Masuk"คุณคิดว่าผมจะทำอะไรล่ะ" เขาย้อนเสียงเรียบ
พันไมล์รีลุกขึ้นยืน มือกระชับผ้าห่มคลุมกายไว้อย่างแน่นหนา ใบหน้าตื่นตระหนก
"คุณ...คุณ...ทำไม่ได้นะ"
อัมรานกลั้นยิ้ม แกล้งตีหน้าตาย เมื่อเห็นแก้มนวลเริ่มปรากฏสีชมพูระเรื่อ ก่อนจะกระจายไปทั่วใบหน้า
"ผมทำอะไร..." เขาเดินย้อนกลับมาถาม พร้อมกับเชยคางมนขึ้น
พันไมล์นึกถึงสิ่งที่เขาเคย "ทำ" กับเธอ แก้มนวลที่แดงอยู่แล้วยิ่งแดงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
"ก็ทำ...ทำ...เหมือนที่ผ่านมาไง"
พันไมล์อึกอักขัดเขิน นึกหาวิธีป้องกันตัวเอง แม้รู้ว่าคืนนี้เธอควรทำหน้าที่ของตัวเอง แต่เธอยังไม่พร้อม หญิงสาวรีบรวบรวมสติและความกล้าทั้งหมดกลับมา
"เราสองคนต่างก็รู้ว่าการแต่งงานในครั้งนี้มันคือเกม คุณคงไม่คิดที่จะใช้โอกาสนี้มาหาผลประโยชน์กับฉันหรอกนะ" พันไมล์พูด เมื่อเห็นว่าหยุดการเคลื่อนไหวอีกฝ่ายได้ เธอจึงพูดต่อ
"ทุกอย่างคือหน้าที่ เป็นเกมการเมือง การแต่งงานของเราเกิดขึ้นเพราะความจำเป็นบีบบังคับ สำหรับฉันแค่นี้มันก็แย่พอแล้ว ถ้าต้องนอนกับคุณอีกฆ่าฉันซะดีกว่า”
พันไมล์พูดเสียงขื่นปนเจ็บปวด เธอเพิ่งจะเข้าใจว่าการแต่งงานโดยปราศจากความรัก มันมีรสชาติแบบนี้เอง
คำพูดของหญิงสาวทำให้อัมรานถึงกับชะงัก ใบหน้าหล่อหม่นแสงลงเล็กน้อย
“การที่คุณแต่งงานกับผมมันแย่ขนาดนั้นเลยหรือ” เขาถามขึ้น
พันไมล์เมินหน้า แอบปาดน้ำตา พร้อมกับฝืนพยักหน้า
"คุณไม่ได้รักฉัน...ทุกอย่างที่คุณทำก็เพื่อผลประโยชน์ของคุณเท่านั้น" เธอหยุด แอบมองชีคหนุ่มหวังจะไดัรับคำปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ แต่เมื่อเขานิ่ง เธอจำต้องพูดต่อว่า "ฉันหวังว่าคุณคงจะเข้าใจ"
“หาผลประโยชน์!”
“ใช่แล้วค่ะ คนฉลาดอย่างคุณย่อมต้องรู้ดีอยู่แล้วว่าฉันหมายถึงอะไร”
สีหน้าของชีคอัมรานแปรเปลี่ยนไป จากผู้ชายกรุ้มกริ่มกลายมาเป็นผู้ชายเย็นชา ดูเหมือนว่าคำพูดของเธอจะใช้ได้ผล เพราะเขาทำเหมือนเธอไม่มีตัวตน และไม่มีความหมายในสายตาเขา
“คุณไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นหรอกนะ ผมรับรองได้ว่ามันจะไม่เกิดขึ้นตราบใดที่คุณไม่เต็มใจ คนอย่างผมไม่เคยบังคับขืนใจใครและก็ไม่คิดที่จะทำเช่นนั้น ในเมื่อตัวคุณไม่เต็มใจผมก็จะไม่บีบบังคับคุณ”
อัมรานพูดประโยคเหล่านั้นออกมาอย่างถือตัว ก่อนจะเดินออกจากห้องนั้นไป คำพูดของเขาแสดงให้พันไมล์เห็นถึงความอหังการและความหยิ่งทระนงในศักดิ์ศรีของเขา
‘ในเมื่อเธอไม่ต้องการ เขาก็จะไม่บีบบังคับเธอ’
ประโยคนี้ดังก้องอยู่ในหัวของเธอราวกับแผ่นเสียงตกร่อง
เธอควรดีใจสิถึงจะถูกที่เขาไม่หักหาญน้ำใจเธอ แต่ไม่รู้ทำไมจึงรู้สึกเจ็บเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น หลุดออกมาจากปากของเขาอย่างง่ายดาย ทำเหมือนเธอไม่เคยมีค่าหรือมีความหมายในสายตาเขา แท้จริงแล้วเขารู้สึกอย่างไรกับเธอกันแน่ ในเมื่อเขาไม่พูดเธอก็ไม่เคยคิดที่จะถาม
เมื่อชีคอัมรานเดินกลับมาที่ห้องพักของตนเอง เขาพกพาเอาความหงุดหงิดติดตัวกลับมาด้วย พร้อมกับไม่เข้าใจว่าเหตุใดพันไมล์ถึงได้แสดงอาการรังเกียจเขาเช่นนี้
“ผู้หญิงช่างเป็นเพศที่เข้าใจยากจริง อารมณ์แปรปรวนได้ตลอดเวลา”
เช้าวันต่อมา...สองหนุ่มสาวต้องเผชิญหน้ากันอีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศมึนตึงเย็นชา ชีคหนุ่มยังดูสงบยากจะจับอารมณ์ความรู้สึกได้ แต่สำหรับพันไมล์แย่กว่าเพราะเธอไม่ใช่คนเก็บความรู้สึกเก่ง ใบหน้าสวยหมองคล้ำ ใต้ตามีร่องรอยของการอดนอนแต่ถูกปกปิดไว้ด้วยเครื่องสำอางค์ชั้นดี
ตามกำหนดการชีคอัมรานและพันไมล์ต้องนั่งรถเปิดประทุนไปตามถนนสายหลัก เพื่อให้ชาวบารัซที่มารออยู่สองข้างทางได้ชื่นชมและร่วมเป็นสักขีพยาน ในความรักความหวานของผู้นำที่พวกเขาเคารพรัก พันไมล์มีสีหน้าเรียบเฉยราวกับว่าเธอถูกบังคับให้แต่งงาน ทำให้ชีคหนุ่มต้องกระซิบที่ข้างหูเธอ
“ทำหน้าให้ยิ้มแย้มกว่านี้ได้ไหมพันไมล์ คุณทำราวกับว่าถูกบังคับให้มาแต่งงานกับผม ทั้งที่คุณเป็นคนเลือกเดินทางนี้ด้วยตัวของคุณเอง ในเมื่อคุณเลือกแล้วก็ต้องเดินไปให้สุดทาง และก็ต้องทำให้เนียนที่สุด เพื่อมิให้คนอื่นจับความรู้สึกที่แท้จริงของคุณได้”
“ฉันแสดงละครได้ไม่เก่งเหมือนคุณนี่คะ” พันไมล์พูดด้วยน้ำเสียงปั้นปึ่งกึ่งงอน
“แต่ก็ต้องพยายาม”
พันไมล์สบตาอัมรานก่อนจะหันไปโบกมือให้กับผู้คนที่มายืนรอชื่นชม ขบวนรถของคู่บ่าวสาวเต็มพื้นที่สองข้างทางด้วยรอยยิ้ม ขบวนรถขับผ่านไปอย่างช้าๆ เพื่อให้ทุกคนได้เห็นชีคอัมรานและชายาพันไมล์อย่างใกล้ชิด ตลอดเส้นทางที่ขบวนรถขับผ่านจะมีเสียงโห่ร้อง แสดงความยินดีแก่บุคคลทั้งสอง ดังขึ้นอย่างกึกก้องต่อเนื่องยาวนาน
เมื่อรถขับวนมาจอดหน้าสถานที่ที่จะใช้ประกอบพิธีแต่งงานของคู่บ่าวสาว ชีคอัมรานและพันไมล์จะต้องเดินบนพรมแดงร่วมกันเพื่อเข้าไปในห้องที่ใช้ประกอบพิธี ซึ่งมีทั้งแขกผู้มีเกียรติ ตัวแทนจากประเทศต่างๆ ที่เดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้ตามคำเชิญของทางการบารัซ
ญาติสนิทมิตรสหายของทั้งสองฝ่าย คณะรัฐมนตรีและบุคคลสำคัญระดับประเทศ กองทัพนักข่าวที่ต่างก็พร้อมใจกันมาร่วมงาน เพื่อเก็บภาพความประทับใจของพิธีแต่งงานที่ยิ่งใหญ่อลังการนี้ และนำกลับไปทำเป็นไฮไลต์พาดหัวข่าวพิเศษ ซึ่งเป็นข่าวที่ชาวบารัซต่างก็ให้ความสนใจ รวมไปถึงประชาชนบางส่วนที่ได้รับเลือก ให้เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยานในครั้งนี้อย่างใกล้ชิด
พิธีการต่างๆ ดำเนินไปได้ด้วยดีไร้ซึ่งอุปสรรค ท่ามกลางความชื่นชมของแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่ได้มาร่วมงาน สองหนุ่มสาวได้จดทะเบียนสมรสต่อหน้าสักขีพยาน หลังจากนั้นได้มีการร่วมรับประทานอาหารและถ่ายรูปร่วมกับแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน และจะมีพิธีการส่งตัวคู่บ่าวสาวในค่ำคืนนี้
หลังจากพิธีการส่งตัวผ่านพ้นไป ชีคอัมรานได้ลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำไป โดยมิได้หันมาให้ความสนใจในตัวพันไมล์เลยด้วยซ้ำ พันไมล์น้ำตาคลอกับการกระทำของผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีของตนเอง เธอเม้มปากและเชิดหน้าอย่างถือดีก่อนจะเดินกลับห้องพักของตนเอง
ในเมื่อเขาไม่สนใจในตัวเธอ เธอก็จะไม่สนใจหรือใส่ใจในตัวเขาเช่นกัน
หลังจากพาลูกๆ เข้านอนแล้ว พันไมล์ก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตนเองอีกครั้ง เธอพบว่าสามีเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ “แม่ตัวยุ่งหลับแล้วหรือพาย” “สิ้นฤทธิ์ไปแล้วค่ะ วันนี้ซนจนหมดแรง แถมยังเจอเรื่องที่ทำให้ตื่นเต้นตกใจ ก็เลยหลับไวกว่าทุกวัน” พันไมล์ตอบพร้อมกับเดินไปช่วยเช็ดผมให้เขาด้วยความตั้งใจ ทั้งคู่สบตากันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ “เชอรีนทั้งซนและดื้อเหมือนใครนะ” พันไมล์ตวัดตาคมค้อนสามีที่เขากระเซ้าเย้าแหย่เธอ ก่อนจะเอ่ยแย้ง “ที่ลูกเป็นแบบนี้เพราะพ่ออย่างคุณให้ท้ายมากกว่าค่ะ ฉันว่าทาซัสและมัสซาร์ดูจะเรียบร้อย ไม่ซนและดื้อมากเท่าเชอรีน เพราะคุณรักและตามใจเชอรีนมากเกินไป ลูกถึงได้ใจอยากทำอะไรก็ทำ” รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้นำบารัซ เขากุมมือเรียวบางของภรรยาขึ้นมาแนบริมฝีปาก ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และหมุนตัวกลับไปสวมกอดเธอไว้ พันไมล์สวมกอดเขาไว้เช่นกัน เธอแนบหน้าซุกแผงอกล่ำสัน เพราะอายเกินกว่าจะกล้าสบตาแพรวพราวคู่นั้น อัมรานกอดกระชับร่างบางในอ้อมแขน จมูกโด่งรังแกแก้มนวลของเธอตามแต่ใจปรารถนา พร้อมกับกร
“นอกจากแม่จะลิบอาวุธของลูกแล้ว ลูกยังต้องคัดลายมือ ก-ฮ หนึ่งร้อยจบ โดยห้ามมิให้ใครช่วยเด็ดขาด และจะออกไปไหนไม่ได้จนกว่าจะคัดเสร็จ” “หนูต้องโดนกักบริเวณด้วยเหรอคะ” “จะพูดแบบนั้นก็ได้” ทุกคนต่างรู้ดีว่าคุณหนูเชอรีนชื่นชอบการออกไปวิ่งเล่นซุกซนกลางแจ้ง มากกว่าที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อถูกมารดาสั่งกักบริเวณ แม่หนูน้อยก็หันไปสบตาบิดาเพื่อขอความช่วยเหลือ “พ่อคะ” อัมรานไม่ยอมสบตาลูก เพราะถ้าเขาสบตาเป็นต้องยอมแพ้แม่หนูน้อยเชอรีนแน่ และคงอดไม่ได้ที่จะหันไปพูดขอร้องภรรยาให้ลดหย่อนโทษให้บุตรสาว ที่สำคัญเขาเห็นด้วยกับพันไมล์ในการทำโทษเชอรีนในครั้งนี้ ลูกจะได้หลาบจำและไม่กล้าทำอะไรเช่นนี้อีก เชอรีนจำต้องยอมรับบทลงโทษของมารดาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเริ่มจากการกล่าวคำขอโทษทหารองค์รักษ์ทุกคนที่เธอยิงลูกแก้วใส่ ซึ่งก็รวมถึงหน่วยสวาททั้งสามคนของบิดาด้วย แต่ในเมื่อยังไม่ได้กลับไปที่จัสตินพาเลซ เธอจึงทำได้แค่กล่าวคำขอโทษคุณอาทั้งสาม “ขอโทษนะคะที่เชอรีนยิงลูกแก้วใส่พวกคุณอา เชอรีนแค่อยากรู้ว่าอาวุธที่ลุง
“ช่วยด้วยค่ะ...ช่วยด้วย...เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หนูน้อยเชอรีนร้องขอความช่วยเหลือจากแม่เฒ่า ก่อนที่ร่างปราดเปรียวจะปรากฏตัวให้เห็น เมื่อไปถึงจึงรู้ว่าแม่เฒ่าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่กำลังนั่งคุยอยู่กับบิดามารดาของตนเอง พร้อมด้วยสามองครักษ์หนุ่มที่เชอรีนมักจะขนานนามพวกเขาว่า “หน่วยสวาท” “เกิดอะไรขึ้น! ทำไมลูกถึงได้วิ่งหน้าตาตื่นมาแบบนี้” อัมรานเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แม่หนูน้อยเมื่อเห็นบิดา ก็เหมือนพระมาโปรด วิ่งถลาเข้าสู่อ้อมกอดของพ่อทันที “พ่อจ๋า” อัมรานเห็นดวงหน้าเล็ก อ่อนใสของลูกสาว ก็แทบจะลืมเลือนเรื่องยุ่งๆ ที่บุตรสาวก่อไว้จนหมดสิ้น ได้แต่ดึงลูกมาหอมแก้มแดงใสไปมาด้วยความรักใคร่ หลังจากเชอรีนหอมแก้มสากระคายของบิดาทั้งสองข้างแล้ว เหมือนจะนึกอะไรได้ ดวงตากลมโตที่ถอดแบบบิดามาแทบทุกอย่างเบิกกว้างราวกับนึกอะไรได้ “โอ๊ะ! พ่อจ๋า มีคน มีคนอยู่...” ปากเล็กๆ สีแดงเรื่อกำลังจะบอกพ่อ พันไมล์ซึ่งมองเห็นท่าทีร้อนรนของลูกสาว ก็เอ่ยทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า “ไปก่อเรื่องอะไรไว
“หางนกยูง!!” ชีคอัมรานอุทานเสียงสูง “ใช่แล้วค่ะหางนกยูงตัวโปรดของคุณ” “คุณเชอรีนแต่งให้ผมครับท่านพ่อ เธอบอกว่าจะได้เหมือนกับพวกอินเดียแดง” จาบรินนิ่งไปเมื่อได้ยินคำตอบของลูกชาย “ตอนนี้แม่ของเจ้าอยู่ที่ไหน” ทันใดนั้นเองซันเดได้มาปรากฏตัวในห้องดังกล่าว พร้อมกับเอ่ยถามเจ้านายสาวด้วยความร้อนใจ “พบตัวคุณหนูเชอรีนหรือยังคะท่านชายา” “ยังไม่พบแต่รู้แล้วว่าหนีไปหลบอยู่ที่ไหน” ซันเดอุทานเมื่อเหลือบไปเห็นใบหน้าของบุตรชาย “ชาคินหน้าของเจ้า...” “ไม่ต้องห่วงนะซันเด เดี๋ยวฉันจะไปจัดการกับแม่ตัวยุ่งให้เธอเอง ตอนนี้เธอพาชาคินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “ค่ะท่านชายา” ซันเดรับคำสั่ง ก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายของตนเอง “ชาคินเจ้าตามแม่มานี่” ทันทีที่เชอรีนรู้ว่าบิดามารดากำลังเดินทางมารับตัวเธอที่วิหารแห่งนี้ ทำให้ต้องรีบไปหาที่หลบซ่อนตัว เพราะก่อนหน้าที่จะเดินทางมาที่นี่เธอได้ทำเรื่องวุ่นวายไว้หลายเรื่อง ทั้งจับตัวน้องชายฝาแฝดและชาคินมาแต่งตัวเลียนแบบพวกอินเดียแดง โดยนำลิปสติกแ
“ดีค่ะ ไล่ออกให้หมด....” พันไมล์โต้ตอบกลับไป เมื่อเดินตามมาสมทบ “ไล่ฉันออกด้วยนะคะ” เธอบอกพร้อมตวัดสายตาคมมองผู้เป็นสามีอย่างกล่าวหา “พาย!” อัมรานเรียก เดินเร็วเข้าไปหา ดึงมือเล็กมากุมไว้อย่างเอาใจ “ใครจะกล้าไล่คุณออกกันเล่า....แต่พวกนี้สิบังอาจทำเชอรีนหาย มันน่าถูกไล่ออกให้หมด” “ใครทำเชอรีนหายคะ” เธอย้อนถามเสียงเย็น คราวนี้ชีคหนุ่มเริ่มจะรู้ถึงความผิดปกติ เพราะแม้พันไมล์จะเป็นมารดาที่เข้มงวด แต่ก็รักลูกสาวสุดหัวใจเช่นกัน “อ้าว...” ชีคหนุ่มมีอาการงุนงง “ก็มีคนไปแจ้งผมว่าเชอรีนหายตัวไป ไม่ใช่ถูกลักพาตัวไปหรอกหรือ” เขาถาม กวาดสายตามองทุกคนในห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน “ตกลงเรื่องราวมันเป็นอย่างไรกันแน่” ชีคหนุ่มเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร พันไมล์ตวัดตาคมค้อนให้อีกรอบ “จะอะไรซะอีกล่ะคะ นอกเสียจากหลบหนีความผิดของตัวเอง” “ความผิด!!” อัมรานย้อนถามอย่างจับต้นชนปลายไม่ถูกจริงๆ หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจลากตัวสามีไปดูผลงานของเชอรี
หลังจากพันไมล์ย้ายมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นวีไอพี สองหนุ่มสาวต่างก็ถกเถียงกันถึงเรื่องของลูก แต่เป็นการถกเถียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “คุณคอยดูนะ ฉันจะฝึกฝนให้ลูกของเรา เก่งทางด้านการต่อสู้ทุกรูปแบบเหมือนฉัน” “ไม่ได้เด็ดขาด คุณควรเลี้ยงให้ลูกเติบโต เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานน่ารักสิถึงจะถูก รู้ไหมว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงที่เก่งกล้าเกินตัว” “ไม่ชอบแบบนี้จริงหรือคะ” อัมรานหัวเราะ ขยี้ศีรษะยุ่งๆ โยกไปมา “ไม่จริง!...” เขาปฏิเสธเสียงจริงจัง จนคนฟังยิ้มแก้มปริ ก่อนจะมาหงิกงอเมื่อเขาพูดต่อด้วย “มันช่วยไม่ได้หลงผิดไปแล้ว จะให้กลับตัวกลับใจตอนนี้คงไม่ทัน คงต้องปล่อยเลยตามเลย” พันไมล์ฟังแล้วทั้งฉุนทั้งขำ มือบางจึงแจกขนมตุ้บตั้บไปหลายที “โอ๊ย! ทำไมชอบซ้อมสามีอยู่เรื่อย เดี๋ยวก็ช้ำในตายกันพอดี” พันไมล์ค้อนขวับ กับความช่างพูดเกินจริงของอีกฝ่าย “อย่ามาเฉไฉ...จากนี้ไปคุณต้องเปลี่ยนทัศนคติ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันระหว่างชายหญิงซะใหม่ เพราะผู้หญิงก็มีสิทธิเท่าเทียมกับผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกคุณ







