Masukในจังหวะนั้นเองสององครักษ์หนุ่มก็ตามเข้ามาสมทบ ทั้งสองจึงแยกจากกันโดยปริยาย
“เกิดอะไรขึ้นครับคุณพาย” วาคิมถาม เมื่อเห็นหญิงสาวยืนก้มหน้านิ่ง แก้มแดงระเรื่อ ทั้งกลัวและอาย เธอไม่ได้ตอบคำถามใดๆ ของหมอหนุ่ม
อัมรานพยักหน้าให้ทุกคนมองไปยังอสรพิษร้ายที่นอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้น
“มันเข้ามาได้ยังไงครับ” ยะห์ซินเอ่ยถาม
“ฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ จู่ๆ มันก็เลื้อยมาจากตรงนั้น” หญิงสาวชี้ไปยังมุมมืดข้างที่นอน
“คุณพายไม่ต้องกลัวนะครับ มันตายแล้วครับ” วาคิมพูดหลังจากเดินเข้าไปสำรวจซากงูตัวนั้น
“ยะห์ซินนายช่วยตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียดทีนะ เราอยากรู้ว่าใครเอางูมาปล่อยไว้ในกระโจมนี้” อัมรานสั่ง
“ได้ครับท่านชีค แต่หลังจากตั้งค่ายเสร็จ ผมได้สั่งให้ทหารของเราเข้ามาสำรวจ ตรวจสอบความเรียบร้อยแล้วนะครับ แต่ก็ไม่เห็นความผิดปกติอะไร”
“น่าจะเป็นช่วงที่ทหารผลัดเปลี่ยนเวรกัน” ผู้นำบารัซพูดขึ้น
ยะห์ซินและวาคิมได้หันมามองหน้ากันราวกับนัดหมาย ก่อนจะหันไปมองเจ้านายหนุ่มด้วยสายตาเป็นคำถาม
“หนอนบ่อนไส้!” จากนั้นก็หันไปสั่งการกับลูกน้องคนสนิท
“ยะห์ซินนายไปตรวจค้นทุกกระโจมอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ”
“ครับ” ยะห์ซินรับคำ แต่ก่อนจะเดินจากไป ผู้พันหนุ่มได้ส่งสัญญาณให้ทหาร เข้ามาจัดการกับซากงูที่อยู่ในกระโจม
“คุณหายกลัวหรือยัง” อัมรานหันมาถามหญิงสาวข้างกาย
“ค่ะ...ค่อยยังชั่วขึ้นแล้ว” พันไมล์ตอบ
สีหน้าของเธอเริ่มดีขึ้นเมื่อไม่ต้องเห็นซากงูเคราะห์ร้ายตัวนั้นแล้ว
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปเก็บของ” ชีคหนุ่มสั่ง
“เราจะออกเดินทางกันหรือคะ”
หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความสงสัย แต่ก็ยอมเดินไปหยิบสัมภาระของตัวเองแต่โดยดี
“เปล่า...แต่คืนนี้ผมจะให้คุณไปพักที่กระโจมของผม”
พันไมล์หยุดชะงัก เธอจ้องมองไปที่ใบหน้าคมคายของชีคหนุ่มนิ่ง จู่ๆ ภาพนัวเนียที่แหล่งน้ำก็เด่นชัดขึ้นมาในความคิด แก้มนวลร้อนซู่ และค่อยๆ แดงก่ำ เธอหลบสายตาชีคหนุ่มอย่างเอียงอาย
“คุณจะทำอะไรบ้าๆ ไม่ได้นะ”
เธอพูดไม่เต็มคำ แม้จะยังไม่เคยมีประสบการณ์ในเรื่องนี้ แต่ก็ใช่ว่าจะไร้เดียงสาจนไม่รู้เรื่องในที่ลับระหว่างชายหญิง
อัมรานมองแก้มสีเรื่อของหญิงสาวก็นึกขัน แต่สีหน้ายังไม่เปลี่ยน เขาถามเสียงขรึมกลับไปว่า
“ผมทำอะไรบ้าๆ...”
คราวนี้พันไมล์ได้แต่ยืนอึ้ง และเหลียวมองไปที่วาคิม ซึ่งยืนฟังการสนทนาของสองหนุ่มสาวด้วยความสนใจ ก่อนจะหันกลับมามองอัมราน แต่เมื่อประสานสายตากับดวงตาคมเป็นประกายระยับคู่นั้นของเขา จึงรู้ตัวว่าถูกเขาแกล้งล้อ
“ชีคบ้า! คนเขากลัวจะตายอยู่แล้วยังมีอารมณ์มาล้ออีก”
เธอบ่นพึมพำออกมาด้วยความโมโห นึกอยากส่งกำปั้นซัดใส่หน้าหล่อๆ นั่น โทษฐานที่เขาบังอาจมาล้อเธอเล่น
“เชิญทางนี้ครับคุณพาย ผมจะพาคุณไปพักที่กระโจมของท่านชีค” วาคิมพูดอาสาอย่างคนมีน้ำใจ
เขาคิดไปว่าที่หญิงสาวมีสีหน้ายุ่งยากใจ ก็คงเพราะยังกลัวงูตัวนั้นอยู่
แต่พันไมล์ยังคงมีอาการลังเล “แล้ว...”
“ผมจะนอนที่กระโจมของคุณเอง”
พันไมล์มีท่าทีโล่งใจ และยอมเดินตามคุณหมอหนุ่มออกไปแต่โดยดี
คืนนั้นหลังจากเดินตรวจความเรียบร้อย และเข้าไปดูจนแน่ใจว่าพันไมล์หลับไปแล้ว อัมรานจึงเดินกลับเข้าไปในกระโจมซึ่งเป็นที่พักเดิมของหญิงสาว เขาได้สอบถามลูกน้องคนสนิทที่ยืนรออยู่ภายในกระโจม
“เจออะไรที่ผิดปกติบ้างไหมยะห์ซิน”
“ไม่เลยครับท่านชีค ทุกอย่างเรียบร้อยดี หากไม่มีซากงูตัวนั้นก็เรียกได้ว่าไม่มีอะไรที่ผิดปกติเลยครับ” ยะห์ซินตอบ ก่อนจะรายงานความคืบหน้า หลังจากที่เขาได้ออกไปสำรวจรอบบริเวณค่าย
“ซึ่งน่าแปลกมาก เพราะไม่มีร่องรอยของคนแปลกหน้า ไม่มีรอยเท้าม้าในรัศมีห้าสิบเมตร และไม่มีอะไรที่ผิดสังเกตเลยครับ”
“ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่า ในกลุ่มของเราน่าจะมีไส้ศึก นายต้องจัดวางเวรยามให้แน่นหนาและเข้มงวดกว่านี้นะยะห์ซิน อย่าให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก”
“ครับท่านชีค”
จากรายงานขององครักษ์คนสนิท ทำให้อัมรานรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมิใช่เหตุบังเอิญ มีใครบางคนต้องการสังหารเขา แต่ถ้าเป้าหมายคือเขา แล้วทำไมคนร้ายถึงได้นำงูพิษมาปล่อยไว้ในกระโจมของพันไมล์ เรื่องนี้มันต้องมีเงื่อนงำอะไรบางอย่างซึ่งเขาจะต้องสืบรู้ให้ได้
ก่อนที่พันไมล์จะไปช่วยดูแลผู้ป่วยตามคำสั่งของท่านชีค เธอเดินสวนกับแทนไทที่หน้ากระโจมของชีคอัมราน ซึ่งเธอได้ยึดครองไว้ตั้งแต่เมื่อคืน
“พายไม่เป็นไรใช่ไหม” แทนไทเอ่ยถามด้วยความห่วงใย
“ทำไมจู่ๆ ถึงถามพายแบบนี้ละพี่แทน”
“พี่เพิ่งจะรู้จากยะห์ซินว่าเมื่อคืนมีแขกไม่ได้รับเชิญ เลื้อยเข้าไปในกระโจมของพาย พี่เป็นห่วงก็เลยรีบมาดู”
“เหตุเกิดตั้งแต่เมื่อคืน แต่พี่แทนเพิ่งจะมาถามพายตอนเช้า ช้าไปนิดไหมคะ”
“ก็เมื่อคืนพี่หลับไปตั้งแต่หัวค่ำเลยไม่รู้เรื่องนี้”
“นับว่ายังโชคดีที่เพื่อนของพี่แทนมาช่วยพายไว้ได้ทันเวลา พายก็เลยรอดมาได้อย่างหวุดหวิด ถ้าเขามาช้ากว่านั้นพายคงโดนงูฉกตายไปละ”
“โชคดีไปที่พายปลอดภัย...ชีคอัมรานดูแลพายอย่างดีใช่ไหม”
พันไมล์ตวัดสายตาคมค้อนบุคคลที่แทนไทเอ่ยถึง ราวกับว่าเขายืนอยู่ตรงนั้น
"พูดผิดพูดใหม่ได้นะพี่แทน...ชีคจอมบงการนั่นน่ะหรือจะมาดูแลพาย” พันไมล์ชี้ตัวเอง "มีแต่พายนี่แหละดูแลเขา"
แทนไทหัวเราะน้ำเสียงไม่เชื่อ "น้ำหน้าอย่างเรานี่นะจะไปดูแลอัมราน..."
