Share

บทที่ 30

last update Tanggal publikasi: 2026-09-08 15:35:33

            “พี่แทน...ถอนหายใจทำไม..มีนัยอะไรแอบแฝงหรือเปล่า”

            แทนไทยิ้มเก้อ ตบหน้าผากตัวเองเบาๆ ที่คิดฟุ้งซ่าน กังวลจนเกินเหตุ

            “คิดมากไปหรือเปล่าพาย...ไม่มีนัยอะไรแอบแฝงหรอก”

            ในเมื่อพี่ชายยืนยันว่าไม่มีอะไร พันไมล์ก็หมดความสนใจในจุดนั้น และเปลี่ยนหัวข้อในการสนทนาทันที

            “พายว่าดวงของพายคงจะชงกับคนที่นี่ เพราะตั้งแต่พายเดินทางมาที่บารัซ ดูชีวิตพายมันไม่ค่อยจะราบรื่น กระท่อนกระแท่นพิกล”

            แม้ว่าพันไมล์จะใช้คำว่าคนที่นี่ แต่แทนไทรู้ดีว่าน้องสาวของเขาหมายถึงอัมราน

            “เรามันก็คิดมากเกินไป อัมรานเขาจะไปตั้งแง่รังเกียจเดียดฉันท์เราทำไม” แทนไทตอบ

            พันไมล์เห็นพี่ชายพูดเข้าข้างเพื่อน ก็คันปากยิบๆ อยากจะเล่าให้พี่ชายฟังนักว่าเพื่อนตัวดีของเขา ทำอะไรกับเธอไว้บ้าง แต่เพราะเธอเป็นคนที่มีจิตใจดี ไม่อยากจะก่อเวรสร้างกรรม จึงไม่อยากผูกพยาบาทอาฆาตใคร ทำให้ต้องหุบปากและเหยียบเรื่องนี้เอาไว้ แม้จะไม่ผูกพยาบาทแต่ก็อดค่อนขอดเขาในใจไม่ได้

            ‘บ้าอำนาจ จอมฉวยโอกาส หื่นตัวพ่อ’

            "พายขี้เกียจเถียงพี่แทนแล้ว เสียเวลาเปล่า เอาเวลาไปทำงานดีกว่า"

            "ตัวยุ่งอย่างเราจะทำอะไรเป็นเรื่องเป็นราวได้"

            "ตามไปดูแล้วก็จะรู้เอง"

            “ทำเป็นมีลับลมคมนัย”

            แทนไทเดินตามน้องสาวไป ถึงได้รู้ว่าพันไมล์มาช่วยดูแลเด็กที่ติดเชื้อ สองพี่น้องจึงช่วยกันทำงานอย่างขยันขันแข็งโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ซึ่งการกระทำเหล่านี้ล้วนอยู่ในสายตาของอัมรานตลอดเวลา

            ตลอดระยะเวลาที่พันไมล์มาช่วยดูแลผู้ป่วย เธอสังเกตเห็นว่าชีคอัมรานจัดการกับปัญหาทุกอย่างของซาเนียได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว เขาใช้เวลาเพียงสามวันก็สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคนี้ไว้ได้ จากเหตุการณ์นี้ทำให้เธอได้เห็นถึงศักยภาพในความเป็นผู้นำของชีคอัมราน ที่สามารถจัดการทุกอย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ว่องไว และทันต่อเหตุการณ์ อีกทั้งยังลงไปคลุกคลีกับผู้ป่วยโดยไม่รังเกียจ

            สามวันที่ผ่านมาเธอเฝ้าสังเกตการทำงานของเขาโดยไม่ให้เขารู้ตัว ปกติแล้วใบหน้าของผู้นำบารัซจะถูกฉาบไว้ด้วยความเย็นชาไร้ความรู้สึก แต่บัดนี้ใบหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น เขาปฏิบัติต่อผู้ป่วยด้วยความอ่อนโยน ราวกับจะถ่ายทอดกำลังใจจากตัวเขาให้กับผู้ป่วยเหล่านั้น ความอบอุ่นอ่อนโยนที่เขาแสดงออกมานั้น สร้างความประหลาดใจให้กับพันไมล์ได้ไม่น้อย

            “ไม่น่าเชื่อเลยว่าผู้ชายที่ดูเย็นชาอย่างชีคอัมราน จะมีมุมที่อบอุ่นอ่อนโยนเช่นนี้กับเขาเหมือนกัน นี่ถ้าไม่ได้มาเห็นด้วยตาของตัวเอง ไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด” พันไมล์พึมพำกับตนเองเบาๆ

            อัมรานเห็นว่าสถานการณ์ทางนี้เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น หน่วยแพทย์เคลื่อนที่สามารถควบคุมการระบาดของโรคไว้ได้ ทำให้เขาวางใจและตัดสินใจที่จะเข้าไปพบผู้นำเผ่าซาเนีย ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงของเขา โดยจะออกเดินทางในเช้าวันรุ่งขึ้น ชีคหนุ่มได้สั่งการลูกน้องคนสนิท ให้เตรียมตัวให้พร้อมเพราะจะออกเดินทางกันแต่เช้า เพื่อไปพบผู้นำเผ่าซาเนียในวันพรุ่งนี้

            เมื่ออัมรานเดินทางมาถึงที่พักของท่านผู้นำซาเนีย ท่านผู้นำพร้อมภรรยาและบุตรชาย ต่างก็ออกมารอต้อนรับชีคผู้นำคนใหม่ของบารัซ ชีคหนุ่มทำความเคารพท่านลุงและภริยาตามธรรมเนียม ก่อนจะหันไปทักทายบุตรชายและลูกพี่ลูกน้องคนอื่นๆ ที่พร้อมใจกันมายืนรอต้อนรับเขา

            "ผมต้องขอโทษท่านลุงด้วยนะครับ ที่เสียมารยาทเดินทางมาเคารพท่านลุงช้าไป"

            "ไม่เป็นไร หลานยุ่ง เรื่องนี้ลุงเข้าใจ"

            “เข้าไปคุยกันด้านในดีไหมคะ เชิญท่านชีคทางนี้เลยค่ะ”

            ภริยาเรฮานกล่าวเชื้อเชิญหลานชายของสามีอย่างให้เกียรติ เพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็นถึงชีคผู้นำเผ่าบารัซ

            หลังจากนั้นไม่นาน อัมรานก็มีโอกาสได้พูดคุยกับท่านลุงตามลำพังภายในห้องรับรอง เรฮานได้เอ่ยปากขอบใจหลานชายที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือซาเนียได้ทันท่วงที ทำให้ซาเนียสามารถควบคุมการแพร่กระจายของโรคนี้ไว้ได้

            “ลุงคงต้องขอบใจหลานที่มาช่วยเหลือชาวซาเนีย ให้ปลอดภัยจากโรคระบาดในครั้งนี้”

            “มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับท่านลุง หากผมทราบเรื่องเร็วกว่านี้ เราคงควบคุมไม่ให้โรคมันแพร่กระจายรุนแรง จนเป็นเหตุให้ต้องมีคนตายมากมายถึงเพียงนี้"

            “ถึงจะเป็นเช่นนั้นแต่ลุงก็ต้องขอบใจเจ้าอยู่ดี เพราะความช่วยเหลือของบารัซ ทำให้ซาเนียรอดพ้นวิกฤตนี้มาได้”

            “ผมต้องขอโทษท่านลุงด้วยนะครับ สำหรับความล่าช้าที่เกิดขึ้น อันที่จริงผมเพิ่งจะได้รับรายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อไม่นานมานี้เอง”

            “ก่อนหน้านี้ลุงได้ส่งจดหมายไปขอความช่วยเหลือจากทางการบารัซ ตั้งแต่รู้ว่าซาเนียไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคนี้ไว้ได้ ยังแปลกใจอยู่เหมือนกันว่าทำไมบารัซยังคงนิ่งเฉย ตกลงแล้วเรื่องมันเป็นมาอย่างไรกันแน่ ทำไมหลานถึงบอกว่าเพิ่งจะได้รับรายงาน”

            “เพราะรายงานเหล่านั้นถูกส่งไปให้กับผู้สำเร็จราชการของบารัซ”

            อัมรานเล่าเรื่องราวความขัดแย้ง ระหว่างตัวเขาและท่านอาให้ท่านลุงฟัง

            "ฮาร์มาลครองอำนาจในฐานะผู้สำเร็จราชการ จนหลงระเริงกับอำนาจในมือ ก็เลยเกิดความโลภอยากที่จะขึ้นปกครองบารัซซะเอง"

            "ผมเองก็ไม่เคยนิ่งนอนใจครับ ติดแต่ว่า..."

