Share

บทที่ 48

last update Tanggal publikasi: 2026-09-08 15:36:53

            เมื่ออัมรานกลับออกมาจากงานฮาร์มาลเองก็เดินทางกลับที่พักเช่นกัน เขาพกพาความโกรธแค้นกลับไปเต็มพิกัด

            “ไปตามตัวดีนาสมาพบข้าเดี๋ยวนี้” ฮาร์มาลตวาดสั่งเสียงดังก้องทันทีที่เดินทางกลับไปถึงที่พัก

            หญิงรับใช้ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขณะนั้นรีบไปทำตามคำสั่งทันที ถ้าขืนชักช้ามีหวังได้เจ็บตัวแน่ หลังจากนั้นไม่นานดีนาสเดินเข้ามาในห้องทำงาน เขาทำความเคารพเจ้านาย

            ฮาร์มาลโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงเมื่อทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่เขาคิดไว้ ทำให้เขาระเบิดอารมณ์โกรธออกมาโดยไม่ยั้ง ฮาร์มาลตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อดีนาส พร้อมกับตวาดเสียงเกรี้ยวกราดดังไปทั่วห้อง

            “เจ้ากล้าดียังไงถึงได้มาหลอกข้าว่าอัมรานมันหมดลมหายใจไปแล้ว”

            “ผมได้รับรายงานเช่นนั้นจริงๆ ครับ พวกมันยืนยันหนักแน่นว่าได้ยิงโดนจุดสำคัญของท่านชีคหลายนัด จนล้มคว่ำลงไม่มีทางที่จะรอดมาได้”

            “ถ้าเป็นอย่างที่เจ้าพูดจริงทำไมคนที่ตายแล้วมันถึงฟื้นขึ้นมาได้” ฮาร์มาลตะคอกถามด้วยความฉุนเฉียว

            ดีนาสได้แต่นิ่งเงียบและยอมรับโทษทัณฑ์จากผู้เป็นนาย เพราะมันถือเป็นความผิดพลาดของเขาเช่นกัน

            ฮาร์มาลระบายอารมณ์โกรธโดยการเตะต่อยคนสนิทของตนเองแบบไม่ยั้งมือ จนอีกฝ่ายล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้น แต่นั่นยังไม่ทำให้เขาคลายความโกรธ เขาตรงเข้าไปกระทืบซ้ำก่อนจะชักปืนออกมาเล็งไปที่นายทหารหนุ่มคนสนิท

            “เมื่อเจ้าทำงานพลาดเจ้าก็สมควรได้รับโทษ”  

            พูดจบเสียงปืนก็ดังขึ้นหนึ่งนัด “นี่เป็นการเตือน ถ้าคราวหน้าเจ้ายังทำผิดพลาดเช่นนี้อีกละก็ กระสุนจะเจาะที่หัวใจไม่ใช่แขน”

            “ออกไปให้พ้นหน้าข้า”

            ดีนาสพยายามทรงตัวลุกขึ้นอย่างยากเย็น เขายกมือกุมบาดแผลที่ต้นแขนของตนเอง ก่อนจะโค้งคำนับผู้สำเร็จราชการแห่งบารัซและเดินออกจากห้องนั้นไปตามคำสั่ง

            ฮาร์มาลโกรธแค้นเป็นอย่างมากที่อัมรานรอดตายมาได้ ตราบใดที่อีกฝ่ายยังมีชีวิตอยู่เขาก็ยังต้องคอยหวาดระแวงว่า หลานชายจะกลับมาทวงอำนาจที่อยู่ในมือของเขากลับคืนไปเมื่อไร วิธีเดียวที่จะทำให้เขาวางใจในเรื่องนี้ได้คืออัมรานจะต้องหมดสิ้นลมหายใจ แต่มันดันไม่ตายแถมยังกลับมาเป็นเสี้ยนหนามตำใจเขา ทำให้ทุกอย่างผิดไปจากแผนที่เขาวางเอาไว้อีกด้วย

            ขณะที่พันไมล์เดินออกมาจากห้องพักของตนเองนั้น ก็เป็นช่วงจังหวะเดียวกับที่อัมรานกำลังจะเดินไปกลับที่ห้องของเขาซึ่งอยู่ติดกับห้องของเธอ ทั้งคู่สบตากันโดยบังเอิญ

            เมื่อพันไมล์เห็นเช่นนั้นก็บ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ “ไหนว่าไปงานเลี้ยงทำไมถึงกลับเร็ว"

            "บ่นอะไร!"

            "หูดีจริงๆ" พันไมล์เปรย

            "รู้ว่าผมหูดี ก็เลิกบ่นพึมพำ แล้วตามมานี่"

            "คุณจะให้ฉันไปไหน" ปากถามแต่ขาไม่ขยับ เธอรู้ฤทธิ์ของการอยู่กับเขาตามลำพังเป็นอย่างดี

            อัมรานหยุดเดินหันมามองพันไมล์นิ่งนาน เมื่อเธอประสานเข้ากับดวงตาคมกล้ามีแววบังคับนั้น ก็ได้แต่ลากขาตามเขาเข้าไปในห้องพัก

            "การเข้ามาอยู่ในห้องกับผู้ชายตามลำพังแบบนี้มันไม่ดีเท่าไรนะ ถ้าคุณลัยลาหรือใครรู้เข้า เขาก็จะเอาเราไปนินทาในทางที่เสียหายได้"

            "พูดมาก...เดินมานี่"

            พันไมล์เบ้หน้า พร้อมกับพาตัวเองมาหยุดตรงหน้าชีคหนุ่ม ชายหนุ่มเอื้อมมือมาเชยคางมน

            "ไม่บวมเหมือนวันแรก..."

            อาคันตุกะสาวยกมือลูบแก้มของตนเองโดยอัตโนมัติ ก่อนจะไหวไหล่

            “แผลแค่นี้ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก”

            "รอตรงนี้..." ว่าแล้วเขาก็เดินไปค้นอะไรยุกยิกที่โต๊ะข้างหัวเตียง

            พันไมล์ยืนมองการกระทำของเขาอย่างไม่เข้าใจแกมหวั่นไหว แต่ก็รีบปัดความรู้สึกเหล่านั้นทิ้งไป ก่อนจะถามขึ้นมาว่า

            "งานเลี้ยงสนุกไหมคะ"

            "ก็งั้นๆ...ถามทำไม"

            "ฉันเห็นในข่าว...น่าสนุกดี" เธอตอบไป

            เมื่อเห็นเขาหยุดค้นและหันกลับมาจ้องหน้าเธอนิ่งนาน แววตาคมเข้มของเขานั้นยากจะหยั่งความรู้สึก แก้มนวลก็ร้อนผ่าว

            "ฉันเห็นคุณกับคุณลัยลาออกงานคู่กัน ดูใกล้ชิดสนิทสนมกันดี”

            แต่เมื่อเห็นสายตาที่มองมาราวกับจ้องจับผิด ก็ทำให้พันไมล์รีบแก้ตัว

            “แค่พูดให้ฟังเฉยๆ ไม่มีอะไรนะ อย่าเข้าใจผิด"

            อัมรานเดินกลับมา เขาไม่สนใจคำพูดแก้ตัวเป็นพัลวันของหญิงสาว ชายหนุ่มเปิดกระปุกสีน้ำตาลออกแล้ว โน้มตัวมาใกล้ นิ้วมือเรียวป้ายครีมสีน้ำตาลข้นไล้เบาๆ

            “แค่ไปงานด้วยกันเท่านั้น...เธอมาในนามตัวแทนของท่านลุงอับบาส ผมก็เลยต้องดูแลเธอในฐานะแขกคนสำคัญของบารัซ"

            เขาอธิบายเสียงเรียบเรื่อย นิ้วเรียวยังสัมผัสไล้แก้มนวลเบาๆ แต่พอนิ้วเรียวโดนแก้มร้อนผ่าวพันไมล์ก็สะดุ้ง นิ่วหน้าเล็กน้อย

            "คุณไม่จำเป็นต้องแก้ตัวหรอกค่ะ ฉันเข้าใจดี" เธอย้ำ แต่ยังยืนนิ่งให้ชายหนุ่มทายาต่อไป

            "ไม่ได้แก้ตัว แค่อธิบาย..." อัมรานตอบแล้วมองไปที่แก้มสีระเรื่อนิ่งนาน

            "ผิวคุณบางมาก และยานี้ก็ออกฤทธิ์เย็น รออยู่นี่ก่อนนะเดี๋ยวผมกลับมา"       

            พันไมล์มองชีคอัมรานด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก รู้แต่ว่าความรู้สึกหนักอึ้งเมื่อเห็นข่าวเริ่มคลี่คลายลง เธอนั่งรอเขาที่เก้าอี้ตัวที่ใกล้ที่สุด

            เมื่อชีคหนุ่มเดินออกมาจากห้องน้ำเธอก็พูดขึ้นว่า "“ขอยาฉันเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันทาเอง”

            “อย่ามากเรื่อง ผมสั่งให้คุณทำอะไรก็ทำไปตามนั้นไม่ได้หรือไง ทำไมต้องมีปัญหาอยู่เรื่อย”

            พันไมล์จึงต้องยอมจำนนนั่งตัวตรงให้เขาทายาให้เธอ

            อัมรานชะโงกหน้าเข้าไปจนชิดใบหน้างามสองหนุ่มสาวจ้องตากัน นัยน์ตาดำคมเข้มของเขาทอประกายวาววับ ลมหายใจอุ่นๆ ของเขารินรดเรียวปากของเธอ ศีรษะของเขาก้มต่ำลงมา

            ใบหน้าของเขาโน้มมาใกล้...ใกล้จนเกือบจะสัมผัสกับริมฝีปากบาง ปากของเขาเคลื่อนลงมาจนเกือบทาบทับริมฝีปากเธอ

            อาคันตุกะสาวได้แต่นั่งตัวแข็งนิ่งราวต้องมนตร์ ดวงหน้าแหงนเงย ริมฝีปากสีระเรื่อเผยอค้าง ดวงตาหลับพริ้มราวกับรอจุมพิตจากเจ้าชาย

           

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 108

    หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 107

    “นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 106

    “ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 105

    “หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 104

    “ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 103

    หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status