Home / แฟนตาซี / เซียนสาวเจ้าโอสถ / ตอนที่ 5 เจ้าผอมแห้วบำรุงมากหน่อย

Share

ตอนที่ 5 เจ้าผอมแห้วบำรุงมากหน่อย

last update publish date: 2026-07-16 09:48:02

แต่สำหรับซุ่นยวี่เหอนั้นก็รู้สึกว่าคำพูดนี้ขององค์ชายฟังออกจะทะแม่งๆ แต่ก็คิดไม่ออกว่าแปลกตรงไหน เลยต้องน้อมรับคำสั่งสอนแบบงงๆ

องค์ชายเสเพลไม่เอาไหนอันดับหนึ่งของอู่เฉิงรู้เรื่องมารยาทของราชวงศ์ชนชั้นสูงไม่ใช่เรื่องแปลกเท่าไร แต่เด็กสาวของตระกูลหลินที่อยู่แต่ในจวนหลินคนนี้มาตลอดสิบกว่าปี?

หลินจื่อเหยาลืมตา สีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อยนางขยับเปลี่ยนท่านั่งยกมือขึ้นเท้าคางด้วยท่าทางเหนื่อยหน่าย "แม่นมชราวัยหกสิบสั่งสอนมาหน่ะ”

มู่หรงเว่ยหมินพิงพนัก ยิ้มพลางพูด “ชีวิตของคุณหนูรองหลินฟังดูแตกต่างดีนะ”

หลินจื่อเหยาไม่ตอบอีกต่อไป

ช่วงเวลากว่าหนึ่งเค่ออาหารก็ออกมาครบ

ภายในร้านฮั่นเก๋อชั้นหนึ่งถึงสามไม่มีห้องส่วนตัว แต่ละโต๊ะค่อนข้างจะห่างกันมีชั้นละสามสิบโต๊ะ ข้างโต๊ะวางเตาเครื่องหอมที่ใส่ตามความชอบของลูกค้า

ด้านข้างยังมีสะพานหินธารน้ำไหลขนาดเล็ก หากตัดเสียงของผู้คนออกไป ก็จะทำให้บรรยากาศคล้ายกับการนั่งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ

หลินจื่อเหยาหันหน้าไปมอง ดวงตาวูบไหวเล็กน้อย ดอกหอมหมื่นลี้ โรสแมรี่ ไม้กฤษณา ลาเวนเดอร์ ไม้จันทน์...ทั้งหมดเป็นสมุนไพรที่ช่วยทำให้ใจสงบ เห็นได้ชัดว่าตั้งใจเตรียมไว้

เพียงเวลาแค่ชั่วครู่นางก็รู้สึกดีขึ้นมากทีเดียว

หลินจื่อเหยาหลุบตาลง ครั้งแรกที่นางมาโลกมนุษย์เป็นช่วงกลางศตวรรษที่สิบห้า นางนึกไม่ถึงว่าตัวเองยังจะได้มายังโลกมนุษย์อีกครั้ง

อย่างไรเสียเดิมทีนางก็เป็นคนที่ต้องตายอยู่แล้วมีชีวิตอยู่ได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่จะทำอย่างไรให้ชีวิตที่สี่นี้ของตนได้มีชีวิตที่ยืนยาวเสียหน่อย

เนื่องจากบาดเจ็บสาหัสจนถึงขั้นดวงวิญญาณแหลกสลาย จิตรู้สำนึกของนางนั้นจึงสูญหายไป วันนี้เพิ่งจะตื่นขึ้นมา แต่หลังจากตื่นมาสถานการณ์ก็อนาจพอสมควร

อาการเลือดพร่อง ขาดการบำรุงดูแลอย่างยาวนานทำให้ร่างนี้อ่อนแอมาก ถึงขนาดเรียกได้ว่าพรุนไปหมดทั้งตัว แค่ถูกแตะก็แตกเป็นเสี่ยงๆ ได้

นางต้องใช้สมุนไพรหยกศิลาจำนวนมากเพื่อปรับร่างกาย ฟื้นฟูเลือดลม

แต่นางไม่มีเงิน

เมื่อก่อนนางเคยหลอมยาวิเศษออกมาไว้จำนวนไม่น้อยที่ยุโรป แต่ก็นั่นแหล่ะผ่านไปแล้วครุ่นคิดอยู่สักพักแล้วถามขึ้น

"เมืองอู่เฉิงมีสถานที่ที่เหมาะแก่การหาเงินหรือไม่?"

“เยอะมาก เจ้าคงอยู่แต่ในจวนไม่ได้ออกไปไหนเลยสินะ"

"ขยะอย่างข้า ออกไปไหนได้ด้วยหรือ? แค่โผล่หน้าออกมาจากเรือนคนในจวนก็ไม่อนุญาตแล้ว"

ซุ่นยวี่เหอจุกไปอีกครั้ง “ดื่มนี่สิ” มู่หรงเว่ยหมินยื่นน้ำพุทราลำไยให้หนึ่งชาม หลังจากเห็นนางรับไปถึงพิงเก้าอี้ไม้ไผ่

“นี่ คุณหนูรองหลิน ปีนี้เจ้าอายุสิบสามจะสิบสี่ปีแล้วใช่หรือไม่” ซุ่นยวี่เหอเงียบไปสักพัก ลองคำนวนดูแล้วพูดต่อ “แต่ถ้านับดูแล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ข้าเคยได้ยินแค่เพียงว่าเจ้าร่างกายอ่อนแอ ได้เห็นวันนี้แล้วเจ้าคงป่วยหนักมากแล้วจริงๆ”

หลังจากเขาพูดจบเขาก็เงียบไปสักพักจากนั้นเขาก็เริ่มพูดต่อ "แล้วที่ผ่านมา เหตุใดคนในจวนถึงบอกว่าเจ้าเป็นสตรีร้ายกาจทำร้ายพี่สาวของเจ้าตลอดที่มีโอกาสกันได้เล่า แม้แต่แรงจะเดินเจ้าก็ยังไม่มี" พอกล่าวออกมาเช่นนี้แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังตกใจ

เรื่องที่คุณหนูใหญ่ตระกูลหลิน หลินเสี่ยวเซวียนเป็นคู่หมั้นกับองค์รัชทายาทนั้นทั้งเมืองอู่เฉิงไม่มีผู้ใดไม่รู้แม้ว่าเรื่องพึ่งจะถูกประกาศออกไปก็ตาม

ดังนั้นบรรดาคุณหนูคุณชายผู้คนในเมืองหลวงต่างก็ไม่พอใจเมื่อมีข่าวกระจายออกมาว่าคุณหนูใหญ่หลินเสี่ยวเซวียนถูกคุณหนูรองทำร้ายมาตลอดล่าสุดคือผลักตกบึงใหญ่ท้ายจวนหลินจนสลบไปหลายวัน

อีกทั้งคุณหนูรองหลินนางยังไปยั่วยวนองค์รัชทายาทที่เป็นคู่หมั้นของพี่สาวของตนเองด้วย

แต่หากจะคิดให้รอบคอบมากเสียหน่อย คุณหนูใหญ่หลินเสี่ยวเซวียนหญิงงามอันดับหนึ่งซึ่งเป็นหญิงสาวที่เก่งศิลปะทุกด้านเป็นที่ชื่นชอบของผู้นำตระกูลหลินทั้งผู้เฒ่าตระกูลหลิน ไหนจะองค์รัชทายาทอีกจะยินยอมให้คุณหนูรองรังแกได้ง่ายๆ?

สตรีที่แม้แต่ยุงยังแตะต้องไม่ได้ แล้วจะเป็นไปได้อย่างไรที่ปล่อยให้คุณหนูรองทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสดั่งข่าวลือ

หลังจากครุ่นคิดไปสักพักซุ่นยวี่เหอเอ่ยถาม “พี่ใหญ่หลิน คนตระกูลหลินพูดดำเป็นขาวให้ร้ายเจ้ามาตลอดเลยใช่หรือไม่?"

พอเอ่ยถึงตรงนี้เขาเองกลับเอ่ยอะไรไม่ออกอีก มองหลินจื่อเหยาแล้วเขาก็กระพริบตา"รังแกคุณหนูใหญ่ ทุบตีคุณหนูใหญ่ ใส่ร้ายคุณหนูใหญ่ ผลักคุณหนูใหญ่ตกน้ำ ยั่วยวนองค์รัชทายาท...."

หลินจื่อเหยาค่อยๆ ดื่มน้ำพุทราลำไยจนหมด หรี่ตาหงส์ลงท่าทางกลับไม่ทุกข์ร้อนแล้วเอ่ยช้าๆ “ไม่น่าจะแค่นั้นมั้ง”

พลังชีวิตของร่างนี้ถูกใช้จนหมดตอนที่นางฟื้นขึ้นมาพอดีตอนนี้ก็แค่พอฟื้นฟูกลับมาได้บ้าง แสดงให้เห็นว่าเสื่อมโทรมไปถึงขั้นไหนแล้ว

ภายในใจของซุ่นยวี่เหอมีหลากหลายความรู้สึกปนเปกัน สกุลหลินเป็นขุนนางระดับสูงในราชสำนัก เลี้ยงดูบุตรสาวสายตรงอย่างนี้หรือ

ไม่ใช่ว่าปล่อยให้นางค่อยๆ สิ้นใจตายไปจากการอดอาหารหรอกหรือ?

ช่วงหลายปีมานี้พวกเขาเห็นด้านมืดของตระกูลขุนนางใหญ่จนชินแล้ว บางตระกูลยังมีเรื่องที่สกปรกโสมมยิ่งกว่านี้อีก

ซุ่นยวี่เหอถอนหายใจ เรียกเสี่ยวเอ้อมาพยายามเอาใจ "ลูกพี่กินเยอะๆ เลยนะองค์ชายห้ากล่าวถูก ลูกพี่ต้องบำรุงเลือดให้ดี”

หลินจื่อเหยามองจานผัดตับหมูที่นางกินหมดด้วยความยากลำบากได้ถูกเติมจนเต็มอีกครั้ง

“...”

เวลานี้ทางด้านหน้าประตูของร้านฮั่นเก๋อได้ถูกเสียงอื้ออึงของผู้คนดึงดูด เสียงฝีเท้าหนักๆ ค่อยๆ ก้าวเดินขึ้นบันไดมายังชั้นที่พวกเขานั่นรับประทานอาหารอยู่

ร่างสูงสง่าค่อยๆ ปรากฎขึ้นมีองครักษ์เดินตามด้านหลังของเขามาสี่คน

รูปร่างของเขาสง่าผ่าเผย ใบหน้าของเขาหล่อเหลาเย็นชา หน้าตาเคร่งขรึม ต่อให้เป็นเหลาฝวูของร้านฮั่นเก๋อ ตอนที่เห็นคนที่มาเยือนก็ยังอดตกใจไม่ได้ ใบหน้านี้ คนทั้งเมืองอู่เฉิงไม่มีใครไม่รู้จัก

องค์รัชทายาทมู่หรงจินเหยียน ผู้สืบทอดราชบัลลังก์อันดับหนึ่งของราชวงศ์มู่หรงรวมหน้าตา ฐานะ อำนาจ ไว้ในตัวคนคนเดียว บุรุษที่สูงส่งหล่อเหลา บรรดาคุณหนูในจวนขุนนางน้อย ใหญ่ทั้งเมืองอู่เฉิงต่างอยากสมรสด้วย

เหลาฝวูเดินเข้าไปพูดด้วยความนอบน้อม "องค์รัชทายาทห้องส่วนพระองค์ของท่านจัดเตรียมเรียบร้อยแล้วพะย่ะค่ะ” มู่หรงจินเหยียนพยักหน้าแล้วเดินเข้าไป

"รัชทายาทพะย่ะค่ะ"