            "หลานยังหาสร้อยประจำตำแหน่งผู้นำไม่พบ"

            อัมรานพยักหน้าด้วยสีหน้าหนักใจ

            "แต่ผมจะไม่ยอมเป็นผู้นำหุ่นเชิดอยู่แบบนี้แน่ครับ" อัมรานตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

            เรฮานยิ้มก่อนจะกล่าวว่า "หลานเป็นคนฉลาด มีความกล้าหาญ และมีจิตใจที่คิดถึงผู้อื่นมาตั้งแต่เด็ก"

            "สิ่งเหล่านี้ถือเป็นส่วนที่ดี ที่ผู้นำควรจะมี แต่บางครั้งมันก็เหมือนดาบสองคม เพราะอีกด้านหนึ่งมันก็หมายถึงความอ่อนแอ” ลุงพูดขึ้น

            "ใช่ครับท่านลุง ตอนนี้การบริหารงานต่างๆ หรือการสั่งการพวกที่ให้การสนับสนุนท่านอา ก็เป็นปัญหามากครับ ผมทำอะไรไม่ได้เต็มที่นัก เพราะคนพวกนี้คอยขวางอยู่" อัมรามพูดแสดงความหนักใจ

            "หากยังปล่อยให้ฮาร์มาลเหิมเกริมอยู่เช่นนี้ มันจะมีปัญหาตามมาทีหลัง"

            “ผมทราบครับท่านลุง แต่มันยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม ที่ผมจะใช้ไม้แข็งในการตอบโต้ท่านอาในเวลานี้ เพราะรัฐมนตรีส่วนใหญ่อยู่ฝ่ายเดียวกับท่านอาแทบทั้งสิ้น”

            “อาจเป็นเพราะหลานยังมีบารมีไม่มากพอ และอ่อนประสบการณ์ในเรื่องของการบริหารงานในเผ่า แถมยังใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกซะเป็นส่วนใหญ่ พวกเขาจึงไม่เชื่อมั่นในตัวหลาน และเลือกที่จะไปอยู่ฝ่ายเดียวกับฮาร์มาล ที่สำคัญหลานไม่มีพันธมิตรคอยหนุนหลัง”

            "ท่านลุงคิดว่าผมควรจะทำอย่างไรดีครับ"

            "อีกเจ็ดวันข้างหน้าเฮฌามาจะมีงานเลี้ยง ฉลองวันเกิดของผู้นำอับบาส วันนั้นจะมีผู้นำจากเผ่าต่างๆ เดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก หลานควรถือโอกาสนี้สร้างสายสัมพันธ์กับพวกเขาไว้"

            "คงไม่ง่าย เพราะหลายเผ่าก็เป็นมิตรที่ดีกับท่านอา"

            "หลานเป็นคนฉลาด ย่อมต้องรู้ว่าหากอยากได้มิตรมาไว้ข้างกาย ก็ต้องใช้ความจริงใจไปแลกมา"

            ชีคหนุ่มยิ้ม เขาโค้งคำนับเป็นการขอบคุณท่านลุงที่ให้คำชี้แนะแก่เขา

            "การมาพบท่านลุงในครั้งนี้ ทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรมากมาย ขอบคุณมากครับท่านลุง สำหรับคำแนะนำดีดีที่มอบให้ผม"

            อัมรานสบตาเรฮานด้วยสายตาที่แสดงถึงความซาบซึ้งใจ เรฮานยิ้มให้หลานชายพร้อมกับบอกเขาว่า

            “เรื่องเล็กน้อย ถ้ามีอะไรที่ลุงพอจะช่วยได้ก็บอกมาได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ จำเอาไว้นะอัมรานว่าลุงและซาเนียพร้อมที่จะยืนอยู่เคียงข้างหลานเสมอ”

            “ครับท่านลุง”

            “คืนนี้ซาเนียจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับการมาเยือน อย่างไม่เป็นทางการของผู้นำคนใหม่แห่งบารัซ”

               

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 108

    หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 107

    “นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 106

    “ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 105

    “หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 104

    “ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 103

    หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status