่เลี้ยงแต่ก็ไม่ได้รักเช่นกัน
อัยลดากลืนน้ำลายอันฝืดเฝื่อนลงคอ นี่หรือคือของขวัญวันรับปริญญาที่ครอบครัวมอบให้
“อัยช่วยพ่อสักครั้งเถอะนะลูก อย่างน้อยก็ให้น้องทั้งสองคนเรียนจบก่อน เสี่ยศิลาคงไม่ให้ลูกเป็นเมียเขาไปตลอดชีวิตหรอก อย่างมากก็คงไม่เกินสิบปี”
อัยลดาพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ รู้สึกเสียใจกับคำพูดง่าย ๆ ของผู้เป็นพ่อ สำหรับเธอการเป็นเมียน้อยคนอื่นแม้เพียงสามวันก็หายใจแทบไม่ออกแล้ว นับประสาอะไรกับสิบปี “อัยขอไปคิดดูก่อนนะคะ”
“แกไม่มีเวลาคิดแล้วอัย แกต้องตอบตกลงเท่านั้น” กุสุมาพูดออกมาด้วยความโมโห ถึงขั้นนี้แล้วอัยลดายังขอเวลาคิดอีกหรือ
“หุบปาก!” จารึกตวาดภรรยาเสียงลั่น กุสุมาจึงเงียบปาก
อัยลดาไม่เอ่ยคำใดออกมาอีกรีบสาวเท้าเข้าไปในห้องของตนทันทีก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมา เธอทิ้งตัวลงบนเตียงนอนแล้วปล่อยให้น้ำตาหลั่งไหลออกมาดั่งสายธาร ความฝันที่เคยวาดไว้ว่าพอเรียนจบแล้วจะตั้งใจทำงานหาเงิน เพื่อซื้อบ้านให้ตัวเองสักหนึ่งหลังเพื่อจะได้เป็นอิสระจากแม่เลี้ยง แต่ความฝันก็ถูกทำลายหายวับไปกับตา
เธอนอนร้องไห้จนน้ำตาแทบเป็นสายเลือด เย็นวันนั้นเธอไม่ได้ออกมากินข้าวร่วมกับคนในครอบครัว เพราะเหนื่อยจากงานรับปริญญา อีกทั้งยังเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นจึงผล็อยหลับไปทั้งที่ยังไม่ได้อาบน้ำ
The Room XVII เป็นผับหรูอยู่ในย่านทองหล่อ บนชั้นสี่ซึ่งเป็นห้องทำงานของเจ้าของผับ
ยศสพลลูกน้องมือขวาเคาะประตูอยู่ด้านหน้าแล้วเอ่ย “เสี่ยครับ”
“เข้ามา” เจ้าของห้องไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคนที่เดินเข้ามา “ได้เรื่องว่ายังไง”
“เขาจะเอาลูกสาวใช้หนี้แทนครับ”
ศิลาละสายตาจากเอกสารตรงหน้า เงยหน้าขึ้นมองหน้าลูกน้องด้วยสายตาคมดุ “มึงก็รู้ว่ากูไม่รับเลี้ยงผู้หญิง” เดือนหนึ่งเขามีเซ็กซ์กับผู้หญิงไม่ถึงสิบครั้งด้วยซ้ำ จะให้เขาเอามาเลี้ยงให้สิ้นเปลืองทำไม
ข้อนี้ยศสพลรู้ดีว่านายของตนไม่เคยรับใครมาเป็นเมียเพื่อใช้หนี้ ส่วนมากถ้านายต้องการก็แค่ซื้อกิน เขาไม่เคยเลี้ยงดูเด็กคนไหนเป็นจริงเป็นจังสักคน “แต่ลูกสาวเขาสวยนะครับเสี่ย”
ปัง! เขายกเอกสารปึกหนึ่งฟาดลงที่โต๊ะกระจกเสียงดัง “กูเคยสนใจคนที่หน้าตาเหรอ” แม้แต่ตอนเอากับผู้หญิงเขายังแทงแค่รูเท่านั้น
“เสี่ยครับ แต่พวกเขามีกันทั้งหมดห้าชีวิตเลยนะครับ อีกอย่างลูกอีกสองคนก็ยังเรียนไม่จบ หากเสี่ยไม่อยากเอาผู้หญิงคนนั้นมาทำเมีย ก็เอามาใช้งานก็ได้นี่ครับ เธอเพิ่งรับปริญญาวันนี้เอง ใช้งานสักสี่ห้าปีเสี่ยค่อยปล่อยให้เธอกลับบ้านก็ได้ ถือว่าทำบุญเถอะนะครับเสี่ย”
ใจจริงยศสพลก็อยากยึดบ้านลูกหนี้นั่นแหละ แต่พอเห็นลูกสาวคนโตของจารึกที่เพิ่งกลับจากรับปริญญาวันนี้ก็รู้สึกสงสารจนอยากช่วยเหลือ ปกติเขาไม่ใช่คนใจอ่อนเช่นนี้ แต่หากศิลารับผู้หญิงคนนั้นมาอยู่ด้วย อย่างน้อยครอบครัวของเธอก็ยังมีที่อยู่อาศัย มิหนำซ้ำยังมีเงินใช้หนี้ด้วย
“บุญเบินอะไร ภาระสิไม่ว่า” แค่คิดว่าต้องเลี้ยงดูผู้หญิงเขาก็เหนื่อยรอแล้ว
“แต่ในสัญญากู้ยืมเสี่ยเป็นคนเซ็นเองนะครับ”
อัยลดาตื่นขึ้นมาตอนสิบโมงก็เห็นข้อความที่ยศสพลส่งมา เธอรู้ว่าคงเป็นศิลาสั่งไว้ อัยลดาลุกขึ้นมาอย่างยากลำบาก เธอใช้มือเสยผมยาวสลวยไปด้านหลัง ตอนนี้ตัวเธอยังไร้อาภรณ์ทั้งปวง แต่อัยลดาไม่ได้รู้สึกอายแล้ว “สิบห้านาทีบ้าอะไรของเขาวะ” ต่อไปเธอจะไม่เชื่อคำพูดของยศสพลอีกเป็นอันขาด อัยลดาเลิกผ้าห่มออกจากกายด้วยความหงุดหงิด เตรียมก้าวขาลงจากเตียง “โอย” เธอรู้สึกปวดไปทั่วร่าง อีกทั้งยังรู้สึกเป็นไข้จริง ๆ เขาคงทำกับผู้หญิงเช่นนี้ทุกคนถึงได้เตรียมยาเตรียมข้าวไว้ให้ อัยลดาก้มมองที่เตียงนอนของตนก็รู้สึกแปลกใจ เขาเปลี่ยนผ้าปูที่นอนผืนใหม่ให้เธอแล้ว รู้สึกถึงความไม่ชอบมากลจึงก้มลงมองเนินเนื้อสาวของตน แล้วอ้าออกเล็กน้อย รู้สึกว่าที่ตรงนั้นยังเนียนกริบ ไร้ซึ่งน้ำกามใด ๆ มีเพียงรอยบวมแดงเล็กน้อยเท่านั้น เธอจึงใช้มือแตะไล้ขึ้นมาดม เธอเบิกตาโตพร้อมสบถออกมา “บ้าเอ๊ย!” พร้อมกับหุบขาตัวเองอย่างเขินอาย “ไอ้เสี่ยลามก” อัยลดาอยากจะร้องไห้ก็ร้องไม่ออกได้แต่ทำหน้าเหยเก ที่รู้ว่าศิลาทำความสะดาดจุดซ่อนเร้นให้เธอจนสะอาดหมดจด อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมดังเดิม เธอยกแขนทั้งสองข
จากนั้นสาวบั้นท้ายเข้าลึกออกยาว จากเนิบช้ากลายเป็นหนักหน่วง และถี่รัวขึ้น เวลาผ่านไปจนถึงตีสี่ศิลาก็ยังไม่ยอมถอดท่อนเอ็นออกจากร่องรักคับแคบของอัยลดา แม้ตอนนี้เครื่องป้องกันจะหมดไปแล้วก็ตาม “เสี่ยคะ” “หืม” “คอนดอมมีแค่สามชิ้นไม่ใช่เหรอคะ” แต่ที่เธอนับดูเขาสอดใส่เข้ามาในกายเธอครั้งที่ห้าแล้วนะ “อืม” “แล้วทำไม…” “เธอไม่ต้องกลัว ฉันสะอาดมากพอ” “แล้วกับเม…อ๊ะ” พูดได้เพียงเท่านั้นเขาก็เร่งจังหวะการกระแทกขึ้นอีก อัยลดาจึงไม่ได้ถามต่อว่าตอนเอากับเมียเขาก็ไม่สวมถุงยางไม่ใช่หรือ “อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ เสี่ยคะ เบาหน่อยค่ะ” แต่ศิลากลับซอยสะโพกไม่ยั้ง ยศสพลรออยู่ในรถนานแล้วเขาไม่กล้าเข้าไปเรียก เพราะนายไม่ได้สั่งไว้เขาจึงไม่กล้าทำเกินหน้าที่ แต่ปกติศิลาไม่อยู่กับผู้หญิงเกินสิบห้านาทีจริง ๆ เกือบตีห้าเขารอต่อไปไม่ไหวจึงเผลอหลับไปในรถ ศิลายอมให้ท่อนเอ็นใหญ่ยาวได้พักตอนตีห้าครึ่ง แล้วนอนลงข้าง ๆ เธออย่างอิ่มเอม เขาไม่เคยปล่อยน้ำเชื้อเยอะขนาดนี้มาก่อน อีกทั้งยังไม่เคยเอาสดกับใคร กับอัยลดาเป็นคนแรกและมันก็
“ฉันก็อึดอัดเหมือนกัน เธอรัดฉันแน่นมาก” เอากับอัยลดาเขาไม่ต้องบอกเธอขมิบด้วยซ้ำ เพราะช่องทางรักของเธอมันช่างคับแคบเหลือเกิน หลายปีมากแล้วที่เขาไม่ได้เจอแบบนี้ เหตุผลก็เพราะเขาไม่ชอบผู้หญิงบริสุทธิ์ เพราะส่วนใหญ่ผู้หญิงพวกนั้นยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วยซ้ำอีกทั้งเขายังไม่ชอบสอนงานใคร เขาชอบคนที่เป็นงานอยู่แล้ว รีบแทงรีบแตกแค่นั้นพอ ไม่คิดว่าอัยลดาจะเป็นข้อยกเว้น เขาโน้มตัวลงไปดูดยอดอกสีทับทิมอีกครั้ง พร้อมทั้งขยับบั้นท้ายเข้าออกอย่างเนิบช้า ช่องทางรักของเธอดูดท่อนเอ็นใหญ่ยาวของเขาจนขยับได้อย่างลำบาก เขาถอนลำเอ็นออกจนเกือบสุด แล้วสอดเข้าไปอีกครั้ง อัยลดายังคงเอามือปิดปากตนเอาไว้ แต่ก็มีเสียงครางอือเล็ดลอดออกมา โยกเพียงสามสี่ทีกลีบกุหลาบนั้นก็ผลิตน้ำหวานออกมาชโลมแก่นกายเขาแล้ว ศิลาเริ่มโยกสะโพกเข้าออกเร็วขึ้น คราวนี้นอกจากหัวนมแล้ว เขายังใช้ปากขบดูดไปทั่วร่างขาวเนียนอย่างลืมตัว อัยลดากักเก็บเสียงต่อไปไม่ได้อีกแล้ว เมื่อเขาเร่งจังหวะหนักหน่วงขึ้น ตับ ตับ ตับ “อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ” อัยลดารู้สึกกระสันซ่านไปทั่วสรรพางค์ เมื่อแท่งเอ็นใหญ่เสียดสีกับช่องทางรั
ศิลาแค่นยิ้ม “มารยาเยอะจริง ๆ นะเรา” ถึงอย่างนั้นก็ลุกไปปิดไฟ ภายในห้องจึงมีเพียงแสงไฟจากรั้วบ้านที่ส่องผ่านหน้าต่างบานกระจกเข้ามาเท่านั้น อัยลดาเม้มปากแน่น เธออยากจะรู้นักว่าตัวเองมารยาตรงไหน แค่บอกให้ปิดไฟเพราะเธอรู้สึกอายแค่นี้เขาก็หาว่าเธอมารยา เขาเป็นอะไรมากหรือเปล่า ศิลาอ้าขาสองข้างของเธอออกกว้าง แทรกกายเข้าไปตรงหว่างขา จากนั้นถูไถส่วนหัวบานกับร่องรักของเธอเบา ๆ อัยลดาพยายามข่มกลั้นเสียงของตนเอาไว้ เธอคิดว่ามันค่อนข้างรู้สึกดีทีเดียว ในขณะที่อัยลดากำลังจะเคลิบเคลิ้ม ศิลาก็สอดแทรกตัวตนแข็งขึงเข้ามาในกายเธอ พรวด! เขาเอาเข้าไปได้เพียงครึ่งลำเท่านั้น “อื๊อ” อัยลดาส่งเสียงร้องออกมาเพราะความเจ็บ พร้อมทั้งยันกายออกห่างเขา แต่ศิลากลับยึดร่างเธอเอาไว้ เขาเอื้อมมือไปเปิดไฟที่หัวเตียงเพราะความตกใจจนส่วนนั้นมันหดไปเล็กน้อย อีกทั้งยังรู้สึกหัวเสียเพราะเขาเสียเวลากับเธอมาหลายนาทีแล้วเขาถอดแก่นกายออก ม่านตาขยายใหญ่ขึ้นเมื่อเห็นบางสิ่งเลอะอยู่บนผ้าปูที่นอน อีกทั้งยังมีเมือกสีแดงเคลือบอยู่ปลายท่อนเอ็นของเขา ศิลามองคนใต้ร่างด้
