Share

บทที่2 ต้องมิใช่

last update Tanggal publikasi: 2024-11-27 17:50:10

แม้จะเป็นเรื่องมหัศจรรย์เกินกว่าจะเชื่อ และสับสนว่าเป็นจริงหรือไม่ แต่สุดท้ายเฉินอันหนิงก็ยึดเอาความคิดนี้เป็นเหตุผลอธิบายทุกสิ่งที่เกิดขึ้น

นางหวนกลับมาแล้ว… 

หวนกลับมาในวันวานที่ยังคงสงบสุข

นอกจากเสด็จแม่ที่จากไปเพราะอาการเจ็บป่วย ทุกคนยังคงอยู่และเกมชิงอำนาจก็ยังมิได้เริ่ม…มีเพียงการช่วงชิงความโปรดปรานเพื่อตำแหน่งฮองเฮาที่ว่างอยู่เท่านั้น

ดีล่ะ ในเมื่อได้หวนกลับมาในวันคืนเก่า นางจะไม่ยอมให้เหตุการณ์มันเป็นเช่นเดิมอีก

ไม่มีวัน!!!

นางขอเอาชีวิตใหม่เป็นเดิมพัน !

“อะแฮ่ม” ปล่อยให้เงียบกันอยู่ไม่นานเฉินไท่เสียนฮ่องเต้ก็กระแอมขึ้นหลังจากที่เถียงไม่ออกมาครู่ใหญ่ บุรุษสูงศักดิ์กว่าคนทั้งแผ่นดินหันมาหาธิดาองค์โตก่อนจะเอ่ยเสียงอ่อนโยน “พ่อยอมรับว่าพ่อผิด เจ้าก้อนแป้งยกโทษให้พ่อได้หรือไม่ พ่อสัญญาว่าจะไม่ทำผิดต่อเจ้าอีก”

เจ้าก้อนแป้งของโอรสสวรรค์ลอบสูดหายใจหนัก ๆ ทันทีที่คิดได้ว่าตนควรทำสิ่งใด นางเชิดหน้าบ่ายหนีพร้อมทั้งยกมือกอดอกอย่างเอาแต่ใจก่อนจะเอ่ยอย่างแสนงอน “หนิงเอ๋อร์ไม่ยกโทษให้เสด็จพ่อหรอกเพคะ เสด็จพ่อรักน้องคนใหม่มากกว่าหนิงเอ๋อร์”

“โธ่ เจ้าก้อนแป้ง พ่อจะไปรักผู้ใดมากกว่าเจ้าได้”

“แต่เสด็จพ่อผิดสัญญากับหนิงเอ๋อร์เพราะน้องคนใหม่ นั่นก็ยืนยันแล้วว่าเสด็จพ่อรักผู้ใดมากกว่าหนิงเอ๋อร์ เสด็จป้าก็มองออกใช่หรือไม่เพคะ”

“ใช่...การกระทำของฝ่าบาทล้วนชัดเจนอยู่แล้ว” หรงกุ้ยเฟยที่ยืนเงียบอยู่นานส่งเสียงเมื่อหลานสาวขอแรงสนับสนุน องค์หญิงใหญ่แห่งแคว้นเฉินลอบมองพระบิดาที่หันไปมองค้อนผู้เป็นสนมก่อนจะเชิดหน้าแสนงอน

ชาติก่อนแม้จะเย็นชาแต่หรงกุ้ยเฟยออกปากแทนนางอยู่หลายเรื่อง ยามที่นางถูกช่วงชิงช่วงเวลาสำคัญกับฮ่องเต้ไป หากแต่ที่ผ่านมานางกลับมิได้ใช้โอกาสที่หรงกุ้ยเฟยมอบให้มาใช้ให้เป็นประโยชน์เลยสักครั้ง

ไม่ว่าเสด็จพ่อจะผิดสัญญากับนางกี่ครั้งกี่หนเพราะเฉินซูเหมยและมารดาเล่นเล่ห์รั้งตัว นางก็ยอมอภัยให้เสด็จพ่อเสมอ นานวันเข้าพระองค์จึงมิค่อยใส่พระทัยกับนางเท่าทีควร ด้วยรู้ว่าไม่ว่าเกิดเหตุอันใดนางก็จะก้มหน้ายินยอมและไม่ถือสาใด ๆ 

มันจะไม่เป็นเช่นนั้นอีก นางจะไม่มองข้ามความหวังดีของหรงกุ้ยเฟยอีก และจะไม่ยอมให้ผู้ใดมาแย่งชิงเสด็จพ่อไปอีก ธิดาองค์โตเช่นนางเป็นที่รักของเสด็จพ่อมาโดยตลอด…และจะเป็นตลอดไป

“หนิงเอ๋อร์จะไม่หายโกรธเสด็จพ่อหรอกนะเพคะ ไม่หายโกรธอย่างแน่นอน”

“โธ่ ลูกรัก พ่อเพียงรู้สึกผิดต่อนาง ที่ปล่อยให้นางเติบโตมานอกวัง มิใช่เพราะพ่อหลงนางจนลืมเจ้า ในโลกนี้มิมีผู้ใดที่พ่อรักมากไปกว่าเจ้า เชื่อพ่อสิ”

“หนิงเอ๋อร์ไม่เชื่อ” นางพูดแล้วก็ล้มตัวนอนและหันหลังให้ หมายมาดว่าจะไม่ยอมหันกลับไป

“โธ่ ลูกรัก พ่อต้องทำเช่นไรเจ้าถึงจะยกโทษให้พ่อ บอกพ่อมาสิ พ่อจะยอมทำทุกอย่าง”

“ทุกอย่างหรือเพคะ”

“ใช่ ทุกอย่างเลย บอกพ่อมาสิ อยากได้สิ่งใด” โอรสสวรรค์ผู้อยู่เหนือคนนับหมื่นพันหากแต่ยอมยกให้พระธิดาอยู่เหนือกว่าตอบไปโดยมิต้องคิด ไม่ว่าสิ่งใด หากเป็นสิ่งที่เจ้าก้อนแป้งต้องการมีหรือเขาจะไม่ยอม นางเป็นลูกคนแรก ซ้ำยังเกิดจากสตรีที่เขารักสุดหัวใจ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็รักนางที่สุด และรักที่สุดอย่างแท้จริงมิใช่เพียงลมปาก...หากนางขอบัลลังก์เขาก็พร้อมจะเขียนพระราชโองการยกให้

“เช่นนั้นต่อไปหากเสด็จพ่อจะไปหาฉินเจาอี๋และน้องซูเหมย เสด็จพ่อต้องบอกหนิงเอ๋อร์ก่อน หากหนิงเอ๋อรไม่ยินยอมห้ามเสด็จพ่อไปหาพวกนาง” นางยื่นเงื่อนไขโดยที่ยังไม่ยอมหันกลับมามองบุรุษสูงศักดิ์ ออกจะใจร้ายกับเฉินซูเหมยที่ตอนนี้เพิ่งห้าหนาวอยู่มาก แต่อันหนิงตัดสินใจแล้วว่านางจะไม่แยแสสงสารให้น้องสาวผู้นั้นอีก ต่อให้ต้องมีชื่อเสียงเป็นองค์หญิงใหญ่ผู้ร้ายกาจติดตัวก็ตาม

ชีวิตก่อนเพราะเฉินซูเหมยรั้งเสด็จพ่อเอาไว้ได้นานวันไปผู้คนจึงพูดกันว่าน้องสาวผู้นั้นคือธิดาองค์โปรด ผู้ใดจึงไม่กล้าขัดใจนางและมารดา รวมถึงนางด้วย เพราะอ่อนแอและโง่เขลานางจึงถูกพี่น้องคนอื่น ๆ กลั่นแกล้ง มีเพียงเฉินซูเหมยที่ออกหน้าปกป้องได้ นางจึงต้องพึ่งพางูพิษผู้นั้นและถูกหลอกใช้รับผิดแทนอยู่หลายเรื่อง

ไม่มีอีกแล้วเหตุการณ์เช่นนั้น

ผู้ที่กุมพระทัยฮ่องเต้ไว้ได้ต้องมิใช่น้องสาวผู้นั้น

“หากเสด็จพ่อไม่รับปาก เช่นนั้นหนิงเอ๋อร์ก็ไม่มีสิ่งใดจะพูดอีกเพคะ ...เสด็จป้าซูหลาน หนิงเอ๋อร์ไปอยู่ตำหนักเสด็จป้าได้หรือไม่เพคะ” นางทำทีหันไปพูดคุยกับหรงกุ้ยเฟยโดยไม่สนใจโอรสสวรรค์อีก การทำเช่นนี้มันได้ผลเป็นอย่างดีทีเดียว เพียงแค่นางไม่ปลายตาไปมองเสด็จพ่อก็ลนลานจนต้องรับปากออกมา

“ลูกรัก พ่อรับปากเจ้า อย่าหมางเมินพ่อเช่นนี้เลย พ่อรับปากแล้ว”

“ทรงแน่พระทัยนะเพคะว่าจะรักษาสัญญากับองค์หญิง” หรงกุ้ยเฟยเอ่ยขึ้นเป็นการถามย้ำ โอรสสวรรค์ตรัสแล้วไม่คืนคำ หากคำที่พูดพระองค์ทำไม่ได้ก็รีบถอนคำพูดเสีย ไม่เช่นนั้นนางนี่แหละจะเป็นผู้เล่นงานพระองค์เอง

สายตาของกุ้ยเฟยตระกูลหรงบอกเช่นนั้น เฉินอันหนิงที่มองผู้เป็นป้าอยู่ทำเพียงลอบยิ้ม นี่คือพยานชั้นดีหากเสด็จพ่อกล้าผิดคำพูด นางมั่นใจว่าต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่…เสด็จพ่อจะไม่มีทางได้ไปหาเฉินซูเหมยอีกแน่

“หึ โอรสสวรรค์พูดแล้วไม่คืนคำ หากเราผิดสัญญากับองค์หญิง เจ้านำไปฟ้องร้องผู้คนทั้งแผ่นดินได้เลยหรงกุ้ยเฟย”

“เสด็จพ่อรับปากแล้วนะเพคะ”

“ใช่แล้วลูกรัก ขอแค่เจ้ายกโทษและไม่หมางเมินใส่พ่อ พ่อทำให้เจ้าได้ทุกอย่าง”

“เช่นนั้น…หนิงเอ๋อร์ยกโทษให้เสด็จพ่อก็ได้เพคะ” เฉินอันหนิงไม่เพียงหันมาหาผู้เป็นพ่อแต่ยังเดินเข้ามากอดอย่างออดอ้อนเอาใจ เพียงได้เห็นท่าทีเช่นนั้นฮ่องเต้ไท่เสียนก็แทบจะละลายลงตรงนั้น

เจ้าก้อนแป้งของเขาช่างน่าเอ็นดูยิ่ง

แล้วเขาจะกล้าทำร้ายนางได้อย่างไรกันเล่า

องค์หญิงพระองค์โตถูกผู้เป็นบิดาอุ้มขึ้นมากอดด้วยความรักใคร่ นางใช้โอกาสนั้นสบตากับหรงกุ้ยเฟยที่คลี่ยิ้มมุมปากมองอยู่ ก่อนจะส่งยิ้มที่เข้าใจกันให้

เป็นรอยยิ้มที่แปลกไปจากปกติ…

เป็นรอยยิ้มที่มีความหมายลึกซึ่งอย่างที่ผู้ใดมิคาดคิด

ความหมายนั้นมิใช่อื่นใด เป็นการบอกว่า…จากนี้ไปพวกเราอยู่ข้างเดียวกัน นางจะไม่อ่อนแออีกแล้ว

และมากไปกว่านั้นอันหนิงอยากจะบอกผู้เป็นป้าเหลือเกินว่าจากนี้ไปเสด็จป้ามิต้องห่วงอันใดนางอีกแล้ว นางจะแข็งแกร่งเพื่อปกป้องน้องสามและพระนางเอง

ผู้ที่จะต้องไปอยู่ตำหนักเย็นต้องมิใช่พระนาง

ผู้ที่ได้รับพระราชทานผ้าขาวก็ต้องมิใช่พระนางเช่นกัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่12 พบไท่จื่อ

