Masukหลังจากที่ตัดสินใจแน่วแน่พันไมล์จึงได้หันไปเอ่ยกับพี่ชายซึ่งนั่งอยู่ข้างตัวเธอ
“พี่แทนเดินทางกลับไปคนเดียวก่อนนะคะ”
“แล้วพายล่ะ!?”
“พายจะต้องกลับไปจัดการเรื่องบางอย่างด้วยตัวเอง”
“แต่ถ้าพายย้อนกลับไป พายก็จะต้องแต่งงานกับอัมราน มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้”
“พายตัดสินใจแน่นอนแล้วค่ะพี่แทน พายจะกลับไปเผชิญกับปัญหานี้ร่วมกับเขา” พันไมล์ตอบด้วยความมุ่งมั่น
“ไม่เสียใจแน่นะที่ทำแบบนี้ มันเป็นความสุขทั้งชีวิตของพายเลยนะ” แทนไทถามย้ำอีกครั้ง
“พายคิดมาอย่างดีแล้วค่ะ ก็อย่างที่พี่แทนพูดวิธีนี้เป็นวิธีเดียวที่จะยุติปัญหาทุกอย่าง อันที่จริงการแต่งงานกับเพื่อนของพี่แทนก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายนักหรอกค่ะ”
“ถ้าพายตัดสินใจแน่นอนแล้วพี่ก็จะไม่ทักท้วงอะไรอีก”
แทนไทรู้สึกดีใจด้วยซ้ำที่น้องสาวของเขาตัดสินใจที่จะแต่งงานกับชีคอัมราน เพราะเขามั่นใจว่าเพื่อนรักจะใส่ใจดูแล และมอบความสุขให้กับน้องสาวเพียงคนเดียวของเขาได้อย่างไม่มีข้อกังขา ที่สำคัญแทนไทจับความรู้สึกของชีคหนุ่มได้จากการแสดงออกว่าอัมรานรู้สึกเช่นไรกับพันไมล์ และน้องสาวของเขาเองก็มีใจเอนเอียงให้อีกฝ่ายเช่นกัน เพียงแต่ทั้งคู่ยังคงปากแข็ง
“พี่แทนกลับไปอธิบายเรื่องราวความเป็นมาให้พ่อกับแม่ฟังก่อนนะคะ พายจัดการกับปัญหาทางนี้เสร็จเมื่อไร จะรีบเดินทางกลับไปคุยกับพวกท่านด้วยตัวเองอีกครั้ง”
“เรื่องพ่อกับแม่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่ พี่จะกลับไปชี้แจงทุกอย่างให้พวกท่านเข้าใจ”
“กลับถึงบ้านแล้วโทรมาบอกพายด้วยนะคะ”
แทนไทพยักหน้าแทนคำตอบ พร้อมกับกุมมือของพันไมล์เพื่อถ่ายทอดกำลังใจ
“ไม่ว่าพายตัดสินใจที่จะทำอะไร ขอให้รู้ไว้ว่าพี่และพ่อกับแม่พร้อมที่จะยืนอยู่เคียงข้างพายเสมอ”
“ขอบคุณนะคะพี่แทนที่เข้าใจ และอยู่เคียงข้างพายเสมอมา” พันไมล์พูดด้วยรอยยิ้ม
แม้ว่าแทนไทจะรู้สึกยินดีที่พันไมล์จะแต่งงานกับชีคอัมราน แต่เขาก็รู้ดีว่าเส้นทางนี้มิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มีขวากหนามมากมายที่รอให้ทั้งคู่ต้องเผชิญร่วมกัน ถึงจะเป็นเช่นนั้นเขาก็รู้ดีว่าพันไมล์เป็นคนฉลาดและเข้มแข็ง กล้าที่จะเผชิญกับปัญหาทุกอย่างร่วมกับอัมรานได้ เขาจึงไว้ใจให้เธอเดินทางกลับไป เพื่อจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยตัวของเธอเอง
ในขณะที่พันไมล์กำลังเดินทางกลับมาที่จัสตินพาเลซนั้น ผู้นำบารัซได้ยืนใช้ความคิดอยู่ภายในห้องทำงานส่วนตัว โดยมีสององครักษ์หนุ่มคนสนิทยืนอยู่ไม่ห่าง
“ป่านนี้คุณพายกับแทนคงเดินทางกลับเมืองไทยไปแล้ว” วาคิมเปรยขึ้นมาลอยๆ
“นั่นสิ”
‘เธอจากไปแล้วสินะ’ อัมรานได้แต่คิดคำนึงอยู่ในใจ
แม้จะรู้ว่านี่คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเธอ เพราะตราบใดที่เธอยังอยู่ใกล้ตัวเขา ก็อาจจะพบกับอันตรายได้ทุกเมื่อ แต่เมื่อเธอจากไปจริงๆ จิตใจของเขากลับรู้สึกอ้างว้างและเจ็บปวด สิ่งเหล่านี้เองที่ทำให้เขาตระหนักได้ถึงความสำคัญของพันไมล์ ผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่กลับมีบทบาทสำคัญต่อหัวใจของเขา
ยะห์ซินขอเข้าพบผู้สำเร็จราชการ เพื่อแจ้งให้ทุกคนในที่ประชุมทราบว่า ท่านชีคขอเลื่อนการประชุมออกไปอีกหนึ่งชั่วโมง
“อัมรานมีปัญหาอะไร! เหตุใดจึงขอเลื่อนการประชุม” ฮาร์มาลเอ่ยถาม
“ท่านชีคติดภารกิจสำคัญบางอย่างครับ จึงให้ผมรีบมาแจ้งให้ท่านทราบ เพราะเกรงว่าพวกท่านจะรอนาน”
“กลับไปบอกเจ้านายของเจ้าด้วยว่าเราจะรอ และหวังว่าจะไม่มีการเลื่อนการประชุมในครั้งนี้ออกไปอีก”
ยะห์ซินทำความเคารพ แต่แทนที่จะออกจากห้องตามคำสั่งผู้สำเร็จราชการ เขากลับเดินไปเปิดทีวีเครื่องใหญ่ในห้องประชุมแทน
ฮาร์มาลรู้สึกไม่พอใจที่หลานชายของเขาใช้วิธีนี้เพื่อยื้อเวลา เขามองยะห์ซินที่เดินไปเปิดทีวีด้วยสายตาจะกินเลือดกินเนื้อ แต่ก็มิได้แสดงท่าทีอะไรออกนอกหน้าให้เป็นที่ผิดสังเกตมากนัก
และหันไปเอ่ยปากขอโทษผู้นำเผ่าต่างๆ ที่ถูกเชื้อเชิญมาเพื่อเข้าร่วมประชุมนัดพิเศษในครั้งนี้ พร้อมเชิญให้ทุกคนชมข่าวตามที่ยะห์ซินบอก
ไม่นานก็มีการรายงานข่าวด่วนฮอตนิวส์เข้ามา
ภาพข่าวที่ปรากฏทำเอาฮาร์มาลแทบกระอักเลือด มันเป็นภาพข่าวชีคอัมรานเดินจูงมือพันไมล์เข้าไปในห้องแถลงข่าว ทันที่ที่เขาและเธอปรากฏตัวแสงแฟรชก็วูบวาบตลอดเวลา
พันไมล์ใช้รอยยิ้มจริงใจของตนเองแทนคำทักทาย
ผู้นำบารัซเอ่ยทักทายสื่อมวลชน ที่ต่างก็มารอทำข่าวนี้กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาด้วยความเป็นกันเอง ก่อนจะเอ่ยแนะนำว่าที่เจ้าสาวให้ทุกคนได้รู้จัก นับเป็นครั้งแรกที่เขาและเธอปรากฏตัว ต่อหน้าสาธารณะชนพร้อมกันอย่างเป็นทางการ
“ที่เราเชิญพวกท่านมาในวันนี้ นอกจากจะแนะนำให้ชาวบารัซได้รู้จักกับว่าที่ชายาของเรา ผ่านการนำเสนอข่าวของพวกท่านแล้ว เราก็อยากจะเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแต่งงาน รวมถึงงานเฉลิมฉลองสมรสของเราสองคน พิธีจะถูกจัดขึ้นเมื่อไรนั้นคงต้องรอให้ทางวิหารศักดิ์สิทธิ์เป็นผู้กำหนด เมื่อใดที่เราทราบกำหนดการที่แน่นอน ก็จะประกาศให้ทุกคนรับรู้อย่างเป็นทางการอีกครั้ง”
การแถลงข่าวเป็นไปอย่างสั้นๆ ไม่มีการตอบข้อซักถามใดใด แต่ก่อนที่จะยุติการแถลงข่าวในครั้งนี้ นักข่าวได้ขอให้ว่าที่ชายาของท่านชีคได้เอ่ยอะไรบางอย่างกับชาวบารัซ อัมรานหันไปสบตาพันไมล์ราวกับจะถ่ายทอดกำลังใจไปให้ ทั้งคู่ยิ้มให้กันและกัน
“ฉันรู้สึกยินดีที่ได้มาพบทุกคนในวันนี้ และจะรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งถ้าชาวบารัซให้การต้อนรับฉัน ในฐานะชายาของท่านชีคที่พวกคุณเคารพรัก โดยการเดินทางมาร่วมงานสมรสของเราสองคนที่จะมีขึ้นในอีกไม่ช้านี้ค่ะ”
“นังเด็กกลับกลอก...นางจิ้งจอกเจ้าเล่ห์"
ฮาร์มาลได้แต่นึกด่าพันไมล์ในใจ และโทษว่าเป็นความผิดพลาดของตนเอง ที่ประเมินค่าอีกฝ่ายต่ำเกินไป เพราะไม่คิดว่าพันไมล์จะพลิกลิ้นเดินหมากนี้
เมื่อการรายงานข่าวจบลง ยะห์ซินก็ปิดทีวี
"ไม่ทราบว่า การประชุมยังต้องมีขึ้นอีกไหมครับ" องครักษ์หนุ่มถาม
"คงไม่ต้องแล้ว" หัวหน้าเผ่าที่เข้ามาร่วมประชุมในครั้งนี้พูดขึ้นพร้อมกัน
ทุกคนต่างก็รู้สึกโล่งใจที่เหตุการณ์พลิกผันไปเป็นแบบนี้ พวกเขาต่างก็รู้สึกตรงกันว่าการปลดชีคอัมราน ออกจากตำแหน่งผู้นำนั้นเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย และทำให้บารัซสูญเสียบุคคลที่มีศักยภาพ ที่จะนำพาบารัซไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองให้มากกว่าที่เคยเป็นอยู่ บารัซต้องการคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่มีทั้งความรู้และความสามารถ มาขับเคลื่อนนำพาบารัซไปสู่ความรุ่งเรืองทัดเทียมเฉกเช่นนานาอารยะประเทศอื่น
ผู้นำเผ่าทุกเผ่าต่างก็ยอมรับในความสามารถ มันสมอง และสองมือของบุรุษผู้นี้ เพราะชีคอัมรานได้พิสูจน์ให้พวกเขาเห็นแล้วว่าผู้นำคนนี้ มีความจริงใจที่จะนำพาความเจริญมาสู่เผ่าของพวกเขาด้วย มิใช่จำกัดอยู่เพียงแค่ในบารัซเท่านั้น
ยะห์ซินโค้งคำนับ "ขอบคุณทุกท่านมากครับ...ถ้าไม่รังเกียจท่านชีคขอเชิญทุกท่าน ไปร่วมรับประทานอาหารค่ำพร้อมกันที่จัสตินพาเลซ"
ผู้นำเผ่าทุกคนต่างตอบรับและเดินออกจากห้องประชุม โดยแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นใบหน้า ที่แสดงถึงความโกรธเคืองของฮาร์มาล ที่ยังคงยืนนิ่งเกร็งเป็นหุ่นไล่กาอยู่ภายในห้องเพียงลำพัง
หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร
“นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง
“ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว
“หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ
“ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี
หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ







