Masuk“ไปไม่นานคงไม่เป็นไรหรอก”
แต่พันไมล์ยังไม่ทันที่จะได้ไปร่วมงานเลี้ยงฉลองจบเทศกาลดังกล่าว ฉับพลันเธอก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังแว่วมา
“ช่วยด้วย...ช่วยด้วย”
“ปล่อยพี่สาวของเราเดี๋ยวนี้นะไอ้พวกสารเลว”
ตอนแรกก็นึกว่าตนเองหูฝาดไป แต่เสียงร้องขอความช่วยเหลือเหล่านั้นก็ยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เธอมิอาจเพิกเฉยและตัดสินใจเดินตามเสียงนั้นไป
เธอเห็นคนร้ายสองคน รูปร่างสูงใหญ่ท่าทางดิบเถื่อน คนหนึ่งกำลังลงมือขืนใจเด็กผู้หญิง ในขณะที่อีกคนดึงตัวเด็กชายวัยไม่เกินสิบปีเอาไว้ เธอได้ยินเสียงเด็กชายโวยวาย พร้อมกับพยายามที่จะสลัดให้หลุดจากการเกาะกุม เพื่อเข้าไปช่วยพี่สาวที่กำลังจะถูกข่มขืน
มือไวเท่าความคิด พันไมล์มองหาสิ่งของที่จะนำมาเป็นอาวุธ พลันสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นท่อนไม้ขนาดเหมาะมือ จึงเดินไปหยิบมาถือไว้
“อันนี้น่าจะใช้การได้”
พันไมล์เลือกที่จะจัดการกับชายคนที่ดึงตัวเด็กชายเอาไว้ก่อน โดยแอบเดินเข้าไปด้านหลังชายคนดังกล่าว ก่อนจะฟาดไปที่หัวของเขาอย่างแรงด้วยไม้ในมือ มีผลทำให้ชายคนนั้นสลบไปทันที
ผู้ชายที่กำลังจะลงมือข่มขืนหญิงสาวนางนั้น หันกลับมามองว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนของมัน จากนั้นมันก็ผละจากร่างบางตรงหน้าเพื่อมาจัดการกับเธอ
"โอ๊ะ! เหยื่อรายใหม่...ยุ่งเรื่องชาวบ้านแสดงว่าอยากโดน" มันปาดน้ำลาย และเดินย่างสามขุมตรงมาหาพันไมล์
เมื่อเป็นอิสระเด็กผู้หญิงก็ลุกขึ้นโดยมีน้องชายวิ่งตรงเข้าไปช่วยประคอง
"ไม่อยากโดน แต่เห็นแล้วทนไม่ไหว" พันไมล์สะบัดมือ ตั้งท่าเตรียมพร้อม
มันแสยะยิ้มโชว์ฟันเหลือง ก่อนจะหัวเราะถูกใจ "ถ้าไม่อยากเจ็บตัว...ก็ทำเป็นมองไม่เห็น แล้วก็ไปซะ ปล่อยเด็กไว้กับข้า”
"ฝันไปเถอะ" พันไมล์ตอบพร้อมกับสวนหมัดตรงใส่
แต่ไม่น่าเชื่อว่ารูปร่างสูงใหญ่เหมือนหมีอย่างมันจะไวใช้ได้ ก้มหลบและกระโจนใส่เธอทั้งตัว พันไมล์ถอยฉากหลบได้อย่างหวุดหวิด ในขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังต่อสู้อย่างดุเดือด สองพี่น้องต่างก็กอดกันและกันไว้ด้วยความกลัว
พันไมล์ถอยฉากหลบได้อย่างหวุดหวิด หญิงสาวต่อสู้กับชายโฉดร่างยักษ์อย่างดุเดือด จนกระทั่งเธอพลาดถูกมันต่อยเข้าที่ท้องอย่างแรง จนเธอถึงกับงอตัวด้วยความเจ็บ
“แส่หาเรื่องนักใช่ไหม อยากสนุกด้วยกันก็ไม่บอก” ชายชั่วพูดด้วยใบหน้าเหี้ยมเกรียม
มือใหญ่สกปรกกระชากเสื้อด้านหน้าของพันไมล์ขาด เผยให้เห็นทรวงอกอวบอิ่ม ส่วนอีกมือของมันก็บีบเค้นคอเธอไว้แน่น แม้จะจุกและหายใจไม่ออก แต่ก่อนที่สติอันน้อยนิดจะหลุดลอยไป จู่ๆ ชายโฉดร่างยักษ์ก็ร้องลั่น พร้อมกับปล่อยร่างของพันไมล์ทรุดลงไปกองกับพื้นดิน
หญิงสาวฟุบนอนแน่นิ่งไป แต่สายตาเธอยังมองเห็นว่าชายโฉด โดนชีคหนุ่มล็อกแขนบิดไปข้างหลัง จนเธอได้ยินเสียงเหมือนกระดูกหัก แสดงให้รู้ว่าเขาหักแขนของมัน ไอ้เลวนั่นแหกปากร้องลั่น ถอยกรูดไปหลายก้าว มันตัดสินใจโกยอ้าวไม่เหลียวหลัง เมื่อเห็นว่าอัศวินม้าขาวมีฝีมือไม่เบา