    แยกจากจวนมารดาโอวหยางเหวินหลงก็มุ่งหน้าไปยังร้านเครื่องประดับ เดิมทีแล้วบุรุษอย่างเขามิมีความคิดจะเข้าร้านเครื่องประดับเลยแม้แต่น้อย แต่ยามนี้เมื่อนึกถึงพิธีปักปิ่นของศิษย์หญิงเพียงคนเดียว เขาที่เป็นอาจารย์ จะไม่มีปิ่นให้นางได้อย่างไร“มิคิดว่าจะพบท่านในที่เช่นนี้ ท่านพี่เหวินหลง” กำลังใช้ความคิดว่าจะซื้อปิ่นแบบใดให้เจ้าปีศาจน้อยเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นขัดทำให้โอวหยาง เหวินหลงต้องหันไปปลายตามอง มีไม่กี่คนหรอกที่รู้หน้าคร่าตาเขา คนที่มาทักจึงเป็นผู้ที่เขาไม่สนใจมิได้“ถวายพระพรองค์ไท่จื่อ” เจ้าสำนักศึกษาเฟยผิงเอ่ยเสียงไม่ดังนักพร้อมกับยกมือทั้งสองขึ้นประสานทำความเคารพ อีกฝ่ายไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นรัชทายาทของแคว้นลั่วหยางแห่งนี้อย่างลั่วหยางหยงจิ้นซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าชายที่อายุน้อยกว่าเขานั่นเอง“พี่เหวินหลงอย่าได้มากพิธี ตามสบายเถิด”“เหตุใดไท่จื่อผู้สูงศักดิ์จึงมาอยู่ที่นี่เล่า”“ข่าวว่าบุตรีสกุลหยวนจะปักปิ่น เสด็จพ่อจึงมีรับสั่งให้ข้าไปร่วมพิธีในครั้งนี้ด้วย ข้าก็เลยมาเลือกดูปิ่น” รัชทายาทหนุ่มตอบด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนที่ผู้คนต่างก็ได้พบเห็นบ่อย ๆ จนหลงคิดไปว่าโอรสฮ่องเต้พระองค์นี้ทรงอ่อนโยนและใ

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่11 นางแต่งให้ชินอ๋องมิได้

    หลังจากที่นายหญิงไป๋เซียนกลับมาถึงตำหนักฮวาเซียนซึ่งเป็นที่พำนักที่เสด็จน้าฮ่องเต้ของนางประทานให้นางก็ได้พบกับบุตรชายที่ถอดหน้ากากออกดื่มด่ำชารสชาติกลมกล่อมและโอวหยางจิ้นหลงผู้เป็นพ่อซึ่งถูกฮ่องเต้ขอร้องให้เข้ามาอยู่ในเมืองหลวงหลังจากมอบตำแหน่งให้แก่บุตรชายอยู่ภายในสวนนายหญิงไป๋เซียนมองไปยังบุตรชายที่ดูคล้ายเทพเซียนก่อนจะคลี่ยิ้ม บุตรีขุนนางที่นางเคยไปทาบทามสู่ขอไร้วาสนานักจึงไม่รู้ว่าภายใต้หน้ากากของลูกนางนั้นคือเทพเซียนที่หล่อเหลายิ่งกว่าพานอิน“เจ้ามาแล้วรึอาหลง”“ขอรับท่านแม่” เหวินหลงตอบรับก่อนจะถามกลับ “ท่านไปที่ใดมาหรือท่านแม่”“แม่ไปหาอาจิ้งมา ข่าวว่าบุตรสาวของเขากับฮวาเอ๋อร์จะกลับมาเข้าพิธีปักปิ่นหลังจากหายไปหลายปีแม่จึงอยากเห็นหน้าคร่าตาสักครั้ง อ้อ เจ้ามาผู้เดียวรึ เจ้าลูกเจี๊ยบทั้งห้าของเจ้ามาด้วยหรือไม่ มิได้เจอะเจอกันถึงสองปี นังหนูเฟยเฟยออกจากถ้ำฝึกตนรึยัง”“แล้วท่านได้เห็นหน้าคุณหนูใหญ่สกุลหยวนหรือไม่” เหวินหลงไม่ตอบแต่กลับถามกลับ ใบหน้าหล่อเหลายามนี้เคร่งเครียดขึ้นอย่างมิอาจห้ามได้...เขาลืมบอกมารดาไปเรื่องนึงสิน“เฮ้อ น่าเสียดาย ตอนแม่ไปชินอ๋องเองก็ไปแถมยังนำราชโองกา

