Masukหลังจบการประชุมผู้นำคนอื่นขอตัวกลับที่พัก เหลือเพียงผู้นำเผ่าไม่กี่คน ที่ยังยืนพูดคุยกันอยู่ภายในห้อง
“หลานทำสำเร็จ...ทุกคนยอมรับหลานอัมราน” อับบาสและเรฮานพูดขึ้นมาพร้อมกัน
อัมรานยิ้ม “เป็นเพราะได้ท่านลุงช่วยชี้แนะ” เขากล่าวอย่างถ่อมตน
เรฮานหัวเราะ ตบไหล่หลานชายเบาๆ
“เก่งมากอัมราน ต่อไปหลานจะเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง นำพาบารัซของเราให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น”
ระหว่างที่สองหนุ่มต่างวัยยืนคุยกันอยู่นั้น ชารอฟผู้นำเผ่านามีเบียก็เดินเข้ามา ชายชราโค้งทำความเคารพบุรุษหนุ่มผู้องอาจ
“ท่านกล้าหาญมากท่านชีค”
ชารอฟได้เอ่ยปากขอบคุณชีคหนุ่มอีกครั้ง ที่ยอมเสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วยเหลือบุตรชายและคนรับใช้ของเขาเอาไว้ ก่อนที่ทั้งคู่จะถูกไฟคลอกตายในกองเพลิง จากนั้นก็หันไปกล่าวกับหัวหน้าเผ่าซาเนีย
“ยินดีกับท่านด้วยนะท่านเรฮาน ท่านมีหลานชายที่เก่งและมากความสามารถรอบด้าน”
“พวกเราทุกคนล้วนโชคดีที่มีผู้นำที่เก่งและฉลาด มันคงไมใช่ยุคของเราแล้วละท่านชารอฟ”
ชารอฟยิ้มให้บุรุษทั้งสอง ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของเรฮาน เขารู้สึกหนักใจแทนฮาร์มาลที่เจอคู่แข่งที่มากความสามารถ และยากเกินกว่าจะต่อกร
แม้กระทั่งเขาเองก็ยังต้องยอมถอย เพราะการประกาศตัวเป็นศัตรูกับบารัซย่อมเป็นการไม่ฉลาด
“ผมยังอ่อนประสบการณ์ ยังต้องเรียนรู้อีกมาก และคงต้องเรียนรู้จากพวกท่าน”
ชารอฟหัวเราะถูกใจเมื่อชีคหนุ่มฉลาดพอ ที่จะรู้จักเวลาที่ควรรุกและเวลาที่ควรถอย จากนั้นก็หันไปชักชวนผู้นำคนอื่นๆ เดินออกจากห้องประชุม
“เป็นชีคหนุ่มที่มีความเด็ดเดี่ยว และน่าเกรงขามอย่างยิ่ง พวกท่านว่าไหม” ชารอฟหันไปถาม
ผู้นำคนอื่นๆ ต่างก็พยักหน้าเห็นด้วยกับความคิดของชารอฟ
“คงได้แต่ยอมรับและคอยดูกันต่อไปว่าจะเป็นไง”
ด้วยท่าทีที่อ่อนน้อมถ่อมตนของชีคอัมราน ทำให้เขาได้ใจของหัวหน้าเผ่าต่างๆ ไปได้ไม่ยากอย่างที่คิด
หลังจากที่หัวหน้าเผ่าคนอื่นๆ เดินออกจากห้องไป ภายในห้องนั้นจึงมีเพียงอับบาส เรฮาน และอัมราน สามหนุ่มต่างวัยที่กำลังพูดคุยกัน
ในช่วงจังหวะนั้นเองลัยลาได้พรวดพราดเข้ามาในห้องดังกล่าว
“ท่านพ่อขออภัยที่ลูกเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต ลูกได้ยินมาว่าเรือนรับรองของเราถูกเพลิงไหม้ และมีคนได้รับบาดเจ็บ ลูกร้อนใจไม่ทราบว่าเป็นใครคะ และเกิดเพลิงไหม้ได้อย่างไร”
“พ่อสั่งให้คนของเราไปสืบหาสาเหตุอยู่แต่ยังไม่ได้รับรายงาน ส่วนคนที่ได้รับบาดเจ็บเป็นคนของท่านอาชารอฟ ซึ่งเราก็ได้นำตัวคนเจ็บส่งโรงพยาบาล และอยู่ในความดูแลของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้ว”
"โชคดีที่ทุกคนปลอดภัย”
“ไม่มีใครเสียชีวิต" อัมรานเอ่ยกับหญิงสาว
ฉับพลันสายตาของเธอก็หันไปพบกับชายหนุ่มหน้าตาดี ที่นั่งอยู่ใกล้กับบิดาของตนเอง หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นมาทันทีที่สบตาเขา
“ลัยลาเจ้าจำอัมรานได้หรือไม่”
“บุตรชายชองท่านชีคโอมาน”
“ใช่ บุรุษผู้นี้คือบุตรชายของชีคโอมาน อัมรานนี่ลัยลาบุตรสาวเพียงคนเดียวของลุงเอง เจ้าเคยพบกันแล้วนี่ แต่นั่นมันก็นานมาแล้วนะ ยังจำกันได้อยู่หรือเปล่า”
ประโยคหลังอับบาสได้หันไปพูดกับชายหนุ่มรุ่นลูกที่นั่งอยู่ข้างตัวเขา
“ยินดีที่ได้พบคุณอีกครั้งนะลัยลา” อัมรานเอ่ยกับหญิงสาวด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน
“เช่นกันค่ะ ไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้พบกับท่านอีก” หญิงสาวตอบพร้อมกับยิ้มเอียงอาย
ลัยลารู้สึกดีใจที่มีโอกาสได้พบกับอัมรานอีกครั้ง จำได้ว่าเขาเคยเดินทางมาที่นี่พร้อมกับชีคโอมานบิดาของเขา ก่อนที่เขาจะเดินทางไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ ในครั้งนั้นเธอเพิ่งจะย่างเข้าสู่วัยรุ่นและเพิ่งจะแตกเนื้อสาว พบเขาครั้งแรกเธอก็ตกหลุมรักเขาเข้าอย่างจัง จะเรียกว่าเป็นรักแรกพบก็ไม่ผิดนัก เขาเป็นรักแรกและรักเดียวที่เธอถวิลหามาตลอด แม้ว่าในครั้งนั้นเธอกับเขาจะได้พูดกันเพียงไม่กี่คำ แต่เขาก็ยังคงอยู่ในใจของเธอเสมอมา ผู้นำบารัซอยู่คุยอีกพักใหญ่ก่อนจะเอ่ยปากขอตัวกลับที่พัก
หลังจากกลับออกมาจากที่ประชุม อัมรานตรงไปที่บ้านพักรับรอง เขาเห็นพันไมล์กำลังจัดเรียงเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวของเขาอยู่อย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด ชีคหนุ่มผลักประตูเข้าไป พันไมล์ซึ่งกำลังเพลินกับงานที่ทำอยู่ก็ถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย เธอหันมองไปที่ประตู เมื่อเห็นว่าเป็นใครคิ้วเรียวเลิกขึ้นด้วยความประหลาดใจ
"ทำไมคุณกลับมาเร็วจัง..." พันไมล์ถามขึ้น
เธอไม่คิดว่าชีคหนุ่มจะเลิกประชุมและกลับมาเร็วขนาดนี้
"เรื่องบางเรื่องไม่จำเป็นต้องพูดมาก...ก็น่าจะเข้าใจ"
พันไมล์หยุดมือหันมองชีคหนุ่มด้วยสายตาเป็นคำถาม
"หมายถึงอะไรคะ!" เธอถาม
"การประชุมไง..."
"อ้อ..." พันไมล์ลากเสียงยาว พยักหน้าเข้าใจ พร้อมกับลงมือเก็บของให้เขาอีกครั้ง
ชีคหนุ่มมองหญิงสาวอยู่ครู่ใหญ่จนพันไมล์เริ่มอึดอัด เธอเงยหน้าขึ้น
"หน้าฉันมีอะไรผิดปกติหรือเปล่าคะ"
เขาไม่ตอบ แต่ถามขึ้นว่า "จะเสร็จหรือยัง"
พันไมล์มองตามสายตาเขามายังเสื้อสีเข้มในมือแล้วยิ้ม อ้อที่แท้เขาก็อยากอยู่คนเดียวนี่เอง เธอคิด
"เสร็จแล้ว"
เธอตอบพร้อมกับลุกขึ้นยืน "เชิญคุณตามสบาย"
"ดี...ถ้าอย่างนั้นตามมา"
อัมรานบอกโดยไม่พูดซ้ำสองหมุนตัวเดินนำออกไปทันที เขาก้าวยาวไม่กี่ก้าวก็มายืนรออยู่ด้านนอก แต่เมื่อเหลียวมองไปด้านหลังเห็นอีกฝ่ายยังไม่โผล่มาจึงชะลอฝีเท้าลง
เขาตั้งใจไว้ว่าจะพาพันไมล์ไปเที่ยวตลาดพื้นเมือง เพราะตั้งแต่เธอเดินทางมาที่บารัซ ก็ยังไม่เคยได้ไปเดินเที่ยวชมตลาดพื้นเมืองเลยสักครั้ง และยังเจอแต่เรื่องร้ายๆ มาโดยตลอด แต่แม่ตัวยุ่งก็ไม่เคยปริปากบ่น
ไม่นานพันไมล์ก็วิ่งตามมาหลังจากตั้งสติได้แล้ว
เธอวิ่งเหยาะๆ มาหยุดใกล้ชีคหนุ่ม พร้อมกับถามขึ้นอย่างอดไม่ได้ว่า "เราจะไปไหนกันคะ"
"ไปตลาด..."
"ไปตลาด!" พันไมล์ทวนคำเสียงแผ่ว สีหน้าชุ่มชื่นมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที
พันไมล์ดีใจมากที่ตนเองจะได้ไปเที่ยวตลาดพื้นเมือง อย่างที่เคยตั้งใจไว้แต่แรกแต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีโอกาสได้ไปสักที นับเป็นเรื่องประหลาดที่เขาเอ่ยชวน แม้ว่าจะประหลาดใจแค่ไหนแต่พันไมล์ก็ไม่ปฏิเสธ เธอเร่งฝีเท้าตามชีคหนุ่มไปติดๆ
ระหว่างที่สองหนุ่มสาวพร้อมด้วยวาคิม กำลังจะเดินทางไปยังสถานที่ดังกล่าวนั้น พวกเขาได้พบกับลัยลา อัมรานจึงแนะนำให้พันไมล์รู้จักกับบุตรสาวของท่านหัวหน้าเผ่าเฮฌามา
พันไมล์เอ่ยทักทายลัยลาพร้อมรอยยิ้ม แต่อีกฝ่ายกลับทักทายเธอตามมารยาท จากนั้นก็หมดความสนใจในตัวเธอ และมุ่งความสนใจไปที่ผู้นำบารัซแทน เมื่อลัยลารู้ว่าทั้งหมดกำลังจะไปเที่ยวตลาดพื้นเมืองเธอจึงขอตามไปด้วย
“ท่านชีคขา...ลัยลาขออาสาเป็นไกด์นำทางให้นะคะ”
“ขอบใจ” อัมรานพยักหน้าเดินไปตามแรงลากจูงของหญิงสาวแต่โดยดี
กิริยาสนิทสนมจนออกนอกหน้าระหว่างลัยลาและชีคอัมรานอยู่ในสายตาของพันไมล์ตลอด ซึ่งพันไมล์ก็ได้แต่ไหวไหล่โดยไม่พูดอะไร แม้ในใจจะรู้สึกแปลกๆ กับความสนิทสนมตรงหน้า แต่ก็ปัดความรู้สึกเหล่านั้นทิ้งไป บอกตัวเองว่าเขาจะไปสนิทสนมกับใครมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ
หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร
“นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง
“ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว
“หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ
“ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี
หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ







