Share

บทที่ 28

last update Tanggal publikasi: 2026-09-08 15:35:23

            พันไมล์เดินกลับไปกลับมาอยู่ในกระโจมใหญ่ด้วยความกระวนกระวาย และเมื่อเธอเหลือบไปเห็นสีหน้าที่แสดงถึงความวิตกกังวลขององครักษ์หนุ่ม ก็ยิ่งทำให้เธอกลุ้มใจหนักขึ้นไปอีก หญิงสาวจึงเดินไปจับแขนเสื้อจาบริน พร้อมกับเอ่ยปากขอโทษ

            "ขอโทษนะคะคุณจาบริน ทุกอย่างเป็นความผิดของฉันเอง" พันไมล์บอกเสียงอ่อน มองหน้านายทหารหนุ่มอย่างสำนึกผิด

            องค์รักษ์หนุ่มหัวเราะ "มันเป็นความผิดของผมเองครับ ผมเป็นทหารแต่ขัดคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ไม่มีข้อแก้ตัวหรอกครับคุณพาย"

            จังหวะนั้นเองชีคอัมรานเดินกลับเข้ามาในกระโจมดังกล่าว และทันได้เห็นภาพความใกล้ชิดสนิทสนมของสองหนุ่มสาว ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้ายิ่งทำให้อารมณ์ที่ขุ่นมัวของเขาเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ

            "ทำอะไรกัน!" อัมรานตวาดถามเสียงดังก้องด้วยความไม่พอใจ

            เสียงของเขาทำให้จาบรินและพันไมล์สะดุ้งสุดตัว ทั้งคู่พร้อมใจกันจ้องมองไปยังเจ้าของเสียงทรงอำนาจนั้น

            สองหนุ่มสาวรู้สึกเย็นเยือกตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเมื่อได้สบตากับท่านชีค เพราะแววตาของผู้นำบารัซยามที่จับจ้องมาที่เขาและเธอนั้นลุกเป็นไฟ ใบหน้าคมเข้มของชีคอัมรานบ่งบอกถึงความดุดัน

            ใบหน้าและแววตาที่แสดงออกถึงความโกรธเคืองของผู้นำบารัซ ทำให้พันไมล์ถึงกับตกตะลึงไปชั่วขณะ และเมื่อมองตามสายตาเขาก็มาหยุดที่มือของตัวเอง เธอจึงเผลอปล่อยมือข้างนั้นโดยอัตโนมัติ

            “คงต้องบอกว่ายินดีต้อนรับแขกที่ไม่ได้รับเชิญ”

            ปากเขาบอกว่ายินดีต้อนรับ แต่สายตาและท่าทางของเขานั้นตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง สายตาที่จ้องมองมาที่เธอแต่ละครั้งทำให้พันไมล์ถึงกับขนหัวลุก และรอดูปฏิกิริยาของเขาว่าจะเล่นงานเธออย่างไร แต่ผิดคาดเพราะเขาหันไปเล่นงานนายทหารหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างตัวเธอก่อน

            “นายทำดีมากนะ...ที่กล้าขัดคำสั่งของเรา”

            องค์รักษ์หนุ่มรู้ตัวดีว่าตนเองทำผิด ที่ขัดคำสั่งของผู้บังคับบัญชา เขาจึงรีบโค้งคำนับเจ้านายหนุ่ม อัมรานตวัดตามองตัวปัญหาแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปมองหน้านายทหารคนสนิทอย่างเอาเรื่อง

            "คงอยากจะเปลี่ยนอาชีพเต็มทีแล้วใช่ไหมจาบริน" ชีคหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงดุดัน

            พันไมล์อดรนทนไม่ไหวจึงต้องถามแทรกขึ้น "นี่คุณ...ความผิดเพียงแค่นี้ถึงกับต้องไล่ออกเลยหรือ"

            ในเมื่อรอยยิ้มแสนหวานและมธุรสวาจา ที่ใช้ไปมันไม่ได้ผลก็เลิกใช้ หันมาโจมตีหวังเบี่ยงเบนความสนใจของเขา แต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะไร้ผล เพราะชีคอัมรานก็ยังไม่เห็นเธออยู่ในสายตา และยังคงหันไปเล่นงานจาบรินอย่างต่อเนื่อง

            หรือว่างานนี้เธอจะรอด! พันไมล์แอบคิดในใจ

            "นายท่องกฎของทหารให้เราฟังเดี๋ยวนี้" ผู้นำบารัซออกคำสั่งเสียงเข้ม

            "รักษาระเบียบวินัย เชื่อฟังคำสั่งผู้บังคับบัญชาการ..."

            แต่จาบรินยังท่องไม่ทันจบ พันไมล์ก็พูดขัดขึ้นมาซะก่อน

            “ทุกอย่างเป็นความผิดของฉันเอง ไม่เกี่ยวกับคุณจาบริน จะลงโทษอะไรก็มาลงที่ฉัน"

            ดวงตาคมดุดันยิ่งขุ่นลึกเมื่อเห็นหญิงสาวปกป้องลูกน้องคนสนิท

            "ไม่ต้องรีบร้อนพันไมล์...ถึงยังไงผมก็ต้องคิดบัญชีกับคุณแน่"

            จากนั้นก็หันไปจัดการลูกน้องคนสนิทต่อ "จาบริน" เขาเรียกด้วยน้ำเสียงดุดัน "มีคนอยากรับผิดแทนนาย"

            “เรื่องนี้มันเป็นความผิดของผมเองครับท่านชีค ไม่เกี่ยวกับคุณพาย และผมก็ยินดีรับโทษ"

            “จะเป็นความผิดของคุณได้ยังไงคะคุณจาบริน ในเมื่อคุณห้ามฉันแล้วแต่ฉันไม่ฟัง และดึงดันที่จะเดินทางมาที่นี่ คุณก็เลยต้องตามฉันมา”

            อัมรานยิ้มเยาะที่มุมปาก "ออกรับแทนกันดีนักใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นเราก็จะสั่งลงโทษทั้งสองคน ให้สาสมกับความผิดที่ก่อไว้”

            “จาบริน นายทำผิดวินัยของทหาร กล้าขัดขืน และละเลย ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา นับแต่นี้ไปนายจะต้องถูกตัดเงินเดือนเป็นเวลาหกเดือน และต้องไปประจำที่กรมปศุสัตว์ เพื่อดูแลจิ้งจอกทะเลทรายที่ได้รับบาดเจ็บ จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงจากเรา"

            “ครับท่านชีค”

            พันไมล์ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจ “อย่างน้อยเขาก็ไม่โดนไล่ออก”

            ถึงกระนั้นเธอก็ยังคิดว่าโทษที่เขาได้รับ มันมากเกินกว่าความผิดที่เขาก่อไว้ จึงพยายามที่จะพูดขอร้องชีคหนุ่ม "ท่านชีคคะ...ผิดก็รู้ว่าผิด และคนที่สำนึกผิด ก็น่าจะได้รับการลดโทษนะคะ"

            พันไมล์เอ่ยขึ้นเพราะนึกสงสารจาบริน นายทหารหนุ่มต้องมาถูกลงโทษเพราะเธอเป็นต้นเหตุแท้ๆ

            "สำนึกผิด! ถ้าคิดได้จริงคงไม่ทำผิดซ้ำซาก เหมือนพวกสิ้นคิดแบบนี้หรอก"

            "ใครสิ้นคิดไม่ทราบ...ฉันแค่อยากมาดู ใครจะนึกว่าคุณจะถือเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดนี้"

            พันไมล์อดเถียงไม่ได้ แถมยังพูดจาค่อนขอดเขาด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

            “จอมบงการ...บ้าอำนาจ...”

            "พันไมล์!" เขาเรียกเสียงหนัก

            "โอเค...ไม่พูดก็ได้" พันไมล์กระแทกเสียง หลบตามองต่ำ

            "คงไม่ต้องให้ผมพูดซ้ำ ถ้าคิดว่าหัวยังเหลือปัญญาอยู่บ้าง ก็น่าจะจำคำพูดของตัวเองได้"

            พันไมล์สะอึก เมื่ออีกฝ่ายโยนคำสัญญาใส่หน้า

            "รู้แล้วค่ะ...ว่าการขัดคำสั่งจะต้องได้รับโทษ"

            "กฎไม่ได้มีไว้ให้ละเมิด" เธอท่องน้ำเสียงประชดประชัน พร้อมกับตวัดตาคมค้อนชีคหนุ่ม

            "คราวนี้จะสั่งให้ฉันไปทำอะไรอีกละคะ" พันไมล์ยอมรับอย่างรู้ชะตา

            "ให้ไปช่วยดูแลผู้ป่วยเป็นเวลาสามวัน"

            เฮ้อ! ก็ยังดีที่ไม่ต้องถูกส่งกลับไปที่บารัซ พันไมล์เผลอโล่งใจ

               

            หลังจากที่พันไมล์ได้ไปขอโทษ และส่งจาบรินออกเดินทางเรียบร้อยแล้ว เธอก็เข้าไปดูแลภายในกระโจมของชีคอัมราน ตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายและได้เรียนรู้มาจากฟาร์ฮา จากนั้นก็เดินกลับไปที่กระโจมของตัวเอง ในครั้งนี้เธอจำต้องอาบน้ำตามวิถีของชาวทะเลทราย เพราะชีคหนุ่มมิได้ตั้งกระโจมใกล้กับโอเอซิสเหมือนเมื่อครั้งก่อน

            ขณะที่หญิงสาวกำลังจะถอดเสื้อเตรียมอาบแห้งแบบชาวทะเลทราย พลันสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับงูตัวใหญ่สีดำทมิฬ

            “กรี๊ดดด” หญิงสาวกรีดร้องพร้อมกับยืนหน้าซีดตัวสั่นไปด้วยความกลัว

            อัมรานได้ยินเสียงกรีดร้องของพันไมล์  เขาจึงรีบวิ่งไปที่กระโจมของเธอ

            เมื่อชีคหนุ่มเห็นว่าอะไรเป็นสาเหตุ ที่ทำให้หญิงสาวถึงกับตกใจจนกรีดร้องออกมา ก็ทำให้เขาพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

            “อย่าขยับตัวนะพันไมล์....” 

            พันไมล์สั่นหน้าปฏิเสธ ขณะกำลังจะวิ่งไปหาชีคหนุ่ม กริชอันคมกริบก็ถูกขว้างออกไปสังหารเพชฌฆาต ที่กำลังจะตรงเข้ามาฉกหญิงสาวด้วยความแม่นยำ งูพิษตัวนั้นแน่นิ่งไปในทันที

            กายบางของพันไมล์สะท้านสั่นไหว ด้วยความหวาดกลัวยากที่จะควบคุม เธอโผเข้าไปกอดชีคหนุ่มไว้แน่น อัมรานโอบกอดหญิงสาวไว้ในอ้อมแขนโดยไม่พูดอะไร เธอซุกแก้มแนบกับอกแกร่งอันอบอุ่น เบียดเนื้อตัวแทบจะแนบชิดเป็นเนื้อเดียวกันกับชายหนุ่มด้วยความกลัว โดยที่ชีคหนุ่มเองก็ไม่ได้ผลักใส เขาปลอบโยนเธอด้วยการตบหลังเบาๆ เรือนกายที่สั่นไหวของเธอเริ่มสงบลง สัมผัสและอ้อมกอดของเขาทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย

            เกิดมาในชีวิตพันไมล์ไม่เคยกลัวอะไร แต่ต้องยอมรับว่าเธอกลัวและขยะแขยงงูที่สุด 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 108

    หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 107

    “นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 106

    “ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 105

    “หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 104

    “ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 103

    หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status