ชีคหนุ่มตรงเข้าไปประคองพันไมล์พร้อมกับเอ่ยถาม “คุณเป็นไงบ้าง ไหวไหม”
หญิงสาวพยักหน้าแทนคำตอบ ขยับตัวลุกขึ้นโดยมีชีคหนุ่มช่วยประคอง แต่พอเงยหน้ามองเห็นใบหน้าบึ้งตึงราวกับพายุกำลังก่อตัว พันไมล์ก็รีบหลบสายตา นึกกลัวท่าทางโกรธกริ้วของเขาอย่างบอกไม่ถูก
แม้จะจุกแต่เมื่อมีร่างสูงช่วยประคอง พันไมล์ซึ่งพอจะยืนได้บ้างแล้วก็เอ่ยขึ้น
"ฉันขอ..." หญิงสาวอ้าปากค้าง เมื่อเขายกมือห้าม
"หยุด! ถ้าไม่อยากเจ็บตัว"
อัมรานยอมรับว่าไม่เคยโกรธขนาดนี้มาก่อนในชีวิต ภาพหญิงสาวที่ถูกบีบคอจนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดทำเอาเขาโกรธจนแทบฆ่าคนได้ ถ้าไม่กังวลกับอาการบาดเจ็บของพันไมล์แล้วละก็ เขาจะตามไปเก็บไอ้ชั่วนั่นที่มันบังอาจมาทำร้ายแม่ตัวยุ่งของเขา
หลังจากที่ได้ทำงานงานใกล้ชิดกับชีคหนุ่มมาระยะหนึ่ง พันไมล์เริ่มเรียนรู้ถึงอารมณ์ของอีกฝ่าย เธอจึงได้แต่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรมที่จะเกิดจากการลงโทษที่จะตามมา
"ขอบคุณพี่สาวมากครับ/คะ ที่มาช่วยพวกเราไว้"
เหยื่อเคราะห์ร้ายเดินเข้ามาหาสองหนุ่มสาว
“พวกเธอปลอดภัยใช่ไหม” พันไมล์เอ่ยถาม
"ปลอดภัยค่ะ...พวกพี่มาช่วยไว้ได้ทัน" เด็กสาวบอก
"เป็นเด็กเป็นเล็กทำไมไม่อยู่บ้าน" อัมรานถามเสียงขรึม
พวกเรามาเที่ยวงานเทศกาล แล้วเกิดพลัดหลงกับพ่อแม่ จู่ๆ ชายโฉดสองคนเมื่อกี้ก็มาบอกว่าจะพาไปส่ง เราหลงเชื่อเดินตามออกมา แต่แล้วพวกมันก็พยายามที่จะข่มขืนข้า และจับตัวน้องชายของข้าเอาไว้ โชคดีที่พี่สาวมาช่วยเราไว้ได้ทัน มิฉะนั้นเราคงถูกพวกมันฆ่าตายไปแล้ว” หญิงสาวตอบ
น้ำเสียงยังคงสั่นเล็กน้อย อาจเป็นเพราะยังไม่หายตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
"แล้วพ่อแม่พักที่ไหน" อัมรานถาม
สองพี่น้องส่ายหน้า "พวกเราจำไม่ได้ ไอ้พวกนั้นมันพาเราสองคนเดินวกไปวนมา จนพวกเราจำทางกลับที่พักไม่ได้"
“ถ้าอย่างนั้นก็ให้สองพี่น้องไปพักที่ค่ายของเราก่อนได้ไหมคะ”
พันไมล์หันไปเอ่ยถามชายหนุ่มข้างตัวอย่างขลาดๆ แม้สีหน้าและท่าทางชีคหนุ่มจะเรียบเฉย แต่เธอรู้ว่าเขายังโกรธอยู่
“ก็คงต้องเป็นอย่างนั้น ขืนปล่อยไว้แบบนี้เกิดพวกมันย้อนกลับมาเล่นงานอีก คราวนี้คงไม่รอดแน่” ผู้นำบารัซตอบแม่ตัวยุ่ง ก่อนจะหันไปพูดกับเด็กชายหญิงทั้งสองคน
“คืนนี้ไปพักกับเราก่อนแล้วกัน พรุ่งนี้เช้าค่อยว่ากัน”
พันไมล์ยิ้มแก้มปริ พร้อมกับมองท่านชีคด้วยสายตาซาบซึ้ง "ขอบคุณนะคะ"
เด็กทั้งสองกล่าวขอบคุณ
หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร
“นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง
“ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว
“หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ
“ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี
หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ