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่10 นายหญิงไป๋เซียนและชินอ๋อง

    เมื่อจิวเฟยและทุกคนถูกนำไปยังที่พักหยวนจิ้งก็ต้องกลับมายังห้องโถงอีกครั้งเมื่อรับรู้ถึงการมาของสองบุคคลสำคัญ“หยวนจิ้งคารวะอาจารย์หญิง ถวายพระพรชินอ๋องพะย่ะค่ะ”บุคคลสำคัญที่ว่า หนึ่งคือลั่วหยางหยงฉี ชินอ๋องแห่งแคว้นลั่วหยาง บุรุษผู้เป็นรองเพียงฮ่องเต้และยังเป็นฐานอำนาจของลั่วหยางหยงจิ้น องค์ไท่จื่อแห่งแคว้นลั่วหยางส่วนอีกหนึ่งคือชุนไป๋เซียนหรือท่านหญิงไป๋เซียน ธิดาขององค์หญิงไป๋ซิงพระธิดาพระองค์เดียวของลั่วหยางหยงเจี้ยน อดีตฮ่องเต้พระองค์ก่อน กับฮ่องเต้องค์ปัจจุบันนั้นนางคือหลานสาวที่หย่งไท่ฮ่องเต้ให้ความเอ็นดูที่สุดและนอกจากจะเป็นท่านหญิงที่ฮ่องเต้รักใคร่แล้วนางยังมีอีกตำแหน่งที่ผู้คนทั่วไปรู้จักกัน....นายหญิงแห่งสกุลโอวหยาง มารดาของโอวหยางเหวินหลง“ลุกขึ้นเถิดท่านแม่ทัพ” ชินอ๋องเอ่ยพร้อมกับส่งยิ้มให้กับบุคคลอื่น ๆ ที่นั่งอยู่ภายในห้องโถง ซือซิงมองชินอ๋องวัยยี่สิบสี่ด้วยท่าทีเขินอาย นางพึงใจในตัวชินอ๋องและมาดหมายจะเป็นชินหวางเฟย นางจะได้มีอำนาจมากกว่าจิวเฟยที่ไม่แม้แต่จะเอ่ยอันใดกับนาง และนางต้องได้“ข้ามาวันนี้ก็เพื่อนำราชโองการของเสด็จพ่อมามอบให้ท่าน” ชินอ๋องกล่าวในขณะที่คนมาพร้

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่9 พบปะครอบครัว

    เมื่อก้าวเข้าไปภายในห้องโถงของจวนจิวเฟยก็ได้เห็นร่างกายสูงตระหง่านของบิดานั่งอยู่โดยมีสตรีไม่คุ้นหน้านั่งอยู่เคียงข้างถัดไปจึงเป็นจินลั่วอวี้ฮูหยินรองที่นางเรียกติดปากตั้งแต่เล็กว่านางจิ้งจอกและเด็กหนุ่มสองคนกับเด็กสาวอีกสองคนที่คงจะเป็นน้อง ๆ ของนาง“ซือซือ” หยวนจิ้งเอ่ยก่อนจะลุกขึ้นก้าวเข้ามาหาจิวเฟย เขาดูแก่ขึ้นมาก ผิดกับรูปร่างสง่างามเมื่อยามที่นางยังเด็ก เมื่อได้เห็นหน้าบิดาใกล้ ๆ จิวเฟยก็รู้สึกคิดถึงขึ้นมาดื้อ ๆ ทว่านางหาได้ก้าวเข้าไปกอดบิดาไม่จิวเฟยทำเพียงคารวะตามธรรมเนียมด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “จิวเฟยคารวะบิดา”“จิวเฟย?”“สิบปีก่อนท่านยอบรับกฎดังนั้นแล้วตัวข้าคือจิวเฟย หาใช่ซือซือไม่” นางตอบกลับ หยวนจิ้งหน้าเสียไปครู่ก่อนจะยิ้มอีกครั้ง“นั่นสินะ ข้าเลอะเลือนเสียจริง มาเถอะจิวเฟย พ่อจะแนะนำให้เจ้ารู้จักน้อง ๆ”นางเดินตามบิดามาหยุดตรงหน้าเด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่านางราวปีกว่าด้วยความรู้สึกคิดถึงก่อนที่หยวนจิ้งจะเอ่ย “นี่ซือจิ้น เจ้าจำน้องได้หรือไม่?”“หยวนซือจิ้น ข้าจำได้ เจ้าเหมือนบิดามากกว่าท่านแม่เสียอีก” นางเอ่ยพร้อมกับยื่นมือไปจับมือของเด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปีด้วยความคะนึงหา หยวน

