Masukหลังจากฮาร์มาลเดินทางกลับมาถึงที่พัก เขาได้หันไปบอกดีนาสว่า
“คงจะปล่อยเอาไว้ไม่ได้แล้ว”
"หมายถึงใครครับ แม่เฒ่าหรือว่าท่านชีค" ดีนาสคาดคะเนแบบคนรู้ใจ
"ชีคอัมราน"
"สังหารท่านชีคไม่ใช่เรื่องง่าย" ดีนาสตอบ
"นายถึงต้องไปจ้างมือสังหารเก่งๆ มาช่วยไง"
ดีนาสไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าเจ้านายของเขา จะมีคำสั่งให้ฆ่าหลานชายของตนเอง ซึ่งมีตำแหน่งเป็นถึงชีคผู้นำเผ่าบารัซ แม้ว่าชีคอัมรานจะยังไม่ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการ แต่ก็ถือได้ว่าเป็นบุคคลสำคัญที่ชาวบารัซต่างก็ให้การยอมรับเขา ในฐานะผู้นำเผ่าคนใหม่ของบารัซ ที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งนี้ต่อจากชีคโอมาน ที่เพิ่งจะเสียชีวิตลงเมื่อไม่นานมานี้
ฮาร์มาลเดินไปเปิดเซฟ หยิบทองแท่งออกมาจำนวนหนึ่ง
"พรุ่งนี้อัมรานจะออกเดินทางไปล่าจิ้งจอกทะเลทราย นายก็ใช้โอกาสนี้จัดการให้เรียบร้อย อย่าให้หลานชายของข้ามีโอกาสได้กลับมาที่บารัซอีก"
ทหารหนุ่มมีสีหน้าที่บ่งบอกถึงความหนักใจ เพราะถ้ามีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น นั่นหมายความว่าเขาจะไม่สามารถรักษาชีวิตของตนเองเอาไว้ได้ แต่ในเมื่อมันเป็นคำสั่งของเจ้านายเขาก็มิอาจหลีกเลี่ยง
"ครับ" นายทหารหนุ่มโค้งคำนับผู้เป็นนาย หยิบทองแล้วล่าถอยออกไป
"ดีนาส..." คนสนิทหันกลับมามอง "เงียบที่สุด"
ทหารหนุ่มคนสนิทพยักหน้าก่อนเดินจากไป
ฮาร์มาลมองออกไปนอกหน้าต่าง ใบหน้ากระตุกยิ้มเหยียด สีหน้าและแววตาของเขาฉายแววเหี้ยมโหด
"อย่าหวังว่าจะได้กลับมาทันวันบุหลันโซฮา"
ฮาร์มาลยิ้มเยาะกับชะตากรรมของหลานชายที่เขาเป็นคนลิขิตให้
"ที่ข้าต้องทำเช่นนี้ มันเป็นเพราะเจ้ามาขวางเส้นทางของข้า ใครใช้ให้เจ้าเกิดมาเป็นทายาทของพี่โอมาน"
อัมรานพาพันไมล์พร้อมด้วยคณะติดตาม ออกเดินทาง และได้มาพักค้างแรมอยู่ภายในกระโจม ที่ทางองครักษ์ได้มาจัดเตรียมไว้ล่วงหน้า ซึ่งกระโจมของหญิงสาวได้อยู่ติดกับกระโจมของชีคหนุ่ม พันไมล์รีบเข้ามาสำรวจภายในกระโจมของเธอ และค่อนข้างพึงพอใจที่มีโอกาสได้รับประสบการณ์แปลกใหม่แบบนี้ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้มีโอกาสเดินทางพักค้างแรมและใช้ชีวิตแบบชาวทะเลทรายอย่างแท้จริง
การเดินทางรอนแรมในทะเลทรายเป็นเวลาหลายชั่วโมง ทำให้หญิงสาวอยากที่จะชำระคราบฝุ่นและเม็ดทรายออกจากตัวใจแทบขาด แต่คำสั่งของชีคหนุ่มก่อนออกเดินทางยังก้องในหัว
"คุณจะต้องดูแลผมแทนฟาร์ฮา”
พันไมล์ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในกระโจมคนเดียว "เชอะ! ดูแลผม...กลัวตายล่ะ"
แต่คำพูดต่อมาของเขานี่สิ ที่ยุติการต่อต้านของเธอได้โดยสิ้นเชิง
"หวังว่าคุณจะมีเกียรติมากพอ...ที่จะรักษาคำพูด"
เกียรติ! อีตาชีคบ้าเอาคำว่าเกียรติมายัดใส่หน้าเธอ
ทำให้เธอไม่มีข้ออ้างใดๆ ที่จะฝ่าฝืนคำสั่งของเขา
พันไมล์จำต้องเดินไปยังกระโจมของชายหนุ่ม เพื่อดูแลเขาตามที่ได้เรียนรู้มาจากฟาร์ฮา
ก่อนท่านชีคเข้านอน พันไมล์จะต้องเข้าไปจัดเตรียมที่นอน เสื้อผ้า อุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ เธอก้มหน้าก้มตาเดินด้วยความหงุดหงิด หวังทำงานให้เสร็จๆ จะได้หลบไปอาบน้ำที่โอเอซิส
แต่พอเปิดเข้าไปในกระโจม สายตาเธอก็ปะทะกับแผงอกกำยำสีแทนของชีคอัมรานเต็มสองตา
"ว้าย..." เธอร้องพร้อมกับยกมือปิดตา รีบหันหลังให้เขาทันควัน
"คุณมาสาย..."
อัมรานเปรยขึ้น พร้อมกับสวมใส่เสื้อกลับไปอย่างเดิม
"ฉันแค่มาช้าไปนิดเดียวเอง" พันไมล์พูดเสียงอู้อี้ ก่อนจะหันมาหรี่ตาดูเห็นเขาใส่เสื้อเรียบร้อยแล้วจึงเอามือลง
"ผมไม่ชอบพวกที่ไม่รักษาเวลา...อย่าให้เกิดขึ้นอีก"
พันไมล์เบ้ปาก "เจ้าค่ะ"
"เริ่มได้หรือยัง" เขาถามขึ้น
"คุณจะให้ฉันทำอะไรก่อนล่ะ" พันไมล์ย้อนถาม
อัมรานจ้องมองไปที่พันไมล์นิ่งนาน จนอีกฝ่ายต้องพูดขึ้นมาเองว่า
“ช่วยคุณเปลี่ยนเสื้อผ้า!" พันไมล์พูดขึ้นราวกับท่อง หญิงสาวเดินเข้าไปก่อนจะหยุดชะงัก
"แต่เมื่อกี้ฉันเห็นคุณถอดเสื้อผ้าเองได้ แล้วทำไมจะต้องให้คนอื่นช่วย" เธอถามเสียงขุ่นเขียว
สายตาคมที่จ้องมองมาบังคับกลายๆ ทำให้พันไมล์จำต้องลากขาเข้าไปใกล้เขา แม้ว่าเธอจะไม่เต็มใจแต่ก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
"คุณ...ขอแค่ท่อนบนนะ ฉันไม่ใช่มืออาชีพ"
"อย่าเรื่องมากพันไมล์"
หญิงสาวหน้างอ จำต้องเดินไปชิดชายหนุ่มเพื่อลงมือจัดการตามคำสั่ง
ฉับพลันมือที่สัมผัสไอร้อนจากผิวกายของชายหนุ่ม หัวใจเจ้ากรรมก็เต้นผิดจังหวะขึ้นมาทันที แก้มนวลเริ่มเปลี่ยนสี มือเรียวบางเริ่มสั่น แต่ก็ยังคงทำหน้าที่ต่อ เมื่อเสื้อที่เธอเห็นเขาหยิบมาใส่หลุดออกไป แผงอกเจ้ากรรมก็ปรากฏสู่สายตา ซึ่งครั้งนี้แม้จะพยายามเลี่ยงหลบแค่ไหน แต่ซิกแพคตรงหน้าก็ไม่อาจจะรอดพ้นสายตาไปได้
พันไมล์ไล่สายตาจากแผงอกล่ำลงไปจนถึงสะโพกสอบ ที่มีกางเกงสีดำเกาะไว้เพียงหมิ่นเหม่ เธอกลืนน้ำลาย
"เอ่อ...กางเกงขอผ่านนะคะ ฉันจะไปจัดที่นอนแทนละกัน"
อัมรานเองก็ไม่เซ้าซี้ ปล่อยให้หญิงสาวทำงานตามที่ฟาร์ฮาสอนมา แม้จะไม่เรียบร้อย แต่ก็นับว่าใช้ได้ในระดับหนึ่ง
เมื่อจัดเตรียมทุกอย่างเรียบร้อย เธอก็หันกลับมาบอกว่า "เสร็จแล้วค่ะ"
อัมรานกวาดตามองผลงานของคนรับใช้จำเป็น แม้จะไม่เรียบร้อยดังใจ แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายตาปรอยก็สงสาร จึงบอกเพียงว่า "คุณไปพักผ่อนเถอะ"
พันไมล์รีบรับคำและจากไปทันที โดยมีสายตาของชีคหนุ่มมองตามไปจนลับตา
เมื่อออกมาจากกระโจมของชีคอัมราน พันไมล์ก็รีบไปหยิบสัมภาระที่เตรียมไว้ เพื่อไปอาบน้ำที่โอเอซิสตามที่เคยตั้งใจ จากการที่ได้พูดคุยถามทางจากพลทหารนายหนึ่ง คำนวณจากระยะทางแล้วคิดว่า ค่ายน่าจะตั้งอยู่ใกล้กับแหล่งน้ำ และจากการสังเกตเมื่อตอนหัวค่ำ เธอเห็นพวกพ่อครัวพากันเดินไปทางทิศเหนือ เท้าไวเท่าความคิดรีบออกเดินตรงไปยังทิศทางนั้นทันที งานนี้พันไมล์คงต้องงัดวิชาลูกเสือออกมาใช้
คืนนี้เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง และมีหมู่ดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้า จึงทำให้ในค่ำคืนนี้ดูสว่างสดใสมากเป็นพิเศษ
ใช้เวลาไม่นานพันไมล์ก็เดินมาถึงจุดหมายที่เธอต้องการ โอเอซิสสวรรค์แห่งดินแดนทะเลทราย
โอเอซิสถือเป็นแหล่งน้ำที่มีพื้นที่สีเขียวล้อมรอบ ซึ่งนับได้ว่าเป็นบริเวณที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด และตั้งอยู่ท่ามกลางความแห้งแล้งของทะเลทรายอันร้อนระอุแห่งนี้
"สุดยอด! ธรรมชาติสามารถบันดาลสิ่งมหัศจรรย์ให้กับมนุษย์เดินทรายได้ขนาดนี้เลยหรือ" พันไมล์อุทาน พร้อมกับลงมือผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อลงไปแหวกว่ายทันทีโดยไม่รีรอ
ทันทีที่ร่างกายของเธอสัมผัสกับความเย็นของน้ำ ประกอบกับลมหนาวในยามค่ำคืนที่พัดโบกโบยมาเป็นระยะๆ นั้น ทำให้กายบางถึงกับสั่นสะท้านไปทั่วร่าง แต่สักพักเธอก็เริ่มชินและแหวกว่ายอยู่ในสายน้ำที่เย็นฉ่ำ ท่ามกลางแสงจันทร์และหมู่ดาวอย่างเพลิดเพลิน
หลังจากที่ขัดสีฉวีวรรณและว่ายน้ำเล่นจนเป็นที่พอใจแล้ว หญิงสาวจึงตัดสินใจว่าจะรีบกลับไปที่ค่าย ก่อนที่จะมีใครรู้ว่าเธอหายไป และพากันออกตามหาตัวเธอให้วุ่นวาย
พันไมล์ว่ายมาหยุดที่ริมสระ ปลายเท้าเรียวเล็กค่อยๆ ก้าวเดินขึ้นมาจากน้ำด้วยสีหน้าเบิกบาน ในขณะที่เธอกำลังจะเดินมาหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดตัว สายตาเธอก็เหลือบไปเห็นขายาวๆ ของใครบางคน พันไมล์หันขวับ
"อุ๊ย...คุณ" หญิงสาวอุทานด้วยความตกใจ
หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร
“นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง
“ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว
“หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ
“ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี
หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ







