Share

บทที่ 64

last update Tanggal publikasi: 2026-09-08 15:38:02

            เมื่ออับบาสออกมาจากที่ประชุม เขาเลือกที่จะเดินตรงไปหาบุตรสาว แทนการกลับไปพักผ่อนที่ห้องพักของตนเอง แต่ก่อนที่จะเปิดประตูเข้าไปภายในห้องนั้น เขาได้ยินเสียงบุตรสาวเพียงคนเดียวของเขากำลังโวยวายและอาละวาดขว้างปาข้าวของ จึงหยุดยืนฟังอยู่ที่หน้าประตู เพราะอยากรู้ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ลัยลาออกอาการเช่นนี้

            “ทำไมเรื่องถึงได้กลายเป็นแบบนี้ พวกเจ้าบอกมาซิว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง”

            คนรับใช้ที่อยู่ภายในห้องนั้นต่างก็พากันหลบสายตา ไม่มีใครสักคนที่จะกล้าสบตากับนายสาวเจ้าอารมณ์

            เมื่อไม่ได้รับคำตอบที่ต้องการ ลัยลาจึงตวัดสายตาไปจ้องมองคนสนิทที่นั่งหมอบอยู่ที่พื้น

            “หูตึงหรือไงถึงไม่ได้ยินที่ถาม”

            “มันเป็นเรื่องจริงค่ะนายหญิง”

            “ไม่จริง...เป็นไปไม่ได้...ก็เมื่อเช้าฉันยังเห็นว่ามันขึ้นรถตรงไปที่สนามบิน”

            “เธออาจจะเปลี่ยนใจก็เลยย้อนกลับมา”

            “กรี๊ด!! ไม่จริง...ฉันไม่เชื่อ”

            ลัยลากรีดร้องพร้อมกับขว้างปาสิ่งของทุกอย่างที่อยู่ใกล้มือ เพื่อระบายความแค้นที่กำลังคุกรุ่น คนรับใช้ของนางต่างก็ต้องพากันหลบสิ่งของ  ที่ปลิวกระจัดกระจายด้วยฝีมือของเจ้านายสาว ถ้าไม่หลบคงได้เจ็บตัวหรือได้รับบาดแผลจากผลการกระทำในครั้งนี้บ้างไม่มากก็น้อย

            “พันไมล์แกมันเป็นพวกอสรพิษ ทำเป็นปฏิเสธว่าจะไม่แต่งงานกับท่านชีค แต่สุดท้ายก็ย้อนกลับมาแว้งกัดโดยการแต่งงานกับเขา คอยดูนะฉันจะไม่ยอมปล่อยให้แก มาขวางเส้นทางรักระหว่างฉันกับท่านชีคได้อีกเลย”

            ในช่วงจังหวะนั้นเองที่ประตูห้องพักของเธอถูกเปิดออก ลัยลาหันกลับไปมองเพื่อจะเล่นงานผู้บุกรุกเข้ามาภายในห้องพักส่วนตัวของเธอโดยมิได้รับอนุญาต แต่ก็ถึงกับตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ และตามมาด้วยใบหน้าถอดสี เมื่อเห็นบิดาของตนเองก้าวเท้าเข้ามาในห้องพัก

            “ท่านพ่อ! ท่านมาทำอะไรที่บารัซคะ”

            อับบาสไม่ตอบคำถามของบุตรสาวแต่เลือกที่จะย้อนถามกลับไป

            “พ่ออยากจะรู้ว่าเหตุใดลูกถึงได้โวยวายอาละวาดขว้างปาข้าวของเช่นนี้ ทำตัวเหมือนคนที่ไม่ได้รับการอบรมสั่งสอน”

            ลัยลาหน้าเสียเมื่อได้ยินคำตำหนิจากบิดา แม้จะรู้ว่าท่านรักและตามใจ แต่ก็รู้ดีว่าเมื่อถึงเวลาที่ท่านเอาจริงเอาจังขึ้นมา ก็ทำให้เธอเกรงกลัวได้เช่นกัน

            “ไม่มีอะไรหรอกค่ะท่านพ่อ ลูกเพียงรู้สึกหงุดหงิดกับอะไรบางอย่าง เลยเผลอระบายอารมณ์ออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ”

            “มีเรื่องอะไรที่ทำให้ลูกไม่สบอารมณ์”

            “มันไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร ท่านพ่ออย่าไปใส่ใจเลยนะคะ”

            “คงไม่ได้สร้างปัญหาอะไรโดยที่พ่อไม่รู้ใช่ไหมลัยลา”

            “เปล่านะคะท่านพ่อ ลูกไม่กล้าสร้างปัญหาอะไรหรอกค่ะ เพราะรู้ดีว่ามันจะมีผลกระทบกับความสัมพันธ์ของท่านพ่อและท่านชีค”

            “แน่ใจนะว่าไม่ได้มีอะไรที่ปิดบังพ่อ” อับบาสถามเพื่อคาดคั้นเอาคำตอบ

            เขารู้จักนิสัยของลูกสาวเป็นอย่างดี และก็รู้ด้วยว่าบุตรสาวของตนเองนั้นรู้สึกอย่างไรกับชีคอัมราน จึงเกรงว่าลัยลาอาจจะทำอะไรผิดพลาดไปโดยที่เขาไม่รู้ แต่การจะง้างปากลัยลาให้ยอมสารภาพ หรือยอมรับออกมาตรงๆ นั้นเป็นเรื่องยาก คงต้องโทษที่เขารักและเลี้ยงดูเธอมาอย่างตามใจ อยากได้อะไรก็ไม่เคยขัด ลัยลาจึงมีนิสัยเอาแต่ใจตนเองอย่างเช่นทุกวันนี้

            “แน่ใจสิคะ เหตุใดท่านพ่อจึงพูดเหมือนไม่เชื่อคำพูดของลูกตัวเอง”

            ความน้อยใจซ่อนลึกอยู่ภายใต้คำพูดนั้น

            คำตอบและเสียงตัดพ้อของบุตรสาว ทำให้อับบาสถึงกับถอนหายใจ เขาเองก็อยากที่จะเชื่อคำพูดของลูก แต่ลางสังหรณ์บางอย่างบอกกับเขาว่า ลัยลาอาจจะกระทำการอะไรโดยที่เขาไม่รู้ และการกระทำของนางอาจจะนำพาความหายนะมาสู่ตัวนางและเฮฌามาได้ในที่สุด เขาจึงไม่อาจมองข้ามลางสังหรณ์เหล่านี้ไปได้ เห็นทีว่าคงต้องสั่งให้คนคอยจับตาดูพฤติกรรมของลัยลา รวมถึงไปสืบดูว่าลัยลาทำอะไรบ้างในขณะที่มาพำนักอยู่ที่นี่ ใจคิดอย่างแต่ปากเลือกที่จะพูดในสิ่งที่ตรงข้ามกับสิ่งที่ใจคิด

            “พ่อจะไม่เชื่อคำพูดของลูกได้อย่างไร ในเมื่อเจ้าเป็นลูกที่พ่อรักที่สุด”

            ลัยลาเดินตรงเข้าไปประจบบิดาด้วยการกอดพร้อมกับพูดจาออดอ้อน

            “ท่านพ่อเดินทางมาเหนื่อยๆ ไปพักผ่อนก่อนดีไหมคะ”

            “ก็ดีเหมือนกัน”

            แต่ก่อนที่อับบาสจะเดินออกจากห้องไปนั้น เขาได้สั่งห้ามไม่ให้บุตรสาวสร้างปัญหาใดใด ที่จะนำพาความเดือดร้อนมาสู่เฮฌามาโดยเด็ดขาด ซึ่งลัยลาก็รีบรับปากบิดาทันที

            หญิงสาวรู้ดีว่าถ้าจะต้องเลือกระหว่างหน้าที่ของพ่อ และหน้าที่ของหัวหน้าเผ่าเฮฌามานั้น บิดาของตนคงเลือกที่จะให้ความสำคัญ และทำหน้าที่ของหัวหน้าเผ่าเฮฌามาก่อนหน้าที่ของพ่อเสมอ ดังนั้นจะให้ท่านพ่อรู้เรื่องแผนการที่เกิดขึ้นในคืนวันบุหลันโซฮาไม่ได้เด็ดขาด

            เธอหันไปสั่งกำชับคนรับใช้ของตนเองหุบปากให้สนิท ห้ามแพร่งพรายเรื่องต่างๆ ที่เธอเคยสั่งให้ทำในคืนบุหลันโซฮาให้คนอื่นรู้เด็ดขาด แม้กระทั่งบิดาของตนเอง ทุกคนต่างก็พร้อมใจกันรับปากว่าจะไม่นำเรื่องที่เกิดขึ้นไปเล่าให้ใครฟัง

            “นายหญิงไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้ พวกเราจะรูดซิบปากให้สนิท ไม่มีวันแพร่งพรายบอกให้คนอื่นรู้”

            “ดีมาก...และก็จัดการเก็บข้าวของให้เรียบร้อย”

            ลัยลาได้แต่ขบคิดวิธีที่จะขัดขวางมิให้พันไมล์ได้แต่งงานกับท่านชีค แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกว่าจะใช้วิธีไหนจัดการกับศัตรูหัวใจของตนเอง ได้แต่ก่นด่าหญิงสาวเพื่อระบายความแค้น

            “นังงูพิษ! ถึงแกจะได้แต่งงานกับท่านชีค ก็อย่าหวังว่าจะได้ครองรักกันอย่างมีความสุข ฉันจะไม่มีวันยอมให้แกได้เสวยสุขอยู่นานนักหรอก”

            เมื่ออับบาสเดินกลับมาที่ห้องพักของตนเอง เขาได้สั่งให้คนของเขาคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของลัยลาอย่างใกล้ชิด ถ้าพบพิรุธอะไรก็ให้รีบมารายงานทันที และยังส่งคนไปสืบดูว่าตั้งแต่ลัยลามาพำนักอยู่ที่นี่ นางไปทำอะไร ที่ไหนมาบ้าง เพราะเขาเกรงว่าพิษรักแรงหึงอาจจะทำให้ลัยลาคิดกระทำการอะไรบางอย่าง ที่อาจจะส่งผลกระทบมาสู่เฮฌามาได้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 108

    หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 107

    “นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 106

    “ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 105

    “หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 104

    “ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี

  • เดือนประดับทราย   บทที่ 103

    หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status