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่8 หวนคืนสกุลหยวน

    หลักจากพ้นโทษจิวเฟยก็ต้องเตรียมตัวลงเขาเพื่อที่จะกลับไปเข้าพิธีปักปิ่นอย่างคนจำใจ ตั้งแต่ถึงวัยปักปิ่นบิดาเพียรส่งจดหมายอ้างเหตุผลร้อยแปดให้นางลงเขาแต่นางก็ไม่ตอบรับมาโดยตลอด คราวนี้นางก็ไม่คิดที่จะตอบรับเช่นเคยแต่เพราะคราวนี้ผู้เป็นอาจารย์มีเหตุผลให้ต้องลงเขานางจึงเลี่ยงอีกไม่ได้...จำต้องลงไปเข้าพิธีปักปิ่นทั้งที่ไม่เคยคิดว่าจำเป็นเพื่อไม่ให้อาจารย์ขุ่นเคืองจนส่งนางไปช่วยผู้เฒ่าหมื่นพิษทดสอบพิษลงเขาดีกว่าไปหุบเขาพิษยิ่งนักเหตุผลที่โอวหยางเหวินหลงลงเขาในครั้งนี้เป็นเพราะมารดาของเขาที่อยู่เมืองหลวงส่งข่าวมาให้เขาลงไปหา และอีกเหตุผลหนึ่งก็เพราะจดหมายของหยวนจิ้งที่ส่งมาให้เขา...ศิษย์พี่ขอร้องให้เขาช่วยพาบุตรสาวลงเขาไปหาสักครั้งแน่นอนว่าเรื่องจดหมายขอร้องเขามิได้บอกเล่าให้ศิษย์หญิงเพียงคนเดียวได้ฟัง สิ่งที่เขาบอกจึงมีเพียงว่าเขาจะไปพบบิดาและมารดาและมีเรื่องที่จำเป็นต้องให้ศิษย์ทั้งห้าติดตามไปช่วยจัดการ...ด้วยเหตุนี้จิวเฟย จึงไม่มีข้ออ้างให้บ่ายเบี่ยงจิวเฟยเคยลงเขามาแล้วหลายครั้งเพื่อคุ้มกันคนและสืบข่าวลับ บ้างก็ลงไปเพื่อสืบดูหน้าตาคุณสมบัติของคุณหนูจวนขุนนางที่มารดาของอาจารย์คิดจะทาบท

