Masukเมื่อไปถึงตลาดซึ่งเป็นสถานที่จำหน่ายสินค้าแทบทุกชนิด ทั้งผ้าทอมือศิลปะแบบทะเลทราย เครื่องเคลือบเงิน หรือทอง กริช รวมไปถึงเครื่องประดับชนิดต่างๆ พันไมล์เดินชมสินค้าเหล่านั้นด้วยความเพลิดเพลิน
จนกระทั่งเดินมาถึงร้านขายเครื่องประดับ เธอจึงขอให้ช่างประจำร้านช่วยปลดสร้อยที่ข้อมือ ช่างพยายามอยู่พักใหญ่แต่ก็ไม่สามารถปลดตะขอนั้นออกได้ และยังบอกว่าตะขอนี้เป็นแบบที่แปลกมาก พวกเขาถือได้ว่ามีความชำนาญในการทำเครื่องประดับของผู้หญิง แต่ก็ยังไม่เคยเห็นตะขอแบบนี้มาก่อนเลย
พันไมล์เซ็งจิตเดินคอตกล่าถอยออกมา "บ้าๆ" เธอบ่นไปตีข้อมือตัวเองไปพร้อมกัน
"นับตั้งแต่ใส่แกเข้ามาในชีวิต ไม่เห็นจะมีเรื่องดีเลย...เจอแต่เรื่องซวยๆ ตลอด"
อัมรานมองพันไมล์พูดกับตัวเองแล้วก็นึกขำ แต่ชีคหนุ่มไม่ได้ออกความคิดเห็นอะไร ดวงตาคมมีแววครุ่นคิดเมื่อจดจ้องสร้อยข้อมือเจ้าปัญหาเส้นนั้น
"ไหนๆ...สร้อยอะไร" ลัยลาถามขึ้นน้ำเสียงอยากรู้อยากเห็น
ปกติพันไมล์มักจะโชว์สร้อยเส้นนี้ให้ใครต่อใครดูอยู่เสมอ แต่สำหรับหญิงสาวเผ่าเฮฌามาเธอเลือกที่จะซุกข้อมือไว้ด้านหลัง พร้อมกับทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
เมื่อลัยลาเห็นสีหน้าของพันไมล์คิ้วเรียวสวยก็ผูกยุ่ง ขึงตาใส่หญิงสาวทันที
"อย่ามาแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง เมื่อกี้ฉันได้ยินเธอพูดถึงสร้อย ท่านชีคซื้อสร้อยให้เธอใช่ไหม" เธอกระซิบถามรอดไรฟัน สายตาเต็มไปด้วยความริษยา พันไมล์สะดุ้งก่อนจะส่ายหน้า
"ฉันพูดถึงสร้อยในร้านค่ะ...ว่ามีแยะมาก" เธอโกหกหน้าตาเฉย ลัยลามองตามมือพันไมล์ไปยังร้านเครื่องประดับก็พยักหน้า
"คุณลัยลาไปดูสิคะ สวยๆ ทั้งนั้นเลย"
ลัยลาตาโต ห่อปาก "จริงหรือ..."
"ค่ะ ทางร้านบอกว่าวันนี้มีแบบใหม่ๆ ด้วยนะคะ"
ลัยลาตาโต หันไปมองชีคอัมรานตาปรอย แต่เมื่อเห็นว่าชีคหนุ่มยังคงยืนนิ่งเฉย สีหน้าไม่เปลี่ยน เธอก็เลยเดินเข้าไปคว้าแขนกระตุกให้เขาเดินไปกับเธอ
"ไปเป็นเพื่อนลัยลานะคะ...เครื่องประดับร้านนี้มีชื่อเสียงเป็นอันดับหนึ่งของเฮฌามาเลยค่ะ"
ลัยลาพูดจาออดอ้อนออเซาะ ด้วยความเกรงใจชีคอัมรานจำต้องเดินตามหญิงสาวเผ่าฮาเฌมาเข้าไปในร้านโดยดี
ตั้งแต่เดินตลาดมาด้วยกัน พันไมล์เจอพฤติกรรมออดอ้อน ออเซาะ และนิสัยเหวี่ยงวีนของลัยลาจนรู้สึกเอือมระอา จึงเดินแยกตัวออกมา เธอเดินเข้าร้านนั้น ออกร้านนี้อย่างสนุกสนาน แม้จะผิดหวังอยู่บ้างที่ไม่ได้ซื้อ เพราะไม่รู้ล่วงหน้าว่าชีคอัมรานจะชวนเธอมาเที่ยวตลาดพื้นเมือง จึงไม่ได้เตรียมเงินติดตัวมาด้วย แต่การที่ได้มาเดินชมของสวยๆ งามๆ ก็ถือเป็นความสุขอย่างหนึ่งเหมือนกัน
ขณะกำลังเดินออกมาจากร้านผ้า ซึ่งเป็นร้านที่อยู่ด้านหลังเกือบจะสุดตลาด พันไมล์ก็ชะงัก
เธอเห็นชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่ง กำลังยื้อยุดฉุดกระชากหญิงสาวร่างแบบบาง โดยมีหญิงวัยกลางคนพยายามที่จะฉุดรั้งไว้ พร้อมกับร้องห้ามมิให้ชายกลุ่มนั้นนำตัวบุตรสาวของนางไป
ตามนิสัยที่ไม่อาจนิ่งดูดาย พันไมล์จึงตรงเข้าไปช่วยหญิงสาวคนดังกล่าว เธอเดินไปหยุดยืนขวางหน้าชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นไว้อย่างไม่กลัวตาย แต่เมื่อคำนวณด้วยสายตาแล้วว่าจำนวนคนพวกนั้นมีมากกว่า พันไมล์ก็เปลี่ยนมาเป็นยิ้มกว้าง
"สวัสดี..." เธอยกมือทัก จำใจเอาน้ำเย็นเข้าลูบ "พวกพี่กำลังเล่นอะไรกัน"
“ไม่ใช่เรื่องของเจ้า ถ้าไม่อยากหาเรื่องใส่ตัวก็รีบไสหัวไปซะ อย่ามายุ่งเรื่องของคนอื่น”
“นายท่านช่วยข้าด้วย พวกมันกำลังจะจับตัวลูกของข้าไป” ผู้เป็นแม่เอ่ยวิงวอนขอความช่วยเหลือ
"หยุดแส่เรื่องชาวบ้านแล้วก็ไปซะก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจ มิฉะนั้นเจ้าเองนั่นแหละที่จะเดือดร้อน”
“พูดจากันดีดีก็ได้ไม่เห็นจะต้องใช้กำลังบังคับกันเลย”
พันไมล์กล่าวพร้อมกับจ้องมองไปที่ชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นตาไม่กะพริบ
“ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเจ้า” หัวหน้าของพวกมันหันมาตวาดใส่เธอ
จากนั้นพวกมันก็พยายามฉุดกระชาก หญิงสาวร่างแบบบางให้ไปกับพวกมัน โดยไม่สนใจพันไมล์อีกเลย
“พวกนายต้องการอะไรถึงได้ทำแบบนี้”
พันไมล์เอ่ยถาม พร้อมกับตรงเข้าไปกระชากแขนหัวหน้าของพวกมัน หวังจะให้หันมาคุยกันก่อน แต่มันดันหันมาซัดใส่หน้าเธอเต็มแรง โดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัวจนเซถลาลงไปกองกับพื้น
เมื่ออัมรานสังเกตเห็นว่าพันไมล์หายตัวไปจึงออกตามหา จนกระทั่งมาเห็นเหตุการณ์นี้เข้าพอดี เขาตารุกวาวด้วยความโกรธ รังสีแห่งความโกรธแผ่ซ่านออกมาจนวาคิมสัมผัสได้
หมอหนุ่มตรงไปประคองพันไมล์ไว้แล้วถามพวกนั้นว่า "เกิดอะไรขึ้น"
กลุ่มนักเลงโตตวัดตามองผู้มาใหม่ ยังคุยโวแบบไม่รู้ชะตาตัวเอง
"มีไอ้หน้าหล่อมาช่วยโว้ย" มันหันมาบอกพวกเดียวกัน
"พวกชอบเสือกเรื่องชาวบ้าน"
วาคิมมองเห็นเงามัจจุราชบนสีหน้าชีคหนุ่ม เขาพาพันไมล์เดินไปหยุดข้างๆ
"แค่นักเลงเจ้าถิ่น...เท่านั้นครับ"
อัมรานยิ้มเยาะมองหน้าหมอหนุ่ม "เรารู้แล้ว นายไม่ต้องกลัวว่าเราจะรังแกชาวบ้านหรอกวาคิม"
หมอหนุ่มลอบถอนหายใจ ดูจากสีหน้าแทบฆ่าคนของชีคหนุ่มแล้วก็อดกลัวแทนพวกนั้นไม่ได้
อัมรานเหลือบมองมุมปากที่มีหยดเลือดซึม และแก้มแดงช้ำของพันไมล์ที่ปรากฏเป็นรอยนิ้วมือของพวกมัน ดวงตาคมยิ่งฉายแววขุ่นเคือง เหมือนพันไมล์จะอ่านสายตาคู่นั้นออก เธอกระตุกแขนเสื้อเขาเบาๆ
"ฉันไม่เป็นไร คุณช่วยสองแม่ลูกนั่นก่อนเถอะค่ะ”
แม้จะไร้สมองแค่ไหน พวกนักเลงโตก็ดูเหมือนจะรู้ว่า ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ท่วงท่าแฝงไว้ด้วยอำนาจ อย่างบุรุษทื่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกมันในตอนนี้ ไม่น่าจะใช่คนธรรมดา ทีท่าของพวกมันจึงเปลี่ยนไป
"พวกเราแค่ต้องการเงินที่สองคนนี้ติดไว้เท่านั้น" มันเริ่มแก้ตัว โดยที่อัมรานใช้เพียงสายตาคมกล้าจ้องมองไปที่พวกมัน
"ส่วน...ส่วนผู้หญิงคนนี้ หล่อนมาจุ้นจ้านเอง"
"เจ้าก็เลยต้องใช้กำลังตบตีพวกนาง"
“มันสองคนแม่ลูกติดหนี้ข้าแล้วคิดจะเบี้ยวไม่ยอมจ่าย แถมยังจะหนีเอาตัวรอด ข้าก็เลยจะเอาตัวลูกสาวของมันไปขาย ถือเป็นการใช้หนี้ที่พวกมันติดค้างข้าเอาไว้”
“เท่าไร” อัมรานเอ่ยถามด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่ทว่าแฝงไว้ซึ่งอำนาจ
นักเลงเจ้าถิ่นยิ้มกริ่ม ถูมือไปมาเมื่อรู้ว่าจะได้เงินคืน เจ้าหัวหน้ารีบแจ้งจำนวนเงิน อัมรานบอกให้วาคิมหยิบเงินส่งให้พวกนั้น
เมื่อพวกมันได้เงินก็ไม่อยากจะมีเรื่อง จึงชักชวนกันกลับทันที แต่ยังไม่ทันที่จะได้จากไป เสียงทรงอำนาจก็ดังขึ้น
“เดี๋ยว!”
หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร
“นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง
“ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว
“หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ
“ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี
หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ







