Share

บทที่ 61

last update Tanggal publikasi: 2026-09-08 15:37:49

            องครักษ์หนุ่มถอนหายใจเบาๆ สีหน้าของเขาแสดงถึงความวิตกกังวลใจ ใบหน้าของแม่หมอประจำเผ่าบารัซปรากฏรอยยิ้มจางๆ

            “อย่ากังวลนักเลย เดี๋ยวเรื่องต่างๆ เหล่านี้มันก็จะคลี่คลายไปได้ในที่สุด”

            คำพูดของแม่หมอหันเหความสนใจของจาบรินได้เป็นอย่างดี เขารีบหันกลับมาถามแม่เฒ่าที่เขานับถือ

            “ด้วยวิธีไหนล่ะครับ!? ผมยังมองไม่เห็นหนทางที่จะทำให้เรื่องนี้ คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นได้เลยนะครับ”

            “ในวิกฤตยังมีโอกาส” โซฟิลาพูดทิ้งท้ายไว้เพียงแค่นั้นโดยมิได้ขยายความ

            จาบรินเองก็มิได้เอ่ยถาม เพราะรู้ดีว่าถ้าแม่เฒ่าต้องการที่จะบอกให้เขารับรู้ ก็จะพูดเองโดยมิต้องให้ใครเอ่ยถาม

            ช่วงจังหวะนั้นเองที่พันไมล์เดินกลับมากล่าวลาแม่หมอประจำเผ่าบารัซอีกครั้ง แต่ก่อนที่จะเดินกลับไปขึ้นรถก็ได้ยินคำพูดปริศนาของแม่เฒ่า ที่เธอไม่เข้าใจความหมายจนกระทั่งในเวลาต่อมา

            “ทุกอย่างล้วนถูกลิขิตไว้แล้ว...แม้อยากจะปฏิเสธแต่สุดท้าย...” โซฟิลายิ้ม พูดทิ้งท้ายไว้เพียงแค่นั้นโดยมิได้ขยายความ

            หญิงสาวถอนหายใจก่อนจะก้าวเดินไปขึ้นรถ ที่นำมาจอดรออยู่ด้านหน้าวิหารศักดิ์สิทธิ์แห่งนั้น จาบรินรีบวิ่งนำไปเพื่อเปิดประตูรถให้หญิงสาว จากนั้นก็เดินกลับมานั่งประจำที่คนขับ และขับเคลื่อนรถมุ่งหน้าสู่จัสตินพาเลซ องครักษ์หนุ่มแอบมองพันไมล์ผ่านกระจกหน้ารถ เขาเห็นเธอนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง

            พันไมล์บอกกับตัวเองว่าต่อไปนี้เธอจะไม่รับรู้ หรือสนใจข่าวสารที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในคืนวันบุหลันโซฮาระหว่างเธอและชีคอัมรานอีก และพรุ่งนี้เธอก็จะเดินทางกลับเมืองไทยโดยไม่ลังเล เมื่อกลับมาถึงจัสตินพาเลซหญิงสาวก็เดินกลับไปห้องพักโดยไม่พูดไม่จา

            อัมรานยืนดูการรายงานข่าวของสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งอยู่ภายในห้องทำงาน ที่รายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติของพันไมล์ ว่ามีความเหมาะสมเพียงพอหรือไม่ที่จะมาดำรงตำแหน่งชายาของชีคอัมราน ใบหน้าคมเข้มยังเรียบเฉย มีเพียงแววตาเท่านั้นที่วาบแสงเปล่งประกายที่คนสนิทเห็นยังไม่อยากเข้าใกล้

            ส่วนในมือของชายหนุ่มมีหนังสือพิมพ์ภาคบ่ายที่เขียนข่าวนี้เช่นกัน แต่แบบเจาะลึกซึ่งเป็นข้อมูลที่คนภายนอกไม่รู้

            วินาทีนั้นเองประตูห้องทำงานของเขาถูกเปิดออก สององครักษ์หนุ่มเดินเข้ามาภายในห้องพร้อมกับซองเอกสารบางอย่างในมือ

            “พวกเรามีเรื่องมารายงานท่านชีคครับ”

            อัมรานเบือนหน้ามามองบุคคลทั้งสองเป็นเชิงถามว่ามีเรื่องอะไร

            “คุณลัยลามีความเคลื่อนไหวครับ”

            ยะห์ซินรายงาน เขายื่นซองในมือให้เจ้านายหนุ่มของเขา พร้อมกับรายงานเรื่องราวทั้งหมด

            “หลังจากที่เราได้ส่งคนไปสะกดรอยตามคุณลัยลา เราได้สืบทราบมาว่าเธอและคนสนิทของเธอได้นัดพบกับนักข่าวของหนังสือพิมพ์ชื่อดังหลายแห่ง เธอใช้ทั้งเงินและอำนาจของตนเองจ้างให้สื่อของบารัซเขียนข่าวโจมตีคุณพาย โดยจุดประเด็นไปที่คุณสมบัติของคุณพาย ว่าเหมาะสมกับตำแหน่งชายาของท่านชีคหรือไม่”

            “คุณลัยลาให้นักข่าวเหล่านั้นจับประเด็นไปที่คุณพายเป็นหญิงสาวชาวต่างชาติ จะมาเข้าใจถึงวิถีการดำเนินชีวิต ธรรมเนียมและประเพณีปฏิบัติของบารัซได้อย่างไร รวมถึงเล่นข่าวถึงความไม่เหมาะสมที่คุณพายเดินทางรอนแรมไปในดินแดนทะเลทรายกับท่านชีค และคณะผู้ติดตามของท่านชีคตามลำพัง ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมและไม่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง เหนือสิ่งอื่นใดคุณพายทำให้ท่านชีคละทิ้งหน้าที่ในการบริหารงานราชกิจ เพื่อพาเธอไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ คุณสมบัติเช่นนี้เหมาะสมแล้วหรือ ที่จะให้เธอมาดำรงตำแหน่งชายาของชีคผู้นำเผ่าคนใหม่ของบารัซ”

            วาคิมกล่าวเสริมตามที่ได้รับรู้มา เรียกได้ว่าแทบจะถอดการนำเสนอข่าวต่างๆ ของพันไมล์ออกมาได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน

            “แม้แต่เรื่องที่คุณพายเคยเข้าไปในสนามฝึกซ้อมของเรา ซึ่งเป็นสถานที่หวงห้ามโดยมิได้รับอนุญาต ทั้งที่มีกฎห้ามบุคคลภายนอกหรือบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในสถานที่ดังกล่าว คุณลัยลาก็เป็นคนให้ข้อมูลเหล่านี้กับนักข่าวด้วยตัวของเธอเอง” ยะห์ซินพูดสรุปปิดท้าย

            “แล้วคุณลัยลารู้เรื่องนี้ได้ยังไงในเมื่อช่วงเวลานั้นเธอไม่ได้อยู่ที่บารัซ” วาคิมเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย

            “ก็คงจะใช้เงินซื้อข่าวจากคนของเรา ตอนนี้ฉันสั่งให้ทหารไปหาตัวคนขายข่าวนี้ให้คุณลัยลาแล้ว อีกไม่นานก็คงรู้ว่าใครเป็นไส้ศึก จับตัวได้เมื่อไรจะลงโทษสถานหนักเพื่อเป็นเยี่ยงอย่างมิให้คนอื่นทำตาม” ยะห์ซินตอบ

            อัมรานรับฟังพร้อมกับเปิดดูซองเอกสารในมือ ซึ่งเป็นรูปถ่ายที่ใช้มัดตัวลัยลาได้อย่างชัดเจน แต่ที่เด็ดไปกว่านั้นคือเทปเสียงการสนทนาระหว่างลัยลาและนักข่าวที่เธอเดินทางไปพบ มีการจ่ายค่าตอบแทนเป็นเงินสดจำนวนมหาศาลให้กับนักข่าว ภาพเหล่านั้นได้ถูกบันทึกไว้หมดเพื่อใช้เป็นหลักฐาน

            “การกระทำของผู้หญิงคนนี้หนักข้อและเหิมเกริมขึ้นทุกวัน” 

            "ท่านชีคจะจัดการเรื่องนี้ไงครับ" ยะห์ซินถาม

            เพราะหลักฐานและความผิดของลัยลานั้นชัดเจน

            อัมรานเงยหน้ามองลูกน้องคนสนิทอยู่ครู่ใหญ่ "ไม่ทำอะไร แค่จับตาดูเธอต่อไป"

            ยะห์ซินหันมองวาคิม ชีคหนุ่มเห็นสององค์รักษ์มองหน้ากัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏบนใบหน้า

            "แล้วพวกนายก็จะได้เห็น..." อัมรานประกาศก้อง

            อัมรานเก็บหลักฐานทั้งหมดที่ได้รับมา ใส่ไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงานพร้อมกับล็อกกุญแจลิ้นชักนั้น จากนั้นก็เดินกลับไปที่ห้องพักของตนเองโดยมียะห์ซินและวาคิมเดินตามไปด้วย

            เช้าวันต่อมาพันไมล์และแทนไทออกเดินทางไปที่สนามบินแต่เช้า โดยมีจาบรินและองครักษ์ผู้ติดตามอีกสี่ห้าคนร่วมเดินทางไปในครั้งนี้ เมื่อเดินทางมาถึงสนามบิน

            หญิงสาวสังเกตเห็นผู้คนที่นั่นต่างพากันจ้องมองมาที่เธอ ทำให้เธอหยิบแว่นกันแดดอันใหญ่ขึ้นมาสวมใส่เพื่อปิดบังใบหน้า พร้อมกับเชิดหน้าและเดินตัวตรงราวกับนางพญา พันไมล์พยายามที่จะไม่สนใจคนรอบข้างหรือสิ่งต่างๆ รอบตัว

            หลังจากนั้นไม่นานเธอและพี่ชาย รวมถึงจาบรินและองครักษ์ผู้ติดตาม ก็ได้ขึ้นมานั่งอยู่บนเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาสซึ่งถูกกันไว้ให้เป็นพื้นที่ส่วนตัว สำหรับสองอาคันตุกะคนสำคัญของท่านชีค

            พันไมล์เฝ้าคิดวนเวียนถึงการกระทำ รวมถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาจากการตัดสินใจในครั้งนี้ของตนเอง เธอน่าจะมีความสุขกับสิ่งที่เธอเลือกและเป็นสิ่งที่คิดว่าดีที่สุด แต่ทว่ามันกลับไม่เป็นเช่นนั้น เหตุใดจิตใจของเธอจึงว้าวุ่น กระวนกระวายใจ ไร้ความสุข ยิ่งเมื่อนึกถึงตัวต้นเหตุที่ทำให้เธอจากมาโดยมิได้เอ่ยคำลา และเป็นบุคคลที่จะได้รับผลกระทบในครั้งนี้โดยตรง

            ร้ายแรงถึงขั้นอาจถูกถอดออกจากตำแหน่งผู้นำเผ่าบารัซ  แต่เขาก็เลือกที่จะปล่อยให้เธอเดินทางกลับเมืองไทยตามที่เธอต้องการ โดยไม่คิดที่จะรั้งเธอไว้และยอมรับผลที่ตามมาแต่เพียงลำพัง ในขณะที่เธอขี้ขลาดคิดแต่จะหนีปัญหา

            พันไมล์ได้ถามตัวเองอีกครั้งว่า ถ้าเธอเลือกทำในสิ่งที่ตนเองพยายามปฏิเสธมาโดยตลอดนั้น จะทำให้จิตใจของเธอสงบลงและมีความสุขขึ้นหรือไม่

            เมื่อคำตอบคือ “ใช่” เธอจึงเลือกทำในสิ่งที่ตนเองเคยพยายามหลีกเลี่ยงมาก่อน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 108

    หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 107

    “นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 106

    “ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 105

    “หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 104

    “ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 103

    หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status