แต่ในขณะนั้นเอง ผู้ช่วยคนสนิทของเขาที่เดินตามหลังกลับเดินเข้ามากระซิบ

มู่หรงจินเหยียนขมวดคิ้ว แต่ก็ยังคงหันไปตามทางที่ผู้ช่วยของเขาพูดถึงทันใดนั้นสายตาก็ขรึมลง

เด็กสาวที่รูปร่างผอมบางนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ เห็นเพียงใบหน้าด้านข้าง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น สีหน้าดูต่อต้านมาก ส่วนคนที่นั่งอยู่ข้างของนางนั้น เขาเองก็รู้จักเป็นอย่างดี 'องค์ชายห้ามู่หรงเว่ยหมิน'

เขาออกท่องยุทธภพขาดการติดต่อมาเป็นเวลาสองปีกว่าแล้ว ดูท่าทางไม่ได้ก้าวหน้าขึ้นแม้แต่น้อย ไม่รู้ว่านึกอะไรขึ้นได้องค์รัชทายาทมู่หรงจินเหยียนขมวดคิ้วแน่นขึ้น

จากนั้นก็ค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไป องครักษ์และผู้ติดตามของเขาต่างก็ก้าวเดินตามเข้าไป ผู้ติดตามของจินเหยียนรู้จักนิสัยของเขาดีองค์รัชทายาทแต่ไหนแต่ไรไม่เคยแสดงความรู้สึกใดออกมาให้เห็นไม่ว่าจะทรงกริ้วมากเพียงใดพระองค์ก็จะทรงสีหน้าเรียบเฉย เรื่องในวันนี้เหนือความคาดหมายของเขาจริงๆ

ลู่เว่ย ผู้ช่วยของมู่หรงจินเหยียนเอ่ย

“องค์รัชทายาท?"

เขาก็ไม่รู้ว่าเหตุใดในยามค่ำคืนเช่นนี้ถึงได้พบคุณหนูรองตระกูลหลินมานั่งอยู่ในร้านอาหารกับบุรุษเช่นนี้ นี่ไม่ใช่จะทำให้ชื่อเสียงของตระกูลหลินเสื่อมเสียหรอกหรือ

ร้านฮั่นเก๋อในเวลานี้มีลูกค้าไม่มากแล้วเสี่ยวเอ้อต่างก็คอยบริการอยู่ข้างๆ ลูกค้าที่เหลือ

มู่หรงเว่ยหมินละสายตาจากจานอาหารกลับมาแล้วมองนางพร้อมกล่าว “กินอีกหน่อยดีหรือไม่”

หลินจื่อเหยาปฏิเสธอย่างไร้อารมณ์ "ไม่กินแล้ว"

“อย่าดื้อสิ ไม่กินมันจะไม่ดีต่อร่างกายของเจ้านะ”

“ไม่กิน!”

ซุ่นยวี่เหอ ".….…….."

เหตุใดวันนี้องค์ชายห้าถึงได้ดูอาการหนักขนาดนี้ ยังจะบังคับกึ่งล่อหลอกให้นางกินผัดตับหมูอีกหรือ?

พอเห็นเด็กสาวยืนกรานปฏิเสธ มู่หรงเว่ยหมินก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ลากเสียงยาวขึ้น “ไม่กินจริงหรือ..”

หลินจื่อเหยาดันจานไปไกลๆ "ปกติข้าก็ไม่ได้ไม่ชอบกินเครื่องใน"

แต่ตับหมูพวกนี้ค่อนข้างพิเศษจริงๆ หลังจากที่นางกินหมดหนึ่งจานสิบสองชิ้นก็รู้สึกว่าร่าง กายฟื้นฟูขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ถึงขั้นที่ได้ผลดีกว่านางฟื้นฟูตัวเองเสียอีก

แต่นางก็ทำใจยอมรับพวกเครื่องในไม่ได้จริงๆ นี่ก็ถึงขีดจํากัดของเนางแล้ว

"เช่นนั้นเจ้าก็ห่อกลับดีหรือไม่?" มู่หรงเว่ยหมินเคาะโต๊ะ ริมฝีปากผุดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“หากคืนนี้เจ้านอนไม่หลับก็ให้ลุกขึ้นมากินต่อได้อีก”

“พรวด” ซุ่นยวี่เหอพ่นน้ำ “องค์ชายห้าท่านไม่กลัวถูกลูกพี่ใหญ่ซัดหรือ? ”

"หืม?" พอได้ยินคำพูดนี้มู่หรงเว่ยหมินก็เงยหน้าขึ้น พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "สาวน้อย ข้าใจดีกับเจ้ามากขนาดนี้ เจ้ายังจะซัดข้าลงหรือ”

หลินจื่อเหยาเหลือบมองเขา ดวงตาราวกับเต็มไปด้วยสายฝนโปรยปรายนางค่อยๆ พูดขึ้น “ใช่ ทำไม่ลง”

มู่หรงเว่ยหมินหรี่ตา "หืม?”

ซุ่นยวี่เหอตกใจ

เขาดูผิดไปหรือไม่ เดิมทีคิดว่าแม่นางคนนี้จะเก็บอารมณ์เก่ง ผู้ใดจะรู้ว่ายังกล้าโต้กลับองค์ชายห้าด้วย สุดยอดเลย

และทันใดนั้นเองทางด้านข้างของโต๊ะก็ค่อยๆ ปรากฎร่างที่สูงสง่า ใบหน้าเคร่งขรึมขึ้น

...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เซียนสาวเจ้าโอสถ   ตอนที่ 205 ตอนจบ 3

    มู่หรงเหว่ยถิงไม่สนใจชายชุดดำเหล่านั้นนางหมุนกายก้าวเดินกลับมาที่ชายหนุ่มในชุดสีน้ำเงินที่ยืนอยู่เมื่อเห็นเด็กสาวเดินเข้ามา เด็กหนุ่มผู้นั้นก็ยกหน้าขึ้นช้าๆ ท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องลงมา ดวงหน้าเยาว์วัยของเขานิ่งขรึมไร้ซึ่งรอยยิ้ม แต่กลับงดงามจนเด็กสาวต้องเผลอชะงักลมหายใจผิวของเขาขาวสะอาดดุจหยกเนื้อดี ทว่าไม่ซีดเซียว กลับมีเลือดฝาดจาง ๆ ที่พวงแก้มดูมีชีวิตชีวา หน้าผากกว้างได้รูป แสดงถึงความเฉลียวฉลาด คิ้วดกดำเรียวยาวโค้งงามราวขีดพู่กันจากจิตรกรเอกรับกับดวงตาคมล้ำดั่งหมึกจิ้มจอก ทั้งแววตาสุขุมนั้นแลดูเกินวัยคล้ายซ่อนความลึกซึ้งไว้ภายใน คล้ายเคยผ่านเรื่องราวมากมายเกินกว่าบุรุษน้อยในวัยเดียวกันจะรับไหวขนตายาวสลวยขับเน้นนัยน์ตาสีดำสนิทดั่งหยกดำ เส้นผมยาวประบ่าผูกไว้หลวม ๆ ด้วยเชือกไหมสีเข้ม เมื่อสายลมพัดผ่าน กลุ่มผมก็กระเพื่อมตามจังหวะ เผยให้เห็นต้นคอขาวละมุนราวหยกหิมะจมูกโด่งสวยรับกับรูปหน้า ปากบางสีชมพูอ่อน เม้มแน่นคล้ายไม่คุ้นชินกับการสนทนา สายตาเมื่อจ้องมองเด็กสาวราวกับจะมองทะลุไปถึงจิตใจเขาไม่ได้แต่งกายหรูหรามากนัก เป็นผ้าเนื้อดีธรรมดาสีน้ำเงินปักลวกลายเรียบสะอาดสะอ้าน ทว

  • เซียนสาวเจ้าโอสถ   ตอนที่ 204 ตอนจบ 2

    มือของเขาที่โอบอยู่รอบเองของนางได้ลูบไล้ขึ้นลงเหมือนสายน้ำที่ไหลผ่านพาให้หลินจื่อเหยารู้สึกราวกับว่าเวลานี้นางกำลังถูกกระแสไฟฟ้าพาดผ่านชาไปทั่วทั้งตัวจากนั้นนิ้วเรียวยาวของเขาก็เคลื่อนมาด้านข้างกระตุกสายรัดเอวของนางออกสิบอึดใจผ่านไปมือไม้พัลวัน“ชุดเจ้าสาวชุดนี้ถอดยากพอสมควร” พอหลินจื่อเหยาเห็นเช่นนั้นก็เลิกคิ้ว “ฮูหยินรองกับฮูหยินจวนตระกูลห่าวช่วยสวมใส่ให้ข้ายุ่งยากพอสมควร”ตอนที่นางลงมาอยู่บนโลกมนุษย์ในยุคสมัยใหม่การสวมใส่เสื้อผ้านั้นค่อนข้างง่ายพอสมควรชุดเดรสยามคลุมเท้าชุดเดียวก็ไปไหนๆได้แล้วดังนั้นเมื่อสองปีก่อนนางจึงได้ออกแบบชุดเดรสแขนยาวนำไปให้ร้านตัดเย็บตัดมาส่งให้ ในทุกๆวันรอบสองปีนางมีเดรสสีขาว สีดำและสีฟ้ายาวครอบเท้าสวมใส่อย่างสม่ำเสมอนอกจากเพราะความเคยชินแล้วยังเพราะความสะดวกด้วยตอนนี้ชุดแต่งงานนี้เป็นการสวมตัวในหนึ่งชั้นตัวนอกหนึ่งชั้นและยังมีชุดคลุมอีกชั้นแต่ละชั้นล้วนมีเชือกผูกซ้ายผูกขวายุ่งยากมากตอนนี้นางกลับรู้สึกขอบคุณชุดที่ซับซ้อนแบบนี้ที่ให้เวลานางได้เตรียมใจและผ่อนคลายก่อนแต่ชั่วครู่ถัดมามือของมู่หรงเหว่ยหมินก็โอบเอวนางอีกครั้ง เงยหน้าขึ้นไปก็ถูกริมฝีปากบางก็ถ

  • เซียนสาวเจ้าโอสถ   ตอนที่ 203 ตอนจบ 1

    มู่หรงเหว่ยหมินจับมือหลินจื่อเหยาเอาไว้แน่น ยกยิ้มมุมปากเอ่ยกระซิบ “เหยาเหยาข้ารู้สึกตื่นเต้นมาก”ถึงแม้จะพูดแบบนี้แต่น้ำเสียงของเขาก็ยังคงดูไม่จริงจัง“หืม...” หลินจื่อเหยาเหลือบมองเขาผ่านผ้าโปร่ง “ท่านยังต้องอยู่ดื่มสุราต้อนรับแขกและส่งแขกอีกนะระหว่างนี้ท่านก็ก็ใจเย็นๆ”มู่หรงเหว่ยหมินครุ่นคิด “อืมก็จริง”หลังจากที่ส่งหลินจื่อเหยาเข้าห้องหอแล้ว มู่หรงเหว่ยหมินก็ถูกแม่ทัพน้อยไป๋และซุนยวี่เหอลากตัวออกไป ในห้องโถงจัดเลี้ยงมู่หรงจินเหยียนก็ถูกคุณหนูใหญ่ตระกูลไป๋ ไป๋เผยหนิงพระชายาของเขาประคองเข้ามา"น้องห้าพี่ใหญ่มาแสดงความยินดีกับเจ้า" น้ำเสียงของเขาแหบแห้งร่างกายที่เคยแข็งแรงดูอ่อนแอ เวลานี้ตำแหน่งองค์รัชทายาทของราชวงศ์เปลี่ยนไปเป็นมู่หรงจื่อเฉิงไปแล้วแม้หลายฝ่ายจะไม่ค่อยเห็นด้วยแต่สุดท้ายตัวเลือกที่ดีที่สุดก็ยังคงเป็นเขามู่หรงเหว่ยหมินหมุนกายกลับมา ยกจอกสุราขึ้น"พี่ใหญ่สภาพร่างกายไม่แข็งแรงยังมาดื่มฉลองให้ข้าอีกข้าขอบพระทัยท่านมาก""ไม่ลำบากสักนิด"เขายิ้มแล้วยกสุราขึ้นดื่ม จากนั้นบรรดาองค์หญิงองค์ชายองค์อื่นๆ ก็เข้ามา แสดงความยินดีกับเขาถัดไปไม่ไกล อู๋เฉินวางจอกสุราลงแล้วถามมู่หรงจื

  • เซียนสาวเจ้าโอสถ   ตอนที่ 202 ไปสมรสกันเถิด

    หลินจื่อหานกลอกตา ถอนหายใจ"ท่านพ่อน้องสาวจะออกเรือน ท่านควรพูดเรื่องดีดีสิ" "อืม..ที่ผ่านมาพ่อไม่ดีนัก พ่อไม่รู้จะทำอย่างไรไม่รู้ว่าจะทำอะไรเพื่อน้องสาวของเจ้าได้บ้างในตอนนี้..." เสนาบดีหลินเสียงสั่นหลินจื่อเหยากระพริบตา "ท่านไม่ต้องทำอะไรข้ารับรู้ได้ทั้งหมดแล้ว..""ท่านเสนาได้เวลาส่งตัวเจ้าสาวแล้วเจ้าค่ะ" ฮูหยินรองของจวนหลินเอื้อนเอ่ย จากนั้นนางก็ลุกขึ้นมาประคองหลินจื่อเหยา เอ่ยช้าๆ"คุณหนูใหญ่ข้าขอให้ท่านมีความสุขมากๆมีหลานตัวน้อยออกมาไวๆ""ขอบคุณฮูหยินรอง อย่างไรเสียก็ฝากดูแลท่านพ่อต้มน้ำแกงไก่ดำบำรุงร่างกายให้เขาเสียหน่อยประเดี๋ยวก็จะไม่สบาย"เมื่อได้หยินหลินจื่อเหยาเอ่ยเช่นนั้นฮูหยินรองไม่กล้าไม่เชื่อ นางพยักหน้า "ได้ คุณหนูใหญ่เชิญ"ในเวลาต่อมาเจ้าสาวในชุดสีแดงก็ถูกแม่สื่อจูงออกมาที่ด้านหน้าประตูจวนซึ่งเวลานี้มีคนของตระกูลหลินจำนวนมากมายืนส่งนาง ทันทีที่เห็นหญิงสาวในชุดสีแดงก้าวเดินออกมาแม้จะมีผ้าคลุมหน้าปิดบังเอาไว้ ผู้คนที่ยืนรอดูอยู่หน้าจวนต่างก็ส่งเสียงฮือฮา"ออกมาแล้วเจ้าสาวออกมาแล้ว.." "เสียดายจริงๆไม่เห็นตอนนางเปิดหน้า..""เจ้ายังไม่เคยเห็นนางหรือ? นางงดงามมากเชียวนะ ง

  • เซียนสาวเจ้าโอสถ   ตอนที่ 201 เสนาบดีหลินผู้คิดเยอะ

    หลังจากตกลงกันได้แล้วว่าจะใช้สุรารสชาติใดทั้งสองก็ได้เปิดประตูเดินออกมา แต่ทันทีที่เดินออกมาก็มีมีเสียงโห่ร้องด้วยความยินดีดังขึ้น คนที่ซ่อนตัวอยู่รอบๆก็พากันกระโดดออกมา“องค์ชายห้า เหยาเอ๋อยินดีด้วย!”“ยินดีกับองค์ชายห้าที่ได้สมรสเสียที!”“อย่างนั้นคืนนี้พวกเราก็เลี้ยงฉลองกันเลย! ”ซุนยวี่เหอยกไหสุราขึ้นมา “องค์ชายห้าในฐานะที่ข้าเป็นสหายคนที่สนิทที่สุดของเจ้าวันนี้ไม่เมาข้าไม่กลับจวน!”“อย่างนั้นเลยหรือ?!” มู่หรงเหว่ยหมินเอ่ยถาม “ใช่ข้าเอาด้วย วันนี้เป็นเจ้าเลี้ยงสุราข้าในฐานะที่แย่งศิษย์พี่ใหญ่เหยาของพวกข้าไป!” ห่าวหรานก้าวออกมาสมทบ“ใช่จริงด้วยองค์ชายห้าท่านควรเลี้ยงสุราพวกเรา” หมินอวี่เห็นด้วยและทุกคนที่มาต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย มู่หรงเหว่ยหมินหันมาพูดอย่างใจเย็น “สุราหอซุนไห่รสชาติไม่เลวคุณชายใหญ่ซุนเจ้ายินดีจะนำออกมาเลี้ยงทุกคนหรือไม่?”ทุกคน “…”พวกเขาหันไปมองซุนยวี่หยางพร้อมๆกัน ซุนยวี่หยางค่อยก้าวเดินมาทางหมินอวี่หยุดตรงหน้านางแล้วพูด "ต้องแล้วแต่ฮูหยินใหญ่ซุนแล้ว"พร๊วด!!แค้กๆๆ!!"ไอ่หยาพวกเจ้าช่างโอ้อวดเสียจริงๆ"ห่าวหรานหงุดหงิดหมินอวี่หันไป "ห่าวหรานข้าเห็นนะว่าเจ้าชอบ

  • เซียนสาวเจ้าโอสถ   ตอนที่ 200 ข้าก็รักท่าน

    จวนตระกูลซุนผู้เฒ่าซุนเห็นหลานชายทั้งสองเดินเข้ามาก็นึกถึงงานสมรสอันยิ่งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นพลางนึกโมโหชี้หน้าซุนยวี่เหอ “เจ้าหลานโง่ ดูองค์ชายห้าจะแต่งงานแล้ว แล้วเจ้าหล่ะไหนสตรีที่เจ้าพึงใจ!”ซุนยวี่เหอย่นปากกระชับเสื้อคลุม “อ่า..ท่านปู่ ท่านไม่รู้หรอกหรือว่าบรรดาขุนนางที่ประเคนบุตรสาวเข้ามาตระกูลซุนก็เพราะเห็นแก่อำนาจที่แข็งแกร่งของตระกูลซุนของพวกเราทั้งนั้น” พูดพลางเดินเข้ามาหยิบขนมบนโต๊ะน้ำชาเข้าปากแล้วเอ่ยต่อ“ไม่ได้จริงใจต่อข้า ข้าไม่เอาหรอก”“ถุย!” ผู้เฒ่าซุนโมโหหนัก “แค่มีมาก็ดีแล้ว ทำไมเจ้ายังคิดว่าพวกเขายังจะอยากได้น้ำในหัวของแกด้วยหรืออย่างไร”ซุนยวี่เหอ “…”เขาขยิบตาให้ซุนยวี่หยางที่นั่งอยู่อีกด้านหนึ่ง “พี่ใหญ่! พี่ใหญ่ช่วยด้วย!”ซุนยวี่หยางกลืนน้ำชายังไม่ทันได้พูดอะไรในที่สุดผู้เฒ่าซุนก็หันไปโมโหเขาด้วยอีกคน “เจ้าด้วยก็อีกคน!” ชายชราถอนหายใจ “ทำงามหน้านักข้าให้เจ้าไปหาสตรีที่ตระกูลไม่ต้องมีอำนาจเกี่ยวกับราชสำนัก แต่เจ้า!กลับไปพึงพอใจบุตรสาวเจ้าสำนักเงาของราชวงศ์หนำซ้ำยังไม่ยังพานางติดสอยห้อยตามทำราวกับนางไร้บิดามารดา ปู่บอกว่าให้จัดเตรียมสินเดิมไปเจรจาตกลงกับเจ้าสำนักเง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status