Share

บทที่ 17

last update Tanggal publikasi: 2026-09-08 15:34:11

จากการประชุมทำให้รู้ว่า เขากำลังจะถูกท่านอาของตนเองยึดอำนาจกลายๆ จึงต้องคิดหากลยุทธ์เพื่อรับมือกับท่านอาและคนของท่านอา การแข็งข้อดูไม่น่าจะใช่วิธีที่ดีนักที่จะนำมาใช้ในตอนนี้ คงต้องทำทีเป็นอ่อนข้อยินยอมตามความเห็นของท่านอาในบางเรื่องยกเว้นเรื่องการทหาร ทั้งนี้เพื่อหลอกล่อให้ท่านอาตายใจว่าเขาไม่มีพิษสงใดใด และเป็นเสมือนลูกไก่ในกำมือที่จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด

            ยังเรื่องที่หัวหน้าฝ่ายความมั่นคงรายงาน ถึงความตึงเครียดทางด้านชายแดน ก็ทำให้ชีคหนุ่มต้องสั่งการลงไปว่าให้ตรึงกำลังและให้นายทหารทุกคนเตรียมพร้อมไว้เสมอ เพื่อป้องกันมิให้ใครมาบุกรุก หรือล่วงล้ำดินแดนซึ่งเป็นเสมือนอธิปไตยของบารัซ

            แต่ท่านอาฮาร์มาลที่ดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการ ไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้ และยังหักหน้าเขากลางที่ประชุม ยิ่งคิดถึงคำพูดของท่านอา ยิ่งน่ากลุ้มใจ

            “เจ้ายังอ่อนด้อยในเรื่องของการบริหารงานนะอัมราน ปล่อยเรื่องนี้ไว้ให้อาจัดการเองจะดีกว่า”

            “ผมคงจะทำตามที่ท่านอาบอกไม่ได้หรอกครับ เพราะมันหมายถึงอธิปไตยและความมั่นคงของบารัซ ผมในฐานะผู้นำของบารัซโดยชอบธรรมจะทนอยู่นิ่งเฉย และยอมให้คนอื่นเข้ามารุกล้ำดินแดนของเราได้อย่างไร ในเมื่อมันก็คือความรับผิดชอบโดยตรงของผม เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมขอเป็นคนสั่งการด้วยตัวเอง”

            “ไม่จำเป็นหรอกอัมราน การทำแบบนั้นก็เท่ากับว่าเป็นการประกาศสงคราม นอกจากจะไม่ช่วยแก้ปัญหาอะไรแล้ว ยังอาจจะทำให้เรื่องราวลุกลามบานปลาย อาจะส่งคนของเราไปเจรจากับฝ่ายโน้นเอง”

            “ถ้าท่านอาจะใช้การเจรจาทางด้านการทูต ผมก็จะมอบหมายเรื่องการเจรจาในครั้งนี้ให้ท่านอารับผิดชอบ แต่นั่นไม่ได้หมายรวมถึงทางด้านการทหาร ถ้าอะไรที่เกี่ยวข้องกับการทหารและความมั่นคงของบารัซ ผมจะเป็นคนควบคุมและสั่งการเองทั้งหมด”

            ท่าทีของเขาทำให้ท่านอารู้ว่าเขาต้องการที่จะควบคุมการทหารไว้เอง ดูเหมือนผู้นำสูงสุดของฝ่ายความมั่นคงก็จะอยู่ข้างเดียวกับเขา และรับคำสั่งจากชายหนุ่มอย่างแข็งขันเพื่อนำไปปฏิบัติ สร้างความเจ็บใจให้กับท่านอา ที่ไม่สามารถยึดอำนาจทางการทหารมาไว้กับตนเองได้

            พอมาถึงเรื่องสร้อยที่หายไปและยังหาไม่เจอ ถึงแม้ว่าหัวหน้าสูงสุดของกรมพิธีการ ได้เอ่ยขึ้นมาในที่ประชุม เกี่ยวกับการจัดเตรียมพิธีการแต่งตั้งเขา ขึ้นดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการ แต่ก็ถูกฝ่ายที่สนับสนุนท่านอาฮาร์มาลคัดค้านความคิดเห็นนี้ แม้แต่ท่านอาเองก็คัดค้านเรื่องนี้ตามคาด

            เพราะความหนักใจในเรื่องดังกล่าว ทำให้ชีคหนุ่มตัดสินใจเดินทางมาที่วิหารศักดิ์สิทธิ์ เพื่อมาสักการะองค์เทพีรีฮานน่า ซึ่งเป็นเทพที่ชาวบารัซทุกคนต่างก็ให้ความเคารพนับถือ และถือโอกาสนี้พูดคุยกับแม่หมอประจำเผ่า

            อัมรานขี่ม้าพาพันไมล์มาหยุดบริเวณด้านหน้าวิหารศักดิ์สิทธิ์ เขาก้าวลงจากหลังม้าพร้อมกับคว้าตัวเธอตามลงมาด้วย สององครักษ์หนุ่มก็ทำเช่นเดียวกัน

            เมื่อเท้าสัมผัสพื้นเต็มสองเท้า พันไมล์ก็ทุบไปที่อกกว้างเต็มแรง

            "นี่....นี่....ขี่อย่างกับจะรีบไปตายแบบนี้ ทีหลังไม่ต้องพาฉันมาด้วยเลยนะ อยากตายก็ไปตายคนเดียวเลย”

            หญิงสาวโวยวาย สองมือทุบกระหน่ำด้วยความโมโห

            "หยุดเดี๋ยวนี้นะ..." อัมรานสั่ง มือใหญ่ยึดกำปั้นน้อยๆ ไว้มั่น

            ขณะที่สองหนุ่มสาวกำลังยื้อยุดกันอยู่นั้น แม่เฒ่าประจำวิหารก็เดินออกมาต้อนรับ

            อัมรานจำต้องปล่อยมือ แต่เมื่อเห็นประกายดื้อรั้นในดวงตาคู่สวยนั้น เขาจึงก้มลงกระซิบว่า

            "ถ้าคุณยังไม่หยุดโวย...จะไม่ใช่มือที่ใช้ปิดปากคุณ" เขาพูดพร้อมกับจ้องไปยังเรียวปากสีแดงระเรื่อของพันไมล์

            หญิงสาวอ้าปากค้าง ตะลึงงันไปกับคำพูดของเขา และชะงักทุกกิริยาอาการทันที

            อัมรานเห็นหญิงสาวอ่อนลงจึงปล่อยมือ ก่อนจะผละไปคารวะแม่เฒ่า เขายังไม่วายหันมาบอก

            “หุบปากหน่อย ระวังแมลงวันจะบินเข้าไป”

            เมื่อได้สติเธอจึงเดินตามชีคหนุ่มไปยืนอยู่ด้านหลังเงียบๆ โดยมีร่างสูงใหญ่ขององครักษ์ทั้งสองช่วยกันเป็นโล่กำบัง แต่ก็ยังไม่รอดอยู่ดี อัมรานแนะนำให้ทั้งสองคนรู้จักกัน

            พันไมล์ก้มหน้าไม่ยอมสบตาคมของชีคหนุ่ม หัวใจเจ้ากรรมยังเต้นตึกตักไม่ยอมสงบ แต่เมื่อเห็นหญิงชราร่างเล็กบางยืนส่งยิ้มให้ เธอจำต้องทำความเคารพตามประเพณี

            แม่เฒ่าเป็นแม่หมอประจำเผ่า และเป็นเสมือนตัวแทนขององค์เทพีรีฮานน่า ที่ทุกคนในเผ่าบารัซเคารพนับถือและเป็นอีกหนึ่งคนที่มีอิทธิพลต่อจิตใจของชาวบารัซ โซฟิลามอบรอยยิ้มที่อบอุ่นตอบแทนให้พันไมล์ จากนั้นก็เชื้อเชิญทุกคนเข้าไปพักยังห้องรับรอง

            ยกเว้นชีคอัมรานที่แม่เฒ่าเชิญไปด้านในวิหาร เมื่อชายหนุ่มสักการะรูปจำลององค์เทพีเซริน่าเสร็จ แม่เฒ่าก็เอ่ยถามขึ้น

            “ท่านเดินทางมาพบข้าในวันนี้มีธุระสำคัญเร่งด่วนอะไรหรือเปล่า”

            ชีคหนุ่มเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องประชุมเมื่อเช้านี้

            “สร้อยนั้นเป็นของประจำตัวผู้นำเผ่า ถ้าไม่มีสร้อยก็คงไม่สามารถขึ้นดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการได้ แม้ว่าท่านจะมีความชอบธรรม ในการเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำของบารัซก็ตาม”

            “ผมถึงต้องเร่งสืบหาสร้อยเส้นนั้นให้พบ ก่อนที่จะตกไปอยู่ในมือของคนอื่น...ซึ่งแม่เฒ่าเองคงรู้ว่าใคร”

            “มันยังไม่ใช่เวลาของเขา เขาไม่สามารถขึ้นเป็นผู้นำได้”

            “ถ้าอย่างนั้นแม่เฒ่าก็บอกผมมาสิว่าสร้อยเส้นนั้นอยู่ที่ไหน”

            “แม้ว่าข้าจะสามารถสื่อสารกับองค์เทพีรีฮานน่าได้ แต่ก็ใช่ว่าข้าจะสามารถล่วงรู้ทุกเรื่อง ข้าจะรู้แต่เฉพาะเรื่องที่พระนางต้องการให้ข้ารู้เท่านั้นนะท่านชีค โดยเฉพาะเรื่องสร้อย องค์เทพีรีฮานน่าบอกเพียงว่าเมื่อถึงเวลาท่านก็จะพบเอง”

            อัมรานมองแม่เฒ่าราวกับต้องการค้นหาคำโกหก แต่แววตาฝ้าฟางที่จ้องตอบมานั้นมีแต่ความจริงใจ

            “แล้วเมื่อไรล่ะแม่เฒ่า...เมื่อไร” อัมรานถามอย่างหงุดหงิด

            ทุกครั้งที่เขามาถาม แม่เฒ่าก็จะตอบเขาด้วยคำตอบเดิมๆ อยู่เช่นนี้ทุกครั้ง

            “มีเพียงพระนางเท่านั้นที่รู้ ข้าบอกท่านได้แต่เพียงว่าในเร็ววันนี้ จะมีเหตุการณ์ที่ทำให้ท่านต้องเดินทางลงไปทางใต้ และมันเป็นเส้นทางที่ท่านมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้”

            อัมรานได้แต่นิ่งฟังคำทำนายที่เป็นปริศนานั้น โดยมิได้พูดโต้ตอบอะไรกลับไป

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 108

    หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 107

    “นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 106

    “ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 105

    “หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 104

    “ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 103

    หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status