Share

บทที่ 49

last update Tanggal publikasi: 2026-09-08 15:36:57

           พันไมล์นิ่งคอย ฟังเสียงหายใจหนักๆ ร้อนผ่าว แต่เมื่อหนึ่งนาทีผ่านไป ตามด้วยอีกหนึ่งนาที ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดวงตาคู่สวยลืมขึ้น เธอพบกับรอยยิ้มที่เคยทำให้หลงเคลิ้มรออยู่

            "ตื่นได้แล้ว...ผมทายาเสร็จแล้ว"

            อัมรานยิ้มกริ่ม ใช้นิ้วดีดหน้าผากมนเบาๆ อย่างเอ็นดู

            พันไมล์แก้มแดง ก้มหน้าอมยิ้มขัดเขิน ยกมือลูบหน้าผากเบาๆ พร้อมกับเอ่ยขอบคุณชีคหนุ่ม

            อัมรานมองท่าทีขัดเขินของหญิงสาวอย่างนึกขำ ไม่คิดว่าจะมีโอกาสเห็นผู้หญิงแกร่งท่าทางเก่งกล้าอาย ซึ่งเขามองว่าน่ารักดี และทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

            "พรุ่งนี้รอยช้ำก็คงจะหายสนิท..."

            พันไมล์พยักหน้า แต่ทว่ายังก้มหน้าไม่ยอมสบตาชีคอัมรานอยู่ดี เธอไม่เคยขายหน้าขนาดนี้ไม่ก่อน...คิดแล้วอยากเขกหัวตัวเองสักที

            "อ้าว...เลยใบ้กินไปเลย" เขาว่า

            แต่เมื่อเห็นร่างเล็กบางของอีกฝ่ายบิดไปมา แทบจะเป็นเกลียวนอตอยู่แล้ว ชายหนุ่มก็เลิกล้อ และพูดขึ้นว่า

            "พรุ่งนี้เจอกัน อย่าสายล่ะ"

            พันไมล์เงยหน้าขึ้นทันที “แต่ฉันรับปากคุณลัยลาไว้ว่าจะไปช่วยดูแลเธอ จนกว่าคนของเธอจะเดินทางมาถึงที่นี่”

            “นี่คือคำสั่ง”

            เธอเผลอค้อนขวับอย่างอดไม่ได้เมื่อเจอไม้นี้ เธอก็ทำอะไรไม่ได้นอกเสียจากต้องทำตามคำสั่งของเขา

            "ค่ะ"

            พันไมล์รับคำก่อนจะเดินกลับไปยังห้องพักของตนเอง ด้วยฝีเท้าที่นักกรีฑาทีมชาติยังอาย เธอมาทรุดตัวลงบนเตียง สองมือกุมแก้มร้อนผ่าวไว้แน่น...ก่อนจะเลื่อนมาลูบไล้หน้าผากมนเบาๆ พร้อมรอยยิ้มเคลิ้มฝันประดับอยู่บนใบหน้า

            ก่อนจะได้สติ และเขกหัวตัวเองเบาๆ บ่นดังๆ พร้อมถอนหายใจ "คิดบ้าอะไรอยู่พันไมล์..."

            ใจจริงเธอเองก็ไม่ได้อยากที่จะไปดูแลลัยลาสักเท่าไร เพราะไม่ค่อยจะชอบนิสัยเรื่องมากของอีกฝ่าย ถึงกระนั้นก็ยังไม่ลำบากใจเท่ากับการที่จะต้องเข้ามาดูแลชีคอัมรานอย่างใกล้ชิด แต่เมื่อมันเป็นหน้าที่เธอก็มิอาจที่จะหลีกเลี่ยงได้

            เช้าวันต่อมาซึ่งเป็นวันบุหลันโซฮา พันไมล์เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ของเธอตามปกติ แต่น่าแปลกที่เธอไม่พบชีคหนุ่มอย่างที่ควรจะเป็น เธอจึงเดินลงมาด้านล่าง และก็สังเกตเห็นความวุ่นวายที่เกิดขึ้นภายในจัสตินพาเลซ

            ทหารองครักษ์ต่างก็สาละวนอยู่กับการช่วยกัน ขนกระเป๋าสัมภาระมากมายเข้ามาด้านใน รวมถึงหีบที่บรรจุสิ่งของที่ดูท่าว่าจะหนักน่าดู เพราะต้องใช้คนถึงสองคนยกหีบเหล่านั้นเข้ามา

            “ทำไมถึงดูวุ่นวายกันแต่เช้าแบบนี้” พันไมล์พึมพำออกมาด้วยความประหลาดใจ

            ฉับพลันสายตาของเธอก็หันไปเห็นจาบรินที่กำลังดูแลและสั่งการ ให้คนขนข้าวของมากมายเข้าไปเก็บไว้ด้านใน พันไมล์จึงรีบเดินตรงเข้าไปทักทาย

            “กลับมาตั้งแต่เมื่อไรคะคุณจาบริน หรือว่าคุณแอบกลับมาโดยที่เขาไม่รู้” ประโยคสุดท้ายเธอกระซิบกระซาบให้ได้ยินกันเพียงแค่สองคน

            “ผมเพิ่งจะมาถึงเช้านี้เองครับ ท่านชีคมีคำสั่งให้ผมย้ายกลับมาประจำการที่นี่” จาบรินตอบพร้อมรอยยิ้ม

            “เฮ้อ! โล่งอกไปที นึกว่าคุณทนทำงานที่นั่นไม่ไหวจนต้องแอบหนีกลับมา”

            “คุณพายสบายดีนะครับ”

            “ก็สุขกายแต่ไม่ค่อยจะสบายใจเท่าไร คงไม่ต้องให้บอกนะคะว่าไม่สบายใจเรื่องอะไร”

            ทั้งคู่ประสานเสียงหัวเราะพร้อมกัน

            “ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะคะคุณจาบริน ฉันดีใจที่เห็นคุณกลับมาที่นี่อีกครั้ง”

            “ขอบคุณครับ”

            “ว่าแต่มันเกิดอะไรขึ้นแต่เช้าคะ ทำไมที่นี่ถึงได้ดูสับสนวุ่นวายไปหมด แล้วข้าวของพวกนี้เป็นของใครคะ”          

            “ของทั้งหมดที่คุณพายเห็นเป็นของคุณลัยลาครับ มันถูกส่งมาจากเฮฌามาพร้อมกับคนของเธอ”

            “ทั้งหมดนี่เลยหรือคะ”

            “ใช่ครับ”

            “ขนมาอย่างกับจะย้ายมาอยู่ที่นี่เป็นการถาวรอย่างนั้นแหละ”

            จาบรินเพียงแต่ยิ้ม เขามิได้ออกความคิดเห็นอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้

            “คุณพายลงมาทำอะไรที่นี่ครับ”

            “ก็มาตามหาเจ้านายของเรานะสิคะ ไม่รู้ว่าหายตัวไปไหนแต่เช้า ไปหาที่ห้องก็ไม่มี”

            แต่เมื่อหันไปสบตาจาบรินที่จ้องมองเธออยู่ก่อนแล้ว ก็ทำให้นึกไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน พันไมล์ร้อนตัวขึ้นมาทันที

            “ฉันแค่เข้าไปดูแลเขาตามหน้าที่เท่านั้นเองค่ะ ไม่มีอะไรนอกเหนือไปจากนั้นเลยนะคะ” หญิงสาวรีบแก้ตัวพัลวัน

            “ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะครับคุณพาย” องครักษ์หนุ่มเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

            ใบหน้าของพันไมล์ร้อนผ่าว เธอรู้สึกเก้อกระดากที่ดันคิดมากไปเอง เกรงว่าเขาจะจับได้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเธอและเจ้านายหนุ่มของเขา จึงได้แต่ฝืนยิ้มให้จาบริน ก่อนจะเบี่ยงเบนหัวข้อในการสนทนา

            “วันนี้มันเป็นวันอะไรหรือคะ ทำไมหนุ่มๆ สาวๆ ถึงได้มีท่าทางแปลกๆ”

            “แปลกยังไงครับ!”

            “ก็แปลกตรงที่สาวๆ ดูจะคึกคักมากเป็นพิเศษ ในขณะที่หนุ่มๆ ดูลุกลี้ลุกลนอย่างไรบอกไม่ถูก คุณยังไม่ได้ตอบคำถามของฉันเลยนะคะคุณจาบริน”

            “วันนี้เป็นวันบุหลันโซฮาครับ”

            พันไมล์พยักหน้า พร้อมกับทวนคำพูดของจาบริน “บุหลันโซฮา!”

            “แล้วมันมีความสำคัญยังไงคะ” หญิงสาวถามด้วยความอยากรู้

            จาบรินยิ้ม “ก็เป็นวันของสาวๆ...”

            แต่ยังไม่ทันที่จาบรินจะได้อธิบายอะไร ยะห์ซินก็เข้ามาตามเขาไปพบชีคอัมราน

            องครักษ์หนุ่มหันมายิ้มและโค้งอย่างมีมารยาท “ผมขอตัวก่อนนะครับคุณพาย”

            พันไมล์ได้แต่ยิ้มให้เขา สายตาก็มองตามสององครักษ์หนุ่มที่รีบร้อนเดินจากไป

            “แล้วตกลงมันเป็นวันอะไรของสาวๆ ล่ะ” เธอบ่นก่อนจะเดินกลับไปที่ห้องอย่างงงๆ

            หลังจากถามหาชีคหนุ่มจนทราบว่า เขาไปทำงานแล้วก็ถือว่าหมดหน้าที่ เธอจึงเดินตรงไปที่ห้องสมุด

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 108

    หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 107

    “นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 106

    “ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 105

    “หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 104

    “ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 103

    หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status