Masukหลังจากที่ได้มีการแถลงข่าว ทางการได้แจ้งกำหนดคร่าวๆ เกี่ยวกับงานแต่งงานของชีคอัมราน ว่าจะถูกจัดขึ้นในอีกสามสัปดาห์ข้างหน้า และจะจัดให้มีการเฉลิมฉลองงานมงคลสมรสอย่างยิ่งใหญ่ โดยเปิดโอกาสให้ชาวบารัซมาร่วมเป็นสักขีพยาน และร่วมงานเลี้ยงเฉลิมฉลองในครั้งนี้ด้วย ผู้คนส่วนใหญ่ที่ทราบข่าวนี้ต่างก็โห่ร้อง แสดงความยินดีที่ผู้นำของเขากำลังจะสละโสด
พันไมล์ได้มีโอกาสพบปะกับผู้นำเผ่า ในงานเลี้ยงต้อนรับซึ่งถูกจัดขึ้นในวันต่อมา หญิงสาวปรากฏตัวในงานพร้อมกับว่าที่เจ้าบ่าว เธอกล่าวทักทายทุกท่านที่มาร่วมงาน อย่างอ่อนน้อมและเป็นกันเองโดยไม่ถือตัว นอกจากจะได้พบกับผู้นำเผ่าต่างๆ แล้ว เธอยังได้พบกับลัยลาอีกด้วย และถือเป็นการพบกันเป็นครั้งแรก นับจากวันที่เธอได้แถลงข่าวการแต่งงานร่วมกับชีคอัมราน
พันไมล์รู้อยู่แก่ใจว่าลัยลามีใจให้กับผู้นำบารัซคนปัจจุบัน แต่ชีคหนุ่มกลับต้องมาแต่งงานกับเธอ นั่นคือสาเหตุที่ทำให้ลัยลาไม่ค่อยจะชอบหน้าเธอเท่าไรนัก เธอจึงพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการพบปะกันแบบซึ่งหน้า เพราะไม่ต้องการที่จะทำให้เกิดปัญหากระทบกระทั่งตามมา
แต่ในขณะที่พันไมล์เดินออกมาจากห้องน้ำลัยลาก็เดินสวนมาพอดี ทั้งคู่ประสานสายตากันครู่หนึ่ง ก่อนที่พันไมล์จะเป็นฝ่ายเดินเลี่ยงหลบไป แต่ก็ยังไม่วายได้ยินคำพูดประชดประชันของอีกฝ่ายดังแทรกขึ้นมา
“คนหลอกลวง ตอนแรกทำเป็นปฏิเสธเสียงแข็งว่าจะไม่แต่งงานกับท่านชีค สุดท้ายก็กลืนน้ำลายตัวเอง”
พันไมล์ตวัดสายตามองลัยลาก่อนจะหันกลับมายืนเผชิญหน้ากัน
“ฉันจะแต่งงานกับเขาหรือไม่ ก็เป็นเรื่องระหว่างเราสองคน ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณ”
“เชอะ! ระหว่างเราสองคน คิดไปเองคนเดียวน่ะสิ จนป่านนี้แล้วยังไม่รู้ตัวอีกว่าท่านชีคเขาไม่ได้พิศวาสอะไรในตัวเธอสักนิด”
"ความสัมพันธ์ของเราจะเป็นอย่างไร มันก็เป็นเรื่องภายในครอบครัว ซึ่งคนนอกอย่างคุณไม่เกี่ยว"
ลัยลาเชิดหน้า "ฮึ!...ฉันจะคอยดูว่ามันจะเป็นครอบครัวอย่างที่เธอว่าจริงไหม"
“ถึงอย่างไรเรื่องนี้มันก็เรื่องของฉัน...แล้วคุณจะมาเดือดร้อนอะไรด้วยคะ”
“ทำพูดดีไป...อีกไม่นานหรอกก็จะถูกถีบหัวส่ง”
พันไมล์ขมวดคิ้วยุ่ง “พูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร”
“ใครๆ ก็รู้ว่าเรื่องของเธอกับท่านชีค เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญ และการที่ท่านชีคต้องจำใจยอมแต่งงานกับเธอ ก็เพราะกลัวว่าจะต้องถูกปลดออกจากตำแหน่งผู้นำเผ่าบารัซ เขาไม่ได้มีความพิศวาสอะไรในตัวเธอเลยสักนิด”
พันไมล์ฟังแล้วโมโหเดือด รีบสืบเท้าเข้าไปประชิดตัวลัยลา “คุณพูดอะไร...บังเอิญอะไร” เธอคาดคั้น
“อย่ามาทำท่าป่าเถื่อนกับฉันนะ...” ลัยลาปฏิเสธอย่างร้อนตัว “ใครๆ เขาก็รู้กันทั่วบ้านทั่วเมืองกันทั้งนั้นแหละว่า การแต่งงานในครั้งนี้เป็นการแต่งงานทางการเมือง”
พันไมล์เซถอยหลังไปเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายผลัก แต่ก็ยังยืนประชันหน้ากันชนิดไม่มีใครยอมใคร
แม้ว่าสิ่งที่ลัยลาพูดมาจะตรงกับสิ่งที่พันไมล์คิดอยู่เสมอ แต่เธอก็เลือกที่จะไม่แสดงออกให้อีกฝ่ายรับรู้
“ถ้าคุณคิดว่าการแต่งงานระหว่างฉันกับเขาเป็นการแต่งงานทางการเมือง เมื่อคิดแบบนั้นแล้วมันจะทำให้คุณสบายใจ ฉันก็ไม่ว่าอะไรและก็จะไม่เถียงคุณด้วย แต่คุณลัยลาอย่าลืมนะคะว่ามันเป็นคืนบุหลันโซฮา การที่เขาเลือกร่วมคู่กับฉันย่อมหมายถึงว่าเขาเลือกฉัน...”
พันไมล์เว้นระยะนิดหนึ่ง เธอมองลัยลาด้วยสายตาเป็นต่อ ก่อนจะพูดให้จบ
“ไม่ใช่คุณ”
“แก”
ลัยลาบันดาลโทสะตรงเข้าตบหน้าคู่อริ ซึ่งเป็นมารหัวใจของตนเองอย่างแรง พันไมล์ไม่ยอมถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว เธอส่งฝ่ามือพิฆาตไปให้ลัยลาเป็นการตอบแทนพร้อมกับคำขู่
“อย่าคิดว่าจะมารังแกกันได้ง่ายๆ และถ้าไม่อยากเจ็บตัวไปมากกว่านี้ ก็ขอให้ต่างคนต่างอยู่”
พันไมล์พูดจบก็ผละจากไป ทิ้งให้ลัยลายืนตัวสั่นด้วยความโกรธแค้นแต่เพียงลำพัง เพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมีพิษสงร้ายกาจเช่นนี้
“นังงูพิษ! ฉันจะไม่ยอมปล่อยให้แกได้เสวยสุข อยู่บนความทุกข์ของฉันนานนักหรอก”
เมื่อพันไมล์เดินจากมาก็ถึงกับเอ่ยปากพึมพำออกมาด้วยความหงุดหงิด
“บ้าจริง! เพราะพิษรักแรงหึงของผู้หญิงคนนั้นแท้ๆ เลย ที่ทำให้เราต้องมาเจ็บตัวแบบนี้”
อารมณ์ขุ่นมัวของพันไมล์ ทำให้เธอไม่ทันเห็นจาบรินที่กำลังออกเดินตามหาตัวเธอ จนกระทั่งได้ยินเสียงเอ่ยถาม
“คุณพายหายไปไหนมาครับ ผมเดินตามหาคุณอยู่ตั้งนาน”
จาบรินจ้องมองไปที่ใบหน้าของหญิงสาว เพราะเขาพบความผิดปกติบางอย่าง แต่มิได้เอ่ยถาม
“ไปห้องน้ำมาค่ะ ตามหาฉันทำไมหรือคะ”
“ท่านชีคเห็นคุณพายหายตัวไปก็เลยเป็นห่วง และสั่งให้ผมออกมาตามหาคุณครับ”
“ฉันเลยทำให้คุณเดือดร้อน”
“ไม่หรอกครับ”
“ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบาย และอยากกลับขึ้นไปพักผ่อน ฝากคุณไปแจ้งเจ้านายของคุณด้วยนะคะว่า ฉันขอตัวกลับขึ้นห้องพักก่อน”
“ได้ครับ ว่าแต่คุณพายไม่สบายตรงไหนครับ ให้ผมไปตามหมอหรือวาคิม มาตรวจดูอาการของคุณพายดีไหมครับ”
“อย่าลำบากเลยค่ะ ฉันไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกค่ะ แค่ปวดศีรษะนิดหน่อยเท่านั้น ขอตัวก่อนนะคะ”
พันไมล์เดินกลับไปทิ้งตัวลงบนที่นอนอย่างคนหมดแรง กะว่าจะนอนเล่นสักพักแล้วก็จะลุกขึ้นไปอาบน้ำ
แต่เผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว ก็เลยไม่รู้ว่าหลังจากที่จาบรินไปแจ้งให้ชีคอัมรานทราบว่า เธอไม่สบายและขอตัวกลับขึ้นมาพักผ่อน ทำให้ผู้นำบารัซร้อนใจและหาทางปลีกตัวออกมาจากงาน เพื่อมาดูอาการของเธอด้วยความเป็นห่วง
แต่เมื่อเห็นพันไมล์หลับ เขาจึงได้แต่นั่งมองใบหน้าของเธอ เขาสังเกตเห็นรอยช้ำที่บริเวณมุมปากคิ้วเข้มขมวดยุ่ง ดวงตาคมเป็นประกายลุกวาบ นิ้วเรียวไล้เบาๆ แต่เมื่อสัมผัสถูกบริเวณนั้นหญิงสาวในนิทรารมณ์ก็ขยับตัว ทำให้ชีคหนุ่มชะงักก่อนจะเหลือบไปเห็นผ้าห่มที่คลุมร่างเพรียวบางหล่นไปอยู่ข้างตัว
เขาจึงเอื้อมหยิบมาคลุมให้อีกครั้ง ก่อนจะที่ออกเดินกลับไปที่ห้องพักของตนเอง ผ่านทางประตูที่เชื่อมต่อระหว่างห้องของเขาและเธอ
หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร
“นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง
“ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว
“หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ
“ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี
หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ







