Share

บทที่ 18

last update Tanggal publikasi: 2026-09-08 15:34:17

           หลังจากชีคอัมรานและแม่เฒ่าเดินจากไป พันไมล์นั่งมองหน้าคนสนิททั้งสองของท่านชีคอยู่ภายในห้องรับรอง เธอชวนพวกเขาคุยอยู่ครู่ใหญ่ แต่สมองเจ้ากรรมก็ยังไม่อาจลบเลือนคำพูดสุดท้ายของชีคอัมรานได้ เธอจึงเอ่ยขอตัวออกมาชมความงดงามของวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ เพื่อหวังให้หัวสมองปลอดโปร่ง

            แต่หลังจากเดินชมห้องนั้นห้องนี้อยู่สักพัก พันไมล์ก็เริ่มรู้ว่าตัวเองหลงทาง เพราะถ้าจำไม่ผิดเธอเดินเข้าประตูนี้ซึ่งคิดว่าเป็นทางออกมาสองครั้งแล้ว แต่ก็ยังไม่ใช่ทางออกอยู่ดี คราวนี้เธอจึงตัดสินใจเลือกเดินไปอีกทาง ฉับพลันสายตาก็หันไปเห็นประตูบานหนึ่ง จึงเดินตรงไปที่ประตูบานนั้นและเปิดมันออก

            พันไมล์พบห้องกว้างใหญ่ซึ่งถูกตบแต่งอย่างวิจิตรและดูน่าเกรงขาม เธอคาดเดาว่าห้องนี้น่าจะใช้สำหรับประกอบพิธีอะไรบางอย่าง หญิงสาวก้าวเท้าเข้าไปในห้องนั้นอย่างช้าๆ พร้อมกับมองไปรอบห้องด้วยความสนใจ ก่อนจะเดินตรงเข้าไปยืนตรงหน้าแท่นศิลา ซึ่งตั้งเด่นตระหง่านอยู่ภายในห้องแห่งนั้น หญิงสาวเงยหน้ามองรูปปั้นประติมากรรมอันสวยงามวิจิตรที่ตั้งอยู่ตรงหน้า ใบหน้าของรูปปั้นนั้นยิ้มแย้มแลดูเป็นเทพที่ใจดี

            “นี่สินะองค์เทพีรีฮานน่าที่พี่แทนเคยเล่าให้ฟัง พระนางทรงเป็นเทพที่งดงามยิ่งนัก”

            แทนไทเคยเล่าว่าชาวบารัซศรัทธาในองค์เทพีรีฮานน่า ซึ่งเป็นเทพผู้ประธานความรักและสันติสุขให้แก่พวกเขา พระนางจึงเป็นที่เคารพสักการะของทุกคนที่นี่ พวกเขาเชื่อกันว่าพระนางเป็นเทพผู้ปกปักรักษา ให้บารัซอยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข

            ภายในห้องนั้นอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของกำยาน หญิงสาวลูบไล้แท่นหินอ่อนที่ใช้สำหรับประกอบพิธีบูชาองค์เทพีรีฮานน่า ในขณะที่เธอกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบกำยานนั้น มือข้างที่สวมสร้อยบังเอิญไปพาดผ่านแสงเทียนที่จุดอยู่ใกล้บริเวณนั้น ทำให้ปรากฏเงารูปพระจันทร์เสี้ยวที่ล้อมรอบด้วยหมู่ดาว

            ตอนแรกหญิงสาวก็นึกว่าตนเองตาฝาด จึงกะพริบตาอยู่หลายครั้งแต่ก็ยังคงเห็นภาพเดิม นั่นหมายความว่าไม่ได้ตาฝาดหรือคิดไปเอง แต่เธอเห็นสิ่งเหล่านั้นจริงๆ

            ทันใดนั้นเองพันไมล์ก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมา

            “มีผู้บุกรุกเข้ามาในนี้...ทหาร...ทหาร...”

            “ฉันไม่ใช่ผู้บุกรุก” พันไมล์ตอบกลับไปทันที

            “เจ้าเป็นใครเหตุใดจึงเข้ามาในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้โดยมิได้รับอนุญาต”

            เสียงร้องตะโกนนั้น ทำองครักษ์ทั้งสองของชีคอัมราน วิ่งเข้าไปภายในห้องดังกล่าว พร้อมกับชักปืนเล็งไปทางผู้บุกรุก

            “เกิดอะไรขึ้น” แม่เฒ่าโซฟิลาเอ่ยถามทันทีที่เดินเข้ามาในห้องนั้นพร้อมกับท่านชีค

            “ชายผู้นี้บุกรุกเข้ามาในสถานที่แห่งนี้โดยไม่ได้รับอนุญาตค่ะ”

            พันไมล์ชักสีหน้าไม่พอใจทันที ที่อีกฝ่ายเข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็นผู้ชาย

            สีหน้าของเธอเรียกรอยยิ้มบนใบหน้าของทุกคนยกเว้นอัมราน

            “เธอไม่ใช่ผู้บุกรุกแต่เป็นแขกคนสำคัญที่มาพร้อมกับท่านชีค” แม่เฒ่าเอ่ย

            “ข้าต้องขอโทษด้วยที่เข้าใจท่านผิด”

            “ไม่เป็นไร ฉันอยู่ที่นี่มาสองวันก็ชักจะเริ่มชินกับเรื่องเข้าใจผิดพวกนี้แล้ว"

            “หมดธุระของเจ้าแล้ว จะไปทำอะไรก็ไป ทางนี้ข้าจะดูแลเอง”

            “ค่ะ” หญิงสาวรับคำพร้อมกับทำความเคารพ ท่านชีคและแม่เฒ่าโซฟิลาก่อนจะเดินจากไป

            “คุณป่วนได้ทุกที่ทุกเวลาเลยนะพันไมล์”

            “ฉันไม่ใช่ตัวป่วนนะ”

            “ถ้าไม่ได้ป่วนแล้วคุณเข้ามาทำอะไรในสถานที่ต้องห้ามแห่งนี้”

            “ฉันแค่อยากจะเข้ามาสักการะองค์เทพีรีฮานน่าที่พวกคุณนับถือ ใครจะรู้ว่าสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ต้องห้าม ดูเหมือนว่าในบารัซจะมีสถานที่ต้องห้ามเยอะเหลือเกิน โน่นก็ห้าม นี่ก็ห้าม ห้าม ห้ามไปซะหมด...” ประโยคสุดท้ายเธอบ่นพึมพำกับตัวเอง

            “ที่นี่เป็นสถานที่ที่แม่เฒ่าใช้สำหรับประกอบพิธีบูชาองค์มหาเทพ เพื่อสื่อสารกับองค์เทพีรีฮานน่า ไม่ใช่ใครก็เข้ามาในสถานที่แห่งนี้ได้”

            อัมรานอธิบายให้หญิงสาวตรงหน้าเข้าใจ ว่าเหตุใดสถานที่แห่งนี้จึงเป็นสถานที่ต้องห้าม

            “คุณได้ทำการสักการะพระนางตามความตั้งใจแล้วหรือยัง” โซฟิลาเอ่ยถาม

            “ยังเลยค่ะ เพราะผู้หญิงคนเมื่อกี้เข้ามาขัดจังหวะซะก่อน แต่แม่เฒ่าคะก่อนหน้านี้ฉันเห็นอะไรบางอย่างค่ะ”

            “คุณเห็นอะไร!” แม่เฒ่าเอ่ยถาม

            “เห็นเงารูปพระจันทร์เสี้ยวที่ล้อมรอบด้วยหมู่ดาวค่ะ แต่น่าแปลกมากจู่ๆ ภาพที่ปรากฏขึ้นก็หายไป”

            “แน่ใจนะ!” แม่เฒ่าย้ำเสียงสั่น

            พันไมล์พยักหน้า งงกับท่าทางตื่นเต้นของหญิงชรา

            “คุณแน่ใจนะว่าเงานั้นเป็นเงาของบุหลันจริงๆ” โซฟิลาถามย้ำอีกครั้ง

            “ฉันไม่รู้หรอกนะคะว่าบุหลันคืออะไร รู้แต่ว่าฉันเห็นเงารูปพระจันทร์เสี้ยว ที่ถูกล้อมรอบด้วยหมู่ดาว”

            “บุหลันคือพระจันทร์ และรูปพระจันทร์เสี้ยวก็เป็นสัญลักษณ์ประจำองค์เทพีรีฮานน่า เพราะพระนางสถิตอยู่บนดวงจันทร์ ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะที่จะได้เห็นภาพอย่างที่คุณเห็น”

            โซฟิลาอธิบายให้หญิงสาวเข้าใจ และรู้สึกถูกชะตากับอาคันตุกะสาวนางนี้

            “ยังอยากที่จะกราบสักการะพระนางอยู่อีกไหม”

            “ค่ะ...ฉันทำได้หรือคะ”

            “ได้สิ” แม่เฒ่าตอบพร้อมกับเดินไปยืนที่หน้าแท่นบูชา

            พันไมล์เดินไปยืนเคียงข้างโซฟิลา พร้อมกับจ้องมองวิธีการสักการะเทพผู้พิทักษ์บารัซจากแม่เฒ่า ก่อนจะลงมือทำตาม หญิงสาวหยิบพวงดอกไม้ที่รูปทรงบิดเบี้ยวออกมาวางด้วยสีหน้าเอียงอาย

            แม่เฒ่ายืนมองกิริยาการของพันไมล์ด้วยรอยยิ้ม ยิ่งเมื่อเหลือบมองไปทางทายาทแห่งบารัซ แม่เฒ่าก็เปิดยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม

            พันไมล์หลับตาและเอ่ยแนะนำตัวเองต่อองค์เทพผู้ศักดิ์สิทธิ์ พร้อมกับขอให้พระนางประทานความสุขให้กับเธอ ตลอดระยะเวลาที่เธอพำนักอยู่ในดินแดนบารัซแห่งนี้

            องค์เทพีรีฮานน่าปรากฏตัวให้เธอเห็นในมโนภาพ ใบหน้าที่งดงามของพระนางปรากฏรอยยิ้มที่อ่อนโยน

            “เราจะให้เจ้าตามที่ขอ และจะมอบสิ่งที่มีค่าอย่างหนึ่งให้กับเจ้าด้วย”

            พันไมล์สะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจกับภาพที่ได้เห็น รวมถึงเสียงที่เธอได้ยิน หญิงสาวเอามือทาบอกของตัวเอง

            ชีคหนุ่มมองปฏิกิริยาของพันไมล์ด้วยแววตานิ่งลึกยากจะเข้าใจ

            “ไม่ต้องกลัว...ท่านแค่มาอวยพร” แม่เฒ่าพูดขึ้น

            พันไมล์มองหญิงชรา สองจิตสองใจว่าควรจะเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเองให้แม่เฒ่าฟังดีหรือไม่ แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะเงียบและขอตัวออกไปรอชีคหนุ่มที่ด้านนอก

            “พันไมล์เห็นองค์เทพีรีฮานน่าหรือแม่เฒ่า!?” อัมรานถามขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ ขนาดเขาซึ่งเป็นถึงทายาทของผู้นำเผ่า แต่พระนางก็ยังไม่เคยปรากฏตัวให้เขาเห็นเลยสักครั้ง

            แม่เฒ่าพยักหน้า “บางทีสายลมแห่งโชคชะตาอาจจะลิขิตให้ชีวิตของนาง ต้องมีส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องกับท่านและดินแดนบารัซแห่งนี้”

            อัมรานขมวดคิ้วเมื่อได้ฟังคำพูดเป็นนัยๆ ของแม่หมอประจำเผ่า

            เมื่อพันไมล์ออกมายืนรับลมด้านนอก เธอก็นึกถึงภาพที่เธอเห็นองค์เทพีรีฮานน่า รวมถึงสิ่งที่พระนางบอกว่าจะให้เธอตามที่ขอ หญิงสาวส่ายหัวไปมา

            “บ้าไปแล้ว...เราต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ...ว่าแต่สิ่งที่มีค่าที่พระนางเอ่ยถึงคืออะไร” เธอได้แต่บนพึมพำกับตัวเอง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 108

    หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 107

    “นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 106

    “ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 105

    “หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 104

    “ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 103

    หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status