ศิลาเปิดไฟที่ห้องรับแขกแล้วเดินไปเคาะประตูห้องนอนของเธอ เขามีกุญแจสำรองทุกห้องเพียงแต่อยากให้เธอลุกมาเปิดเองก็เท่านั้น “ใครคะ?” อัยลดาส่งเสียงออกมาทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ “ฉันเอง ศิลา” เขาตอบกลับไปเสียงทุ้ม อัยลดารู้สึกแปลกใจกับน้ำเสียงของเขาเล็กน้อย “เสียงยังไม่แก่เลยสักนิด” ใจดวงน้อยเต้นโครมคราม อุตส่าห์บอกกับตัวเองไว้ว่าห้ามกลัว ห้ามตื่นเต้น แต่พอถึงเวลาจริงกลับห้ามตัวเองไม่ได้ คนตัวเล็กเดินมาเปิดประตูให้เขาพร้อมทั้งเปิดไฟ ทั้งสองจ้องตากันนิ่งงัน ต่างฝ่ายต่างตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง อัยลดาคิดว่าเสี่ยศิลาที่คนอื่นพูดถึงจะแก่หัวล้านอ้วนลงพุง แต่คนตรงหน้ากลับยังหนุ่มแน่นอยู่เลย แถมยังหน้าตาดีอีกต่างหาก ดีจนสามารถเป็นพระเอกหนังได้อย่างสบาย ๆ อีกทั้งยังตัวสูงใหญ่ จนเธอต้องแหงนหน้ามอง เขาน่าจะสูงราว ๆ ร้อยแปดสิบห้าแปดสิบหกเซนติเมตรได้กระมัง แต่ตอนนี้หน้าเขาดุมาก บวกกับสายตาเย็นชายิ่งเหมือนคนไร้หัวใจ “มองพอรึยัง ถ้ามองพอแล้วก็ถอดเสื้อผ้าออกซะ ฉันมีงานต้องทำต่อ” เขาพูดออกเสียงเข้ม หน้าตาไม่ได้ยิ้มแย้มเลยสั
อัยลดาใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังใหม่เพียงลำพังอย่างมีความสุข อยากกินอะไรก็สั่งออนไลน์ หรือไม่ก็เดินออกไปซื้อที่ร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอย อยากทำอาหารเองก็แค่ตื่นเช้าหน่อยเพื่อไปเดินตลาดนัด แต่บางครั้งก็รู้สึกเหงาอยู่บ้าง เพราะเธอรู้สึกว่าตัวเองว่างเกินไป บางครั้งก็นั่งกินข้าวกับน้ำตา เพราะไม่รู้ว่าความสุขนี้จะอยู่กับเธอไปอีกกี่วันThe Room XVIIจู่ ๆ ศิลาก็หลับตาลงพลางยกมือขึ้นกุมท้อง“ปวดท้องอีกแล้วเหรอครับเสี่ย” ยศสพลถาม“อืม” ศิลาลืมตาแล้วเปิดขวดยาลดกรดขึ้นดื่ม“ผมว่าเสี่ยควรไปหาหมอนะครับ” เขาบอกเรื่องนี้กับเจ้านายรอบที่แปดสิบแปดแล้ว แต่เขาก็ไม่ยอมไปหาหมอสักที อย่างมากก็ให้เขาไปซื้อยามาให้ทานเท่านั้น“มึงก็รู้ว่ากูไม่ชอบหมอ”“งั้นเสี่ยก็ควรพักบ้าง ไม่ใช่นั่งทำงานหน้าดำคร่ำเครียดทั้งวันอย่างนี้” ยศสพลเห็นเขานั่งทำงานด้วยใบหน้าเคร่งเครียดมาเกือบเดือนแล้วคนตัวใหญ่เอนกายกับพนักพิงเก้าอี้ แหงนหน้ามองเพดานห้องอย่างเหนื่อยล้า “ยอดขายตกติดต่อกันมาเกือบปีแล้ว มึงจะให้กูทำหน้าชื่นตาบานได้ยังไงวะ” ถึงแม้บริษัทยังพอมีกำไรอยู่บ้าง แต่ยอดขายตกทุกเดือนเช่นนี้จะไม่ให้เขาเครียดได้อย่างไร“งั้นวันนี้เสี่ย
![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