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่7 เรียกตัวไปปักปิ่น

    ดวงตางดงามแต่แฝงความนิ่งสงบมองจดหมายประทับตราสกุลหยวนที่อยู่ในมือของผู้เป็นอาจารย์แล้วก็พลางอ่อนอกอ่อนใจ จดหมายเช่นนี้ถูกส่งมาบ่อยนักอ้างโน่นอ้างนี่มาในจดหมายจุดประสงค์ก็เพื่อให้นางหวนกลับ...วันนี้ก็ส่งมาอีกแล้วคราวนี้เอาอันใดมาอ้างอีกเล่า“บิดาเจ้าส่งจดหมายมาให้เจ้ากลับไปเข้าพิธีปักปิ่นพร้อมน้องสาว” เหวินหลงเอ่ยพร้อมกับยื่นจดหมายให้แก่ศิษย์เอกหญิงเพียงคนเดียวที่ยามนี้เติบโตขึ้นมาเป็นหญิงงามล่มเมืองจนศิษย์สายอื่นเพียรส่งถังหูลู่มาให้เป็นการเกี้ยวอยู่บ่อยครั้งจิวเฟยที่รับจดหมายมาเปลี่ยนสีหน้าจากอ่อนอกอ่อนใจเป็นสีหน้างุนงงอย่างโง่งมในทันที “ปักปิ่น?”“อะไรกันน้องเล็ก เจ้าไม่รู้รึว่าสตรีต้องผ่านพิธีปักปิ่นน่ะ” เมื่อจิวเฟยมีสีหน้าที่งุนงงศิษย์พี่ใหญ่จึงถามไปอย่างล้อเลียน“ใช่ การปักปิ่นเป็นการบ่งบอกว่าเจ้าพร้อมจะเป็นเจ้าสาวแล้ว พอเจ้าปักปิ่นแล้วเจ้าก็จะมีเหย้ามีเรือนได้ เอ๋ เอ๋ เอ๋ หรือบิดาเจ้าจะคิดให้เจ้าแต่งงาน อ่า ข้าสงสารน้องเขยในอนาคตของข้ายิ่ง ที่จะได้เจ้าไปเป็นฮูหยิน” จิวหลินเสริมก่อนจะถูกน้องหญิงคนเดียวมองค้อน“ได้ข้าเป็นฮูหยินแล้วมันเป็นอย่างไรกัน!”“ก็เจ้ามันนางปีศาจอย่างไรเล่

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่62 หมายชีวิต

    หอสุราเทียนหลินคือหอสุราหนึ่งในสามอันดับต้น ๆ ของต้าเฉิน ยิ่งฟ้ามืดก็ยิ่งคึกคัก ด้านล่างเต็มไปด้วยเสียงเจือยแจ้วของคอสุราที่มาดื่มกินสังสรรค์โดยไม่รับรู้เลยว่าด้านบนได้มีการเปิดต้อนรับเหล่าเชื้อพระวงค์ถึงเก้าพระองค์ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีใครล่วงรู้เลยจร

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่61 ศิษย์สำนักเฟยผิง

    หอเทียนหลินเมื่อการประชุมหารือราชการจบลง เหล่าขุนนางก็กลับไปทำงานในหน้าที่ บ้างก็กลับจวน ส่วนเหล่าอ๋อง...ถูกพี่สาวเรียกมาหอเทียนหลินเฉินอันหนิงยิ้มกว้างเมื่อกวาดตามองเหล่าน้องชายทีละคน วันนี้ช่างเป็นวันดี เจ้าลูกเจี๊ยบของนางมากันครบ

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่60 ไป๋อ๋อง

    ตำหนักอันหนิงอากาศยามเช้าในวันหิมะตก ไม่ดีหนัก แต่ถึงแม้จะอยากซุกตัวอยู่ในผ้าห่มผืนหนาสักเท่าไหร่เฉินอันหนิงก็ต้องฝืนตัวเองลุกขึ้นมา ด้วยว่าวันนี้เป็นวันที่นางมั่นใจว่าน้องชายคนที่ห้าจะมาเข้าเฝ้ากลางดึกที่ผ่านมาเค่อซินมารายงานว่าเฉิ

  • เฉินอันหนิง องค์หญิงผู้หวนคืน   บทที่57 รองแม่ทัพหรง

    เฉินอันหนิงมองสองพี่น้องที่ตัวสั่นเป็นลูกนกก่อนจะยิ้มขำ ดูเอาเถิดท่าทีในตอนนี้แตกต่างจนน่าใจหาย “เอาเถิด พวกเจ้าลุกขึ้นได้ ข้ามิได้ขุ่นเคืองอันใด แต่สิ่งที่ข้าบอกพวกเจ้าไป อย่าได้ลืมเล่า”“พวกเราจะจดจำและทำตามเพคะ”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status