"ใช่แล้วพี่แทน น้ำหน้าอย่างพายนี่แหละที่ดูแลเขา เราอย่าไปพูดถึงเขาเลยพี่แทน คิดแล้วยิ่งหงุดหงิด อารมณ์เสีย" พันไมล์ตัดบท ก่อนจะบ่นพึมพำให้พี่ชายฟัง
"พายเดินทางมาเที่ยวแท้ๆ แต่กลับไม่ได้เที่ยวให้สมใจ วันๆ ติดแหงกอยู่กับชีคจอมเผด็จการ ไม่ว่าพายจะขยับตัวทำอะไรก็ผิด ผิดไปซะหมดทุกอย่าง ถูกลงโทษไม่เว้นแต่ละวัน...ทุกวันนี้เวลาอยู่ใกล้เขาแม้แต่จะหายใจยังยากเลยพี่แทน"
"เราก็พูดเกินไป ถึงอัมรานจะเจ้าระเบียบ แต่ก็ไม่ไร้เหตุผลนะ"
"เชอะ!" พันไมล์ย่นจมูกขึ้นเสียงดูถูก "ดีแต่รังแกคนอื่นนะสิไม่ว่า...แถมยังบ้าอำนาจ...เอาแต่สั่งๆๆ เป็นอย่างเดียว"
"เรื่องนี้มันเป็นความผิดของเราที่ไปสัญญาอะไรกับเขาไว้...พี่ก็ไม่อยากจะเข้าไปยุ่ง" แทนไทบอกน้องสาวน้ำเสียงเห็นใจ
"สัญญาก็ส่วนสัญญาสิ...แต่นี่เล่นรัง...อุ๊บ" พันไมล์ปิดปากตัวเองทันก่อนจะพูดถึงเหตุการณ์ที่ริมสระน้ำ
แทนไทส่ายศีรษะสีหน้าอ่อนใจ "เลิกเล่นได้แล้ว...รังอะไรของเรา"
เมื่อถูกพี่ชายจ้องจับผิด แก้มที่มักจะร้อนผ่าวทุกครั้ง ที่คิดถึงความใกล้ชิดในครั้งนั้น ก็ย้อนกลับมาเล่นงานให้เธอขายหน้าอย่างไม่อาจควบคุมไว้ได้
สมองน้อยๆ ของเธอรีบคิดหาคำตอบอย่างเร่งด่วน "รังเกียจค่ะ"
แทนไทถอนหายใจ โล่งออกไปที ตอนแรกที่เห็นสีหน้าของน้องสาวก็อดรู้สึกกังวลไม่ได้ แต่เมื่อดูจากนิสัยของอัมราน เขาก็ไม่ได้เป็นผู้ชายที่จัดอยู่ในประเภทมือไวใจเร็ว อีกอย่างพันไมล์ก็ไม่ใช่ผู้หญิงในแบบที่เพื่อนรักของเขาชอบ เพราะโดยปกติแล้วชีคหนุ่มมักจะเลือกสาวหุ่นนางงามมากกว่าหุ่นนางแบบ หุ่นนาฬิกาทรายของสาวพวกนั้นน่าสนใจกว่า หุ่นแบนเป็นไม้กระดานโต้คลื่นของพันไมล์เป็นไหนๆ
หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร
“นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง
“ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว
“หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ
“ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี
หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ







