Masukเช้าวันต่อมา ในขณะที่สามองครักษ์หนุ่มกำลังจะเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ตามปกตินั้น พวกเขาและแทนไทต่างก็ทักทายและพูดหยอกล้อกันเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นคืนวันบุหลันโซฮาและถือเป็นคืนวันอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวบารัซ
“เมื่อคืนนี้พวกนายมีใครโดนสาวๆ ฉุดไปทำมิดีมิร้ายกันบ้างหรือเปล่า บอกมาซะดีดีห้ามปิดบังเด็ดขาด” แทนไทถามพร้อมกับคาดคั้นเอาคำตอบจากเพื่อนทั้งสามคน
“ถ้าเป็นเรื่องนี้คงต้องยกให้วาคิม เพราะหน้าตาของวาคิมหล่อโดนใจสาว ไม่ว่าจะเป็นสาวน้อยสาวใหญ่ของบารัซต่างก็หลงเสน่ห์คุณหมอหนุ่มอนาคตไกลนามว่าวาคิม” จาบรินเอ่ยพร้อมกับส่งรอยยิ้มยั่วกลายๆ
“แต่ฉันขอยกตำแหน่งขวัญใจสาวๆ ให้นายดีกว่านะจาบริน ความหล่อของฉันหรือจะสู้คารมที่คมคาย เจ้าของฉายามีดโกนอาบยาพิษ เอ๊ย! มีดโกนอาบน้ำผึ้งของนายได้ล่ะจริงไหม”
วาคิมกล่าวเช่นนั้น เพราะจาบรินเป็นองครักษ์หนุ่มฝีปากกล้าและมีคารมที่คมคาย เมื่อใดก็ตามที่เพื่อนคนนี้เอื้อนเอ่ยวาจากับสาวๆ พวกเธอเหล่านั้นต่างก็มีอาการราวกับว่าตกอยู่ในมนตร์สะกดของจาบริน
“เข้าทำนองคารมเป็นต่อรูปหล่อเป็นรองใช่ไหมวาคิม” แทนไทกล่าวเสริมพร้อมกับหัวเราะ
“ใช่แล้วแทน”
ปากของวาคิมตอบแทนไทพร้อมกับหันไปยักคิ้วให้จาบริน อีกฝ่ายส่งสายตาพิฆาตคืนกลับมาให้ทันที
ยะห์ซินยิ้มขันเมื่อได้ยินคำพูดหยอกล้อกันไปมาของเพื่อนๆ
“แต่ใครเลยจะสู้ยะห์ซินได้”
“เฮ้ย! ทำไมมาลงที่ฉันได้ล่ะจาบริน”
“นายสารภาพมาซะดีๆ เมื่อคืนไปหลบที่ไหน” จาบรินถาม นัยน์ตาพราวระยับ หันไปยักคิ้วให้วาคิม
“หึหึ อย่าบอกนะว่าที่เดิม” วาคิมหันไปถามเพื่อนรัก พร้อมกับรอฟังคำตอบ
ยะห์ซินมองเพื่อนทั้งสองด้วยสีหน้าปั้นยาก
“นี่ขนาดนายมีสายตาพิฆาตที่สาวๆ ไม่อยากเข้าใกล้เป็นอาวุธ แต่ก็ยังไม่วายแอบหนีไปนอนหนาวบนบ้านต้นไม้ในสวน ตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ตกดิน ข้าวปลาก็ไม่ยอมกินเหมือนเดิมใช่ไหมยะห์ซิน” จาบรินกล่าวพร้อมกับหัวเราะขบขัน
“สงสัยจะกลัวยัยโซลี” วาคิมพยักพเยิดไปทางจาบริน จากนั้นจึงหันไปถามยะห์ซิน
“ว่าแต่ปีนี้หล่อนยังแอบย่องมาซุกอยู่ใต้เตียงนอนของนายอีกหรือเปล่า”
ยะห์ซินส่ายหน้าแทนคำปฏิเสธ
“คราวนี้หล่อนใช้วิธีไหน” จาบรินรีบซักไซ้ด้วยความอยากรู้
เพราะเป็นที่รู้กันในหมู่เพื่อนฝูงว่าโซลีชอบยะห์ซินมานานแล้ว และหล่อนก็มักจะสรรหาสารพัดวิธี เพื่อที่จะทำให้ตนเองได้เคียงคู่กับยะห์ซินในคืนวันบุหลันโซฮา แต่ก็ยังทำไม่สำเร็จ
“หล่อนไปแอบอยู่ในตู้เย็นแทน”
“ห๊า! จริงหรือยะห์ซิน” สามหนุ่มต่างก็พร้อมใจกันถาม
ยะห์ซินพยักหน้า “จริง ดีแต่แม่ไปพบเข้าซะก่อน มิฉะนั้นหล่อนมีสิทธิ์แข็งตาย”
ทั้งสามหนุ่มหัวเราะพร้อมกัน ขำกับวีรกรรมแมวไล่จับหนูของยะห์ซินและสาวน้อยโซลี ที่แอบหลงรักองค์รักษ์หนุ่มมาตั้งแต่แตกเนื้อสาว ในคืนวันบุหลันโซฮาของทุกปีโซลีก็จะทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ได้องค์รักษ์หนุ่มไปเป็นสามีแต่ก็ยังไม่สำเร็จ
“เห็นหรือยังว่าสาวๆ ต่างก็อยากที่จะเข้าใกล้นาย แต่พอเจอสายตาพิฆาตและมาดนิ่งๆ ของบุรุษผู้นี้เข้าไป ก็ทำให้พวกหล่อนถึงกับก้าวขาไม่ออก ได้แต่ส่งสายตาหวานซึ้งทอดสะพานมาให้” จาบรินอีกเช่นเคยที่เป็นคนเอ่ยแซว
“ทำพูดดีไป นายสองคนก็ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ ถึงแม้ว่าปีนี้พวกนายยังคงครองความโสดเอาไว้ได้ แต่ปีหน้าอาจไม่รอดก็ได้”
“ว่าแต่นายสองคนช่วยเฉลยให้ฟังหน่อยได้ไหมว่าพวกนายทำอย่างไร ถึงรอดพ้นเงื้อมือสาวๆ ครึ่งเมืองกลับมาทำงานในสภาพโสดได้” แทนไทเอ่ยถามวาคิมและจาบรินด้วยความอยากรู้
“เราไม่บอก”
สององครักษ์หนุ่มเอ่ยออกมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย จากนั้นก็ประสานเสียงหัวเราะอย่างถูกอกถูกใจที่ได้แกล้งแทนไท
“มายืนจับกลุ่มทำอะไรกันอยู่ตรงนี้!?”
ทุกคนหันไปยังทิศทางของเสียงที่ทรงอำนาจนั้น เมื่อพบว่าเป็นเสียงของผู้สำเร็จราชการที่มาพร้อมกับนายทหารคนสนิท และมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่อีกสองสามคนติดตามมาด้วย พวกเขาต่างก็หันไปทำความเคารพฮาร์มาลและท่านรัฐมนตรีที่ติดตามมาด้วยโดยพร้อมเพรียงกัน
“ปีนี้มีใครที่เราต้องแสดงความยินดีด้วยไหม” ฮาร์มาลถาม
วันนี้เขารู้สึกอามรณ์ดีเป็นพิเศษ ท่านผู้สำเร็จราชการของบารัซถาม พร้อมกับกวาดสายตามองชายหนุ่มทั้งหลายยิ้มๆ
ทุกคนยิ้มเก้อ “ไม่มีครับ ปีนี้พวกเรายังคงรักษาความโสดไว้ได้อย่างเหนียวแน่น” วาคิมตอบ
“หนุ่มๆ ก็อย่างนี้แหละ” ฮาร์มาลหันไปพูดกับข้าราชการที่ตามมา “ยังสนุกกับความโสดของตัวเอง เหมือนพวกเราสมัยหนุ่มๆ ไม่มีผิด”
ทุกคนพยักหน้ารับ เห็นด้วยกับความคิดของผู้สำเร็จราชการ
“เช้าวันสำคัญขนาดนี้ เจ้านายของพวกเจ้ายังไม่ตื่นอีกเหรอ” ฮาร์มาลถามเหมือนตำหนิ
“ปกติเวลานี้ท่านชีคจะตื่นแล้วนะครับ เมื่อวานหลังจากอนุญาตให้พวกเรากลับบ้าน ท่านชีคก็นัดให้พวกเรามาพบแต่เช้า หากพวกผมหลุดรอดจากเงื้อมือสาวๆ ในวันบุหลันโซฮามาได้” จาบรินรายงาน
ฮาร์มาลหัวเราะ “ดี ถ้าอย่างนั้นก่อนที่พิธีจะเริ่มขึ้น พวกเราควรแวะไปทักทายว่าที่ผู้นำคนใหม่ของบารัซ ที่ยังครองความโสดในคืนวันบุหลันโซฮาไว้ได้อีกครั้งกันดีกว่า”
“บอกข้ามาซิยะห์ซินว่าเจ้านายของพวกเจ้าตอนนี้อยู่ที่ไหน”
“น่าจะกำลังเตรียมตัวอยู่ที่ห้องพักครับ เช้านี้ยังไม่มีใครเห็นท่านชีคออกมาจากห้องเลยครับ”
ยะห์ซินและเพื่อนทั้งสองรวมถึงแทนไทเดินนำหน้า คณะของผู้สำเร็จราชการเพื่อตรงไปยังห้องพักของเจ้านายหนุ่ม เมื่อขบวนเดินผ่านห้องของท่านหญิงลัยลา คนรับใช้คนสนิทของลัยลาซึ่งแอบดูอยู่ จึงถือโอกาสนี้เดินติดตามไปด้วย โดยมิให้ผู้ใดผิดสังเกต
หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร
“นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง
“ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว
“หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ
“ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี
หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ







